เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 26 หาแพะรับบาป

บทที่ 26 หาแพะรับบาป

บทที่ 26 หาแพะรับบาป


บทที่ 26 หาแพะรับบาป

ลู่หยวนซักถามย้ำแล้วย้ำอีก แต่หมอทุกคนก็ยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่าหลินอี้ปกติดีทุกอย่าง แถมหมอยังทำท่าอยากจะถามเคล็ดลับการดูแลตัวเองจากหลินอี้เสียด้วยซ้ำ เพราะช่วงนี้พวกเขารู้สึกไม่ค่อยสู้ดีนักเวลาต้องรับมือภรรยาที่บ้าน

ลู่หยวนลากตัวหลินอี้ออกมาด้วยสีหน้าว่างเปล่า เขาไม่ได้พาหลินอี้กลับโรงพยาบาลจิตเวชชิงซานในทันที แต่ตั้งใจจะพาหลินอี้กลับไปสังเกตอาการที่ฐานปฏิบัติการต่ออีกสักสองสามวัน

หนึ่งสัปดาห์ต่อมา...

ลู่หยวนถลึงตาใส่เจียเจีย "ดูซิว่าเธอทำเรื่องงามหน้าอะไรไว้!"

เจียเจียหน้าเจื่อน พูดเสียงอ่อย "ฉะ... ฉันก็ไม่คิดว่าเขาจะติดเกมขนาดนี้นี่คะ!"

เจ็ดวันมานี้ หลินอี้เอาแต่เล่นเกมตลอดเวลา นอกเหนือจากเวลากินข้าวกับเข้าห้องน้ำ เขาแทบไม่ได้นอนเลยด้วยซ้ำ ลู่หยวนกลัวจริงๆ ว่าจู่ๆ หลินอี้จะหัวใจวายตายไปเสียก่อน

แต่ที่น่าแปลกคือ หลินอี้กลับดูสุขภาพดีไม่มีปัญหาอะไร...

บ้าไปแล้วชัดๆ!

ลู่หยวนจ้องหน้าเจียเจีย "ว่ามาสิ ตอนนี้จะเอายังไงกันดี?"

"เอ่อ... ส่งตัวเขากลับโรงพยาบาลจิตเวชดีไหมคะ?"

"ส่งกลับน่ะมันง่าย แต่ครั้งหน้าจะพาตัวออกมานี่สิยาก!"

ลู่หยวนกุมขมับ จริงๆ แล้วเขาอยากส่งหลินอี้กลับตั้งแต่เมื่อสามวันก่อน แต่เมื่อนึกถึงความเกลียดชังที่หลินอี้มีต่อโรงพยาบาลจิตเวช ขืนส่งกลับไปจริงๆ ถ้ามีเหตุการณ์วิญญาณอาละวาดอีก หลินอี้คงไม่ยอมช่วยแน่

เจียเจียครุ่นคิดครู่หนึ่ง "ไหนๆ พลังพิเศษของหลินอี้ก็ไม่ได้อันตรายอะไร งั้นพวกเราก็เลี้ยงเขาไว้ที่นี่เลยไม่ดีกว่าเหรอคะ?"

"อืม งั้นก็วนกลับมาปัญหาเดิม ถ้าเลี้ยงเขาไว้ จะรักษานิสัยติดเกมของเขายังไง?"

เจียเจีย: "..."

เธอยกมือกุมหัว "ซี๊ด... หัวหน้าคะ จู่ๆ ฉันก็ปวดหัวตุบๆ อยากจะขอลาหยุดสักวัน"

"ได้สิ แต่หักเงินเดือนนะ"

"อ้าว จู่ๆ ก็หายปวดหัวเป็นปลิดทิ้งเลยค่ะ"

ลู่หยวนหันหลังเดินจากไป ทิ้งท้ายไว้ประโยคหนึ่ง "สรุปคือ วันนี้เธอต้องหาวิธีทำให้หลินอี้วางมือถือแล้วนอนให้ได้"

เจียเจียมมองหลินอี้ คราวนี้เธอปวดหัวของจริง...

เธอค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้ ชะโงกมองหน้าจอมือถือของหลินอี้: คะแนน 0-11-0

อืม...

เจียเจียปิ๊งไอเดียขึ้นมาทันที

เธอแอบย่องออกมาเงียบๆ แล้วกดโทรศัพท์ "ฮัลโหล นี่สำนักงานกิจการวิญญาณค่ะ เอ่อ มีเรื่องอยากจะรบกวนหน่อยค่ะ ช่วยแบนบัญชีเกมให้หน่อยได้ไหมคะ ชื่อบัญชีคือ: ชิงซานหลินอี้ ค่ะ ขอบคุณค่ะ"

"แบนนานแค่ไหนเหรอคะ? เอาสักเดือนหนึ่งก่อนละกัน!"

