เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 20 - ไม่อยากปล่อยไป, ทั้งปีเลยยังได้

ตอนที่ 20 - ไม่อยากปล่อยไป, ทั้งปีเลยยังได้

ตอนที่ 20 - ไม่อยากปล่อยไป, ทั้งปีเลยยังได้


*ก่อนจะอ่านนิยาย โปรดตรวจสอบว่าท่านได้อยู่ในสถานที่ที่มีแสงเพียงพอ หรือถ้าท่านอ่านในความมืดก็อย่าลืมเปิด Night Mode หรือจอส้ม เพื่อป้องกันการปวดหัวและสายตาสั้นด้วยนะครับ*

------------------------------------------------------------------------------------------------------------

“ไงจ๊ะ ซีซาร์, ไม่นึกเลยนะว่าจะเจอกันที่นี่…”

 

พอนั่งลงได้ไม่นานก็มีสตรี2นางเข้ามา. คนหนึ่งอายุ36ปีอีกคน14ปี. คนที่แก่กว่าดีใจมากที่ได้เห็นซีซาร์พร้อมก้มตัวมาหยิกแก้มซีซาร์เล็กน้อย.

 

“สวัสดีครับท่านป้า. สวัสดีครับท่านพี่…”

 

ซีซาร์พูดอะไรไม่ออกเพราะเธอหยิกแก้มเขาอยู่.

 

ป้าของซีซาร์หรอ?

 

ภรรยาของนักปฏิรูปการทหารมาโลรี่งั้นเหรอ? ชั้นคิดไม่ถึงเลยว่าเธอจะสาวขนาดนี้!

 

มาโลรี่แต่งงานที่อายุ40 และมันไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะมีภรรยาเด็ก. เพราะผู้หญิงยุคนี้แต่งงานในช่วงอายุยังน้อย.

 

เย่เทียนตกใจเล็กน้อย.

 

มาโลรี่ตอนนี้น่าจะเป็นชายแก่อายุ60แล้ว. เวลานี้เขาคงจะโดดเดี่ยวเรื่องการเมือง แต่ถึงอย่างงั้นในวุฒิสภา, มาโลรี่ก็ยังอยู่ในตำแหน่งที่สำคัญอยู่ดี.

 

เขาได้สร้างความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ด้านการทหารแก่สาธารณรัฐโรมัน.

เขาเคยได้นั่งเก้าอี้อยู่5สมัย, เป็นผู้รักษาการคลังอยู่6ครั้ง และถูกเรียกว่าท่านพ่อจากพวกทหารโรมันหลายคน.

 

เดาไม่ยากเลยว่าเกียรติศักดิ์ของเขาในหมู่ทหารโรมันนั้นสูงเอามากๆ.

แม้ว่าตอนนี้เขาจะเริ่มแก่ตัวและอ่อนแอลง ยังไงอูฐผอมๆก็ยังตัวใหญ่กว่าม้าอยู่ดี.

 

แต่ในช่วงปีหลังๆมานี้มาโลรี่โชคไม่ค่อยดีนัก. ไม่กี่ปีมานี้เขาเริ่มติดๆขัดๆ.

ด้วยความล้มเหลวจากการเปลี่ยนแปลงในหลายปีก่อนทำให้ประชาชนผิดหวัง และผลเสียจากการปฏิรูปทางทหารก็เริ่มจะมีมากขึ้นในช่วงนี้. ระหว่างสงคราม พวกทหารก็เริ่มจะไม่มีงานทำกลายเป็นว่าชื่อเสียงระหว่างพวกทหารของเขาแย่ลงกว่าเดิม.

 

เพื่อที่จะเรียกชื่อเสียงเขากลับมาเขาเคยเสนอเมืองและเงินบำนาญให้พวกทหาร แต่ก็โดนทางสภาค้านไปอย่างหนัก.

 

แต่ปัจจุบันตอนนี้อยู่ใน ‘ช่วงสงครามพันธมิตร’ และมาโลรี่กลับมามีบทบาททางการเมืองและชี้นำสงครามภายนอกอีกครั้ง.

