เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1361 ฝันก็คือฝัน

ตอนที่ 1361 ฝันก็คือฝัน

ตอนที่ 1361 ฝันก็คือฝัน


เย่ว์หยางหลับไป

เขานอนกอดเทพธิดาเสรีภาพอย่างมีความสุขก่อนจะหลับมือเขายังโอบตัวนางไม่คลาย

ในความฝันดูเหมือนเขาถูกบางอย่างดึงดูดเรียกหาเหมือนเป็นพลังอัญเชิญก่อนที่เย่ว์หยางจะคิดได้ว่าเกิดอะไรขึ้นเขาตกมาอยู่ในมิติลวงของจักรพรรดิหัวซิ่วรี่แตกต่างจากการตกลงไปในทะเลสาบเมื่อตอนครั้งแรก คราวนี้เขาตกลงบนพื้นแข็ง ในเสี้ยววินาที เด็กหนุ่มข้ามโลกหมุนตัวตีลังกาเอาเท้าลงพื้นอย่างแผ่วเบา

ปฏิกิริยาท่าทางเช่นนี้กรรมการตัดสินกีฬายิมนาสติกคงให้คะแนนเต็มสิบ!

เย่ว์หยางพอใจกับท่าทางของเขามาก

เขาไม่สามารถเสียมารยาทต่อหน้าฝ่าบาทได้

แม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่านางมองตัวเขาอยู่หรือไม่แต่เมื่อทำได้ดีสมควรมีคะแนนพิเศษย่อมถูกต้องไม่ใช่หรือ?

“เจ้าเด็กเหลวไหล วันทั้งวันเจ้ามัวแต่ทำอะไร?”  เสียงของจักรพรรดินีราตรีตวาดแว้ดกรอกหูเขาทำเอาเขาตกใจสะดุ้งโหยงตัวลอย

“ข้า....” เด็กหนุ่มข้ามโลกพบว่าในเวลานี้ตัวของเขาเองเปลือยทั้งร่างไม่มีแม้แต่ด้ายเส้นเดียวปิดกาย  ไม่เพียงแต่ยืนอยู่ต่อหน้าจักรพรรดินีราตรีเท่านั้น  แต่ที่บนพื้นมีชายชราร่างผอมเหมือนไม้ฟืนเขาอับอายทันทีรีบดึงเสื้อผ้าออกมาสวมใส่ทันที

ในขณะที่เขารีบใส่กางเกงเขาโน้มตัวไปทางจักรพรรดินีราตรีและถาม “ตาแก่นี่เป็นใคร?ดูไม่ค่อยเป็นมิตรสักเท่าไหร่!”

จักรพรรดินีราตรีอยากจะเตะเจ้าเด็กบ้านี่ให้ลอยไปถึงสวรรค์เก้าชั้นฟ้ายิ่งนักเพียงแต่ในขณะนี้ศัตรูยังอยู่ต่อหน้า นางได้แต่ดุด่า  “เหลวไหล เขาคือราชันย์ไร้ใจ!”

เย่ว์หยางตกใจอีกครั้ง

เขาดึงกางเกงยังไม่เสร็จก็รีบไปซ่อนอยู่หลังจักรพรรดินีราตรี “หัวหน้าใหญ่ที่อันตรายขนาดนี้เอามาไว้ในวังเทียนหลัวได้ยังไง? ฝ่าบาท?”

จักรพรรดิหัวซิ่วรี่เห็นท่าทางรุ่มร่ามของเจ้าเด็กนี่รู้สึกอยากจะเอารองเท้าขว้างหัวยิ่งนัก

น่าขายหน้านัก!

ถ้ารู้เร็วกว่านี้คงไม่ดึงเขาเข้ามาในดินแดนฝันมิติลวงแน่!

เด็กหนุ่มข้ามโลกรีบนุ่งกางเกงกระชับทันทีและเตรียมพร้อมต่อสู้“ลงมือสู้กับหัวหน้าใหญ่ เราคุณชายมีวิธีสู้ ดูข้าจะเอาชนะเขาให้ได้ คอยดู!” จักรพรรดินีราตรีอดกุมขมับไม่ได้ แสร้งทำเป็นไม่รู้จักเจ้าเด็กงี่เง่านี่ถ้าอยากเอาชนะเขาก็รีบเลย เจ้าคิดว่าราชันย์ไร้ใจสร้างขึ้นจากเต้าหู้หรือ?

