เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1395 แบกชะตาหอทงเทียน

ตอนที่ 1395 แบกชะตาหอทงเทียน

ตอนที่ 1395 แบกชะตาหอทงเทียน


แพ้พ่ายแพ้หมดรูป

แม้ว่าเทียนอี้เชื่อว่าเขายังมีพลังเขาสามารถสู้ต่อไปได้

แต่ข้อเท็จจริงปรากฏอยู่ตรงหน้าแล้วไม่ว่าเขาจะดิ้นแค่ไหน เขาก็ไม่สามารถพลิกฟื้นตัวได้  เจตจำนงของเทพบรรพตเจตจำนงทะเลมรณะและกฎสวรรค์โบราณของโลกแกนสมดุลยอมรับฝ่ายตรงข้าม ในการประลองชะตาที่แข็งแกร่งและศักดิ์สิทธิ์ยิ่งใหญ่นี้ ‘มารดาผู้ลึกลับนี้’ คือผู้ชนะที่แท้จริง  หากนางไม่ตั้งใจอยู่ที่นี่พลังที่น่ารังเกียจของโลกแกนสมดุลคงโยนเทียนอี้ที่ล้มเหลวออกไปจากประตูเทพนานแล้ว

อาซีออกไปแล้ว

เทพพิทักษ์ทะเลมรณะอาจางผนึกตนเองตำหนักกลางศักดิ์สิทธิ์พังทลาย เขาอยู่ในสถานะที่ยากลำบากในทะเลดอกไม้ บริวารตายในสนามรบหมดทำให้เทียนอี้ผู้มั่นใจตนเองอย่างไม่มีใดเทียบรู้สึกหมดหวัง

“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า....”เจ้าตำหนักสูงสุดเทียนอี้ไม่สามารถยอมรับความจริงนี้ได้เขาหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง เพื่อไล่ตามตำแหน่งเทพจอมราชันย์อันศักดิ์สิทธิ์ ผู้อาวุโสต่างๆของเขากวงหมิงทั้งเบื้องต่ำและเบื้องสูงล้วนเสียสละทุกอย่าง  เสียสละแล้วเสียสละอีก

แต่ผลตอบรับคืนมายังคงเป็นความล้มเหลว

นี่เป็นชะกรรมที่น่าขันที่สุด

ทำให้เทียนอี้กลายเป็นบ้า

กฎสวรรค์โบราณเข้ามากดข่มเทียนอี้ทำให้เขาไม่สามารถเคลื่อนไหวได้

หากปราศจากเจตจำนงของมารดาผู้ลึกลับเจ้านายใหม่แห่งโลกแกนสมดุล เทียนอี้จะเป็นอย่างนี้ไปตลอดชีวิตไม่สามารถผ่อนคลายได้พลังไม่มีความหมายเมื่ออยู่ต่อหน้าเจตจำนงของเทพจอมราชันย์ เทียนอี้กลายเป็นบ้าแต่ตอนนี้ไม่มีใครสนใจเขาเลยทุกคนมองไปที่มารดาผู้ลึกลับ

ตอนนี้เป็นช่วงเวลาสำคัญที่นางจะต้องแบกรับชะตาของนางและเลื่อนระดับไปเป็นเทพจอมราชันย์

ชาวประมงเฒ่าลูบเครายาวพยักหน้าด้วยความโล่งอกเขาตบไหล่เย่ว์หยางและยิ้ม  “เด็กน้อย  ข้ามีเวลาถ่ายทอดทักษะตกปลาที่ทรงประสิทธิภาพที่สุดให้เจ้าแล้ว... ข้าจะไปตกปลาและจะทิ้งกิจการของหอทงเทียนไว้ให้เจ้าในอนาคตข้าไม่รู้ว่าหลายปีที่ผ่านมาได้เสียเวลาไปกับปัญหาเหล่านี้มากแล้ว”

เย่ว์หยางได้ยินอดทำตาเหลือกมิได้  สำหรับท่านข้าอายที่จะบอกว่าถ้าท่านควบคุมดูแลหอทงเทียนสักวันหนึ่ง เรื่องก็คงไม่เป็นแบบนี้

