เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1336 ผู้เฒ่า ท่านเป็นใคร?

ตอนที่ 1336 ผู้เฒ่า ท่านเป็นใคร?

ตอนที่ 1336 ผู้เฒ่า ท่านเป็นใคร?


หน้าประตูตำหนักกลาง

เย่ว์หยางกำลังเดินไปตามขั้นบันไดด้วยท่าทีสบายๆและพอใจเหมือนนักท่องเที่ยวชมดูสวนดอกไม้ ไม่มีใครรู้ว่าเขาเพิ่งเดินออกมาจากนรกหนามเข็ม

จางเว่ยอยู่ในระหว่างภารกิจและจางเฮิ่นผู้มีความมั่นใจติดอยู่ในกับดักของตนเองภายใต้ภูเขากวงหมิงไม่มีใครขัดขวางเย่ว์หยางไม่ให้เดินหน้าได้ ทหารหรือบริวารผู้เฝ้ารักษาตำหนักกลางพบเห็นเย่ว์หยางแต่พวกเขาไม่กล้าก้าวเข้ามาขัดขวางพวกเขาไม่หยิ่งผยองเหมือนเมื่อก่อนแม้จะเห็นเย่ว์หยางเดินขึ้นมาจากระยะไกลก็ตามไม่มีใครกล้าขัดขวาง ได้แต่วิ่งกลับไปรายงาน

ในไม่ช้าเย่ว์หยางก็มาถึงลานต้อนรับ

ที่นี่เดิมทีเป็นลานต้อนรับสำหรับผู้มีศรัทธาจากแปดทิศทาง“ตำหนักลม ไฟ น้ำ ดิน ฯลฯล้วนตั้งรูปเทพเจ้าขนาดใหญ่ไว้ที่นี่และในขณะเดียวได้ติดตั้งเสาแก้วผลึกสำหรับเทเลพอร์ตเพื่อให้ผู้มีศรัทธาได้ใช้เดินทางไปมา

งานรื้อบ้านเริ่มแล้วแต่จะไปตำหนักไหนก่อน

เย่ว์หยางจับคางครุ่นคิด

ตำหนักลม?

ตำหนักน้ำ หรือตำหนักไฟ?

ขณะที่เย่ว์หยางตรวจสอบเสาแก้วผลึกไปทีละต้นเพื่อหาเป้าหมายที่ดีที่สุดมีชายชราอ้วนเตี้ยถือข้องใส่ปลาสีดำและคันเบ็ดสีเขียวมรกตในมือเดินหัวเราะเข้ามาหา

ท่าทางของชายชราใจดีตะโกนถามราวกับพบเห็นสหายหรือคนในครอบครัว  “เด็กน้อย! เจ้ามาทำอะไรที่นี่?”

เย่ว์หยางประหลาดใจ

เขามองสำรวจดูชายชราขึ้นๆ ลงๆอย่างระมัดระวัง “ดูเหมือนว่าข้าไม่รู้จักท่านนะ?”

“เจ้าคือคุณชายสามตระกูลเย่ว์จากทวีปมังกรทะยานหอทงเทียนไม่ใช่หรือ” ชายชราดูเหมือนรู้จักเย่ว์หยางแต่ว่าไม่คุ้นเคยกับเขา

“ใช่แล้ว แต่ท่านเล่า?” เย่ว์หยางลูบหลังศีรษะตนเองด้วยความสับสนเล็กน้อย เขาไม่มีญาติหรือสหายอยู่ในตำหนักกลางศักดิ์สิทธิ์เหตุใดชายชรานี้จึงดูคุ้นเคย? นอกจากนี้ยังดูเหมือนไม่ใช่การเสแสร้งแปลงตัว!  ตำหนักกลางศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้มีแต่ศัตรูล้วนๆไม่ใช่หรือ? ทำไมถึงมีผู้เฒ่าอย่างนี้ด้วย

“ข้าคือฟ่านเจียงผู้ลือชื่อ! โอวลืมไป เจ้ายังเด็กเกินไปเจ้าต้องไม่เคยได้ยินชื่อเสียงของข้ามาก่อนแน่นอน ไม่เป็นไร เจ้าเรียกข้าว่ายอดพรานเบ็ด  ข้าชอบให้คนเรียกข้าว่ายอดพรานเบ็ด!”   ชายชราชื่อฟ่านเจียง ชื่อนี้เย่ว์หยางไม่เคยได้ยินมาก่อนตั้งแต่เขาเป็นจักรพรรดิอวี้รุ่นใหม่ เขาได้อ่านประวัติศาสตร์ของหอทงเทียนมามากและประวัติศาสตร์ลับที่เกี่ยวข้องก็อ่านด้วยเช่นกัน  แต่ชื่อฟ่านเจียงไม่เคยปรากฏให้เห็นแม้แต่น้อยผู้เฒ่านี้เป็นผู้อาวุโสจากหอทงเทียนหรือ? นั่นคงเป็นเวลาที่ยาวนานเกินไป หรือว่าประวัติศาสตร์ลืมไปหมดแล้ว?