“น่าเบื่อ น่ารำคาญ!”  ราชันย์ไร้ใจชี้นิ้วทันที

พลังเทพระเบิดประกายแสงออกมาเป็นล้านๆ สาย  ทะเลแสงครอบคลุมไปทั้งท้องฟ้าและแผ่นดินทันที

เขาไม่รู้ว่าดินแดนแห่งความฝันหรือวังเทียนหลัวเป็นของจริง  จักรพรรดินีราตรีจะต้องถูกกำจัดให้หมดเย่ว์ไตตันและโล่ดวงดาวจักรพรรดิหัวซิ่วรี่ที่อยู่ในอิริยาบถสบายหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย   ยกเว้นชายชราที่นั่งขัดสมาธิอยู่กับที่...ผ่านไปนานในความว่างเปล่าที่แตกเป็นเสี่ยงๆ มีรังสีของเจตจำนงโบราณซึ่งแผ่ออกมาจากปลายที่ห่างไกลทำให้ชายชรารู้สึกได้อย่างชัดเจน

ปากของชายชรากระตุกเล็กน้อยเป็นการเยาะเย้ย  “ไม่ต้องให้เทียนอี้ลงมือเราผู้เฒ่าคนเดียวก็ทำลายหอทงเทียนได้ทั้งหมดไม่ต่างอะไรกับตั๊กแตกที่พยายามหยุดล้อรถน่าขันนัก!”

ร่างของเขากลายเป็นแสงเทพ

เขาพุ่งไปในช่องมิติว่างที่แตกสลายอย่างรวดเร็วและบินไปข้างหน้าตามทิศทางที่เปิดเผยโดยเจตจำนงโบราณ

ที่นี่ ทางเข้าแดนล่มสลายแห่งทวยเทพที่คนระดับบนของตำหนักกลางศักดิ์สิทธิ์รู้ดีนอกจากผู้พิทักษ์ทางเข้าแล้วสิ่งที่ทำให้ผู้เข้มแข็งแห่งตำหนักกลางศักดิ์สิทธิ์รู้สึกลำบากใจก็คือขีดจำกัดโบราณที่อยู่ภายใน  หากไม่มีคำแนะนำ ไม่มีใครสามารถส่งข้อมูลสอนการเข้าไปได้ดี มิฉะนั้นผลลัพธ์ของการรอคอยอาจจะเป็นเวลายาวนานหลายหมื่นปีทั้งเวลาก็ถูกจำกัด

ราชันย์ไร้ใจรอคอยมาอย่างยาวนาน  เป้าหมายทั้งหมดไม่ใช่การวางแผนของตงฟาง

ในสายตาของขามีเพียงคนเดียว

นั่นคือเทียนอี้

บุรุษอันดับหนึ่งของตำหนักกลางศักดิ์สิทธิ์เจ้าตำหนักสูงสุดเทียนอี้!

ก่อนการต่อสู้ครั้งนี้เทียนอี้ได้ทำสัญญากับเทพเหล่าอื่นตกลงที่จะร่วมมือกันในการสำรวจและแบ่งปันผลกำไรจากแดนล่มสลายแห่งทวยเทพแต่ละคนจะได้รับสิ่งที่พวกเขาต้องการและแบ่งปันผลกำไร

ถ้าไม่ใช่เจ้าตำหนักสูงสุดเทียนอี้ราชันย์ไร้ใจไม่เคยสงสัยเลยว่าเขาคนเดียวสามารถทำลายหอทงเทียนทั้งหมดได้ แน่นอนว่าการกระทำเช่นนั้นจะก่อให้เกิดบาปครั้งใหญ่ อาจทำให้นักสู้ยุคโบราณจากหอทงเทียนโกรธและก่อให้เกิดภัยพิบัติที่มิอาจคาดเดาได้ดังนั้นเขาจะประสานงานร่วมกับตงฟางอย่างใจเย็น ตงฟางจะต้องเป็นคนเสียสละและเผชิญกับหายนะของสงครามครั้งนี้

คิดจริงๆหรือว่าราชันย์ไร้ใจซึ่งอยู่บนเขากวงหมิงจะปล่อยให้มดตัวน้อยจากหอทงเทียนชั้นต่ำมาท้าทายได้?