โชคดีที่ข้าเทียวไปมาอยู่รอบๆหอทงเทียนจึงมีจุดลงเอยที่ดี

มิฉะนั้นบาปของบรรพบุรุษเจ้าคงร้ายแรง

“ใครว่ายากกัน...อ่า...ข้าหมายถึง  การตกปลามันเป็นกิจกรรมสันทนาการที่ดีขณะที่ท่านดื่มอะไรสักอย่างขณะตกปลาไปด้วย” เย่ว์หยางต้องการให้ชายชราออกไปทันที แต่เมื่อแม่สี่ยังอยู่ที่นั่นเขาต้องทำตัวเป็นเด็กดี แม่สี่คอยชำเลืองมองเขาจึงต้องทำตัวเป็นเด็กดี

“น้อมพบผู้อาวุโส”  แตกต่างจากเย่ว์หยาง แม่สี่และคนอื่นๆให้ความเคารพประมงเฒ่าเป็นอย่างมาก แม้แต่จื้อจุนและนางพญาเฟ่ยเหวินหลีก็ไม่เว้น

“ช่างเถอะๆทุกคนไม่ต้องมากมารยาทกับข้า!”  เฒ่าประมงเหมือนจะหงุดหงิด เย่ว์หยางกัดฟันกรอด

ถ้าไม่ใช่เพราะแม่สี่อยู่ด้วย

เขาคงเหาะหนีไปแล้วถ้าไม่เตะตาแก่นี่เขาคงรู้สึกเหมือนตายไปครึ่งหนึ่ง!

มารดาผู้ลึกลับเรียกคัมภีร์อัญเชิญของตนเอง คัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์สีหยกและคัมภีร์เทพฉายรัศมีสูงสามหมื่นเมตร

พิธีรับชะตาเริ่มขึ้นแล้วและลำแสงแห่งโชคชะตาพุ่งตรงขึ้นไปบนท้องฟ้า

นักรบสามเผ่าพันธุ์ใหญ่ของหอทงเทียนคุกเข่าลงทั้งหมด

แม้แต่มารสัมฤทธิ์ฟ้าจักรพรรดิมังกรมีแววสำรวมเคร่งขรึม ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นไปกว่าอาจารย์จิ้งจอกเฒ่าจุนอู๋โหย่ว และผู้เฒ่าเย่ว์ไห่ ในช่วงชีวิตของพวกท่านไม่เพียงแต่ช่วยให้เย่ว์หยางให้เติบโตและเลื่อนระดับไปเป็นถึงเทพจอมราชันย์ แต่ตอนนี้พวกเขายังสามารถมีส่วนช่วยให้มีเทพจอมราชันย์คนที่สอง ช่างเป็นโชคอุดมมงคลของชีวิตพวกเขานัก!

“โชคชะตาที่ตกต่ำจมทุกข์และไม่อาจคาดเดาได้ของหอทงเทียนจะต้องจบลงในมือของข้า”มารดาผู้ลึกลับลอยขึ้นไปบนฟ้ฟา  ร่างของนางเหมือนเป็นผลงานชิ้นเอกยิ่งใหญ่ของเทพมือเรียวงามของนางกางออกประกายรัศมีดวงดาวสดใสหลายร้อยล้านดวงมารวมกันอย่างนุ่มนวล  ดอกไม้เทพธิดาหมุนรอบตัวนางทั้งยังเบ่งบานส่งกลิ่นหอมระรื่นชื่นใจ “ข้าเต็มใจจะแบกรับชะตากรรมของสามเผ่าพันธุ์ใหญ่แห่งหอทงเทียนในนามของเทพจอมราชันย์ในอนาคต เพื่อสร้างความสวยงามและความสุขขจัดภัยพิบัติและความโชคร้าย สร้างสิ่งมีชีวิตให้มีความอมตะ”

“ขอให้ผู้ตายจงสู่สุขคติความตายเป็นนิรันดร์ ชีวิตเป็นนิรันดร์” มารดาผู้ลึกลับมองขึ้นไปในท้องฟ้า  “ไม่ว่าอดีตจะเป็นเช่นไร อนาคตจะเหมือนกันเสมอ”

