เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1359 บัลลังก์เทพเสรีภาพ

ตอนที่ 1359 บัลลังก์เทพเสรีภาพ

ตอนที่ 1359 บัลลังก์เทพเสรีภาพ


“นี่คือบัลลังก์เทพลับ! แต่เดิมนั่นเอง”

เย่ว์หยางอยู่ช่วงออกแบบกระบวนการเชื่อมร่างให้เทวีเสรีภาพพบว่าร่างเทพครึ่งหนึ่งมีบัลลังก์เทพซึ่งไม่มีสำนึกเทพควบคุมหลับใหลอยู่

ตอนแรกพลังของมันอ่อนแอมากจนเย่ว์หยางสำคัญผิดว่านึกไปเอง แต่เมื่อจิตสำนึกโดยสัญชาตญาณและกฎพลังเทพของเทวีเสรีภาพภายใต้การกำกับดูแลของเย่ว์หยางค่อยๆหลอมรวมเข้าด้วยกัน บัลลังก์เทพจึงเริ่มตื่นขึ้นในทันทีและป้อนข้อมูลต่างๆ กลับคืนเข้ามาในใจของเย่ว์หยางอย่างต่อเนื่อง เช่นความลับและข้อกำหนดเบื้องต้นในการบรรลุบัลลังก์เทพเป็นต้น  สิ่งนี้ทำให้คุณชายสามตระกูลเย่ว์รู้สึกประหลาดใจและตกอยู่ในความสับสน พลังของบัลลังก์เทพได้สูญสลายไปมากและส่วนใหญ่ยังไม่สมบูรณ์แต่สิ่งที่ทำให้เขาเบาใจขึ้นมากก็คือรากฐานยังสมบูรณ์ทำให้เด็กหนุ่มข้ามโลกที่ยังไม่รู้จักวิธีการยกระดับโล่งอกขึ้นมาก

นอกจากสัญลักษณ์เทพแล้วการควบสร้างบัลลังก์เทพยังมีรากฐานที่ขาดไม่ได้ก็คือพลังเทพศักดิ์สิทธิ์เพื่อเติมเต็มอีกด้วย

พลังเทพศักดิ์สิทธิ์นี้

สามารถขัดเกลาเปลี่ยนแปลงโดยพลังเทพของเจ้าของร่าง

นอกจากนี้ยังสามารถเปลี่ยนแปลงด้วยจิตใจที่กล้าแข็งของผู้เป็นนายหรือความศรัทธาของบริวาร แม้กระทั่งประสบการณ์ชีวิตของผู้เป็นนายอิทธิพลและเหตุการณ์สำคัญที่เจ้านายประสบมาในชีวิต

ตัวอย่างเช่นเทวีเสรีภาพ

ร่างหลักของนางไม่มีพลังเทพใดๆมีแต่พลังเทพทางกรรมพันธุ์ที่ถ่ายทอดมาตามรุ่นซึ่งยังคงเหลืออยู่ในร่างกายครึ่งหนึ่ง

หลังจากเย่ว์หยางชำระพลังเทพทางพันธุกรรมทั้งหมดในร่างของนางและพลังเทพอีกครึ่งหนึ่งของร่างเทพครึ่งหนึ่งเขาประหลาดใจที่พบว่ารังสีเทพของนางสูงถึง 215 เมตร แม้ว่าจะเป็นไปไม่ได้ที่จะมีบัลลังก์เทพชั้นสูงซึ่งมีข้อกำหนดว่าต้องมีรังสีเทพสูงเกิน300 เมตร แต่ดูเหมือนว่ายังเป็นเรื่องง่ายที่จะได้รับบัลลังก์เทพที่เหมาะสมที่สูงกว่า100 เมตร แต่ไม่เกิน 300 เมตร แต่เมื่อเย่ว์หยางรอที่จะใช้พลังเทพปลุกบัลลังก์เทพที่หลังใหลของเทวีเสรีภาพและผสานเข้ากับพลังใหม่  เขาพบว่า ความเข้าใจของตนเองนี้เป็นความเข้าใจที่ผิดถนัดซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของความน่ากลัว...