น่าขัน!

ด้วยความตั้งใจเคลื่อนไหวของราชันย์ไร้ใจเขาทอดทิ้งเรื่องเล็กน้อยอย่างนี้ทันที

ในชีวิตของเขา ไม่รู้ว่ามีผู้ท้าทายเขามากมายเพียงไหนและไม่รู้ว่าพบจุดจบไปแล้วเท่าใดตราบใดที่ผู้แพ้ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตนิรันดรเขาไม่จำเป็นต้องจำ  สำหรับหอทงเทียนทั้งหมด เขาไม่จำเป็นต้องจดจำจักรพรรดิอวี้เขาไม่จำเป็นต้องจำ องค์หญิงประกายดาวเขาก็ไม่ต้องจำไม่จำเป็นต้องจำแม้แต่อัจฉริยะที่ผิดธรรมดาอย่างเย่ว์ไตตัน ซึ่งหมื่นปีจะมีปรากฏไม่มีอะไรน่าจดจำ สิ่งเดียวที่น่าสังเกตก็คือนางพญาผู้พิชิต นางอาจเป็นตัวแปร

แน่นอนว่านางพญาผู้พิชิตนี้อาจเป็นตัวแปร แต่ได้รับการแก้ไขแล้วจากเทียนอี้

นี่คือภารกิจของเขา

“หือ?” เขาผ่านมิติเวลาไปในที่ๆไม่รู้จักไปตามเส้นทางโบราณที่อันตรายอย่างยิ่ง ข้ามทางเดินเวลาก้าวละร้อยปี ข้ามพื้นที่ๆ ถูกจำกัด ด้วยเจตจำนงหอทงเทียนโดยเพ่งเล็งไปที่จิตใจของเทียนอี้ซึ่งเป็นผู้นำสูงสุดของตำหนักกลางศักดิ์สิทธิ์เพื่อนำทางตามเป้าหมายส่วนใหญ่  เขาตรงเข้าสู่จัตุรัสเวลาหลายหมื่นปีแต่ไม่เคยเห็นมาก่อน

ราชันย์ไร้ใจมองเห็นคนสองคนที่นั่น

ตรงทางเข้าจัตุรัสเวลา

นั่นไม่ใช่ศูนย์กลางอย่างเป็นทางการมันเป็นเพียงทางเดินซ้ายขวาและทางขวามีเทพที่ทรงพลังสองคนเผชิญหน้ากันอย่างระมัดระวัง

เจ้าตำหนักสูงสุดเทียนอี้ และนางพญาผู้พิชิตเฟ่ยเหวินหลีพวกเขาเข้าสู่สงครามไม่ใช่หรือ?  มิน่าเล่าคนที่เทียนอี้กังวลก็คือนางพญาผู้พิชิต นางแข็งแกร่งมากกว่าหมื่นปีก่อนมากทำให้ผู้คนไม่สามารถคาดหวังได้สูง

“เราผู้เฒ่ามาแล้ว นางพญาผู้พิชิตไม่ได้พบกันมานานคิดไม่ถึงเลยว่าจะหนีออกมาจากผนึกอมฤตได้ พลังของเจ้าไม่ถดถอยแต่กลับก้าวหน้าไปอีกขั้น!”  ราชันย์ไร้ใจเห็นนางพญาเฟ่ยเหวินหลีสีหน้าท่าทางของเขาไม่ได้ดูถูกคนเหมือนเมื่อก่อน สีหน้าของเขาดูสง่างามขึ้นมาบ้าง ไม่ใช่เทพชราที่นั่งอยู่บนพื้นอีกต่อไปแต่กลับยืดตัวตรงและเรียกบัลลังก์เทพออกมาอยู่ด้านหลัง  บัลลังก์เทพแห่งภูเขากวงหมิงอยู่ด้านหลังของเขาเปล่งรัศมีวนรอบร่างเทพที่สมบูรณ์แบบ

