เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1394 ชนะหรือพ่ายแพ้ถูกกำหนดไว้แล้ว

ตอนที่ 1394 ชนะหรือพ่ายแพ้ถูกกำหนดไว้แล้ว

ตอนที่ 1394 ชนะหรือพ่ายแพ้ถูกกำหนดไว้แล้ว


“ข้าต้องสู้ไม่ว่าจะกี่พันกี่หมื่นปีก็ตาม ข้าจะสู้ไม่มีวันยอมแพ้ และผู้ชนะคนสุดท้ายต้องเป็นข้า!” ความเชื่อมั่นของเทียนอี้ถึงระดับที่ไม่มีทางเปลี่ยนได้

“ก็ดูกันต่อไป”ประมงเฒ่าสังเกตการณ์อย่างเงียบๆเขาส่ายหน้าและถอนหายใจไม่มองอีกต่อไปและนั่งกัดกินผลไม้ในมือ

เทียนอี้ระดมพลังโจมตีมารดาผู้ลึกลับแม้เขาจะรู้ว่าเป็นการโจมตีที่ไม่ถูกต้อง แต่เขายังยืนกรานโจมตี

ไม่ว่าจะปล่อยหมัดออกไปกี่ครั้ง

ไม่ว่าจะถูกเป้าหมายหรือไม่

เขายังคงโจมตีต่อไป

เพราะเขาเชื่อว่าในที่สุดแล้วด้วยพลังโจมตีต่อเนื่องนี้ศัตรูจะต้องพังทลายเพราะเจตจำนงและพลังของเขา

“เจ้าไม่รู้จักแม้กระทั่งพลังของโลกและแหล่งของพลัง  ก็ไม่ต่างอะไรกับโคถึก ทำอย่างนั้นไม่มีความหมายเลย  แต่เนื่องจากนี่เป็นทางเลือกของเจ้า  ในฐานะคู่ต่อสู้ข้าไม่สนใจ”  มารดาผู้ลึกลับรั้งมือกลับ นางใช้พลังชีวิตเปลี่ยนพื้นที่โลกแกนสมดุลกลายเป็นทะเลดอกไม้สีชมพูคลุมรอบตัวเทียนอี้ กฎพื้นฐานในที่ทะเลดอกไม้คือการสร้างชีวิตตรงข้ามกับการทำลายล้างก่อนที่เทียนอี้จะเจาะลึกเข้าใจความลึกลับของแหล่งที่มาแห่งชีวิต  เขาจะไม่สามารถออกจากโลกดอกไม้ที่ดูเหมือนเปราะบางนี้ได้อย่างราบรื่น

“ทำลาย”เทียนอี้เชื่อมั่นว่าพลังที่เขาเชี่ยวชาญจะทำลายทุกอย่างได้

พลังเทพของเขาทำลายทะเลดอกไม้

แต่ดอกไม้กลับมีเพิ่มมากขึ้น

ในการทำลายชีวิตใหม่

เทียนอี้เหมือนกับยักษ์ใหญ่ที่ไม่เคยรู้วิธีเหวี่ยงหมัดได้แต่เหวี่ยงหมัดไปมาในทะเลดอกไม้

จื้อไจ้เทียนหลั่งน้ำตาและเขารู้ว่าเจ้านายตนเองตกอยู่ในความหลงงมงายและมองว่าทุกอย่างเป็นเพียงภาพลวงตาไม่เชื่อใครนอกจากตัวเขาเอง อย่างไรก็ตามเขาไม่สามารถช่วยเจ้านายไม่สามารถทนดูได้  ในสภาพที่หวาดระแวง  อะไรก็ตามการต่อต้านเจตจำนงของเจ้านายจะถือเป็นข้อผิดพลาดไม่สามารถแก้ไขได้เลย

สายตาของเขามองผ่านเย่ว์ไตตันข้างหน้าและมองดูสหายของเขาจิวจื้อเทียนกำลังต่อสู้กับนางพญาเฟ่ยเหวินหลีอย่างเจ็บปวด

บางทีจิวจื้อเทียนต้องการตายตอนนี้

แต่

นั่นเป็นแค่ความคาดหวัง

การยั่วยุและการต่อต้านนางพญาผู้พิชิตทั้งหมดจะทำให้ผลลัพธ์ออกมาน่าสมเพช และจิวจื้อเทียนไม่มีความคาดหวัง