“ยอดพรานเบ็ด?แต่ในข้องของท่านไม่มีปลาเลยสักตัว!” เย่ว์หยางมองดูข้างในข้องและพบว่าฝีมือของยอดพรานเบ็ดผู้นี้แย่ยิ่งกว่าของเขาไม่มีแม้แต่เกล็ดปลาให้เห็นสักเกล็ด นี่ยังกล้าอ้างตัวว่าเป็นยอดพรานเบ็ดอีกหรือนี่?

“ข้องใส่ปลาของยอดพรานเบ็ดไม่มีปลาได้ไง!” ผู้เฒ่าเมื่อได้ยินเช่นนั้นเขาละอายหน้าแดงและพยายามแก้ตัว

“.....”  เย่ว์หยางพูดไม่ออก

การสนทนาพูดคุยกับนักตกปลางี่เง่านับเป็นการกระทำที่งี่เง่าเย่ว์หยางตัดสินใจไม่พูดเรื่องการตกปลากับตาเฒ่าผู้นี้อีกและไม่พูดถึงปลาด้วยซ้ำ  เขาสามารถมองเห็นได้ ยอดพรานเบ็ดผู้นี้ไม่ได้ดีไปกว่าเจ้าอ้วนไห่งี่เง่า  ที่ชอบหลับและกรนเวลาตกปลาทำให้ปลาตกใจหนีไปหมด

ผู้เฒ่ารออยู่นานและเห็นว่าเจ้าเด็กที่อยู่ข้างหน้าไม่ยอมประจบสอพลอยกย่องตัวของเขาเพื่อรับรู้ถึงกลเม็ดในการตกปลาทำให้เขาอดรู้สึกเบื่อมิได้

จะบอกว่าผู้อาวุโสน่ารังเกียจก็ต้องเห็นแก่หน้ากันบ้าง!  ไม่งั้นจะอึดอัดมาก

ผู้เยาว์นี้ไม่มีความนอบน้อมบ้างเชียวหรือ?

เย่ว์หยางไม่ใช่เจ้าอ้วนไห่ที่กล้าประจบประแจงผู้อาวุโสแม้ว่าจะเป็นเรื่องธรรมดาแต่ก็เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะยกย่องนักตกปลางี่เง่าให้เป็นยอดนักตกปลา

ดังนั้นคุณชายจึงทำเป็นแหงนหน้ามองฟ้าแสร้งทำเป็นไม่เห็นชายชราที่โหยหาการยกย่องเยินยอ

ผู้เฒ่ารออยู่นานในที่สุดเขาก็หมดความอดทนและรีบเอ่ยปากขึ้น “การตกปลาเป็นศิลปะขั้นสูง เมื่อใดก็ตามที่ข้ามีเวลาข้าซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญการตกปลาระดับปรมาจารย์ยินดีจะให้คำแนะนำแก่เจ้า ตอนนี้ข้าจะสอนเจ้าได้รู้ในด้านอื่นเพื่อไม่ให้เจ้าถูกหัวเราะเยาะเหมือนเด็กบ้านนอกที่ไม่มีพ่อไม่มีแม่ให้การสั่งสอน”

ถ้าไม่ใช่วิชาตกปลาเท่านั้น

สำหรับเหตุผลอื่นเย่ว์หยางก็มีความสนใจ

“เอ่อ.. ผู้อาวุโสม่านเจียงใช่ไหม?เป็นเกียรติที่ได้พบผู้อาวุโสที่นี่ในวันนี้!” เย่ว์หยางโค้งแทบจรดพื้น

“ฟ่านเจียงผู้ลือชื่อ!” เมื่อผู้เฒ่าได้ยินผิดเขารีบแก้ไขให้ถูกต้องแม้ว่าคุณชายสามจะเรียกชื่อเขาผิด แต่สมควรให้อภัยสำหรับเด็กหนุ่มที่ทำผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ เป็นครั้งคราวโดยเฉพาะอย่างยิ่งเขาเป็นผู้อาวุโสที่เปิดเผยใจกว้างจึงไม่ถือสาเขา