“ไสหัวไป!  ปีศาจเฒ่าเจ้าลืมรอยแผลที่สร้างความเจ็บปวดให้เจ้าไปแล้วหรือ?”  นางพญาเฟ่ยเหวินหลีอารมณ์ไม่ดี นางเอ่ยปากก็ด่าทอผู้คนทันที

“อาการบาดเจ็บในอดีตมีเราผู้เฒ่าคนเดียวเสียเมื่อไหร่? นางพญาบางคนโดนหมัดตอบโต้ของข้าจนได้รับบาดเจ็บด้วยเช่นกันไม่ใช่หรือ?”  ราชันย์ไร้ใจได้ยินคำพูดแล้วอดหัวเราะไม่ได้ ขณะเดียวกันเขาทำความเคารพต่อเทียนอี้เจ้าตำหนักสูงสุดที่ยืนอยู่ด้านหลังเขา

“สุนัขเฒ่าที่น่ารังเกียจ ลอบทำร้ายด้านหลังนั่นเป็นนักสู้ประสาอะไร!”  นางพญาเฟ่ยเหวินหลีแค่นเสียง “เจ้าต้องการเข้ามาในจัตุรัสต้องถามดาบของข้าดูก่อน!”

“เป็นพวกเรา!”  ราชันย์ไร้ใจแก้คำพูดให้ถูก  “ข้า เทียนอี้ และอีกหลายคน...”

“มาคนหนึ่ง ฆ่าหนึ่งคน” นางพญาเฟ่ยเหวินหลีแสดงความตั้งใจชัดเจน

จำนวนคนไม่เป็นปัญหา

ในเมื่อนางตั้งใจพิชิตแดนสวรรค์ทั้งหมดจำนวนศัตรูไม่ได้อยู่ในความคิดของนาง

ราชันย์ไร้ใจส่ายหน้าพูดอย่างไม่เห็นด้วย  “บางครั้งพลังของคนสองคนก็แข็งแกร่งกว่าคนๆเดียวมาก นั่นเป็นที่มาของคำว่าคนมากกว่าย่อมอุ่นใจของชาวหอทงเทียนเจ้าไม่ใช่หรือ?  นางพญาผู้พิชิต! ไม่มีใครสงสัยความแข็งแกร่งและความมุ่งมั่นของเจ้าแต่เจ้าไม่รู้ว่าเราได้กำหนดเตรียมการไว้ก่อนเจ้านานแล้ว”

“กำหนดอะไรกัน?” นางพญาเฟ่ยเหวินหลีงง

“เมื่อจักรพรรดิไร้เทียมทานจิ๋วซื่ออาละวาดอยู่ในแดนสวรรค์  ว่าที่เทพจอมราชันย์แห่งแดนสวรรค์บนได้ให้คนรุ่นก่อนทำการทำนายไว้เทพจอมราชันย์คนต่อไปจะไม่ใช่ลูกหลานทวีปมังกรทะยาน  ดังนั้นไม่ว่าเขาจะฝึกฝนหนักอย่างไรก็ตามจิ๋วซื่อมีโชคชะตาที่มิอาจสำเร็จได้ในอนาคตต้องถูกจองจำอยู่ในเจดีย์ดำอย่างหดหู่และไม่มีทางพบจุดจบที่ดี”  ราชันย์ไร้ใจชี้ไปที่นางพญาเฟ่ยเหวินหลีดวงตาเทพทอประกาย  “อย่างไรก็ตามเจ้าเมื่อเจ้ากล้าประกาศว่าจะพิชิตแดนสวรรค์อย่างหยิ่งผยองเราให้เจ้าได้ทดสอบอีกครั้ง และผลที่ตามมาจากคำทำนายของเทพโบราณก็กล่าวว่านั่นไม่ใช่ธิดาปีศาจ.... ผลเห็นได้ชัดเจน เจ้าถูกผนึกอยู่ในหลุมดำถ้าไม่ใช่เพราะโชคดีหนีมาได้ เจ้าอาจตายอย่างทรมานไปแล้ว!”

