เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1323 คิดว่าเจ้าชนะแล้วใช่ไหม?

ตอนที่ 1323 คิดว่าเจ้าชนะแล้วใช่ไหม?

ตอนที่ 1323 คิดว่าเจ้าชนะแล้วใช่ไหม?


“ข้าสงสัยข้าไม่สามารถใช้คัมภีร์อัญเชิญได้ ไม่สามารถอัญเชิญอสูรได้ พลังเทพก็ถูกห้ามใช้  เจ้าจะเอาอะไรมาชนะข้า?”  ครั้งนี้เย่ว์หยางมองดูด้วยความดูถูกเหยียดหยามราวกับว่าเห็นตาข่ายยักษ์ที่คนอื่นเอามาถักทอเหมือนใยแมงมุม

“ถ้าเจ้ายังจำได้ ข้าคือองครักษ์อันดับหนึ่งของตำหนักกลางศักดิ์สิทธิ์”  จางเว่ยเตือนอย่างอารมณ์ดี

“เจ้าต้องการบอกว่า ‘ประตู’ ใช่หรือเปล่า?”  ในที่สุดเย่ว์หยางก็จำได้

“นั่นแหละคือไม้เด็ดของข้า!” จางเว่ยไม่ได้สนใจเรื่องความไม่สุภาพทุกอย่างของเย่ว์หยางอย่างสิ้นเชิง ตอนนี้เขาใช้หัวใจของผู้ชนะยกโทษให้เย่ว์หยาง  เขารู้สึกว่าในฐานะผู้แพ้ที่น่าเศร้าไม่ว่าเขาจะทำหรือพูดอะไรตอนนี้ก็ควรแก่การยกโทษ เพราะเขาคือผู้ชนะ

มือยาวของจางเว่ยเอื้อมไปลูบประตูสวรรค์

อย่างอ่อนโยน

เหมือนกับสัมผัสผิวของคนรัก

ทันใดนั้นประตูสวรรค์เกิดแรงกระเพื่อมเล็กน้อย

แม้ว่าจะเล็กน้อยมากแต่ความผันผวนมิติเวลาก็เพียงพอแล้วสำหรับจางเว่ยที่ไม่สามารถใช้พลังเทพให้ใช้ทักษะกวาดล้างได้

เหมือนกับประตูวัดที่ศักดิ์สิทธิ์แสงรัศมีที่งดงามฉายสูงเป็นหมื่นเมตร นักรบของตำหนักกลาง ภายใต้ผู้นำที่มีฝีมือแข็งแกร่งกรูกันออกมาเต็มพื้นที่ประตูสวรรค์

เสียงฝีเท้าเคลื่อนขบวนดังยิ่งกว่าฟ้าร้อง

โลกสั่นสะเทือน

สี่องครักษ์พิทักษ์ตำหนักกลางศักดิ์สิทธิ์เป็นยักษ์ไตตันเบียดเสียดออกมาจากประตูล่องหนที่จางเว่ยเปิดให้

ในท่ามกลางเสียงตะโกนของนักรบในตำหนักกลางพวกเขาเต็มไปด้วยจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ส่งเสียงคำรามกำลังเข้ามาใกล้อย่างไม่หยุดยั้ง ความสูงของยักษ์ไตตันเหล่านี้ดูเหมือนจะสูงเต็มที่ห้าร้อยเมตร ทุกย่างก้าวจะทิ้งรอยเท้าขนาดใหญ่บนพื้นกินความลึกกว่าสิบเมตรหลังจากที่จางเว่ยชูมือสี่ผู้บัญชาการทุกคนคุกเข่าข้างหนึ่งแสดงความเคารพต่อผู้บัญชาการทหารอันดับหนึ่งของตำหนักกลางศักดิ์สิทธิ์

“จงรัก ภักดี!” นักรบของตำหนักกลางศักดิ์สิทธิ์พลิกตัวลงจากหลังม้าคุกเข่าข้างหนึ่งยกมือทาบหน้าอกข้างหนึ่ง และตะโกนอย่างบ้าคลั่ง