“วันนี้อากาศดีมิทราบว่าผู้อาวุโสม่านเจียงกินข้าวเช้ามาหรือยัง? หรือว่าไง”  คุณชายสามกระตือรือร้น

“ไม่ใช่ม่านเจียงแต่เป็นฟ่านเจียงผู้โด่งดัง!” ผู้อาวุโสอดทนแก้ไขข้อผิดพลาดของเด็กรุ่นหลัง

“ผู้อาวุโสม่านเจียง! ข้าได้ยินมาเมื่อตอนข้ายังอายุสามขวบ” เย่ว์หยางบอกว่าชื่อเสียงที่โดดเด่นของผู้อาวุโสนั้นโด่งดังเหมือนกับฟ้าร้องกรอกหู

“เจ้าเจ้าเรียกข้าว่ายอดพรานเบ็ดก็แล้วกัน!” ผู้เฒ่าพบว่าไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะแก้ไขข้อผิดพลาดทางวาจาของบุรุษหนุ่มคนนี้ได้ เป็นไปได้ไหมว่าชื่อเสียงของเขานั้นน่าตกใจเกินไปซึ่งทำให้บุรุษหนุ่มคนนี้ไม่สามารถควบคุมตนเองได้ชั่วขณะและเรียกชื่อของเขาผิด?แต่ไม่ว่าจะเป็นกรณีใดก็ควรค่าแก่การให้อภัยสำหรับคนรุ่นใหม่ที่ทำผิดเล็กน้อย ชื่อไม่ใช่เรื่องสำคัญอย่างไรก็ตามเขาก็เป็นคนเกียจคร้านและซ่อนตัวอยู่ในเมืองการเรียกยอดพรานเบ็ดนั้นสอดคล้องกับสถานะการหลีกหนีหลบหน้าของเขาในปัจจุบันมากกว่า

“ผู้เยาว์จะกล้าเรียกฉายาผู้อาวุโสตามปกติได้อย่างนั่นเป็นการไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงไม่ใช่หรือ?” คุณชายสามรีบโบกมือ

“ไม่เป็นไร เราผู้เฒ่านี้มีความเป็นมิตรเสมอ”ใบหน้าของผู้เฒ่ามีรอยยิ้มที่น่ารัก

“ข้าโชคดียิ่งนักที่ได้พบผู้อาวุโสที่น่ารัก” คุณชายสามจับมือของผู้เฒ่าอีกครั้งและพยายามเขย่าขึ้นลงความกระตือรือร้นและความชื่นชมของคุณชายสามทำให้ผู้เฒ่านี้พอใจมาก

“ถ้าเกิดเรื่องอะไรในอนาคตเจ้าเพียงแค่ระบุชื่อที่โดดเด่นของข้า ข้าผู้เฒ่าจะปกป้องเจ้า”  ชายชราหัวเราะหน้าบาน

“ผู้อาวุโสช่างมากน้ำใจยิ่งนัก!” คุณชายสามยกหัวแม่มือให้เขาโดยตรง

“เรื่องเล็ก ข้าชอบดูแลผู้เยาว์เสมอใครให้ข้าเป็นผู้อาวุโสผู้มีความบริสุทธิ์ใจเล่า” ผู้อาวุโสหัวเราะอย่างมีความสุข

“ทำไมวันนี้ผู้อาวุโสถึงได้มาปรากฏตัวอยู่ที่นี่?” เย่ว์หยางแปลกใจถ้าผู้เฒ่านี้เป็นผู้อาวุโสของหอทงเทียนเหตุใดเขาจึงไม่อยู่ในหอทงเทียนแต่กลับวิ่งมายังตำหนักกลางศักดิ์สิทธิ์ภูเขากวงหมิงทำไม?