“ข้าไม่ใช่ตัวเลือกของเทพจอมราชันย์แล้วคนอื่นไม่ใช่หรือ?” นางพญาเฟ่ยเหวินหลีสีหน้าไม่เปลี่ยน

“ถ้าเจ้าต้องการพูดถึงอัจฉริยะในรอบหมื่นปีที่ชื่อว่าเย่ว์ไตตัน  อย่างนั้นข้าเสียใจด้วยเป็นอย่างมากถ้าไม่ได้เจ้าคอยช่วยหนุนหลังเขา เขาเป็นได้เพียงเศษขยะอารมณ์และรูปแบบการต่อสู้ของเขายังสู้จักรพรรดิอวี้ที่พ่ายแพ้ไม่ได้ด้วยซ้ำ  เจ้าเด็กขี้เรื้อนแห่งดินแดนชั้นต่ำ  บุรุษที่สำคัญตัวผิดอาละวาดแบบนี้เจ้ากล้าสนับสนุนให้ท้าทายตำแหน่งเทพจอมราชันย์หรือ? ช่างน่าขันจริงๆ!”  ราชันย์ไร้ใจหัวเราะเขาหัวเราะดังเหมือนสายฟ้าคำราม เสียงของเขาเยือกเย็นราวกับมีด“ท่านเทพชราลึกลับพยายามใช้คำทำนายขั้นสุดท้ายเป็นครั้งที่สามตำแหน่งเทพจอมราชันย์ไม่ได้ตกอยู่กับคนหอทงเทียน!”

“แม้ว่าจะไม่ใช่คนหอทงเทียนแต่ก็ไม่จำเป็นต้องเป็นคนจากตำหนักกลางศักดิ์สิทธิ์ภูเขากวงหมิงของเจ้า”  นางพญาเฟ่ยเหวินหลีพอได้ยินคำนั้นนางตัวสั่นเล็กน้อย แม้ว่านางจะปรับอารมณ์ได้ในทันทีแต่เทียนอี้และราชันย์ไร้ใจก็ตรวจพบ

“ฮ่าฮ่าฮ่า!”  ราชันย์ไร้ใจแหงนหน้าหัวเราะยาว  “ใครจะเป็นเทพจอมราชันย์นั่นไม่สำคัญอีกต่อไปแล้ว ที่สำคัญยิ่งกว่าหอทงเทียนของเจ้าจะต้องพ่ายแพ้!”

“คิดว่าเราจะยอมแพ้หรือ?” ในประกายตาของนางพญาเฟ่ยเหวินหลีเยือกเย็นเหมือนน้ำแข็ง  ราชันย์ไร้ใจ รู้สึกเย็นวาบไปทั้งร่าง  “เงื่อนไขเพียงเงื่อนไขเดียว ง่ายมาก  ข้าจะย่ำภูเขากวงหมิงให้ราบเป็นหน้ากลองหลายคนเปลี่ยนคุกจองจำเทพ แต่ในแดนสวรรค์บนไม่มีการคัดค้าน เราค้นพบความหวังที่แท้จริงคำทำนายของเทพชรา แสดงให้เห็นถึงเจตจำนงโบราณได้หรือไม่  เรื่องตลกคือเขามักจะสับสนเจ้าถือคำพูดของเขามาเป็นอารมณ์ คำพูดของเขากลายเป็นความจริงที่ลิขิตโศกนาฏกรรม  ไสหัวออกไปจากหอทงเทียนเดี๋ยวนี้ และอย่ากลับมาที่นี่อีกหรือมิฉะนั้นก็เลือกตายที่นี่....”

“เจ้าสอนวิธีการไสหัวออกไปให้ข้าได้ไหม?”  ราชันย์ไร้ใจแสดงให้เห็นว่าตัวของเขาไม่รู้วิธีไสหัวออกไป

แน่นอนว่าเป็นการแสดงความลำพองทางวาจาเท่านั้น

ความรู้สึกภายในที่แท้จริง

ระมัดระวังเป็นพิเศษ

นางพญาผู้พิชิตเมื่อหมื่นปีที่แล้วก็ดุร้ายพอตัวอยู่แล้ว  ตอนนี้นางทำลายผนึกออกมาได้นางพญาอสรพิษมีพลังก้าวหน้าแบบก้าวกระโดดและยากจะยั่วยุได้  ถ้าไม่ใช่เพราะมีเจ้าตำหนักสูงสุดเทียนอี้อยู่ใกล้ๆ ราชันย์ไร้ใจคงไม่กล้าทำหน้าระรื่นอวดความเข้มแข็งต่อหน้าสตรีผู้แข็งแกร่งที่น่ากลัวเป็นแน่