“ขอบคุณเจ้า”จื้อไจ้เทียนพยักหน้าให้เย่ว์หยาง “ขอบคุณที่เจ้ายังพยายามให้เกียรติข้าแม้ว่าเราไม่ใช่สหายที่ดีต่อกัน แต่อาจกล่าวได้ว่าเป็นศัตรูที่ดี”

“พักผ่อนอย่างสงบเถอะยุคสมัยของท่านจบแล้ว” เย่ว์หยางถอนหายใจ

“ลาก่อน”จื้อไจ้เทียนหันกลับไปมองเทียนอี้อีกครั้ง

เขาหันกลับมาน้ำตานองหน้าโดยไม่มีการต่อต้าน

วิญญาณของเขา

หดตัวลงในภายใต้พลังของเทพชะตาของเย่ว์หยางจนเหลือขนาดเท่าจุดแสงเล็ก  เย่ว์หยางใช้มือจับวิญญาณจื้อไจ้เทียนร่างของจื้อไจ้เทียนค่อยๆ ถูกทำลายภายใต้กฎสวรรค์กลืนกินของโลกแกนสมดุลศัตรูผู้ภักดีต่อเจ้านายถูกผนึกอยู่ในกำแพงปราณ

จิวจื้อเทียนยังคงต่อสู้กับความเจ็บปวด

หากปราศจากการให้อภัยจากเฟ่ยเหวินหลีเขาจะต้องรับการลงโทษต่อไป.... แม้ว่าจะถูกตัดสินให้หลับใหลอย่างยาวนาน แต่ก่อนหน้านั้นเขาต้องทนทรมานอย่างไร้ขอบเขตเพื่อไถ่บาปจากการเข่นฆ่าที่ก่อไว้ในอดีต

“น่าขนลุก  เจ้าใส่หมวกใบใหญ่ขนาดนั้น หัวโตขนาดนั้นเจ้าไปฆ่าคนอื่นมาจากไหน?” มังกรปีศาจรู้สึกชิงชัง

มีค้อนอยู่ในตัวของเขา

แม้แต่กระดูกก็ถูกทุบอย่างนี้จะไม่ให้ร้องได้หรือ? นี่แหละคน!

ในเวลานี้ฉงฉีมองไปที่พี่ใหญ่มังกรปีศาจด้วยใจชื่นชมและกระตือรือร้นต่อให้มังกรปีศาจพังพาบอยู่บนพื้นเหมือนกับดินเหลว เขาก็ยังดูหล่อเสมอ

ทั่วทั้งโลกแกนสมดุลยังคงมีกฎสวรรค์จากตำหนักกลางนับพันอยู่ แต่แสงเทพที่มีรัศมีเป็นหมื่นภายใต้เจตจำนงของจักรพรรดิหัวซิ่วรี่(เย่เมิ่ง) และจักรพรรดินีราตรีค่อยๆ สลายจางลง องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนมีดาบเทพพยัคฆราชและดาบเทพชะตาจากนั้นสุ่ยอู๋เหินกับหมิงเยี่ยกวงช่วยรับมือโดยใช้โล่เทพชะตาสร้างผลกระทบต่อกฎสวรรค์ของตำหนักกลางศักดิ์สิทธิ์ตลอดเวลา  จุ้ยมาวอี้ถือง้าวชะตาเข้าร่วมขณะที่ควงค้อนชะตาไม่หยุด อาหงใช้แส้ชะตาจากท้องฟ้า

เย่ว์หวี่อยู่ข้างหลังเล็กน้อยถือไม้เท้าเทพชะตา

โล่วฮัวยืนอยู่ด้านข้างนาง

นิ้วเรียวยาวดุจหยก

สวมแหวนเทพชะตาแทนเสวี่ยอู๋เสีย

เสวี่ยอู๋เสียเป็นผู้กำหนดแผนการต่อสู้ทั้งหมดนางถือมุกเทพชะตาขยายสนามพลังด้วยสำนึกเทพและเริ่มผนึกวิหารด้วยพลังปัญญาที่ไร้เทียมทาน...จื้อจุนรออยู่นานและพบว่าไม่มีความคืบหน้า นางแค่นเสียง  “พิรี้พิไรมากความจริงๆ  หลีกไปก่อน”

นางถือผนึกเทพชะตาลอยขึ้นไปในท้องฟ้าร่วมกับเจ้าแม่จันทราเปลี่ยนโลกแกนสมดุลเป็นสีขาวกับดำ

กฎของจื้อจุนครอบงำทุกอย่าง

ปัง!