“มีคำกล่าวว่าสถานที่อันตรายที่สุดคือที่ปลอดภัยที่สุดไม่ใช่หรือ? เมื่อหอทงเทียนและภูเขากวงหมิงทำสงครามกันไม่มีที่ใดในแดนสวรรค์ที่ปลอดภัยข้าตัดสินใจบุกเข้าไปในแดนศัตรูทำให้ศัตรูสับสนแสร้งทำตัวเป็นชาวประมงซ่อนตัวเองไว้ลึกที่สุด! แล้วเด็กน้อยเจ้าล่ะ? เห็นว่าการปลอมตัวของข้าฉลาดมากไหมเล่า? ข้าแอบซุ่มซ่อนอยู่ที่นี่มาเป็นหมื่นๆ ปีแล้วไม่มีใครพบเจอข้าเลย ฮ่าฮ่าฮ่าเราผู้เฒ่าคือราชานักซุ่มซ่อนตัวจริง!”ชายชรากล่าวอย่างตื่นเต้นน้ำลายแตกฟอง

“การต่อสู้แพ้ชนะในอดีตตั้งแต่เมื่อใด?”  เย่ว์หยางอดสงสัยไม่ได้

“แน่นอนว่าต้องชนะเป็นธรรมดาถ้าไม่ใช่เพราะปีศาจเฒ่าบางตนคอยช่วยสนับพวกเขาภูเขากวงหมิงหอทงเทียนของเราคงรุ่งเรืองยกระดับไปแล้ว!” ในยุคสมัยของชายชรา หอทงเทียนยังทรงพลังมากแตกต่างจากยุคปัจจุบันที่ตกยากลำบาก

“.....” เย่ว์หยางอยากใช้ก้อนอิฐตบชายชรานี้ยิ่งนักแล้วลากตัวไปฝังไว้  ถ้าเจ้าสู้พวกภูเขากวงหมิงได้โดยตรง เจ้ายังจะมาหลบอยู่อย่างนี้หรือ

“การปลอมตัวเป็นชาวประมงเป็นเวลาหลายหมื่นปีทำให้ฝีมือการตกปลาของเราผู้เฒ่าพัฒนาขึ้นเป็นอย่างมากและเขาได้เลื่อนขึ้นเป็นยอดพรานเบ็ดระดับปรมาจารย์! แน่นอนว่าอัจฉริยะอย่างข้าสามารถเรียนรู้ทุกอย่างรวดเร็วมาก!”  ชายชราลูบเคราสีขาวของเขาทำนองว่าเด็กน้อยเจ้าต้องเรียนรู้จากข้า

“.....”เย่ว์หยางมองดูข้องปลาที่ว่างเปล่านี่คือฝีมือตกปลาที่ได้รับการพัฒนาปรับปรุงมาเป็นเวลาหลายหมื่นปีหรือ?

“อย่าอิจฉาเราผู้เฒ่ามากเกินไปความสามารถของบางคนอิจฉาไปก็ทำอะไรไม่ได้!” ผู้เฒ่าคิดว่าเย่ว์หยางกำลังเศร้า เขาจึงรีบปลอบแต่ฟังแล้วเหมือนกับต้องการอวด

“....”  เย่ว์หยางรู้สึกอยากฝังตาแก่นี่ทั้งเป็นยิ่งนัก

หลังจากสนทนากันอย่าจริงจังเย่ว์หยางก็เข้าใจได้ในที่สุดว่าชายชราผู้นี้เป็นผู้อาวุโสของหอทงเทียนไม่ใช่ศัตรูปลอมแปลง แต่เป็นปีศาจเฒ่าที่มีชีวิตมานานนับหมื่นปี สำหรับชายชราคนนี้ที่ไม่ได้กลับไปยังหอทงเทียนเป็นเวลาหลายหมื่นปีนั่นแต่กลับอยู่ในภูเขากวงหมิงเป็นการแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ส่วนตัวของเขา

ไม่ทำอะไรให้มากเกินไป

ในทางตรงกันข้ามถ้าทำบางเรื่องปกติเกินไปอย่างนั้นต้องระวังอาจเป็นสัญญาณของการสิ้นโลก

เนื่องจากเขาเป็นผู้อาวุโสจริงๆแม้ว่าเขาจะค่อนข้างช่างพูด แต่เย่ว์หยางก็แอบถอนหายใจโล่งอก รู้สึกดีที่ได้อยู่ภายใต้การดูแลของรุ่นอาวุโสถ้าผู้อาวุโสนี้ไม่เหลวไหลก็เชื่อว่าน่าจะดีกว่านี้

หลังจากคุยเรื่องเคล็ดการตกปลาแล้วผู้อาวุโสคุยกับเย่ว์หยางเรื่องการพรางตัวซุ่มโจมตี  เกี่ยวกับการอำพรางซุ่มโจมตีผู้อาวุโสนี้เต็มไปด้วยความกระตือรือร้นพูดคุยเกี่ยวเคล็ดการจับปลากับเย่ว์หยาง  ถ้าเย่ว์หยางเป็นเจ้าอ้วนไห่ ทั้งสองก็น่าจะมีช่วงเวลาที่ดีในการพูดคุยกันอย่างแน่นอน  แต่แม้ว่าเย่ว์หยางจะแสดงตัวเป็นคนธรรมดาหลังจากพูดคุยนานเข้า ในที่สุดเย่ว์หยางก็อดบอกอำลาไม่ได้