นางพญาเฟ่ยเหวินหลียังไม่เริ่มทำอะไรเลยเมื่อนางได้ยินเสียงหมัดระดมต่อยเตะจากเด็กหนุ่มอันธพาลที่ส่งเสียงไล่หลังราชันย์ไร้ใจ“เราคุณชายเต็มใจจะทำหน้าที่ครูบาอาจารย์สั่งสอนเจ้าเองเรื่องแบบนี้ข้ายินดีทำอยู่แล้ว จะบอกอะไรให้ ข้าไม่ได้สอนเจ้าไว้หรือ ตั้งแต่เกิดมาในโลกนี้ อย่าทำตัวต่ำต้อยเกินไป”

“ป้าบ!”

จากนั้นราชันย์ไร้ใจรู้สึกตัวว่าถูกเตะก้นอย่างรุนแรง

แม้ว่าจะไม่ถึงกับล้มคะมำ แต่เขาก็อายเช่นกันเจ้าผู้นี้น่าเกลียดยิ่งนัก

นอกจากนี้ยังอยู่ต่อหน้านางพญาเฟ่ยเหวินหลีศัตรูเก่าราชันย์ไร้ใจถึงกับควบคุมความโกรธไม่อยู่ “ใคร? มันเป็นใคร?”

ทันทีที่เขาหันกลับมามองก็พบกับรอยยิ้มสดใสราวกับพระอาทิตย์ฉายแสงของเด็กหนุ่มอารมณ์ดีที่กำลังแทะน่องไก่อย่างสบายอารมณ์“ข้าไม่ใช่อาจารย์เจ้า!  อาจารย์เจ้าไม่สอนเรื่องแบบนี้ วางใจได้ข้าจะสอนเจ้าเอง รับรองได้ว่าหลังจากนั้นเจ้าไม่ต้องเดินไปตลอดชีวิต!  นอกจากนี้ทักษะแฝงเร้นเต่าแก่ในกระดองของเจ้าถ้าหากไม่เรียนรู้อะไรบ้างก็คงสูญเปล่า!”

“เจ้ายังไม่ตายหรือ?” ราชันย์ไร้ใจรู้ตัวได้ทันที “นี่คือความฝันหรือ?”

“ที่นี่คือจัตุรัสเวลา....”  จักรพรรดินีราตรีปรากฏตัวข้างหน้าเย่ว์หยางทำให้เขาเลิกก่อกวนจากนั้นอธิบายให้ราชันย์ไร้ใจฟังอย่างอ่อนอกอ่อนใจ  “น่าเสียดายที่แยกออกจากความฝัน!”

ที่ด้านตรงกันข้ามราชันย์ไร้ใจนางพญาเฟ่ยเหวินหลีและเจ้าตำหนักสูงสุดเทียนอี้ยังคงเผชิญหน้ากัน

ระยะห่างไม่กี่ฟุตแทบจะสัมผัสกันได้

แต่ในทันใดนั้นราชันย์ไร้ใจมีความรู้สึกว่าไม่ว่าเขาจะใช้พลังอย่างไรก็ตามก็ไม่สามารถไปอยู่ที่ข้างเจ้าตำหนักสูงสุดเทียนอี้ได้  เพราะมีความฝันคั่นอยู่ในระหว่างนั้น  หากเขาไม่ได้ฆ่าเจ้าของความฝันค้นหาที่มาของความฝันแล้วทำลายความฝันเขาไม่มีทางเคลื่อนย้ายออกจากโลกความฝันนี้ไปโลกอื่นได้

เจ้าตำหนักสูงสุดเทียนอี้ยืนเอามือไพล่หลังท่าทางหยิ่งผยองเย็นชาเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของราชันย์ไร้ใจ เขาไม่รู้สึกถึงโดยสิ้นเชิง

ในสายตาของเขา สหายร่วมทางจะมีจุดลงเอยอย่างไรไม่สำคัญเลย

สิ่งที่สำคัญกว่าคือ

คู่ต่อสู้เป็นคนแบบไหน

นางพญาเฟ่ยเหวินหลีมองดูเย่ว์หยางมองดูจักรพรรดินีราตรีราวกับว่าพบข้อมูลความเกี่ยวพันของทั้งสองอย่างคลุมเครือ  “ฝันของเจ้า ข้าได้กลิ่นอะไรสักอย่าง!”