เจียเจียวางโทรศัพท์ ไม่กี่นาทีต่อมา หลินอี้ก็วิ่งหน้าตื่นถือมือถือมาหา "ทำไมจู่ๆ ผมก็เล่นเกมไม่ได้แล้วล่ะ?"

เจียเจียแสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ "มือถือมันขึ้นว่าอะไรล่ะ?"

หลินอี้เกาหัวแกรกๆ "บัญชีถูกระงับการใช้งานหนึ่งเดือน"

"อ๋อ~"

เจียเจียพยักหน้าทำทีเป็นเข้าใจ "ประโยคนี้หมายความว่า โควตาการเล่นเกมของเดือนนี้คุณใช้ไปหมดแล้ว ต้องรอเล่นใหม่เดือนหน้านะ"

"อย่างงั้นเหรอ?"

เจียเจียทำหน้าจริงจัง "แน่นอนสิ!"

"อ้อ..."

เมื่อเห็นสีหน้าหงอยเหงาของหลินอี้ เจียเจียจึงพยายามเบี่ยงเบนความสนใจ "หลินอี้ คุณเคยไปโรงเรียนไหม?"

เธอคาดไม่ถึงว่าหลินอี้จะอ่านหนังสือออก เพราะโดยปกติแล้ว ผู้มีพลังพิเศษมักจะถูกตรวจพบตั้งแต่แรกเกิดและถูกส่งตัวเข้าโรงพยาบาลจิตเวชตั้งแต่เด็ก

"เคยสิ ผู้อำนวยการจ้างครูมาสอน"

สีหน้าของหลินอี้ฉายแววรำลึกความหลัง "ผมจำได้ว่าปีเดียวเราเปลี่ยนครูไปตั้งหลายสิบคน"

เจียเจียคิดในใจ คงจะแปลกพิลึกถ้ามีใครทนสอนแก๊งคนบ้าไหว เปลี่ยนครูหลายสิบคนในหนึ่งปีถือว่าน้อยไปด้วยซ้ำ

สวรรค์ช่างยุติธรรมจริงๆ ให้พลังวิเศษมา แต่ก็ริบสติปัญญาไป

เจียเจียลูบหัวหลินอี้ด้วยความสงสาร รู้สึกผิดเล็กน้อยที่หลอกเขา แต่เธอก็หาข้อแก้ตัวให้ตัวเองได้อย่างรวดเร็ว: ทั้งหมดนี้เป็นความผิดของหัวหน้าต่างหาก

ใช่แล้ว ถูกต้องที่สุด!

เจียเจียพูดว่า "ฉันซื้อเสื้อผ้ามาให้คุณ ไปอาบน้ำแล้วเปลี่ยนชุดซะนะ"

หลินอี้รับเสื้อผ้าไปพลิกดู แล้วบ่นอุบอิบ "น่าเกลียดชะมัด"

เจียเจีย: "..."

รสนิยมของเธอโดนคนบ้าติงั้นเหรอ?

แต่ถึงอย่างนั้น หลินอี้ก็ยอมเปลี่ยนชุดแต่โดยดี เพราะเขาไม่มีเสื้อผ้าอื่นจะใส่แล้ว

หลังจากเปลี่ยนชุด เจียเจียถึงกับตาเป็นประกาย เธอต้องยอมรับว่าแม้เสื้อผ้าที่เธอซื้อจะเป็นสีทึบๆ แต่มันกลับขับผิวขาวผ่องของหลินอี้ได้อย่างลงตัว...

เจียเจียรู้สึกเศร้าใจขึ้นมาดื้อๆ ผิวเธอยังไม่ขาวเท่าหลินอี้เลย

สรุปสั้นๆ คือ หลังจากหลินอี้เปลี่ยนชุด เขาก็ดูหล่อเหลาขึ้นผิดหูผิดตา ร่างกายที่เคยผอมแห้งดูมีน้ำมีนวลและสมส่วนขึ้นจากการฝึกฝน อย่างน้อยก็ไม่ดูขี้ก้างเหมือนเมื่อก่อนแล้ว

ถ้าเขาไม่พูดอะไร ก็ดูเหมือนคนปกติธรรมดาคนหนึ่งเลย

ระบบถอนหายใจ หรือนี่ที่เขาเรียกว่า 'ข้างนอกสุกใส ข้างในเป็นโพรง' สินะ!

...

ในที่สุด ลู่หยวนก็ตัดสินใจให้หลินอี้อยู่ที่นี่ต่อ เขาถึงขนาดจ้างคนมาดูแลหลินอี้เป็นพิเศษ และแน่นอนว่ารวมถึงหน้าที่จับตาดูเขาด้วย

ไม่มีใครรู้ว่าหลินอี้จะลุกขึ้นมาทำเรื่องชวนช็อกโลกตอนไหน

ทว่า พี่เลี้ยงคนใหม่กลับทนอยู่ได้ไม่ถึงวันก็ยื่นใบลาออก ไม่ขอรับเงินค่าจ้างแม้แต่แดงเดียว ยืนกรานจะไปท่าเดียว

ลู่หยวนอดสงสัยไม่ได้ "หลินอี้ทำอะไรให้คุณต้องรีบลาออกขนาดนี้?"