เย่ว์หยางได้รู้จากปากชาวประมงเฒ่าว่าหากเขาต้องการบัลลังก์เทพและเลื่อนระดับเป็นเทพชั้นบนเขาต้องใช้พลังเทพเพื่อปลดปล่อยตนเองก่อน

จากนั้นนำพลังที่เหลือมาสร้างบัลลังก์เทพให้สำเร็จ

บัลลังก์เทพที่เสร็จสมบูรณ์แสดงถึงความสูงส่งของระดับขอบเขตพลังของบัลลังก์เทพ...เงื่อนไขที่หนักแน่นนี้ทำให้เย่ว์หยางพูดไม่ออก แต่จะต้องเป็นเช่นนี้แน่นอน ไม่มีทางเลือกที่สองมีแต่วิธีนี้เท่านั้นที่ทำให้ก้าวข้ามร่างมนุษย์และได้รับเลื่อนเป็นเทพอย่างแท้จริง

“ลำบากมากนักหรือ?”  เทวีเสรีภาพมองเย่ว์หยางในเชิงขอโทษ

“ไม่เป็นไรแต่การกลายเป็นเทพแท้ๆ นั้นลำบากมากเหลือเกิน!”  เย่ว์หยางไม่รู้จนกระทั่งตอนนี้กลายเป็นว่าการเลื่อนระดับไปสู่ระดับเทพที่แท้จริงไม่ได้เกี่ยวกับระยะเวลาที่ฝึกฝน การเก็บพลังเทพไว้มากมาย หรือการใช้สมบัติเทพอสูรเทพ หรือความสำเร็จของคัมภีร์อัญเชิญ ไม่ใช่เช่นนั้น แม้ว่าจะมีการให้การสนับสนุน แต่นั่นก็ทำให้เกิดความขัดแย้งในตัวเองได้เช่นกัน

ต้องการกลายเป็นเทพต้องสละออกไปก่อน

ก่อนอื่นจงใช้พลังเทพที่บริสุทธิ์เพื่อตอบแทนทุกสิ่งในโลก

รอจนเสร็จสิ้นเรื่องนี้  ตัวบุคคลจะไม่มีขีดจำกัดอีกเลยไม่มีอุปสรรคขวางกั้น นั่นคือการปลดปล่อยและสามารถกลายเป็นเทพได้

เทวีเสรีภาพเป็นคนที่มีเมตตานางไม่ฆ่าคน ไม่แม้แต่จะฆ่ามดตัวน้อย นางจะไม่เหยียบย่ำมันตาย ความจำเป็นในการชดใช้กรรมมีน้อยแต่นางมีประสบการณ์ในชีวิตมากมาย ทุกคนต้องถูกขัดเกลาด้วยพลังเทพบริสุทธิ์และชะตากรรมที่นางแบกรับก็คือปมแห่งความตายที่พัวพันกันในอดีต  นอกจากนี้นางยังต้องชดใช้พลังจากสวรรค์ออกไปเพื่อแก้ไขคลื่นแห่งความเกลียดชังนี้รวมถึงประชาชนผู้มีศรัทธาผู้หิวโหยเหล่านั้นก็มีมากยิ่งนักต้องใช้พลังจากเทพช่วยสนองตอบคำอธิษฐานของพวกเขา ขอเพียงเทวีเสรีภาพยินดีเข้าควบคุมภูมิภาคสวนสวรรค์และคนเหล่านี้  มิฉะนั้นนางจะต้องเปลี่ยนพลังเทพของนางเองให้เป็นพลังเทพแห่งความเมตตาในคราวเดียวเพื่อปลดปล่อยตนเองอย่างแท้จริงรวมทั้งชะกรรมที่นางแบกรับ

ทั้งหมดนี้ต้องชำระคืนในครั้งเดียว

พลังรังสีเทพอาจหายไปเกือบสามสิบเมตรซึ่งก็เพียงพอสำหรับเทวีเสรีภาพที่จะปลดปล่อยตนเองได้เป็นส่วนใหญ่นั่นเป็นเพราะชะตาของนาง

สิ่งที่เย่ว์หยางคาดไม่ถึงก็คือร่างกายครึ่งหนึ่งนั้นจำเป็นต้องชำระคืน

ยิ่งกว่านั้นพลังเทพที่ชดใช้คืนนั้นมากจนยากจะคาดคิด

“โธ่เว้ยรังสีเทพสูงสองร้อยเมตรแทบหมดลงในคราวเดียว” เย่ว์หยางพบว่ารังสีเทพหายไปในทันทีถ้าไม่มีโผล่มาให้เห็นสักสองสามเซนติเมตร เย่ว์หยางแทบจะคิดว่าเทวีเสรีภาพอาจต้องทำลายประกายเทพของนางถ้าการใช้คืนไม่เพียงพอ

