เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 19 - เรื่องธรรมดาในโคลอสเซียม

ตอนที่ 19 - เรื่องธรรมดาในโคลอสเซียม

ตอนที่ 19 - เรื่องธรรมดาในโคลอสเซียม


*ก่อนจะอ่านนิยาย โปรดตรวจสอบว่าท่านได้อยู่ในสถานที่ที่มีแสงเพียงพอ หรือถ้าท่านอ่านในความมืดก็อย่าลืมเปิด Night Mode หรือจอส้ม เพื่อป้องกันการปวดหัวและสายตาสั้นด้วยนะครับ*

-------------------------------------------------------------------------------------------------

“อรุณสวัสดิ์, ลอร์ดซาตาน!”

 

รอยยิ้มโผล่ขึ้นมาที่ใบหน้าละอ่อนของซีซาร์ขณะที่เขาทักทายเย่เทียน.

 

“ยินดีด้วยนะครับ!”

 

เย่เทียนพูดเสียงเบาๆ จากนั้นก็ห้ามตัวเองไม่ให้เอามือไปลูบหัวซีซาร์พร้อมกับพูดว่า “ตอนนี้เจ้าได้กลายเป็นนักรบตัวน้อยซักทีนะ. อีก2ไม่ก็3ปีจากนี้ เมื่อเจ้าก้าวสู่สนามรบแล้วล่ะก็ เจ้าจะต้องเป็นแม่ทัพที่ดูยิ่งใหญ่แน่!”

 

“....”

 

ซีซาร์โดนเย่เทียนลูบหัวอีกแล้ว หน้าตาของเขาบึ้งตึงขึ้นมาทันที แต่เพราะคำชมของเย่เทียนเลยทำให้เขาภูมิใจมาก เลยหันหัวหนีจากมือเย่เทียนไปทางอื่นแทน.

 

“ลอร์ดซาตานช่างมีวิสัยทัศน์ที่ดีจริงนะ!”

 

ออเรเลียเดินเข้ามาข้างๆเย่เทียนพร้อมกับกลิ่นหอมยั่วยวนโชยออกมาจากตัวของเธอ แล้วยิ้มให้กับเย่เทียน.

 

“นายหญิงครับ ข้าแค่ไวต่อกลิ่นเลือดน่ะ!”

 

เย่เทียนส่ายหัวและพูดอย่างสุภาพ.

 

“ลอร์ดซาตาน ท่านช่วยสอนวิชาดาบให้ข้าได้รึไม่?”

 

ซีซาร์ทำตัวดีๆอีกครั้งแล้วมองมาทางเย่เทียน.

 

“วิชาดาบมันฝึกกันไม่ได้หรอกนะครับ แต่มันคือการแลกชีวิตของตัวท่านผ่านการต่อสู้ต่างหาก! อีกอย่างวิชาดาบขั้นสูงต้องใช้ร่างกายที่แข็งแกร่งด้วย….”

เย่เทียนอธิบายอย่างสุภาพพร้อมยื่นมือออกไปอีกรอบ แต่ครั้งนี้ซีซาร์จอมระแวงหลบเขาได้.

 

“เห็นไหม? นี่แหละสัญชาตญาณ …. เมื่อวิชาดาบของท่านได้กลายเป็นหนึ่งในสัญชาติญาณของท่านแล้วล่ะก็ ท่านก็จะเชี่ยวชาญมัน”

 

แม้ว่าเย่เทียนจะจับหัวซีซาร์ไม่สำเร็จ แต่เขาก็ยังดูนิ่งขณะพูด.

 

“ข้า….น่าจะชินแล้วมั้ง! ขอบคุณ ลอร์ดซาตาน”

 

ซีซาร์นิ่งไปเล็กน้อยก่อนจะขอบคุณเขา.

 

“ไปกันเถอะ. พวกเราซื้อที่นั่งข้างหน้าไว้ให้ท่านด้วย…”

 

พอเห็นซีซาร์และเย่เทียนสนิทกันเช่นนี้ ออเรเลียยิ้มออกมาแล้วพูด.