คัมภีร์เทพทั้งสองฉายรัศมีเกี่ยวพันเป็นเกลียวขึ้นไปด้านบน

ค่อยๆเปลี่ยนไปเป็นลำแสงแห่งโชคชะตาที่สูงถึงหมื่นสองพันเมตร

นี่คือชะตากรรมที่เผ่าพันธุ์ในหอทงเทียนต้องแบกรับรวมถึงอดีตและอนาคตชีวิตทั้งหมดและพลังแห่งโชคชะตาที่ต้องการปลดปล่อย เนื่องจากก่อนหน้านี้เย่ว์หยางเคยแบกรับชะตาของสิ่งมีชีวิตทั้งหมดของหอทงเทียนในปัจจุบัน เงื่อนไขการเลื่อนระดับของมารดาผู้ลึกลับในเวลานี้จึงค่อนข้างสมเหตุสมผล แม้ว่าจะผ่านไปแล้วแต่ว่าก็ไม่เกินไป

เมื่อเห็นความสูงของลำแสงแห่งโชคชะตานางพญาเฟ่ยเหวินหลีรู้สึกผ่อนคลายเล็กน้อย และนางเหยียดมือออกทันทีแม้ว่าร่างนางจะได้รับบาดเจ็บสาหัส

คนที่เร็วกว่านางก็คือฝ่าบาท

และจักรพรรดินีราตรีและแม่สี่ที่อยู่ไม่ห่างพวกนางยื่นมือแบกรับชะตาของมารดาผู้ลึกลับ

เจ้าอ้วนไห่เย่คง เสวี่ยทันหลาง องค์ชายเทียนหลัวและพี่น้องตระกูลหลี่ยกขึ้นนักรบจากเผ่าพันธุ์ต่างๆ ของหอทงเทียนรอช่วงเวลานี้

มารสัมฤทธิ์ฟ้าและจักรพรรดิมังกรพวกเขาอยู่แถวหน้า

อาจารย์จิ้งจอกเฒ่าและจุนอู๋โหย่วตามมาใกล้ๆและยกมือขึ้น

จักรพรรดิทองและจักรพรรดิอสูรยิ้มให้กันฉงฉีมองดูมังกรสองหัวและแค่นเสียงไม่พอใจแต่ก็รีบชูมือใหญ่อย่างรวดเร็ว  มังกรสองหัวกู่อั๋งและราชินีว่านกูซูอยู่ไม่ไกลพวกเขารีบแสดงความคิดเห็นอย่างรวดเร็ว “แม้ว่าเราจะไม่ได้มาจากหอทงเทียนและได้ทำผิดพลาดไปแต่เราได้กลับเนื้อกลับตัวเป็นคนดีแล้วและยินดีจะเข้าร่วมเพื่อประโยชน์สูงสุดของว่าที่เทพจอมราชันย์ เรายินดีที่จะเสียสละทุกอย่างและทำอย่างดีที่สุดเพื่อแบกชะตากรรมของเรา...”

พวกเขาเคยเห็นพวกนักรบหอทงเทียนแบกรับชะตาเพื่อเย่ว์หยางมาแล้วตอนนี้มีโอกาสดีขนาดนี้แล้วจะพลาดได้อย่างไร

กลุ่มเทพที่อยู่ในเงาสีต่างๆประหลาดใจแต่ก็ยกมือร่วมด้วย

พวกเขายินดีทุ่มเทเพื่อเทพจอมราชันย์ในอนาคต

การมีส่วนร่วมในวันนี้จะเป็นโอกาสในการลงทุนที่หายากที่มีค่าที่สุดและคุ้มค่าที่สุดในชีวิตของพวกเขาแม้ว่าจะไม่นับเป็นประวัติการณ์แต่ก็ต้องใช้เวลาอย่างน้อยหลายหมื่นหรือหลายแสนปีในการนำเสนอโอกาส

อย่าว่าแต่พวกเขาเลยแม้แต่มังกรปีศาจที่นอนอยู่บนพื้นก็ยกมือขึ้นอย่างยากลำบากหวังว่าจะช่วยได้สักเล็กน้อย

“เราร่วมด้วยได้ไหม?”