โชคดีเพราะโชคชะตาได้รับการปลดปล่อย และได้รับการเลื่อนระดับเป็นเทพ เพราะเทวีเสรีภาพได้ทำแต่สิ่งที่ดีงามรำลึกถึงสิ่งที่เป็นกุศลและความคิดที่ดีขณะสวดอ้อนวอนรวมทั้งผู้มีศรัทธานับถือนาง ฯลฯ ซึ่งเป็นมาตั้งแต่ยุคบรรพบุรุษของนาง

ผลแห่งกุศลของนางให้ผลตอบแทนกลับมา

มากมายเหลือคณานับ

สิ่งเหล่านี้เปลี่ยนไปเป็นพรและพลังเทพรังสีเทพที่บริสุทธิ์ของนางฉายอีกครั้ง และบริสุทธิ์มาก

เย่ว์หยางใช้เพลิงอมฤตชำระต่อเนื่องรังสีฉายขึ้นไปอีกหกสิบเมตร

อย่าคิดว่าบัลลังก์เทพเดิมที่สำเร็จแล้วเป็นความสำเร็จนั่นเป็นเพียงการได้บัลลังก์เทพระดับหนึ่งเป็นการพิสูจน์ว่ามีคุณสมบัติเพียงพอ ความหวังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในใจของเย่ว์หยางก็คือการสามารถรวมพลังเทพที่เหลืออยู่ในบัลลังก์เทพที่หลับใหลเพื่อเข้าไปให้ถึงบัลลังก์เทพชั้นหนึ่งที่มีความสูงเกือบร้อยเมตรที่มีพลังไม่มีที่สิ้นสุดได้บัลลังก์เทพขั้นต้นก็อย่าเพิ่งย่ามใจ เย่ว์หยางค่อยๆ ผสานพลังเทพบริสุทธิ์ขนาดหกสิบเมตรนี้เข้ากับบัลลังก์เทพที่ยังหลับใหลเขากังวลว่าเมื่อพลังถึงขีดจำกัดพลังทั้งสองจะเกิดการผลักดันขับไล่กันสร้างเป็นแรงระเบิดทำลายล้างในช่วงเวลาสั้นๆ! เหงื่อของเขาหยดลงร่างเปลือยที่ขาวผ่องปานหิมะของเทวีเสรีภาพที่การเปลี่ยนแปลงเพิ่งเสร็จสิ้นลง

และในช่วงเวลาที่ตึงเครียดที่สุดเย่ว์หยางรู้สึกว่าได้เห็นร่างที่งดงามข้างหน้า จิตใจของเขาผ่อนคลาย

แต่เขาก็กลัวมากว่าความผิดพลาดเล็กน้อยแม้ปลายเส้นผมอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้

โชคดีที่เป็นสัญญาณเตือนที่ผิดพลาด

เขาตัดสินใจใช้พลังจิตนำพลังเทพบริสุทธิ์เข้าไปในทุกวิถีทางเพื่อหลอมรวมกับบัลลังก์เทพที่หลับใหลอยู่

เมื่อบรรจุพลังเต็มแล้วเย่ว์หยางพบว่าบัลลังก์เทพยังมีพลังไม่เพียงพอและดูเหมือนว่ายังมีศักยภาพเพียงพอที่จะรองรับพลังเทพได้มากขึ้น  เพียงแต่พลังเทพภายนอกหมดลงอย่างสิ้นเชิง  ในช่วงเวลาที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกนี้ทันใดนั้นเด็กข้ามโลกผู้โชคดีได้หยิบยืมพลังเหนือธรรมชาติของยักษ์ชะตาที่เขาไม่สามารถใช้ได้ชั่วคราวเขาดึงออกมาจากคัมภีร์อัญเชิญชั้นศักดิ์สิทธิ์มาเสริมเข้าไป

แสงประหลาด

บัลลังก์เทพที่อยู่ในความหลับใหลฉายแสงเจิดจ้าทะลุเข้ามาในโลกคัมภีร์ทันที...