“เห็นไหม?พวกเขาทั้งหมดเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาที่ซื่อสัตย์ที่สุดของข้า  บางทีนอกโลกกระดานหมากรุกและวงกตมิติเวลาเจ้าซึ่งเป็นนักรบระดับเทพอาจจะเพิกเฉยการดำรงคงอยู่ของพวกเขาก็ได้  แต่ตอนนี้เจ้าไม่มีพลังที่จะต้านทานนอกจากปล่อยให้บริวารของข้าทำลายเจ้าให้ตายเจ้าคิดว่าเจ้ามีทางเลือกที่สองหรือไม่?” จางเว่ยยิ้มอย่างสบายใจ เขารู้สึกว่าหลังจากที่ได้รู้ว่าเย่ว์ไตตันไม่ธรรมดานี่เป็นครั้งแรกที่เขามีความสุขขนาดนี้!เพื่อเอาชนะอัจฉริยะที่ไม่มีใครเทียบได้ของหอทงเทียนในรอบหมื่นปีไม่จำเป็นต้องมีราชันย์ไร้พ่าย ไม่จำเป็นต้องทนทุกข์จากความพ่ายแพ้ไม่จำเป็นต้องมีแผนพิเศษ แต่ใช้กลอุบายที่ชาญฉลาดของตงฟาง  บุรุษเพียงคนเดียวที่จะทำให้เขาทุกข์ทรมานได้

ภายใต้ประตูสวรรค์นี้ตัวของเขานับว่าไร้เทียมทาน

อย่างน้อย

ในกรณีที่เย่ว์ไตตันไม่สามารถใช้พลังเทพได้ตราบเท่าที่เขานั่งอยู่ในที่สูงอย่างสบายๆ ดูเจ้าผู้นี้ถูกทุบถูกตีเขาจะปล่อยให้ทางด้านจ้าวภูผาและราชันย์ไร้พ่ายนั่งรอต่อไปบางทีพอเขาเบื่ออาจจะโยนเย่ว์ไตตันให้พวกเขาได้เล่นสร้างความดีความชอบสักเล็กน้อยบ้างก็ได้

เมื่อต้องเผชิญกับการต่อสู้ใหญ่ครั้งนี้แม้แต่คนตาบอดก็มองออก

เย่ว์หยางปรบมือดัง

และชื่นชม  “ไม่เลว มีบริวารตั้งหลายคน  ข้าขอบอกเลยจางเว่ยเจ้าเหมาะแล้วกับการเป็นสุนัขเฝ้าบ้านอันดับหนึ่งท่าหมัดวัวไร้เทียมทานนับว่าไม่เลว เอ๊ะไม่ใช่ ต้องบอกว่าหมัดสุนัขไร้เทียมทานมากกว่า”  หลังจากหยุดเล็กน้อยเย่ว์หยางยิ้มชูมือข้างหน้าวาดเป็นรูปวงกลมใหญ่และเมื่อขยับมือเบาๆ ก็กลายเป็นประตูที่แปลกประหลาด  “เห็นได้ชัดว่าท่านจางเว่ยป่วยเป็นอัลไซเมอร์เป็นแน่  ขอเตือนความจำเจ้า ไม้ตายของเจ้าคือประตูลึกลับข้าก็สามารถทำได้ แม้จะเป็นของเลียนแบบ แต่รับรองได้ว่าไม่แย่ไปกว่าของเจ้าแน่..”