เส้นทางเชื่อมวิหารแรกกับวิหารที่สองถูกจื้อจุนทำลายทันที

ใจกลางฝ่ามือของเสวี่ยอู๋เสียส่องแสงสว่างฉายไปที่ตำหนักกลางข้างหน้าโดยอัตโนมัติ

ประตูกลางเปิดออกทันที

เมื่อสูญเสียเจตจำนงสนับสนุนของเทียนอี้ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะต้านทานสาวๆ ได้เป็นเวลานานวิหารที่หนึ่งประกาศว่าถูกทำลาย องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนรีบวิ่งนำหน้าเข้าไป นางพบว่านักรบสามเผ่าพันธุ์ใหญ่ของหอทงเทียนกำลังดิ้นรนต่อสู้อย่างหนักนางตวาดพร้อมกับชูดาบเทพพยัคฆราชเรียกสายฟ้านับพันสายโจมตีไปที่นักรบประจำตำหนักกลางทั้งหมดกลิ่นเนื้อไหม้โชยคุกรุ่น

“เฮ้.....”นักรบหอทงเทียนเมื่อเห็นฉากภาพนี้ ต่างดีใจแทบคลุ้มคลั่ง

ราชันย์ปีศาจใต้และหมิงเยี่ยกวง

รวมทั้งเย่ว์ปิงอี้หนานและหลิวเย่ต่างติดตามเข้ามา พวกนางพยายามจะขึ้นหน้าเป็นที่หนึ่งให้ได้อาหงรวดเร็วที่สุด พอเข้าวิหารที่หนึ่งก็รีบผ่านไปวิหารที่สอง

ที่ด้านนอกสุ่ยอู๋เหินเข้าไปสมทบกับแม่สี่  พวกนางยืนอยู่นอกสนามรบรอคอยอย่างเงียบงันในใจพวกนางคิดว่าแค่มีเย่ว์หยางกับมารดายังสาวก็เพียงพอรับมือแล้ว

กฎสวรรค์ได้รับการยอมรับแต่แม่สี่ไม่ได้ยกเลิกการทำสัญญาคัมภีร์เทพยังลอยอยู่ข้างๆ นาง

เมื่อเห็นว่ากระบวนการดำเนินไปอย่างราบรื่นเสวี่ยอู๋เสียและองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนผนึกกำลังบุกฝ่าวิหารที่หนึ่งทันที

ใบหน้าของพวกนางมีรอยยิ้มที่พอใจ

พวกนางยิ้มหวาน

เมื่อผ่านวิหารแรกได้วิหารที่สองก็ง่ายดายขึ้น

เนื่องจากจักรพรรดิหัวซิ่วรี่และจักรพรรดินีราตรีใช้พลังสะกดข่มไว้  จื้อจุนและเจ้าแม่จันทราโจมตีใส่ตำหนักวิหารกลางที่ไม่มีพลังช่วยเหลือแต่ละวิหารจึงค่อยๆ ถูกทำลาย  ในช่วงแรกๆต้องเปลืองมือเปลืองเท้า พอมีคนที่ได้รับการช่วยเหลือเพิ่มนักรบสามเผ่าพันธุ์ใหญ่จากหอทงเทียนภายใต้การนำของมารสัมฤทธิ์ฟ้าและจักรพรรดิมังกรเหมือนกับกระแสน้ำหลากเข้าโจมตีแต่ละวิหารในตำหนักกลาง

“ฆ่ามันฆ่ามัน” ฉงฉีผู้บ้าเลือดก่อนหน้านี้ไม่สามารถบุกเข้าวิหารในตำหนักกลางได้ทำได้แต่สู้กับถานไถถูเมี่ย ในที่สุดตอนนี้เขาได้เข่นฆ่าเต็มที่

“เจ้าพวกนี้เป็นของข้า  ข้าร่วมด้วยช่วยอีกคน”  มังกรสองหัวกู่อั๋งต้องสู้เพื่อชีวิตถ้าเขาไม่พยายามให้หนักในตอนนี้จะให้ทำเมื่อไหร่?