“ผู้อาวุโส เวลาไม่เช้าแล้วข้าไม่มีเรื่องสำคัญอะไร ไปกินข้าวด้วยกันเถอะ ข้าเลี้ยงเอง!” คุณชายสามเชิญผู้อาวุโสกินอาหารเรื่องนี้ไม่ใช่เกิดขึ้นได้แต่ก็ไม่ได้ขัดขวางการสัญญาของเขา

“ก็ได้แล้วค่อยติดต่อกันใหม่เมื่อมีเวลา!” ชายชราไม่เต็มใจจะแยกจากกันเป็นเรื่องยากที่จะมีคนหนุ่มคนหนึ่งที่ยอมฟังฝีมือในการตกปลากของขา  อย่างไรก็ตามขณะที่เย่ว์หยางกำลังจะจากไป เขารีบตอบทันที  “เดี๋ยวก่อน เด็กน้อย เจ้าจะทำอะไร?”

“รื้อบ้าน!” น้ำเสียงของเย่ว์หยางเหมือนเป็นผู้จัดการ

“ข้าจะไปด้วย จะรื้อบ้านที่ไหน?” ผู้เฒ่าผู้อยู่โดยซ่อนฝีมือไว้ได้ยินเรื่องรื้อบ้านเขาร่วมสมัครด้วยทันที

“บนภูเขากวงหมิงนี้ ผู้อาวุโสท่านไม่คิดว่าจะมีบ้านเพิ่มอีกหรือ? อาคารที่นี่ไม่สอดคล้องกับการพัฒนาและการวางแผนชนบทใหม่ในสังคมที่กลมกลืนกันข้าตัดสินใจว่าจะรื้อที่นี่ทั้งหมดแล้วสร้างใหม่ ทำไมผู้อาวุโสสนใจหรือเปล่า?” เย่ว์หยางไม่คิดว่าผู้เฒ่าคนนี้จะช่วยได้ หากเขาต้องการเปิดเผยตัว ก็คงทำไปแล้วไม่ต้องรอเป็นหมื่นๆ ปีจนถึงบัดนี้

“โครงสร้างที่นี่ไม่สอดคล้องยังไง?”  ผู้เฒ่าไม่เข้าใจสิ่งที่ได้ยิน แต่ในที่สุดก็รู้ว่าเย่ว์หยางต้องการถล่มภูเขากวงหมิงให้ราบ

“ผู้อาวุโสไปตกปลาต่อเถอะเรื่องใหญ่อย่างนี้ไม่ควรมาถ่วงงานอดิเรกของท่าน!  นอกจากนี้ นี่ยังเป็นเรื่องเล็กน้อยคนรุ่นเยาว์อย่างข้าจะกล้าใช้คนรุ่นอาวุโสได้อย่างไร”  เย่ว์หยางไม่เคยนับผู้อาวุโสเฒ่าคนนี้ตราบใดที่ชายชราผู้นี้ไม่ใช่ศัตรูที่มีความแข็งแกร่งไร้เทียมทานเขาก็มีความพอใจแล้ว

“ที่นี่น่ะหรือ? เด็กน้อยดูเหมือนว่าเจ้าเกือบได้แล้ว! ภูเขากวงหมิงไม่มีอะไรโยกคลอนได้มานานแล้ว เจ้าต้องการลงมือหรือ?นอกจากเราผู้เฒ่าแล้ว คนอื่นพยายามเหยียบย่ำให้ราบไม่ใช่เรื่องง่าย  แม้ว่าเด็กน้อยเจ้าจะดูแล้วไม่ใช่ธรรมดา  แต่ก็ยังห่างไกลจากผู้เฒ่ามากนัก!” ผู้อาวุโสราวกับคุยโม้โอ้อวดตัวเอง  แน่นอนว่าเขามีทุนในการคุยโวอย่างน้อยเย่ว์หยางที่ไม่เคยเชื่อก็ไม่ขัดวาง เปลี่ยนเป็นคนอื่น อาจจะฆ่าแล้วลากไปฝังตั้งแต่เขาคุยโม้เรื่องเคล็ดในการจับปลา

“แล้วเราจะย่ำภูเขากวงหมิงให้ราบได้อย่างไร?”  เย่ว์หยางถามเหมือนเด็กใฝ่รู้

“ง่ายมากถ้าเจ้ามีความแข็งแกร่งระดับเดียวกับเราผู้เฒ่า” ผู้เฒ่าลากเสียงยาว

“แล้วถ้ามีไม่พอเล่า?”  เย่ว์หยางกลอกตาเมื่อได้ยิน

โธ่เอ๋ย!