เสวี่ยอู๋เสียยื่นมือออกไปและนางพบว่านางที่ช่วยเหลือเย่ว์หยางอย่างสุดใจสามารถแบกชะตากรรมของนางในนามของมารดาผู้ลึกลับได้ด้วยความยินดี  องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนรอไม่ไหวขยับมือนางทันที  ในอีกด้านหนึ่งนางจับมือสาวงามโล่วฮัวทุกคนจับมือกัน เย่ว์หวี่ เย่ว์ปิง อี้หนานและเทียนฟ้าทุกคนจับมือเป็นวงกลมขนาดใหญ่โดยมีพลังแห่งชะตาอยู่ในใจแบ่งปันด้วยกัน

หมิงเยี่ยกวงกับพวกพ้องก็เข้าร่วมมือขาวนวลของนางทาบที่ด้านหลังตำแหน่งหัวใจของเสวี่ยอู๋เสีย

ฮุยไท่หลางวิ่งเข้ามาอยู่ข้างเจ้าอ้วนไห่และเย่คงและคนอื่น

ตอนนี้มันต้องการอยู่ใกล้เย่ว์หยาง

แต่เป็นเพราะเข้าใกล้เกินไปเกือบจะถูกเทพจอมราชันย์คนใหม่เตะกระเด็น ขืนเสนอหน้าตอนนี้เท่ากับหาที่ตาย

“ตกลง”จื้อจุนเดินมาเงียบๆ จ้องมองเย่ว์หยางเย่ว์หยางโชคดีไม่เป็นไรเพราะยังไม่ใช่เวลาคิดบัญชี ความจริงนางไม่ได้โกรธอะไรมากแต่พยายามอย่างเต็มที่ที่จะยกมือขึ้นเพื่อแบกรับชะตาให้มารดาผู้ลึกลับ

“เราร่วมด้วย!”  เย่ว์หยางเข้าใจทันที  เขารวบรวมความกล้าจับมือของจื้อจุนอีกมือหนึ่งจับมือของเจ้าแม่จันทรา

“อืน” เสี่ยวเหวินหลีตัวเล็กสูงไม่พอได้แต่กอดขาของเย่ว์หยาง

“....”  จื้อจุนได้แต่ถลึงตาใส่เย่ว์หยาง

แต่พลังชะตาท่วมทับนางจนไม่สามารถขยับได้ได้ดังนั้นนางจึงต้องปล่อยให้โจรน้อยย่ามใจไปชั่วคราวก่อน

เทพจอมราชันย์กำลังจะถือกำเนิดภายใต้พลังชะตาแห่งหอทงเทียน  หอทงเทียนทั้งหมดกำลังสั่นสะเทือน  พลังกฎโบราณที่หลับใหลเป็นกฎโบราณที่เกิดจากเจตจำนงโบราณ เพราะการอัญเชิญที่พิเศษและการปลุกนี้ทำให้พลังกฎเทพโบราณรวมพลังชะตาสูงถึงสามพันเมตรและผสานเข้าไปในคัมภีร์เทพของมารดาผู้ลึกลับ

ขณะเดียวกันเจตจำนงที่ทรงพลังปรากฏขึ้นที่พฤกษาโลกบันไดสวรรค์ผนวกกับเจตจำนงโบราณที่จัตุรัสเวลาในแดนล่มสลายแห่งทวยเทพลำแสงสองสายพันกันเหมือนมังกรเกิดขึ้นต่อหน้ามารดาผู้ลึกลับและยังมีพลังแห่งโชคชะตาสูงสามพันเมตร

เจตจำนงของเทพบรรพตและทะเลมรณะทั้งสองมีการแบกรับอย่างละหนึ่งกิโลเมตรตามลำดับ

ประตูเทพโลกแกนสมดุล

เจตจำนงโบราณที่หลับใหลตื่นขึ้นมาในช่วงเวลาสั้นเป็นเวลาหนึ่งวินาทีและเวลาหนึ่งวินาทีแบกรับพลังชะตาหนึ่งกิโลเมตร