ชะตาของทั้งสองเชื่อมกันอย่างใกล้ชิดแยกกันไม่ออกในขณะนี้

บัลลังก์เทพของเทวีเสรีภาพเข้าสู่สภาวะสมบูรณ์แบบในทันทีและนางได้รับการเลื่อนระดับเป็นเทพในทันทีและร่างของนางบังเกิดใหม่เป็นร่างเทพอมตะตามเจตจำนงและความทรงจำดั้งเดิมของร่างนางนางได้ถือกำเนิดเป็นเทพธิดาเสรีภาพในร่างใหม่เบื้องหลังร่างที่เป็นอมตะของนางคือบัลลังก์เทพเสรีภาพเปล่งรัศมีเจิดจ้ายอดเยี่ยมและค่อยๆเพิ่มกำลังมากขึ้น

เมื่อได้เห็นพลังเทพและเทพธิดาเสรีภาพผู้ศักดิ์สิทธิ์แม้ว่าเย่ว์หยางจะมีวิวัฒนาการ แต่ในใจของเขาอดกริ่งเกรงมิได้ ไม่กล้าดูแคลนนาง

เทพที่ถือกำเนิดใหม่มีความโดดเด่นมาก

งามสง่ามาก

เทวีเสรีภาพผู้มีเจตจำนงเสรีและไม่มีวันถูกหลอกและผูกมัดได้ถือกำเนิดอย่างเป็นทางการ

“นี่!”  เทวีเสรีภาพ ไม่,เทพธิดาเสรีภาพอิงหลัวลูบเครื่องหมายเทพที่กลางหน้าผากเบาๆนั่นเป็นสัญลักษณ์พิเศษที่แสดงความเป็นภรรยาเทพเมื่อเย่ว์หยางใช้พลังเทพชะตาและพลังเหนือธรรมชาติบรรจุไว้ในร่างนางและบัลลังก์เทพเมื่อตอนเริ่มต้นจุดเล็กๆนี้ปรากฏบนระหว่างคิ้วของนางและจะเป็นสัญลักษณ์ที่คงอยู่ตลอดไป

“ข้าไม่รู้เลยว่าผลจะออกมาเป็นแบบนี้...”  เย่ว์หยางหลั่งเหงื่อเล็กน้อย ถ้าเขาทำอย่างนี้ได้หลังจากมีสัมพันธ์รักกับเจ้าแม่จันทราก็ยังพอจะพูดได้  แต่กับเทพธิดาเสรีภาพ เขายังไม่ได้เริ่มมีอะไรกันเลย

อันที่จริงเขาไม่รู้ว่าสัญลักษณ์นี้เกิดขึ้นเรียบร้อยแล้ว

รวมทั้งพวกเย่ว์หวี่และหลิวเย่

เพียงแต่ว่าไม่ชัดเจนเท่าตอนนี้เหมือนอย่างเครื่องประดับที่ปรากฏใต้พฤกษาโลกมันสามารถหายไปได้ตามประสงค์ของเจ้านาย

“เนื่องจากชะตาชีวิตของเราเชื่อมโยงถึงกันกายและใจย่อมเนื่องถึงกันด้วย” เทพธิดาเสรีภาพคุกเข่าประสานมือทั้งสองแสดงความคารวะเย่ว์หยางแสดงความขอบคุณดวงตาของนางฉายประกายอ่อนโยนศักดิ์สิทธิ์ แม้ว่าจะขาดความมั่นใจไปเล็กน้อยแต่อิงหลัวจะพยายามอย่างหนักแน่นอนในอนาคตที่ไม่มีที่สุด อิงหลัวจะขอทำหน้าที่ภรรยาและทำให้ผู้เป็นสามีข้ามีชีวิตที่เป็นสุขและอิสระ”

“จริงหรือ?ข้าหมายถึงว่าดีจริงๆ บัลลังก์เทพก็สำเร็จ งดงามมากจริงๆ!” เย่ว์หยางเห็นร่างเทพธิดาเปลือยต่อหน้าถ้าบอกว่าไม่มีความคิดอกุศลนั่นคงเป็นเรื่องโกหก เมื่อเขาได้ยินอิงหลัวพูดเช่นนั้นเขายิ่งมีความสุขมากขึ้นแต่เขาเหมือนเคยกับวิ่งชนกำแพงหลังจากเคยคิดกับจื้อจุนมาแล้ว นางระวังมากเขายังควบคุมจิตใจได้ไม่เต็มที่จึงไม่สามารถทำตัวเป็นพยัคฆ์โดดตะครุบลูกหมูได้