ปีศาจเฒ่าอยู่มาหลายหมื่นปีใครอยากจะเทียบกับเจ้าเล่า?ยังมีผู้เยาว์คนไหนที่อายุเยาว์ยิ่งกว่าเราคุณชาย

ชายชรายืนเขย่งเท้าโอบแขนตบไหล่เย่ว์หยางอย่างยากลำบาก  “ไม่ต้องกลัว เราผู้เฒ่าถูกใจเจ้ามากและข้าสามารถให้คำแนะนำเจ้าได้เล็กน้อย หากเจ้าเข้าใจได้สัก 20-30% เจ้าอาจจะดึงพลังเพิ่มขึ้นมาได้ แม้ว่าพลังจะไม่เพียงพอแต่ก็อาจใช้รักษาเอาตัวรอดได้...”

เย่ว์หยางอยากจะถอดรองเท้าและตบตาเฒ่าให้แบนเป็นกระดาษยิ่งนักแต่เขาพยายามข่มอารมณ์ไว้

ถ้าไม่เห็นว่าเขาเป็นผู้อาวุโส ไม่มองเห็นว่าเป็นสิ่งมีชีวิตอายุยืนยาว เขาคงใช้ปราณกระบี่แทนห้าม้าแยกสังขารกับตาเฒ่านี่แล้ว  เขาเอาตัวรอดมาเป็นเวลาหมื่นๆ ปีได้อย่างไร?มีความสามารถในการพัฒนาสติปัญญาของตัวเองหรือ!

“ถ้าเปลี่ยนเป็นคนอื่นเราผู้เฒ่าไม่บอกแน่นอน แม้ว่าเด็กน้อยเจ้าจะดูไม่ค่อยดีนัก แต่ความเข้าใจของเจ้าใช้ได้ดี แต่เราผู้เฒ่าเต็มใจจะให้คำแนะนำ! ก่อนจะเข้าสู่บทแนะนำ ข้าจะแสดงฝีมือตกปลาขั้นสูงให้เจ้าดู!” คำพูดของชายชราแทบจะทำให้เย่ว์หยางหน้าทิ่มกับพื้น  ทั้งชีวิตของเขาถูกวิพากษ์วิจารณ์มามากมายแต่ไม่มีใครพูดอะไรมากเกินไป ผู้อาวโส ดูอายุตัวเองเสียบ้างได้ไหม?

“เด็กน้อยผู้เป็นเทพราชันย์ยังสับสนอยู่  ข้าหวังว่าผู้อาวุโสจะชี้แนะข้อสงสัย”  เย่ว์หยางไม่เคยคำนับผู้เฒ่าและท่าทีของเขาทำตามมารยาทเมื่อเขาขอคำแนะนำ

“ตอนนี้ยังเร็วเกินไปที่จะพูดถึงเทพราชันย์  เด็กน้อยเจ้ายังพลาดไปไกลนั่นต้องการความลึกซึ้งเมื่อเทียบกับการพัฒนาก้าวหน้าวิชาตกปลา  เด็กน้อย จงอย่างโลภเกินไป  จงกลืนกินอย่างระมัดระวัง จะได้ไม่สำลัก  วันนี้ข้าแทบยังไม่ได้ให้คำชี้แนะเรื่องบัลลังก์เทพให้เจ้าเลย!”  เมื่อชายชรากล่าวเสร็จเย่ว์หยางตะลึง

บัลลังก์เทพ?

เอาไว้ทำอะไร?

เขามีความเข้าใจเรื่องนักรบระดับเทพไม่มาก  แต่ก็ไม่น้อยเกินไปทำไมเขาไม่เคยได้ยินเรื่องบัลลังก์เทพเลย? แม้แต่ภูมิปัญญาที่ได้รับตกทอดจากมารดาก็ไม่พูดถึงไว้  บัลลังก์เทพคืออะไร?

*** *** ***

จบบทที่ ตอนที่ 1336 ผู้เฒ่า ท่านเป็นใคร?

คัดลอกลิงก์แล้ว