หญิงสาวที่เพิ่งเรียนจบมาหมาดๆ พูดเสียงสั่นเครือ "เขา... เขาน่ากลัวเกินไป วันนี้ฉันเอาข้าวเที่ยงไปให้เขา เห็นเขาถือมีดปอกผลไม้มาจากไหนก็ไม่รู้ กำลังจะจิ้มไตตัวเอง โดยบอกว่าจะเอาไปย่างกิน"

"พอตกบ่าย ฉันแค่ก้มลงเก็บขยะเงยหน้าขึ้นมาอีกที เขาก็เปิดหน้าต่างทำท่าจะกระโดดลงไปแล้ว บอกว่ารถไถจอดรออยู่ข้างล่าง"

...

หญิงสาวร้องไห้โฮ "หัวใจฉันรับไม่ไหวแล้วค่ะ..."

ลู่หยวนอนุมัติใบลาออกของหญิงสาวด้วยความปวดหัว เริ่มลังเลว่าการเก็บหลินอี้ไว้นี่มันถูกหรือผิดกันแน่ แล้วเขาก็ปิ๊งไอเดียเด็ดขึ้นมา...

จ้างคนมาทำงานแทนเจียเจีย แล้วให้เจียเจียไปดูแลหลินอี้ซะ

"ฮิฮิ..."

"ฉันนี่มันฉลาดจริงๆ!"

ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว ทั้งแก้ปัญหา ทั้งได้แก้แค้นเจียเจีย สมบูรณ์แบบสุดๆ!

ลู่หยวนผิวปากอย่างอารมณ์ดีเดินขึ้นไปชั้นบน และใช้แผนขึ้นเงินเดือนล่อใจจนเจียเจียยอมตกลงเปลี่ยนหน้าที่

ตลอดครึ่งเดือนต่อมา เจียเจียได้ลิ้มรสความรู้สึกของการมีชีวิตอยู่บนเส้นด้ายอย่างถ่องแท้

ระบบมองดูเจียเจียที่ซูบผอมลงทุกวันด้วยความเพลิดเพลิน มันรู้สึกสะใจอย่างบอกไม่ถูก ความสะใจที่แบบว่า... ถ้าฉันต้องทนทุกข์คนเดียวไม่ได้ อย่างน้อยเห็นคนอื่นทุกข์ด้วยฉันก็สบายใจ

อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลานี้ ระบบก็ได้ค้นพบความจริงข้อหนึ่งว่า การพร่ำบ่นกรอกหูซ้ำๆ นั้นได้ผลจริงๆ แม้โฮสต์อาจจะไม่ได้ตั้งใจฟัง แต่มันก็ซึมเข้าไปในสมองเขา

อย่างเช่น ครึ่งเดือนมานี้ มันคอยเตือนหลินอี้ตลอดเรื่องห้ามย่างไตตัวเองกิน และสวัสดิการรักษาฟรีของมือใหม่มีแค่ครั้งเดียว... จนสุดท้ายหลินอี้ก็เลิกความคิดเรื่องกินไตตัวเองไปจริงๆ

ระบบถอนหายใจ "หนึ่งเดือนนี่ผ่านไปเร็วจังแฮะ!"

เดือนใหม่มาถึงแล้ว เมื่อถึงเวลาเที่ยงคืนตรง เสียงของระบบก็ดังขึ้นตรงเวลา "กำลังข้ามมิติ... สู่โลก [ตำนานวัดร้างแห่งสุดท้าย]"

"หกวิถีล่มสลาย ปีศาจอาละวาด โลกมนุษย์โกลาหล ผู้คนทุกข์เข็ญ พุทธศาสนาและเต๋าต่างเสื่อมถอย"

"วัดวาอารามและสำนักเต๋าต่างไม่อาจรอดพ้นหายนะ ครั้งนี้เมื่อเณรน้อยองค์สุดท้ายสิ้นใจ วัดแห่งสุดท้ายก็ถูกเหล่าปีศาจยึดครองโดยสมบูรณ์"

"ตัวตนของโฮสต์ในครั้งนี้คือบิดาของ 'ฮุ่ยไห่' เณรน้อยองค์สุดท้าย ภารกิจคือ: ปกป้องเณรน้อยฮุ่ยไห่จนกว่าจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ (อายุครบ 18 ปี)..."

จบบทที่ บทที่ 26 หาแพะรับบาป

คัดลอกลิงก์แล้ว