 

เย่เทียนพยักหน้าและเดินเข้าไปในคฤหาสน์กับออเรเลีย แต่เขาเดินอยู่ด้านหลังเล็กน้อย น่าจะห่างประมาณครึ่งก้าวได้, มันจึงทำให้ออเรเลียยิ้มออกมา.

 

“ท่านหญิงออเรเลีย, ซีซาร์ตัวน้อย, ช่างเป็นเกียรติที่พวกท่านมาชม. เชิญเข้ามาได้เลยครับ. ที่นั่งของท่านพร้อมแล้ว!”

 

เมื่อเย่เทียนเข้ามาในตึกหินสีน้ำเงินซ้อนกันเหมือนกับบังเกอร์ยักษ์ เด็กหนุ่มผู้หนึ่งยืนอยู่ข้างประตู. ทันทีที่เขาเห็นออเรเลีย เขาก็กระตือรือร้นขึ้นมามากทันที พร้อมกับรอยยิ้มบนใบหน้า.

 

เขามีผมหยิกสีน้ำตาลและใบหน้าหล่อเหลาขาวๆ แถมยังมีร่างกายที่ดูดีน่าจะอายุประมาณ24ได้, ขณะที่ออร่าผู้ดีกำลังแผดออกมาจากเขา ตาของเขานั้นก็มีแววปัญญาของนักธุรกิจหนุ่มฉายออกมา.

 

“ลอร์ดแครสซัส โคลอสเซียมของท่านคือที่ที่เดียวที่งดงามที่สุดในโรม. บอกข้าได้มั๊ยว่าท่านเตรียมโชวอะไรไว้ในวันนี้?”

ใบหน้าของออเรเลียโชวรอยยิ้มแห่งความสนใจออกมา มันทำให้แครสซัสเหม่อไปเล็กน้อย ผ่านไปครู่หนึ่ง เขาจึงยิ้มออกมาเยี่ยงสุภาพบุรุษแล้วพูดว่า “โชวของวันนี้จะทำให้ท่านตื่นตาแน่นอน ท่านรอกรี๊ดได้เลย!

ทางนี้ ครับ!”

 

“พวกเราจะตั้งตารอ!”

 

ออเรเลียยิ้มแล้วพูดอย่างสุภาพ. ขณะพาเย่เทียนเข้าไปในบังเกอร์ วินาทีต่อมา รอยยิ้มบนใบหน้าเธอหายไปราวกับว่าเธอดูสงบนิ่ง.

 

“แครสซัส!”

 

ในที่สุด เย่เทียนก็ได้พบเขาผู้นั้น!

 

ความประทับใจครั้งแรกที่เย่เทียนรู้สึกคือเขาเป็นสุภาพบุรุษจริงๆ สุภาพและมีสเน่ห์ราวกับว่าเย่เทียนจะวางใจและไว้ใจเขาได้เลย.

 

ถึงอย่างนั้น เย่เทียนก็รู้ดีว่าชายคนนั้นรับมือด้วยได้ยากจริงๆ. ภายใต้ส่วนที่ลึกที่สุดในดวงตาของเขา มันไม่มีอะไรเลยนอกจากความทะเยอทะยานอันน่าสะพรึงกลัว.

 

บังเกอร์นั้นเกือบจะปิดตายเลย มันมืดมาก. อยู่ดีๆคบเพลิงก็ลุกขึ้นมาให้เห็นเสาหินด้านบนของมัน และทำให้ทั้งบังเกอร์สว่างขึ้นมา.

 

ท่ามกลางพวกรูปปั้นหินทั้งหลายนี้ เป็นรูปปั้นเทพเจ้าสงคราม, สัตว์ร้าย, เทพธิดาไม่ก็นักรบผู้กล้าหาญที่กำลังสู้กับสัตว์ร้ายอยู่. รูปปั้นหินพวกนี้ดูเหมือนมีชีวิตใต้แสงคบไฟเลย แถมยังทำให้ดูน่ากลัว ขลังมากๆ และด้วยเหตุนี้บรรยากาศรอบๆนั้นทำให้รู้สึกพิเศษมากๆ.