หลังจากเย่ว์หยางวาดภาพประตูแปลกประหลาดเสร็จเขาไม่มองดูใครอีกเลย

เขาสาวเท้าเดินอย่างสบายๆ

เข้าไปในประตูสวรรค์อีกด้านหนึ่ง

จางเว่ยโกรธจัดและเตรียมจะเรียกบริวารให้ลงมือโจมตีอีกประตูค่อยๆ เปิดออกและมีนักรบกรูกันออกมาจากข้างในวิ่งมาอยู่ข้างหน้า  คนนำหน้าเป็นคนอ้วน

ตามหลังเจ้าอ้วนออกมาดูเหมือนว่าจะเป็นคนผอมซึ่งมีสีหน้าราวกับเห็นคนอื่นเป็นลูกหนี้ตนเองใบหน้ากระด้างเหมือนโลงศพ

คนด้านหลังเหมือนกับแท่งน้ำแข็ง

ถ้าไม่ใช่เพราะก้อนน้ำแข็งนี้ดูคล้ายมนุษย์ใครเห็นอาจจะเข้าใจผิดได้ว่าเป็นรูปสลักน้ำแข็ง

จางเว่ยไม่มีเวลามองดูกลุ่มนักรบที่กรูออกมาราวกับน้ำหลากและมียักษ์ไตตันตัวราวกับภูเขาปรากฏอยู่ในสายตา เมื่อเขามองดูหัวใจก็แทบหยุดเต้น สาวยักษ์ไตตันได้รับพรจากบางอย่างนางมีความสูงถึงสามพันเมตรกำลังเบียดผ่านประตูแคบๆออกมาด้วยความโมโหก่อนที่จะรีบวิ่งออกมาและเงื้อมือขนาดภูเขาตบใส่หัวหน้าไตตันที่ถอยหนีไม่ทันจมลงกับพื้น...

มองเห็นหลุมยักษ์ที่ทรุดตัวลงไปอย่างน้อยหมื่นเมตร

เมื่อเห็นผู้บัญชาการไตตันสูงห้าร้อยเมตรถูกอีกฝ่ายตบจมกับพื้นเหมือนตุ๊กตาเด็กเล่นไม่เหลือแม้แต่ผมโผล่ให้เห็นแม้แต่เส้นเดียว ทุกคนแทบปัสสาวะราดรดกางเกง

ไม่ต้องพูดถึงพวกเขาแม้แต่จางเว่ยที่เป็นนักสู้ระดับเทพก็ยังกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก

ตอนนี้เขาตั้งกฎไปว่าไม่ว่าใครก็ไม่สามารถใช้พลังเทพได้

เขารู้สึกเสียใจขึ้นมาบ้าง

โชคดีที่เขาเป็นนักสู้ระดับเทพแม้ว่าเขาจะไม่สามารถใช้พลังเทพได้ แต่เขาก็ยังมีความภูมิใจอยู่บ้าง ที่สำคัญ เพราะเขาเป็นเทพที่มีพลังเหนือกว่า  พวกมดแมลงจะทำอะไรเขาได้?  สามารถทำร้ายเขาแม้แต่ปลายเส้นผมหรือไม่  แม้ว่าสาวยักษ์ไตตันจะน่ากลัวไปบ้าง แต่เขาแค่ระวังซ่อนตัวจากนางไม่ไปสู้กับนางตัวต่อตัวในประตูสวรรค์นี้ยังมีนักรบจากตำหนักกลางอีกมาก เมื่อเทียบกับทหารระเบิดตัวตายใครจะน่ากลัวกว่า

“อ๋า, มีหัวหน้าเต่าหัวทองอยู่ตัวหนึ่งอย่าจับเขานะ เขาเป็นของข้า พวกเจ้าฟังข้า คุณชายผู้นี้จองเจ้าผู้นี้ไว้แล้ว”  เจ้าอ้วนผู้ไม่มีเหตุผลวิ่งออกมาตะโกนจางเว่ยที่กำลังสงบใจ ก็ไม่สามารถสงบใจได้

“เจ้าสวะนี่ เจ้าเป็นใคร?ลืมตาสุนัขของเจ้าดูให้ดี ข้าคือนักสู้ระดับเทพ เจ้าบังอาจท้าทายข้าได้อย่างไร”จางเว่ยโกรธ แต่ก็ยังแสดงความหยิ่งและความโมโห