 

ในภายหน้าเย่เทียนรู้ดีว่ามาโลรี่แก่มากแล้ว. ต่อให้เขาพยายามแค่ไหนเขาก็ไม่มีวันเปลี่ยนอะไรได้. เขาถูกชะตาลิขิตมาให้โดดเดี่ยว.

 

ในอีก2ปีเขาจะก่อสงครามกลางเมืองกับคู่ต่อสู้ยักษ์ใหญ่ของเขา, ทรราชซูระ แต่เขาก็จะพ่ายแพ้จนถูกขับไล่ออกจากประเทศไป.

 

เย่เทียนเคยคิดว่าจะร่วมมือกับมาโลรี่ดีหรือป่าว แต่พอคิดดีๆแล้วเขาเลือกไม่ดีกว่า.

มาโลรี่ทำอะไรไม่ได้แล้ว มันอาจจะเป็นการแย่ถ้าเขาไปร่วมมือด้วย.

 

ต่อให้ช่วงก่อนตายที่เขาได้อำนาจกลับคืนมานั้น มันก็เป็นแค่แสงชั่วขณะก่อนที่เขาจะตายลง.

 

“ออเรเลีย, พ่อหนุ่มสุดล่ำข้างๆเจ้าเป็นใครกันรึ?”

 

พอหันมาทางออเรเลีย ภรรยาของมาโลรี่ก็สังเกตุเห็นชายหนุ่มแปลกหน้าข้างๆออเรเลีย และอดไม่ได้ที่จะถาม. มีความสงสัยอยู่ในตาเธอเต็มไปหมด.

 

เนื่องจากพ่อของซีซาร์ไม่อยู่ทั้งปี นางจึงกังวลว่าออเรเลียอาจจะทนเหงาไม่ไหวแล้วทำอะไรที่จะทำให้พ่อของซีซาร์เสียใจ.

 

“ท่านพี่จูเลีย, ระวังหน่อยค่ะ, นี่คือท่านซาตาน อาจารย์สอนวิชาดาบของซีซาร์!”

 

ออเรเลียพูดอย่างสุภาพแต่พอเย่เทียนได้ยินดังนั้นคิ้วเขาก็ขมวดเล็กน้อย. เขาไปเป็นอาจารย์สอนวิชาดาบให้ซีซาร์ตอนไหน?

 

นางอยากจะให้เขามีตัวตนขึ้นมาต่อหน้าพวกผู้ดีเหล่านี้งั้นหรอ?

แน่นอนว่าเธอเป็นผู้หญิงที่มีความคิดและคงเดาไว้แล้วว่าเย่เทียนต้องปฏิเสธคำขอ ให้เป็นอาจารย์ของซีซาร์แน่ๆ เธอจึงพูดออกไปแบบนั้นต่อหน้าคนอื่น.

 

นางยังคิดไว้แล้วอีกว่าเย่เทียนคงไม่กล้าฉีกหน้าเธอตรงนี้แน่ เพราะไม่อย่างงั้นเขาอาจจะทำให้เธอไม่พอใจและนั่นหมายถึงการทำให้ทั้งตระกูลซีซาร์และตระกูลออเรเลียส ค็อตต้าไม่พอใจเอาได้เหมือนกัน.

 

มันไม่ใช่เรื่องที่ดีเลยที่ชาวเมืองที่เป็นนายทาสธรรมดาจะทำให้ชนชั้นสูงไม่พอใจ.

 

เรื่องนี้มันจะดีอยู่หรอกถ้าตระกูลซีซาร์กับมาโลรี่นั้นลอยลำไปได้ด้วยดี แต่เย่เทียนรู้ว่าอีกไม่กี่ปี ตระกูลของซีซาร์ก็จะมีเพียงแค่ซีซาร์ที่เหลืออยู่ และพอมาโลรี่ตายไป บวกกับซูระที่มีอำนาจกลับมาเป็นทรราชอีกครั้ง พวกคนของมาโลรี่ทั้งหมดก็จะถูกฆ่าตายไป.

 

แม้แต่ออเรเลียส ค็อตต้าก็คุ้มกันซีซาร์ไม่ได้.