“โปรดอย่าใช้คำพูดที่ขัดกับเจตนาแบบนี้ เจ้ารู้ไหมว่าหัวใจของอิงหลัวเชื่อมโยงกับเจ้าอย่างสมบูรณ์แล้ว”เทวีเสรีภาพอดหัวเราะไม่ได้

“อ่า...เรามาดูบัลลังก์เทพกันก่อนเถอะ!”  เย่ว์หยางรู้สึกอาย ความขัดแย้งของบุคลิกของเด็กหนุ่มข้ามโลกโดยปกติแล้วจะไม่ค่อยมีใครมองทะลุเขารวมถึงสาวหิมะ แม่เสือสาว แม้กระทั่งเย่ว์หวี่ ทุกคนรู้ว่าเขาเป็นคนแบบไหนแต่ทุกคนช่วยรักษาหน้าให้เขาเล็กน้อย แต่เป็นไปไม่ได้กับเทพธิดาเสรีภาพอิงหลัว นางคุ้นเคยกับคำพูดที่จริงใจตรงไปตรงมานางเคยนิ่งเฉยต่อศัตรูและไม่เคยโกหกเมื่อเห็นความขัดแย้งของความคิดและคำพูดของเย่ว์หยาง  แม้จะเป็นความคิดของจอมลามกนางก็อดบอกเขาตรงๆไม่ได้ เย่ว์หยางไม่กล้ามองสบตาอิงหลัวตรงๆ เพราะกลัวว่าจะเห็นภาพสะท้อนของหมาป่าในดวงตาที่เป็นประกายราวกับภาพสะท้อนในทะเลสาบเขารีบเปลี่ยนเรื่องทันที

“นี่เป็นเพียงบัลลังก์เทพขั้นเริ่มต้นเท่านั้น”  เทพธิดาเสรีภาพพูดขณะยิ้ม ตอนนี้นางเข้าใจการกระทำขององค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนในฐานะภรรยา  โดยเฉพาะภรรยาที่ดีนางต้องเรียนรู้ที่จะอดกลั้นจริงๆ

นางแสดงบัลลังก์เทพของนางทันทีทันใดนั้นโลกคัมภีร์พลันสว่างไสวด้วยแสงเทพขาวบริสุทธิ์ทันที

ระดับบัลลังก์เทพของเทพธิดาเสรีภาพเป็นบัลลังก์เทพระดับต่ำที่สุด  แต่เย่ว์หยางสังเกตเห็นจุดหนึ่งคือบัลลังก์เทพเสรีภาพนั้นแตกต่างจากบัลลังก์เทพที่เคยหลับใหลมาก่อน บัลลังก์เทพเสรีภาพให้ความรู้สึกกับเย่ว์หยางได้อย่างสมบูรณ์แบบ! และสมบูรณ์แบบสุดจะพรรณนา!  บัลลังก์เทพเสรีภาพนี้ดูเหมือนจะมีช่องว่างให้พัฒนาก้าวหน้าอีกมากและดูเหมือนยังมีศักยภาพยกระดับได้อีกครึ่งหนึ่ง

บัลลังก์เทพที่เคยหลับใหลก่อนหน้านี้ไม่มีความรู้สึกเช่นนี้

เขาทำสิ่งนี้เองจริงๆหรือ?

ทั้งหมดนี่หรือ?

ทันใดนั้นเอง

เย่ว์หยางสงสัยมือของเขาเอง

แม้จะรู้ว่าเขาลงมือทำให้สำเร็จด้วยตัวเองแต่เขายังไม่กล้าเชื่อ เขารู้สึกอยู่เสมอว่าเมื่อเขาใช้พลังชะตาผสานเข้าจะมีพลังลึกลับบางอย่างที่มองไม่เห็นทำให้สำเร็จได้อย่างเงียบๆอยู่เบื้องหลัง ไม่ใช่ว่าเขาทำได้ทั้งหมด สิ่งที่เขาทำลงไปอาจเป็นแรงผลักดันเพียงผิวเผิน

เทพธิดากระบี่ฟ้า!  ต้องเป็นนางแน่นอนนางแน่นอนที่คอยอยู่เบื้องหลังคอยกำจัดอุปสรรคและคลี่คลายปัญหาบัลลังก์เทพเสรีภาพให้เขา

มิฉะนั้นบัลลังก์เทพเสรีภาพนี้เป็นไปไม่ได้ที่จะสำเร็จสมบูรณ์!