“ผู้เคราะห์ร้ายเชื่อได้ว่าเจ้าเกิดมาเพื่อพบชะตากรรมนี้! ถ้าเจ้าต้องการเท่ ก็ตะโกนออกมา อย่ามาทำตัวสุภาพเหมือนพี่ชายเจ้า”  เจ้าอ้วนตะโกนกลับ

“มีมือใช้ได้ช้ายังดีกว่าไม่ได้ลงมือ”บุรุษหน้าเย็นเหมือนโลงศพรู้สึกอายมาก เขาขึ้นไปโจมตีในท้องฟ้า

“โจมตี” น้ำแข็งรูปคนพูดได้จริงๆ

“.....”คนกลุ่มใหญ่วิ่งเข้ามาและทำให้จางเว่ยหายไปในท่ามกลางผู้คน

ที่ด้านหลังประตูสวรรค์

เย่ว์หยางพบว่านี่เป็นอีกมิติเวลาหนึ่งเป็นอีกโลกหนึ่ง

โลกนี้แตกต่างจากโลกก่อนหน้านี้เย่ว์หยางไม่คุ้นเคย และไม่เคยได้ยินที่นี่มาก่อน

เบื้องหน้าเขาเป็นนักสู้ระดับเทพที่เปล่งรัศมีสว่างเจิดจ้ากำลังรอเขาอยู่เงียบๆ  เย่ว์หยางไม่ต้องมองก็รู้ว่าเทพที่ให้การต้อนรับเขานั้นก็คือราชันย์ไร้พ่าย ไม่มีคนอื่น

ก็เหมือนกับการปรากฏตัวของเทพอื่นแต่ก็ยังโอ้อวดเล็กน้อย แต่เทพราชันย์ไร้พ่ายรุ่งเรืองเจิดจ้าจริงๆ

มีน้อยคนจริงๆ

ราชันย์ไร้พ่ายยืนหลับตาอยู่ในกลางเวทีเงียบๆ

เหมือนกับว่ารอคอยเย่ว์หยางมาพันปี

เย่ว์หยางยังสังเกตว่าเวทีนี้แปลกมากมีเส้นผ่าศูนย์กลางอย่างน้อยสิบกิโลเมตรมองดูเหมือนโดมภูเขาเป็นกรวยบนอยู่ล่างมีทะเลแม็กม่าอยู่รอบๆบางครั้งก็มีคลื่นความร้อนลอยขึ้นมาในอากาศบางคราวก็มีลาวาฉีดพ่นขึ้นมาสูงถึงหมื่นเมตรใจกลางของเวทีมีอักขระรูนพิเศษพร้อมกับดาบและโล่

“นี่คือพื้นที่เกียรติยศสำหรับการประลองของตำหนักกลาง”  ราชันย์ไร้พ่ายค่อยๆ ลืมตาเสียงของเขาเหมือนกับท่องบทกวีอย่างไพเราะเบาๆ “ที่นี่คือสมรภูมิไร้พ่ายของข้าที่นี่ข้าคว้าชัยชนะมา 99,999 ครั้ง ขอเพียงเอาชนะเจ้าอีกครั้งก็จะเป็นชัยชนะแสนครั้งข้าจะสร้างประวัติศาสตร์เป็นเทพไร้พ่ายสูงสุดในประวัติศาสตร์อันยาวนาน....เย่ว์ไตตันข้ากำลังมองหาตอนจบที่สมบูรณ์แบบและคว้าชัยชนะที่สำคัญที่สุดแสนครั้ง ในชีวิตของข้าตลอดหลายปีที่ผ่านมาข้ารู้สึกเสียใจที่ไม่มีเป้าหมายที่มีคุณค่าและมีความสำคัญเป็นพิเศษปรากฏตัวขึ้นจนกระทั่งตงฟางพบข้าและช่วยแนะนำเจ้าให้ข้า!”