นอกจากนี้ยังมีพลังจากนอกแดนสวรรค์ที่แม้แต่เย่ว์หยางก็ไม่รู้ จะเป็นเฒ่าประมงหรือยอดฝีมือยุคโบราณมิทราบแบกรับพลังชะตาไว้ห้าร้อยเมตร

“คาดว่าท่านก็มีสำนึกบ้างเล็กน้อย”เย่ว์หยางค่อยมีความประทับใจที่ดีต่อเฒ่าประมงเป็นครั้งแรก แต่ก็เล็กน้อย

“มาเถอะน่าเราทำได้” เจ้าอ้วนไห่และคนอื่นร้องด้วยความตื่นเต้น

ในท่ามกลางเสียงโห่ร้องพวกเขาอ่อนล้าเหนื่อยหอบกับการแบกชะตาสูงมากกว่าแปดร้อยเมตรที่หลั่งไหลเข้าไปในคัมภีร์เทพ เกือบสามร้อยเมตรเป็นผลความดีความชอบจากจักรพรรดิทอง จักรพรรดิอสูร ฉงฉีเทพในเงาสีต่างๆ และนักรบจากแดนสวรรค์ภายนอก แน่นอนว่าต้องไม่มีเจี้ยนจางเซิงฉีตันจื้อและมังกรปีศาจที่ดูเหมือนใกล้ตายพวกเขาไม่สามารถแบกลำแสงชะตาเหมือนกับจักรพรรดิทองและคนอื่นได้

ลำแสงชะตาความสูง10,300 เมตรหลั่งไหลเข้าไปในคัมภีร์เทพ

เท่านี้ก็ถึงข้อกำหนดพื้นฐานในการเลื่อนเป็นเทพจอมราชันย์

และมีเกินมาอีกเล็กน้อย

นางพญาเฟ่ยเหวินหลีหัวซิ่วรี่ จักรพรรดินีราตรี แม่สี่และเสวี่ยอู๋เสีย องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนและคนอื่นนำพาพลังชะตาเข้าไปยังคัมภีร์เทพของมารดาผู้ลึกลับอีกเล่มแม้ว่าทุกคนจะเหนื่อยล้าจากการต่อสู้ก่อนหน้านั้นแต่พวกเขาก็สามารถรองรับชะตาได้ถึงสองกิโลเมตรเป็นอย่างน้อย

มารดาผู้ลึกลับจำเป็นต้องแบกชะตาที่ความสูง12,000 เมตรจึงจะได้รับการตอบสนองอย่างเต็มที่

พลังเทพชะตาที่ได้รับจากเย่ว์หยางจื้อจุนรวมทั้งเจ้าแม่จันทราและเสี่ยวเหวินหลียังไม่มีเวลาได้หลอมรวมกับพวกเขาในช่วงเวลาที่ตึงเครียดที่สุดนี้ จิตใจเย่ว์หยางรู้สึกกระวนกระวายเล็กน้อย

“โง่จริงๆ!” สาวกิเลนปิงหยินทาบฝ่ามือที่หลังของเย่ว์หยาง

อย่างไรก็ตามสิ่งที่เย่ว์หยางรู้สึกคือนั่นไม่ใช่พลังของนาง

แต่เป็นการถ่ายทอดพลัง

ปราณกระบี่จากสาวปราณกระบี่

นี่คือปราณกระบี่พิเศษที่สัมผัสได้จากการฝึกฝนในดินแดนแห่งความฝันเท่านั้น พลังถ่ายทอดเข้าร่างกายอีกครั้งไปกระตุ้นพลังเทพจอมราชันย์ในร่างของเย่ว์หยางที่ถูกสะกดข่มมาเป็นเวลานานโดยไม่สามารถปลดปล่อยความโกรธออกมาได้ด้วยการเชื่อมต่อทางใจ  จื้อจุนและเจ้าแม่จันทรารู้สึกเหมือนมีพลังเผาผลาญในร่างและพลังเทพชะตาที่ยิ่งใหญ่พลังเทพพุ่งออกมาราวกับน้ำบ่าแทบทำให้ผู้คนจมน้ำตาย  ในทันทีนั้นบาดแผลและความเหนื่อยล้าหายไปอย่างไร้ร่องรอย