 

ในพื้นที่เปิดกว้างๆนั้น มีสนามทรงกลมเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 20-30เมตรอยู่. รอบๆสนามนั้นมีกรงเหล็กหนาๆขนาดยักษ์อยู่.

ภายในกรงเหล็กนั้น มีเลือดแห้งติดอยู่ทุกที่ มันส่งกลิ่นที่เหมือนกับเหล็กออกมา ราวกับว่ามีเสียงร้องโหยหวนไม่ก็เสียงร่ำร้องหาเลือดอยู่ในนั้น.

 

ข้างใต้สนามมีแถวที่นั่งสำหรับให้ชนชั้นสูงนั่งดู. อย่างน้อยก็500คนน่าจะจุได้!

 

นี่คือต้นแบบของสนามกลาดิเอเตอร์ในโรมโบราณ, และเนื่องจากคฤหาสน์นี้เป็นของแครสซัสมันคงจะเป็นสนามที่ใหญ่ที่สุด หรูที่สุด เป็นทางการที่สุดในโรมโบราณเลยก็ว่าได้.

 

ซึ่งดูแล้วเหมือนต้นแบบของโคลอสเซียมอันโด่งดังไปทั่วโลกในอนาคตจริงๆ.

 

พวกเขามาสาย. มีคนนั่งแล้ว ประมาณ2ใน3ตรงที่นั่งแถวด้านหน้า. พวกชนชั้นสูงตรงแถวหน้ากำลังซุบซิบกันอยู่.

 

ประชาชนทั่วไปและนายทาสของโรมโบราณจะนั่งอยู่ที่แถวหลัง พวกเขาคุยได้แค่เบาๆเท่านั้นเพราะกลัวจะไปรบกวนพวกชั้นสูงด้านหน้าเข้า.

 

มีทั้งชาย, หญิง,คนแก่และเด็กอยู่เต็มไปหมด.

 

แม้ตอนนี้จะเริ่มเงียบแล้ว แต่เมื่อการต่อสู้เริ่มขึ้น เสียงตะโกนที่นี้คงทำให้หูดับไปยังได้เลยมั้ง.

 

ไม่นานออเรเลียก็เจอที่นั่งของตัวเองกับเย่เทียนที่นั่งฝั่งซ้ายและซีซาร์ที่นั่งฝั่งขวา ออเรเลียนั่งอยู่ตรงกลาง.

 

หลังจากนั่งลงแล้ว กลิ่นหอมเบาๆเตะจมูกของเย่เทียนเข้า.

 

ออเรเลียเป็นผู้หญิงที่สง่างามจริงๆ และมันคงจะง่ายสำหรับเธอเวลาจะปลุกอารมณ์ในตัวผู้ชาย.

 

ตามบันทึกใน ‘ชีวประวัติของ12จักรพรรดิ์ในยุคหลังโรมัน’ ในยุคแห่งความน่าผิดหวัง ซีซาร์ฝันว่าตัวเองได้ทำให้ออเรเลียแปดเปื้อน.

 

เมื่อเขาไปหานักพยากรณ์เพื่อบอกความหมายของฝันนั้น นักพยากรณ์บอกเขาว่าเขาถูกลิขิตมาให้ครองโลก เพราะแม่ที่เขาฝันเห็นนั้นไม่ใช่สิ่งอื่นนอกซะจากแผ่นดินที่เปรียบเสมือนพระแม่ของทุกสรรพสิ่ง.

 

ด้วยเหตุนี้ความทะเยอทะยานภายในของเขาก็ได้ก่อเกิดขึ้นมา เขาเริ่มเชิดชูอย่างรวดเร็วโดยไม่มีสิ่งใดกีดขวางแล้วจึงลุล่วงความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโรมโบราณไป.

จบบทที่ ตอนที่ 19 - เรื่องธรรมดาในโคลอสเซียม

คัดลอกลิงก์แล้ว