เป็นไปไม่ได้มากที่ศักยภาพจะเพิ่มขึ้นถึง  50%

พรานเบ็ดเฒ่าบอกเขาว่าหลังจากบัลลังก์เทพสำเร็จแล้วจะไม่สามารถก้าวหน้าได้ครั้งใหญ่อีก ความสำเร็จแทบมาถึงจุดสิ้นสุด แม้ถ้ามีวิธีการพัฒนาก็ยังจะช้าอยู่ดี  แต่บัลลังก์เทพเสรีภาพอยู่เหนือคำเตือนนี้  เพราะอะไร?

“บางทีอาจเป็นเช่นนั้นอิงหลัวพอจะคาดเดาได้ชัดเจน” เทพธิดาเสรีภาพและเย่ว์หยางเชื่อมใจเข้าด้วยกันนางไม่สามารถตรวจพบการมีอยู่ของเทพธิดากระบี่ฟ้า นางรู้แต่เพียงคลุมเครือว่า มีผู้พิทักษ์ลึกลับเบื้องหลังความเป็นเทพของนางนั้นมีพลังน่ากลัว แต่ความแปรปรวนในจิตใจของเย่ว์หยางเวลานี้นางสามารถรับรู้ได้อย่างชัดเจนเมื่อเห็นว่าเย่ว์หยางยังอยู่ในความสับสน นางรีบปลอบโยนทันที  “เป็นไปได้ว่าบัลลังก์เทพมีวิญญาณศักดิ์สิทธิ์คอยปกป้องและช่วยให้เจ้าได้ช่วยให้อิงหลัวได้วิวัฒนาการก้าวหน้า เพราะเจ้ายังไม่มีบัลลังก์พลังยังไม่อยู่ในระดับสูงสุดอย่างเป็นทางการดังนั้นอิงหลัวจึงมีระดับพลังต่ำกว่าที่เจ้าควรจะไปได้ถึงครึ่งหนึ่ง  หลังจากเจ้าเลื่อนระดับอย่างสมบูรณ์แล้วข้าจึงค่อยยกระดับพลังพร้อมกัน”

“ถ้าว่ากันตามแนวความคิดนี้ก็คงจะจริง”เย่ว์หยางนึกถึงจื้อจุน นางคงเตรียมตนเองให้ได้บัลลังก์เทพขนาดเล็กนั่นยังดีกว่าบัลลังก์เทพของเทพธิดาเสรีภาพ บัลลังเทพของเทพธิดาเสรีภาพตอนนี้เมื่อเอาไปเทียมกับของจื้อจุนนับว่าเป็นเด็กไปเลย บางทีจื้อจุนคงได้รับการรู้แจ้งหรือความลับบางอย่างนางเผยความลับนี้เหมือนอย่างที่นางเคยพูดมาก่อน

“จื้อจุนช่วยให้เจ้าได้บัลลังก์เทพเป็นไปได้ว่าจะมีบัลลังก์เทพมากกว่าหนึ่งหรือสองก็เป็นได้”  เทพธิดาเสรีภาพคาดเดาอย่างกล้าหาญ

“บัลลังก์เทพมีส่วนเกี่ยวข้องกับคัมภีร์อัญเชิญหรือไม่?”  เย่ว์หยางคิดถึงความเป็นไปได้บางอย่าง

“มีความเป็นไปได้หรือไม่ที่คัมภีร์อัญเชิญจะสามารถสร้างบัลลังก์เทพได้...”  เทพธิดาเสรีภาพมองดูเย่ว์หยางด้วยนัยน์ตาเป็นประกาย  ถ้าเป็นเช่นนี้จริงเย่ว์หยางก็สามารถกลั่นสร้างบัลลังก์เทพได้ อย่างน้อยก็มีสาม

“สำหรับจื้อจุนนางพยายามสร้างจากบัลลังก์เทพผู้ควบคุมความเป็นและความตายถ้าข้าสามารถสร้างบัลลังก์เทพของตนเองจะเป็นแบบใดกันแน่?  ถ้ามีบัลลังก์เทพหลายหลัง บัลลังก์เทพแรกควรจะมีคุณลักษณะอย่างไร?”    เย่ว์หยางจมอยู่ในความคิดลึกล้ำหลังจากเขาผ่านประสบการณ์และเติบโตก้าวหน้ามาพร้อมกับคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์  ผ่านการฝึกฝนในคัมภีร์เทพจนผ่านทั้งสิบด่านแม้ว่าจะยังอัญเชิญคัมภีร์เทพได้สำเร็จแต่บัลลังก์เทพของเขาเองก็ควรมีลักษณะสัมพันธ์อย่างใกล้ชิด

ทิศทางในการพัฒนาความก้าวหน้าให้สำเร็จควรมีคัมภีร์เหล่านี้เป็นจุดพื้นฐานด้วย

แรกเลยคือคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์

หรือจะลองฝึกจากคัมภีร์ดูก่อน?