“ข้ามาแล้ว!” สาวน้อยกิเลนปิงหยินผู้น่ารักวิ่งตะลุยเข้าใส่พร้อมกับปล่อยหมัดน้อยๆนำหน้า

มีประตูวิหารมากมายที่ยังไม่เปิดถูกนางขวิดกระแทก

ต้องบอกว่า

เรื่องการใช้หัวทำลายประตูวิหารนางทำได้ดีกว่าองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนใช้ดาบเทพเสียอีก

“ยอมแพ้เรายอมแพ้แล้ว!”เทพสังหารถูซื่อและน้องชายถูว่านกลัวจนหน้าซีด

“เร็วเกินไปหรือเปล่าที่มาจำนนเอาในเวลานี้?”จักรพรรดิทองและจักรพรรดิอสูรผู้ยิ่งใหญ่จากแดนสวรรค์บนมองหน้าและยิ้มสถานการณ์พัฒนามาถึงจุดนี้ได้ พวกเจ้าแค่บอกว่าขอยอมแพ้  แน่ใจนะว่าพวกเจ้าไม่ได้ล้อเล่น?

“.....”ถูซื่อและถูว่านมีสีหน้าลำบากใจ

ก็เมื่อครู่นี้

ชีวิตผู้น้อยยังตกอยู่ในเงื้อมมือของเทียนอี้

อย่าว่าแต่ยอมแพ้เลยแค่มีความคิดเล็กน้อยอาจตายอย่างไม่มีที่กลบฝัง

รอจนเทียนอี้ติดอยู่ในทะเลดอกไม้วิหารในตำหนักกลางแตก พวกเจ้าถึงค่อยกล้าพูดยอมแพ้อย่างนั้นหรือ?

“ตาย!”  ฉงฉีคำรามอย่างดุร้ายพลางกระโดดลงมาที่พื้นบัดซบ เขาอุตส่าห์ถอนสถานะอสูรอมตะเหมือนกับถอดกางเกงทิ้งพวกเจ้ายังกล้าพูดอย่างนี้หรือ?

“สวะจริงๆ”  ประมงเฒ่าปวดหัวเมื่อเห็นเรื่องตลกนี้

โชคดีที่มีคนคอยควบคุม

มีเด็กหนุ่มตระกูลเย่ว์คอยจัดการเรื่องยุ่งๆนี้ได้ไม่ว่าจะดีหรือชั่วก็ตาม

ในทะเลดอกไม้เทียนอี้ยังคงระดมยิงโจมตีโดยรอบตัวอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยพลังของเขาสามารถทำลายทะเลดอกไม้ได้ในทันทีแต่ในพริบตาทะเลดอกไม้ก็เกิดใหม่อีกครั้ง

“การประลองชะตาควรจบลงแค่นี้สู้ต่อไปก็ไม่มีความหมาย” มารดาผู้ลึกลับเห็นว่าวิหารสุดท้ายถูกเสวี่ยอู๋เสียและองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนทำลายนักรบประจำวิหารคนสุดท้ายถูกกลุ่มเจ้าอ้วนไห่ถล่ม นางส่ายหน้าและโบกมือส่งสัญญาณให้เทียนอี้ที่บ้าคลั่งหยุดการต่อสู้   “เจ้าไปเสียเถอะ เจ้าสามารถมีชีวิตอยู่ได้ในฐานะศัตรูที่เป็นพยานในการเลื่อนระดับเป็นเทพจอมราชันย์ของข้า หวังว่าคำแนะนำของข้าจะทำให้เจ้าเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้  ในฐานะผู้เข้าต่อสู้ที่ได้ฝึกปรือมา เทียนอี้เจ้าไม่ได้ด้อยความสามารถ เจ้ามีดีพอ เพียงแต่ถือทิฏฐิมากเกินไป...”

“อย่ามาใช้คำพูดหลอกลวงข้าเลย”แม้ว่าวิหารในตำหนักกลางจะพังทลายไปหมดแล้วแต่สีหน้าของเทียนอี้ยังคงแสดงความมั่นใจไม่เปลี่ยนแปลง

“ผลแพ้ชนะถูกกำหนดไว้แล้ว”มารดาผู้ลึกลับไม่อยากพูดต่อ

“ไม่ข้าจะไม่มีทางยอมรับ” เทียนอี้ยืนกราน

“นั่นก็ดีแล้วตอนนี้ให้ข้าสอนเจ้า ผู้ที่เรียกว่านักสู้อันดับหนึ่งในแดนสวรรค์” นางพญาเฟ่ยเหวินหลีผู้เหนื่อยล้าจากการต่อสู้หลายครั้งลากดาบของนางและเข้าไปในทะเลดอกไม้