“อย่านะ? นั่นไม่ใช่ข้า เจ้าเด็กตัวเหม็นนี่ไปก่อเรื่องยุ่งมา และเข้ามาอยู่ใกล้ข้าต่างหากเล่า!”  จักรพรรดินีราตรีเมื่อได้ยินเช่นนั้นรู้สึกอายนางรีบปฏิเสธทันทีว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง

“มีความฝันเป็นเรื่องปกติ ฝันต่อไปเถอะนี่เป็นเรื่องดี!” เย่ว์หยางหมายถึงว่าความฝันเรื่องแปลกและผิดปกติแต่ความฝันในฤดูใบไม้ผลิก็เป็นเพียงความฝันหนึ่ง การได้สนทนากับเทพธิดาเสรีภาพ นั่นไม่ใช่ความฝันเป็นเรื่องช่วยไม่ได้

“ยังจะพล่ามต่ออีกหรือ?” จักรพรรดินีราตรีดึงหูเย่ว์หยางลากเขาออกมา

นางกับเย่ว์หยางแยกออกไป

ฉากภาพนางพญาเฟ่ยเหวินหลีเจ้าตำหนักสูงสุดเทียนอี้เริ่มจางลงและค่อยหายไปและทั้งโลกกลับมาอยู่ที่ลานวังเทียนหลัว ทหารองครักษ์ยังคงปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่หน้าประตูนางกำนัลเดินออกมาจากภายในประตูวัง เมื่อนางพบเห็นราชันย์ไร้ใจ นางแสดงความเคารพอย่างสุภาพแต่เมื่อเห็นเย่ว์หยางนางเชิดจมูกแค่นเสียง ‘คนลามก’เพราะนางถูกคุณชายสามตระกูลเย่ว์เย้าหยอกสองสามครั้งจึงรู้สึกหงุดหงิดในใจ...เย่ว์หยางไม่กังวลแม้แต่น้อย แต่แกล้งทำเป็นมองซ้ายมองขวาเหมือนกับมองหาคนลามกอื่นท่าทางตลกนี้ไม่ทำให้จักรพรรดินีราตรียิ้มแม้แต่น้อย

ตอนนี้ราชันย์ไร้ใจมีสีหน้าดูจริงจัง

เขาเริ่มตระหนักได้ว่าจักรพรรดิผู้พิทักษ์แดนล่มสลายแห่งทวยเทพไม่ใช่ผู้ที่ศัตรูจะใช้พลังเอาชนะได้

“ความนิรันดรคือรากฐานของทุกอย่าง” เสียงนุ่มอ่อนโยนทำให้เย่ว์หยางมีการรู้แจ้งใหม่  “ถ้าสิ่งใดๆในโลกไม่มีคุณสมบัติของความเป็นนิรันดร ก็เหมือนกับปราสาททรายพอคลื่นซัดสาดก็ไม่เหลืออะไร  ดังนั้นพลังของวิเศษ อสูรศึก และบัลลังก์เทพจึงไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุดที่สำคัญมากกว่าคือเจ้าจะสามารถเปลี่ยนมันให้เป็นสภาพนิรันดรในชีวิตของเจ้าอย่างไร?  จะให้ความสำคัญกับสิ่งเหล่านี้อย่างไรเข้าใจไหม?”

“อืม.. ในที่สุดตอนนี้ข้าเข้าใจแล้วบัลลังก์เทพแรกของข้าก็คือ อะไรก็ได้...”

เย่ว์หยางจนถึงตอนนี้ค่อยตระหนักอย่างแท้จริงว่าเกิดอะไรขึ้น

ความสับสนก่อนหน้านี้

ถูกกวาดออกไป

**** **** ****

จบบทที่ ตอนที่ 1361 ฝันก็คือฝัน

คัดลอกลิงก์แล้ว