ทุกคนปลอดภัยดีช่วยเตือนเขาอีกสักนิด!  เย่ว์หยางกังวลใจเป็นพิเศษ  เขารู้สึกว่าเขาทลายผ่านอุปสรรคได้อย่างรวดเร็วเขามีแรงบันดาลใจอยู่แค่เอื้อม แต่กลับไม่สามารถคว้ามาถือไว้ในมือ  เรื่องนี้มันน่าขันเกินไปไม่มีใครบอกเขาได้ตรงๆ ว่าจะต้องทำอย่างไร?

ต้องเดากันทั้งหมด

ชะตาของตนเองต้องอธิบายด้วยปริศนาและความก้าวหน้าเดียวกันเพื่อบรรลุความรู้บางอย่างหรือไม่  เขาสามารถบรรลุผลการฝึกได้หรือไม่?

เทพธิดากระบี่ฟ้าไม่ได้บอกไว้  มารดาเขาไม่ได้บอกที่สำคัญสตรีอันดับหนึ่งอย่างนางพญาเฟ่ยเหวินหลีก็ไม่บอก แม่สี่ก็ไม่พูดอะไรพวกเขาไม่บอกอะไรเลยทั้งนั้น

ก็ดี

ในกรณีนี้ต้องมีเหตุผลแน่นอน

บางทีหลังจากไขปริศนานี้ออกในรอบนี้ชะตากรรมและการต่อสู้ทั้งหมดจะคลี่คลายได้โดยง่าย เขาจะไม่ผิดหวัง แค่ต้องรอการรู้แจ้งบัลลังก์เทพเป็นแค่เพียงจุดเริ่มต้น และจะมีมากขึ้นเรื่อยๆ ในอนาคตเขาจะต้องหาคำอธิบายให้ได้และกลายเป็นเทพจอมราชันย์ ต้องเป็นเช่นนั้นแน่นอน!

เทพธิดาเสรีภาพกอดเขาจากด้านนางกอดเขาเหมือนเป็นการสนับสนุนเขา

นางไม่รู้ว่านางควรจะทำอย่างไร

จึงจะช่วยเขาได้

แต่นางหวังว่าทำเช่นนี้นางจะสามารถแบ่งเบาความกังวลร่วมกับเขาปลอบประโลมให้เขาสบายใจขึ้น

เย่ว์หยางตื่นจากภวังค์เขาพบว่านางอยู่เคียงข้างเขาตลอดโดยที่เขาไม่รู้สึกตัวนางอดทนและอ่อนโยนทั้งยิ้มหวานเปลี่ยนจากเทวีเสรีภาพที่สงบเยือกเย็นและใช้ชีวิตเรียบง่ายเมื่อก่อนตอนนี้นางมีร่างเต็มทั้งยังเลื่อนระดับเป็นชั้นเทพกลับยิ่งเพิ่มเสน่ห์ความอ่อนโยนของสตรี เด็กหนุ่มข้ามโลกมองดูแล้วไม่สามารถยับยั้งชั่งใจได้กรงเล็บหมาป่าเลื่อนไต่ไปตามเรือนร่างขาวดุจหยก“ขอเรียนรู้เพิ่มเติมความลับบัลลังก์เทพในตัวเจ้าก่อน!”

ทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้งนั่นเป็นเรื่องแน่แต่เป้าหมายจะแค่บัลลังก์เทพเท่านั้นหรือ?

เรื่องนี้น่าเคลือบแคลง

เทวีเสรีภาพไม่ทันได้คัดค้านเพราะริมฝีปากของนางถูกปากของเด็กหนุ่มข้ามโลกปิดไว้และหยุดคำพูดของนางไปโดยปริยาย..

จบบทที่ ตอนที่ 1359 บัลลังก์เทพเสรีภาพ

คัดลอกลิงก์แล้ว