“เจ้าคิดว่าเจ้าชนะแล้วหรือ?”เย่ว์หยางแค่นเสียงเยาะเย้ย

ในวันเดียวกันนี้เองข้าเปิดคัมภีร์อัญเชิญของข้าอย่างระมัดระวังซ้ำแล้วซ้ำเล่า ด้วยทักษะแฝงเร้นไร้พ่ายของข้าผลลัพธ์เหมือนเดิมไม่ว่าจะเป็นกฎสวรรค์หรือโชคชะตา ข้าถูกลิขิตให้ชนะ”ราชันย์ไร้พ่ายเชื่อในทักษะแฝงเร้นของเขาว่ากฎสวรรค์จะไม่มีทางผิดพลาดไปได้

“ข้าเดาเอาว่าเจ้ายังไม่ได้ดูคัมภีร์อัญเชิญเลยตั้งแต่วันนั้น”  จู่ๆ เย่ว์หยางก็ทำการคาดเดา

“การชักนำทักษะแฝงเร้นออกมาใช้ ทำเพียงครั้งเดียวก็เกินพอ” ราชันย์ไร้พ่ายคิดว่านั่นคือสิ่งที่ถูกลิขิตไว้แล้ว

“ถ้าเจ้าเปิดคัมภีร์อัญเชิญตอนนี้ได้ข้าขอแนะนำว่าขอให้เจ้าลองดูอีกครั้งบางทีเจ้าอาจจะพบกับคำตอบที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง”เย่ว์หยางขยับบีบนิ้วให้กระดูกลั่นสะบัดคอและพูดอย่างใจเย็นทำให้ราชันย์ไร้พ่ายโกรธจนจมูกบิด  “เจ้าไม่มีความแค้นกับข้าข้าไม่ต้องการลงมือกับเจ้าจริงๆ เพราะถ้าข้าลงมือกับเจ้า บางคนอาจหาว่าข้ารังแกพวกหน้าตัวเมีย!”

“เจ้าว่ายังไงนะ?” ราชันย์ไร้พ่ายตาโต คนที่ทำให้เขาต้องอัปยศทนทรมานมากที่สุดในชีวิตเห็นจะไม่มีใครเกินเย่ว์หยาง

“ไม่มีอะไร ข้าแค่จะบอกว่าเจ้าก็เป็นคนกลายเพศคนหนึ่ง!” เย่ว์หยางตั้งใจบอกว่าคัมภีร์อัญเชิญอีกฝ่ายหนึ่งคือคัมภีร์ทานตะวัน(จากเรื่องกระบี่เย้ยยุทธจักรหรือเดชคัมภีร์เทวดาเป็นคัมภีร์ที่ผู้วิทยายุทธ์ชนิดนี้เปลี่ยนสภาพจากบุรุษเพศเป็นสภาพมิใช่หญิงมิใช่ชาย)

“เจ้า เจ้า ข้าจะฆ่าเจ้า!”  ราชันย์ไร้พ่ายโมโห

“ก็แล้วแต่เจ้า”เย่ว์หยางยักไหล่ไม่แยแส

“เย่ว์ไตตันเจ้าจะต้องถูกสังหารด้วยพันดาบ ข้าจะฉีกศพเจ้าให้เป็นชิ้นๆ!” ราชันย์ไร้พ่ายเสียงแหลมเหมือนเข็ม

“ตามสบาย”  เพราะปฏิกิริยาสนองตอบของราชันย์ไร้พ่ายเย่ว์หยางคาดไว้อยู่ก่อนแล้ว เขาคาดว่าไม่มีบุรุษผู้หยิ่งยโสคนใดในโลกจะทนถูกดูถูกว่าเป็นกระเทยได้

*** *** ***

จบบทที่ ตอนที่ 1323 คิดว่าเจ้าชนะแล้วใช่ไหม?

คัดลอกลิงก์แล้ว