“อาศัยเจ้าน่ะหรือ?”เทียนอี้ดูแคลนนาง หากนางไม่ได้รับบาดเจ็บ นางพญาผู้พิชิตนี้ก็คงน่าเกรงขาม แต่ตอนนี้แม้แต่เด็กน้อยก็สามารถโค่นล้มนางได้ด้วยหมัดเดียว  อย่างไรก็ตามแม้ว่าเขาจะรู้ว่านางพญาเฟ่ยเหวินหลีไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขาเทียนอี้ไม่คิดจะฆ่าศัตรูเพิ่มอีกคนหนึ่ง ในสายตาของเขามีเพียงศัตรูที่ตายแล้วเท่านั้นที่เป็นศัตรูที่ดีที่สุด

“ถูกแล้วอาศัยข้านี่แหละ!”  เฟ่ยเหวินหลีเงื้อดาบอย่างยากลำบาก

และฟันลงทันที

เทียนอี้ไม่เคลื่อนไหวปัดป้อง

เขาเหยียดนิ้วตามปกติแสงเทพพุ่งขึ้นราวกับจรวดเข้าที่ร่างของเฟ่ยเหวินหลี

เฟ่ยเหวินหลีไม่หลบบางทีพลังที่จะหลบนางใช้ไปกับการเหวี่ยงดาบในมือ ราวกับจะห้ำหั่นศัตรูให้ได้

แสงเทพนั้นเร็วกว่าดาบศึกเป็นพันเท่า

แต่เรื่องที่น่าแปลกก็คือ

ขณะที่ดาบฟันลงไปที่ไหล่ของเทียนอี้แต่แสงยังมาไม่ถึงใบหน้าของเฟ่ยเหวินหลี

“เป็นไปไม่ได้!” เทียนอี้มองดูไหล่ที่มีหลั่งเลือดเทพสีทองด้วยความเหลือเชื่อ  เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเขาสวมเกราะเทพแต่ไม่อาจปกป้องต้านทานดาบของศัตรูได้ เขายิ่งไม่อยากเชื่อเลยว่าแสงเทพของเขาพลาดท่ายิงศัตรูไม่ถูก  เมื่อเขามองอย่างพิจารณา เขาพบว่าแสงเทพของเขาค่อยๆเคลื่อนเข้าไปในทะเลดอกไม้ มันทำลายทุกอย่างในระหว่างทาง แต่ปล่อยให้ทะเลดอกไม้บานใหม่ที่ขวางทางชะลอให้ความเร็วช้าลงและสุดท้ายเหลือความเร็วที่ไม่ต่างจากทากคลาน

บึ้มบึ้ม บึ้ม แสงเทพทำลายที่ไร้เทียมทานยังมาไม่ถึงเฟ่ยเหวินหลี

ก็หายไป

หายไปไม่เหลือร่องรอย

นางพญาเฟ่ยเหวินหลียิ้มให้เขาอย่างเย็นชา “พลังทำลายล้างของเจ้านั้นยิ่งใหญ่กว่าสิ่งที่เจ้าสร้างและพลังนิรันดร์ เจ้าตำหนักสูงสุดอย่างเจ้าไม่รู้ว่าพลังนิรันดร์ที่แท้จริงคืออะไร ช่างน่าสมเพชนัก!”

นางพูดจบก็หันหลังและทิ้งดาบศึกในมือนาง “ปรากฏว่านักสู้อันดับหนึ่งของแดนสวรรค์ก็แค่หนอนที่น่าสมเพชข้าไม่สมควรสู้ด้วยเลย!”

เทียนอี้รู้สึกอับอายที่สุดในชีวิต

ไม่มีอะไรน่าอายมากไปกว่านี้แล้ว

ศัตรูหยุดสู้เพราะดูถูกตัวเขาและรู้สึกว่าพวกเขาไม่อยากลดตัวลงมาสู้ด้วย

“น่ารังเกียจนักเจ้ามีพลังไม่ถึงครึ่งหนึ่งของข้า มีสิทธิ์ใดมาทำให้ข้าต้องอับอาย”  เทียนอี้ไม่สามารถห้ามความโกรธได้แม้ว่าเขาจะพยายามควบคุมอย่างเต็มที่ แต่ความโกรธก็ยังพลุ่งออกมาจากใจของเราราวกับภูเขาไฟระเบิด