 

ในประวัติศาสตร์นั้น ซีซาร์รอดมาได้โดยบังเอิญ จากการถูกเนรทศและการลอบสังหาร แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ถูกทิ้งไว้หลายปีอยู่ดี.

 

“......”

 

ตอนเย่เทียนกำลังจะเปิดปากพูด ออเรเลียจับมือเขาไว้อย่างลับๆ. ความหมายก็ชัดเจนอยู่.

 

“ท่านหญิงยูเลียผู้งดงามและสูงส่ง, ข้าเป็นเกียรตินักที่ได้พบท่าน ข้าคิดว่านี้คงเป็นลิขิตของพระเจ้าแน่!”

 

เย่เทียนเปิดปากพูดไป. แม้จะไม่แฮปปี้เล็กน้อย แต่เย่เทียนก็ไม่กล้าฉีกหน้าเธอ. เพราะว่าถ้าเขาอยากจะเกาะแข้งเธอไว้ตลอด เรื่องแค่นี้ก็ไม่น่าจะเป็นอะไร.

 

แม้ว่าจะติดแหงกอยู่กับซีซาร์ที่อาจจะเป็นก้างขวางเขาในอนาคต แต่อีกไม่กี่ปีก็จะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นแน่.

 

หลังจากวางแผนมาหลายปีถ้าเขาไม่มีพลังที่มั่นคงไว้ยึดเกาะล่ะก็ มันก็เป็นความด้อยค่าของตัวเขาและสมควรจะถูกฆ่า.

 

เย่เทียนยิ้มอย่างสดใสแต่มือเขาก็จับมือของออเรเลียแน่นขึ้นและบีบมันเบาๆ, ร่างกายของเธอหวั่นไหวเล็กน้อยแต่ใบหน้าของเธอยังดูนิ่งอยู่.

 

“ครูฝึกวิชาดาบของซีซาร์งั้นรึ? นี่เขาอายุเยอะพอขนาดจะมีความสามารถแล้วรึ?”

 

คำชมของเย่เทียนทำให้ยูเลียดีใจจริงๆ แต่นางก็ยังสงสัยอยู่.

 

“ท่านป้าครับ ท่านอาจารย์เป็นนักดาบที่แข็งแกร่งที่สุดจริงๆ. พละกำลังของเขาไม่สามารถวัดได้จากอายุเลยครับ!”

 

ซีซาร์รีบตอบและเขาก็ยังคว้าโอกาสนี้ที่จะทำให้เย่เทียนเป็นอาจารย์. พอถูกเย่เทียนจ้องมา เขาก็แลบลิ้นใส่และหลบหน้าไป.

 

ภาพเด็กโดนตื้บแว่บมาในหัวของเขาเลย.

 

“ข้าจะไปเยี่ยมชมวันหลังแล้วกัน, แล้วพบกันนะ…”

 

รอยยิ้มเล็กๆโผล่ขึ้นมาที่ใบหน้าของยูเลียและเธอจ้องไปทางเย่เทียนดีๆอีกครั้ง ราวกับว่าเธอพยายามจะนึกหน้าเขาให้ออก. แล้วพาลูกสาวไปนั่งที่ที่ไม่ห่างจากพวกเขานัก.

 

“มือเจ้า!”

 

พอยูเลียจากไป ออเรเลียกระซิบที่หูของเย่เทียน.

 

“เอ่อ…โปรดอย่าเข้าใจผิด….”

 

เย่เทียนปล่อยมือนางไปแล้วยิ้มพร้อมพูดอย่างอินโนเซ้นส์.

 

“ความรู้สึกที่ได้จับมือข้าเป็นยังไงบ้าง?”

 

ใบหน้าของออเรเลียแดงออกมาพักหนึ่ง ต่อว่าเย่เทียนที่กล้าจับมือนางอย่างไร้ยางอายแล้วถามเขาด้วยรอยยิ้ม.

 

“ข้าชอบมันมาก ขนาดว่าไม่อยากให้มันจากไปและอยากจับมันไว้ทั้งปีเลย”

 

เย่เทียนพูดความจริงออกไป.

จบบทที่ ตอนที่ 20 - ไม่อยากปล่อยไป, ทั้งปีเลยยังได้

คัดลอกลิงก์แล้ว