เย่ว์หยางตวาดลั่น

เสียงน่าตกใจยิ่งกว่าคนเป็นพันคำราม

เขายกลำแสงชะตาและถ่ายเทเข้าไปในคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์จนแทบจะทำให้คัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ระเบิด

การแบกรับพลังชะตาและพลังเหนือธรรมชาติสิ้นสุดลงและการเลื่อนเป็นเทพจอมราชันย์เป็นอันสำเร็จแสงเทพจากคัมภีร์เทพทั้งสองสาดลงมาปกคลุมทั่วพิภพโลกแกนสมดุล เจ้าอ้วนไห่เย่คงและคนอื่นๆ กลายเป็นจุดแสงและถูกดูดเข้าไปในคัมภีร์เทพ  ขณะที่นางพญาเฟ่ยเหวินหลี หัวซิ่วรี่จักรพรรดินีราตรีและแม่สี่กลายเป็นแสงสายรุ้งพร้อมกัน เข้าไปในคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์มือของเย่ว์หยางว่างเปล่า จื้อจุนและเจ้าแม่จันทราเข้าไปอยู่ในคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ จากนั้นเขายืนเป็นอิสระอยู่คนเดียวโดยมีมารดาผู้ลึกลับอยู่ตรงข้าม

ไม่ยังมีอีกหนึ่งคน

เทียนอี้

คัมภีร์เทพนั้นเทียนอี้ในฐานะผู้แพ้ประลองชะตาเห็นศัตรูเป็นเทพจอมราชันย์และยังคงอยู่ในโลกแกนสมดุล  เขาดูสิ้นหวังต่อสู้อย่างบ้าคลั่ง แต่เปล่าประโยชน์

“อาไม่ เป็นไปไม่ได้ เทพจอมราชันย์เป็นตำแหน่งของข้าคำทำนายไม่ได้เป็นแบบนี้เลย” ดวงตาของเทียนอี้เป็นสีแดงด้วยความริษยา เทพบรรพตไม่ได้ทลายราบ  ทะเลมรณะไม่ได้เหือดแห้ง ไม่เป็นไปตามบททำนาย”

“นั่นคือคำทำนายเรื่องเทพบรรพตจะทลายทะเลมรณะจะเหือดแห้งใช่ไหม?” เย่ว์หยางเมื่อได้ยินก็โกรธมาถึงขณะนี้เจ้ายังไม่ยอมแพ้อีกหรือ? ก็ได้จะให้เจ้าตายไปเลย!”

ดูเหมือนว่าเขามีความรู้สึกว่าเทพธิดากระบี่ฟ้าซ่อนอยู่ด้านหลังของเขา

นิ้วของนางแตะที่หลังศีรษะของเขา

เป็นการชี้นำภูมิปัญญาสูงสุดไม่มีใดเทียบ

ความเงียบสงัด

อยู่ในหัวใจของเขา

ปราณกระบี่รวมกับสาวปราณกระบี่กลายเป็นพลังนำทางนี้พลังปราณระเบิดออกมาเป็นล้านๆ เท่า เย่ว์หยางรู้สึกว่าร่างของเขาเหมือนถูกเปิดผนึกผนึกที่เริ่มฟื้นฟูถูกแทงด้วยปราณกระบี่กระตุ้นพลังเทพชะตาที่แฝงอยู่ในนั้นมาเป็นเวลานาน...

“ข้าต้องการยกภูเขาเทพบรรพตและเติมเต็มทุกอย่างข้าจะทำให้เจ้าสิ้นหวัง” เย่ว์หยางตะโกนขึ้นฟ้า

ยักษ์ชะตาปรากฏขึ้นในขณะที่เขามีสติสัมปชัญญะเป็นครั้งแรก

ยืดขยาย

******* ****

จบบทที่ ตอนที่ 1395 แบกชะตาหอทงเทียน

คัดลอกลิงก์แล้ว