“เจ้าเป็นหนอนที่น่าสมเพชแน่นอน”เย่ว์หยางปรากฏตัวที่ด้านหลังของเขาและพยักหน้าเห็นด้วย  “หนอนที่น่าสมเพชที่มีพลังมหาศาล”

“เจ้าว่าอะไรนะ?”  เทียนอี้โมโห

“เมื่อข้าทุบเจ้าจนจำแม่ไม่ได้แล้วข้าจะบอกเจ้า!”  เย่ว์หยางมือจับคอเทียนอี้พร้อมกับยิ้ม ศัตรูที่ทรงพลังอย่างยิ่งที่เคยทุบตัวเขาลงไปนอนก่อนหน้านี้อย่างรุนแรงเหมือนกับยักษ์ที่บดขยี้คนแคระน้อยเขายกเทียนอี้จนสุดมือและทุ่มกับพื้นผิวทะเลดอกไม้

ระดมหมัดต่อยเหมือนสายฝน

ทั้งหมัดและเท้า

เสี่ยวเหวินหลีออกมาร่วมสนุกด้วย

ทั้งสองร่วมมือกันเอาทุบตีเอาชนะเทียนอี้ซึ่งมีพลังเทพมากมาย

เป็นไปไม่ได้นี่เป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอนเห็นได้ชัดว่ากำลังของฝ่ายตรงข้ามไม่ถึงหนึ่งในสิบของเขา ศัตรูอ่อนแอและข้าแข็งแกร่งทำไมเขาถึงถูกข่มได้?  นี่คือความฝัน?  องค์หญิงเย่เมิ่ง (หัวซิ่วรี่)เล่นกลเขาหรือเปล่า? หรือเป็นภาพลวงตาของมารดาเย่ว์ไตตัน?

“ก่อนหน้านี้เจ้าทุบตีข้าไว้ใช่ไหม?  ตอนนี้ข้าคุณชายขอคืนให้เจ้าทั้งหมด!” เย่ว์หยางคว้าตัวเทียนอี้อย่างไม่ใส่ใจและตบหน้าเทียนอี้ “นี่แค่ดอกเบี้ย!”

“ฝันไปแน่ๆ!”  เทียนอี้ไม่ยอมรับความจริงเรื่องนี้

“ฮะฮะเจ้านึกว่านี่คือความฝันหรือ! นี่เป็นความฝันแบบเดียวกับการฝึกฝนในแดนฝึกฝนด่านที่สิบพลังเทพขนาดมหึมานั้นมีอยู่จริง เจ้าตำหนักสูงสุดเทียนอี้ เจ้าค้นพบหรือยัง?  เจ้าไม่ได้เป็นอะไรเลยนอกจากหนอนที่น่าสมเพช!  เจ้ามีแต่พลังทำลายล้างแต่เจ้าไม่มีพลังสร้าง ไม่ต้องพูดถึงพลังนิรันดรที่แท้จริง!  เจ้าไม่มีพลังนิรันดร์ที่เป็นของเจ้าเลยเจ้าเหมือนเป็นแค่คนง่อยที่ไม่มีมือมีเท้าเดินอย่างเดียวและหลงผิดคิดท้าชิงตำแหน่งเทพจอมราชันย์  เจ้ากำลังฝันไป!”  เย่ว์หยางด่าทอเทียนอี้อย่างไม่เกรงใจ

“พอเถอะไม่จำเป็นต้องทำให้อีกฝ่ายต้องอับอาย ไม่ว่าเขาจะทำอะไรก็ตามอย่าหัวเราะเยาะความพยายามของคนอื่นไม่เพียงแต่เขาเท่านั้นแต่ยังมีอีกหลายคนที่พากเพียรอย่างหนักเพื่อสิ่งนี้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเราควรจะเผชิญหน้าตรงๆ” มารดาผู้ลึกลับบอกว่าเทียนอี้แค่พยายามผิดทิศทาง นางไม่ได้ดูถูกอีกฝ่าย   ไม่มีการเยาะเย้ยฝ่ายตรงข้ามนางให้เกียรติต่อความพยายามทั้งหมดของพวกเขาจากก้นบึ้งหัวใจ ไม่ว่าเขาจะถูกหรือผิด

“......”เทียนอี้ยืนขึ้น

เขาพบว่าอาการบาดเจ็บของเขาหายเป็นปกติเหมือนเดิมทันทีและเขากลับคืนความมั่นใจอีกครั้ง  “นี่เป็นความฝันเจ้าไม่มีทางทำให้ข้าใจหวั่นไหวได้

เย่ว์หยางยักไหล่ผายมือ  “สำหรับเจ้า นี่เป็นความฝันและเป็นฝันร้ายที่เจ้าไม่กล้าตื่นขึ้นมา หากปราศจากการสร้างเจ้าจะไม่สามารถเข้าใจความหมายที่แท้จริงของชีวิตเจ้าจะไม่มีความนิรันดร์ไม่ว่าเจ้าจะมีพลังเทพมากมายขนาดไหนก็ตามแต่ก็เป็นเพียงพลังที่คนอื่นมอบให้เจ้าเท่านั้น ปราสาททรายที่ซับซ้อนกันแบบนี้มีพลังเพียงผิวเผินไม่สามารถทำให้เป็นสิ่งก่อสร้างที่สง่างามได้ จงฝันต่อไปเถอะเทียนอี้ เราหายกันแล้ว ข้าไม่โกรธเจ้าอีกต่อไปแล้ว...”

ศัตรูที่เย่ว์หยางมีความเกลียดชังที่สุดในชีวิตจู่ๆ เขาก็พบว่าศัตรูของเขาตกอยู่ในสถานการณ์น่าสมเพชมาก

เขาจะไม่ทะเลาะโจมตี

แต่จะปล่อยไป

เพราะการรุกรานมากเกินไปจะปลุกความหวาดระแวงของศัตรู

แม้ว่าความเป็นไปได้จะมีน้อยมากแต่เขาไม่เต็มใจจะเสี่ยง

“หยุดนะ”เทียนอี้เห็นเย่ว์หยางเก็บพลังเทพชะตาและหันกายเดินจากไปเหมือนกับเฟ่ยเหวินหลี  ความอัปยศอดสูในใจของเขายิ่งมากกว่า เขายอมถูกศัตรูทุบลงไปนอนกับพื้นดีกว่าจะเห็นศัตรูละเลยไม่สนใจเขา

“ลาก่อนเทียนอี้!  ในชีวิตของข้าเจ้าเป็นแค่คนผ่านทางเท่านั้น” เย่ว์หยางรู้สึกว่าเจ้าผู้นี้ค่อนข้างแข็งแกร่ง แต่ก็น่าสมเพชเกินไป  เขาไม่รู้ว่าเริ่มตั้งแต่เมื่อไหร่เขากักตัวไว้คนเดียวจนกระทั่งไม่นานมานี้ก็ตกหลุมพรางของตงฟางอย่างเต็มที่  ถ้าเป็นคนอ่อนแอก็ไม่เป็นไร แต่เป็นผู้แข็งแกร่งระดับเทพที่มีพลังเทพและมีสติปัญญาอันยอดเยี่ยมอย่างไม่มีใครเปรียบได้...คนอื่นจะพูดอะไรได้?

หัวเราะเยาะหรือสงสารเห็นอกเห็นใจ?

ใช่แล้วช่างมัน ลืมมันไปเสียเถอะ

ไม่ต้องไปสนใจเขา

เพื่อไม่ให้เป็นการทำร้ายจิตใจน้อยๆที่บอบบางของผู้แข็งแกร่งอันดับหนึ่งของตำหนักกลางศักดิ์สิทธิ์เขาถือว่าเป็นเรื่องบังเอิญที่ผ่านมาเจอ!

อีกด้านหนึ่งเจตจำนงของเทพบรรพตมีอาการผันผวนเช่นเดียวกับทะเลมรณะ  แม้แต่ประตูเทพก็สั่นไหวเล็กน้อย และเพิ่มขึ้นมารดาผู้ลึกลับปล่อยตนเองให้อยู่ในร่างเทพที่ขยายตัวอย่างไม่จำกัดในแสงเทพ

นี่คือการยอมรับอย่างเป็นทางการของกฎสวรรค์โบราณ

การประลองชะตาจบลงแล้ว

ชัยชนะ

ตกเป็นของนางนับแต่วินาทีนี้นางจะเป็นเทพราชันย์แห่งโลกแกนสมดุลคนใหม่!

******* ****

จบบทที่ ตอนที่ 1394 ชนะหรือพ่ายแพ้ถูกกำหนดไว้แล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว