เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1280 เราต้องชนะ!

ตอนที่ 1280 เราต้องชนะ!

ตอนที่ 1280 เราต้องชนะ!


การเข้าร่วมกบฏของขุนพลเทพเทียนกุ่ยอย่างกะทันหันด้วยความตั้งใจของตัวของขุนพลเทพเทียนกุ่ยทำให้ทุกคนไม่อยากจะเชื่อ

มันยากจะยอมรับได้

เจ้าอ้วนไห่คาดเดาเจตนาไปทางร้าย

ขุนพลเทพเทียนกุ่ยผู้นี้ต้องการใช้ประโยชน์จากการเข้าร่วมเป็นกบฏแทรกซึมมาในกลุ่มหรือไม่ จากนั้นก็คอยแจ้งข่าวให้เจ้าตำหนักใหญ่ตงฟางพบเจอข้อบกพร่องโจมตีเย่ว์หยางหรือไม่?ไม่อย่างนั้นขุนพลเทพเทียนกุ่ยผู้นี้คงไม่มีเหตุผลที่จะมาเข้าร่วมกับพวกเขา! ตอนแรกเป็นขุนพลเทพเทียนเฉิงผู้มีกำลังพลเป็นหมื่นคน  นอกจากความภักดีต่อเจ้าตำหนักใหญ่ตงฟางไม่ต้องมองหน้าคนอื่นก็เห็นได้ว่าเขามีความสุขเพียงไหน หากเขาต้องการกบฏต่อตงฟางก็เท่ากับเขาต่อต้านตำหนักกลางศักดิ์สิทธิ์ไม่ว่าเขาจะทำสำเร็จหรือไม่สิ่งแรกที่เขาห่วงคือกังวลต่อชีวิตที่เกี่ยวข้องกับเขาทุกคนจะต้องต่อสู้อย่างไม่มีที่สิ้นสุดหากเย่ว์หยางสามารถเอาชนะตงฟางได้เร็ว พลิกสถานการณ์ได้หมดขุนพลเทพเทียนกุ่ยผู้นี้บอกไว้ก่อนก่อการกบฏนั่นไม่ใช่เรื่องแปลก ปัญหาคือปัจจุบันนี้ตำหนักกลางศักดิ์สิทธิ์ยังสร้างแรงกดดันและโจมตีได้เปรียบหอทงเทียน  ต่อให้เย่ว์หยางพลิกกลับมาได้ก็ยังมองไม่เห็นความหวัง ก่อนที่ขุนพลเทพเทียนกุ่ยจะบอกเขาร่วมกบฏก่อนการต่อสู้นั่นจะไม่เร็วเกินไปหรือ?

เว้นแต่เขาโง่ไร้สมองไม่อย่างนั้นเขาจะไม่ทำอย่างนี้โดยไม่มีโอกาสชนะ

ก่อนหน้านี้ขุนพลเทพเทียนเฉิงกล่าวในนาทีสุดท้ายจะร่วมมือกับทุกคนหลอกตงฟางเจ้าอ้วนไห่ยังคงสงสัยและสอบสวนดูจนกระทั่งพอใจ

ตอนนี้ขุนพลเทพเทียนกุ่ยไม่มีเหตุผลใดในการเข้าร่วมและเป็นกบฏต่อตงฟางและตำหนักกลางศักดิ์สิทธิ์

คิดจะโกหกใครกันแน่?

เจ้าอ้วนไห่เป็นคนแรกที่ไม่ยอมเชื่อ

“ทำไมกัน?” อย่าว่าแต่เจ้าอ้วนไห่สงสัยเลย แม้แต่ขุนพลเทพเทียนเฉิง ก็ยากจะเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง!

“เจ้ากบฏได้ ทำไมข้าจะกบฏบ้างไม่ได้?”ขุนพลเทพเทียนกุ่ยหัวเราะ และย้อนถามเทียนเฉิง “ถ้าไม่ใช่เพราะเรื่องนี้ข้าคงจะฆ่าพวกเจ้ารวดเดียวทั้งหมดแล้วพวกเจ้าคิดว่าคนอย่างข้าจะยอมให้พวกเจ้าหลอกลวงกลั่นแกล้งอย่างนั้นหรือ? น่าขัน! ข้าจะได้ประโยชน์อะไรจากพวกเจ้า?  ให้พวกเจ้าช่วยหาตัวเย่ว์ไตตันหรือคู่หมั้นของเขาและร่วมสงครามระดับสูงอย่างควบคุมไม่ได้น่ะหรือ?  ข้าไม่โง่ขนาดนั้น บอกกับเจ้าก็ได้ข้าเคยลอบติดตามองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนผู้พกดาบเทพวิเศษตลอดทาง  ข้าจะไม่รบกับนาง จะไม่สู้กับเย่ว์ไตตัน  เจ้าผู้นั้นจะทำสงครามระดับสูงย่อมไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับข้า ข้าเป็นแค่ขุนพลเทพคนหนึ่ง ข้ารู้ตัวเองดี ระดับของตัวข้าเองทำได้ดีแค่นี้

“คำอธิบายเพียงเท่านี้ยังไม่เพียงพอบางทีเจ้าอาจแกล้งทำผิดเพื่อบรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่ง  บางทีเจ้าอาจต้องการให้เราไว้วางใจจากนั้นจึงค่อยรู้ความทะเยอทะยานของตนเองในหอทงเทียน” เจ้าอ้วนไห่คิดว่าเขาจะไม่เชื่อคนผู้นี้อีกต่อไป

“แต่ข้าเชื่อเขา!” คนแรกที่ยินยอมเชื่อขุนพลเทพเทียนกุ่ยกลับเป็นสาวนางนวลสายลม

นางมีความฉลาด

แม้ว่านางจะไม่มีความสามารถพิเศษมองเห็นหัวใจมนุษย์ได้แต่นางมีสัญชาตญาณที่แข็งแกร่ง

ถ้าขุนพลเทพเทียนกุ่ยต้องการทำเป้าหมายให้สำเร็จร่วมกับกลุ่มนี้จริงๆอย่างนั้นเขาไม่จำเป็นต้องสั่งสอนทุกคนทำให้ทุกคนกลัวจากนั้นค่อยบอกความตั้งใจว่าจะเข้าร่วมต่อต้านตงฟาง

เขาสามารถพูดได้ตั้งแต่แรกก่อนที่ทุกคนจะลงมือสู้นั่นยังจะมีโอกาสลงมือหลอกได้สำเร็จมากกว่า เหตุผลที่เขาบอกหลังจากลงมือสั่งสอนทุกคนแล้วแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของเขาซึ่งหมายความว่าเขาบริสุทธิ์ใจแต่ต้องการสิทธิ์ในการพูดในกลุ่มและไม่ต้องการถูกแยกออกจากกลุ่มเพราะพฤติกรรมนี้จึงอาจสรุปได้ว่าขุนพลเทพเทียนกุ่ยต้องการเข้าร่วมด้วยความจริงใจ

เช่นเดียวกับขุนพลเทพเทียนเฉิงก่อนหน้านั้น

เพียงแต่ว่าเขาไม่ได้ให้เหตุผลเพียงพอที่จะโน้มน้าวใจทุกคน

“ข้าเชื่อเขาเช่นกัน”  หลังจากน้ำแข็งผนึกละลายลง องค์ชายเทียนหลัวกลับมาเป็นปกติเขาพยักหน้ายืนยันให้กับขุนพลเทพเทียนกุ่ยช้าๆ

“อะไรกัน? องค์ชาย, ท่านบ้าไปแล้วหรือ,เขาเกือบจะฆ่าท่านด้วยพลังหมัดไปแล้ว ท่านยังเชื่อเขาอีกหรือ ข้าอยากจะบอกว่าคนผู้นี้คือร่างอวตารของตงฟางร้อยเปอร์เซ็นต์  เขาถือโอกาสยุยงเราให้แตกแยกจากนั้นเข้ามาแทรกแซงกลุ่มของเราเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ของเขาอย่างไรก็ตามมันต้องมีเหตุผล”  เจ้าอ้วนไห่คัดค้านเต็มที่

“ยินดีต้อนรับ” เสวี่ยทันหลางยืนยันความคิดเห็นของตนเอง

“หา?...” เจ้าอ้วนไห่อ้าปากค้าง  สติปัญญาของเจ้าหน้าโลงศพนี่มีปัญหาหรือ?เห็นได้ชัดว่าเขาเข้าข้างศัตรู!

“ข้าแค่ต้องการถามอะไรคือเหตุผลที่เป็นแรงบันดาลใจให้ท่านกบฏต่อตงฟาง?”  เย่คงยังคงตั้งคำถามอย่างระมัดระวังเย่ว์หยางไม่ได้อยู่ที่นั่น แม้จะไม่ใช่ในนามของเขา แต่ในฐานะหัวหน้ากลุ่มภารกิจสำหรับภัยคุกคามใดๆ  หรือมีข้อสงสัยใดๆเขาต้องคิดอย่างใจเย็นไม่เอาอารมณ์ตัวเองเป็นที่ตั้งเหมือนเจ้าอ้วนไห่

“ถูกต้องแล้ว เจ้าลิง! ข้าเห็นด้วยกับเจ้าเป็นครั้งแรกในชีวิตไม่จำเป็นต้องบอกว่าคนผู้นี้เป็นของปลอม การเข้าร่วมของเขาก็เป็นกิริยาปลอมด้วย!”  เจ้าอ้วนไห่รู้สึกในที่สุดว่าเขาพบสหายและเขาโล่งใจทันที

“เจ้าโง่ เจ้าเงียบไปเลย!” เย่คงคิดว่าพอเจ้าผู้นี้อยู่ที่นี่นอกจากก่อกวนแล้วไม่มีความคิดสร้างสรรค์อะไรเลย

พี่น้องตระกูลหลี่สนับสนุนความคิดเย่คง

ทั้งสองคนยืนขึ้น

แม้จะรู้ว่าสู้ไม่ได้แต่ก็ยังรักษาท่าจู่โจมไว้

ตราบเท่าที่เหตุผลของขุนพลเทพเทียนกุ่ยไม่ผ่าน  อย่างนั้นถ้าพวกเขาจะโจมตีด้วยความสิ้นหวังพวกเขาก็จะรีบลงมือโดยไม่ประมาทเหมือนดาวหางระเบิดเมื่อก่อนหน้านี้แม้จะเป็นการเอาไข่ไปกระทบหินก็ตาม ตามมุมมองของเย่คงและพี่น้องตระกูลหลี่นั้นต่างจากเจ้าอ้วนไห่และเสวี่ยทันหลางและองค์ชายเทียนหลัวพวกเขาวางตัวเป็นกลางไม่ยอมรับขุนพลเทพเทียนกุ่ยเป็นพันธมิตรทันที

สีหน้าของขุนพลเทพเทียนกุ่ยค่อยจริงจังมากขึ้น

เจ้าอ้วนไห่คิดว่าเขากำลังจะหันหน้าหนีใครจะคิดว่าวินาทีต่อมาขุนพลเทพเทียนกุ่ยหัวเราะลั่น ทำให้ทุกคนงงงวย

มีอะไรขำนักหนา?

แปลก!

ขณะที่ทุกคนยังคงงงหลังจากไตร่ตรองหลายครั้งขุนพลเทพเทียนกุ่ยหันไปมองเทียนเฉิง “เจ้าอาจจะรู้ว่าทักษะแฝงเร้นของข้าคือท่าเท้าดาวตก ในความทรงจำของเจ้า ข้าเทียนกุ่ยเก่งในเรื่องใช้ดาวหางโจมตี  เมื่อโจมตีเสร็จสิ้นศัตรูก็ไม่รอดชีวิตนั่นคือพลังที่มีอยู่จริงๆ นี่คือความประทับใจที่ทุกคนมีต่อข้ารวมทั้งตงฟางก็คิดเช่นนี้  อย่างก็ตามความจริงแล้วนั่นคือผลที่ข้าจงใจสร้างขึ้น ทักษะแฝงเร้นของข้าที่แท้จริงไม่ใช่ ท่าเท้าดาวตกแต่เป็นทักษะชัยชนะ”

“ทักษะแฝงเร้นชัยชนะน่ะหรือ?”  ขุนพลเทพเทียนเฉิงเมื่อได้ยิน เขาตะลึงงันนี่คือความสามารถพิเศษอะไรกัน?

“ทักษะแฝงเร้นชนะของข้ามีรูปแบบอยู่สองอย่างอย่างแรกคือการใช้ศัตรูเพื่อเอาชนะ ถ้าใช้แล้วข้าชนะแน่นอน ประการที่สองถ้าไม่มีความมั่นคงอย่างนั้นข้าจะต้องพ่ายแพ้อย่างไม่ต้องสงสัย แต่ข้าสามารถเลือกรูปแบบที่สองและชนะรูปแบบแรกได้ด้วยตัวเองและข้ายังสามารถถ่ายเทชัยชนะให้ผู้อื่นได้และมอบให้กับผู้ชนะคนสุดท้ายอย่างเช่นยกให้เย่ว์ไตตันในการต่อสู้ครั้งนี้เป็นต้น!” เมื่อขุนพลเทพเทียนกุ่ยกล่าว เทียนเฉิงตระหนักได้ทันที

ปรากฏว่าเทียนกุ่ยผู้นี้ ในขณะที่สู้รบได้เลือกชัยชนะให้เย่ว์ไตตัน

เขาพบว่าตนเองไม่สามารถทำได้สำเร็จ

ภายใต้ลางสังหรณ์ถึงชัยชนะเขาไม่มีความลังเลหันอาวุธกลับไปโดยไม่ลังเลเขาทรยศและเข้าร่วมกับเย่ว์ไตตันด้วยการริเริ่มของตนเองเพื่อให้ทักษะแฝงเร้นชนะของเขาได้ดำเนินต่อไป

มิน่าเล่าขุนพลเทพเทียนกุ่ยถึงได้ไม่มีทางแพ้ปรากฏว่าเขามีตัวเลือกให้เลือกนี่เอง

ประการแรกเขาสามารถเอาชนะเป็นผู้ชนะเลิศเองโดยโค่นล้มศัตรูโดยตรง

ประการที่สองในกรณีที่ไม่สามารถชนะการแข่งขันได้เขาก็เลือกข้างที่ประสบความสำเร็จโดยไม่ลังเล ด้วยวิธีนี้ขุนพลเทพเทียนกุ่ยไม่มีทางจะล้มเหลวได้เลย!  ก่อนที่เขาจะสู้เขาจะไม่รู้ว่าใครเป็นผู้ชนะสุดท้ายดังนั้นเขาจึงกังวลเกี่ยวการยืนอยู่ในกลุ่มหรือไม่?   แผนเอาชนะของเจ้าตำหนักใหญ่ตงฟางมีเค้าโครงและการประสานงานอย่างดีไม่ใช่เกมง่ายๆแต่เทียนกุ่ยได้ทรยศต่อเขาหันไปร่วมกับเย่ว์ไตตันที่ยังดิ้นรนต่อสู้เหตุผลก็คือบุรุษผู้นี้รู้ว่าเย่ว์ไตตันจะได้รับชัยชนะสุดท้ายในการต่อสู้ครั้งนี้แน่นอน เขาเลือกเย่ว์ไตตันในขณะที่สถานการณ์ในหอทงเทียนยังอยู่ในภาวะสิ้นหวังแต่นั่นจะสำคัญอะไร?

ตราบเท่าที่เย่ว์ไตตันพลิกสถานการณ์กลับมาเอาชนะในการรบได้ในที่สุด

ทักษะแฝงเร้นของขุนพลเทพเทียนกุ่ยนับว่าฉลาดแกมโกงทักษะแฝงเร้นของคนผู้นี้นับว่าเป็นสิ่งคงอยู่ที่ไร้เหตุผล!

ขุนพลเทพเทียนเฉิงอดนึกอิจฉาไม่ได้

หากท่านมีทักษะแฝงเร้นเช่นนั้นท่านจะถูกขู่ให้กลัวตายง่ายๆ หรือไม่?

“กลับมาที่หัวข้อดั้งเดิม โดยวิธีการที่เจ้ากล้าที่จะไขว่คว้าหาชัยชนะโดยไม่ต้องทำนายใดๆอย่างน้อยข้าก็ยังไม่มีความกล้าเหมือนกับเจ้าบางทีนี่อาจเป็นเหตุผลว่าทำไมเจ้าถึงได้เป็นขุนพลเทพ! แน่นอนว่าข้าไม่ใช่คนเดียวที่มีความสามารถที่จะเห็นผลลัพธ์ที่น่าสนใจของการต่อสู้ในครั้งต่อไป”ขุนพลเทพเทียนกุ่ยหัวเราะลั่น

“เจ้า เจ้าพูดถึงเทียนจีหรือ?”  ขุนพลเทพเทียนเฉิงรู้สึกตื่นเต้น

เป็นไปได้ไหมที่ขุนพลเทพเทียนจีผู้มีความสามารถในการสังเกตเห็นลางแห่งชัยชนะเหมือนกับเทียนกุ่ยจะเข้าร่วมต่อต้าน?

ขุนพลเทพเทียนกุ่ยได้ยินเช่นนั้น

ได้แต่หัวเราะโดยไม่พูดอะไร

“เฮอะ, ต่อให้เจ้าพูดอย่างนี้ เจ้าก็ยังกำจัดความสงสัยได้ไม่หมด”  เจ้าอ้วนไห่พบว่ามีคนเข้าใจผิดขุนพลเทพเทียนกุ่ยผู้นี้เหมือนกับว่าต้องการเข้าร่วมต่อต้านตงฟางด้วยความจริงใจการร่วมมือกับผู้เป็นเรื่องที่ดี ปัญหาก็คือคำพูดของตัวเขาเอง เขาไม่เคยยอมลดราวาศอกด้วยตนเองก่อน

“ด้วยสติปัญญาของเจ้าเจ้าสามารถสงสัยได้ต่อไป...” เย่คงบอกว่าเขาใจกว้างยกโทษให้เจ้าอ้วนไห่

“ข้าว่าการพูดทุกอย่างเป็นเรื่องดี แต่ข้ามีสติปัญญาสูงส่งเป็นพิเศษอย่างไม่ต้องสงสัย  เจ้าลิง เจ้าพูดแบบนี้มันหักหน้าข้า!”  เจ้าอ้วนไห่โกรธประสิทธิภาพการต่อสู้ของลูกผู้ชายอีกอย่างหนึ่งก็คือสติปัญญา

“ก็แล้วแต่เจ้า”  เย่คงไม่สนใจแนวคิดของเจ้าอ้วนไห่

“ฮะฮะ!” องค์ชายเทียนหลัวและพี่น้องตระกูลหลี่เห็นเช่นนี้อดหัวเราะไม่ได้แม้แต่เสวี่ยทันหลางที่มีจิตใจเยือกเย็นก็ยังอดยิ้มมุมปากไม่ได้ความสุขยินดีกลับคืนมาเหมือนฤดูใบไม้ผลิเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่แดนสวรรค์เข้ารุกรานที่ทุกคนรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น!  ความจริงแล้วขุนพลเทพเทียนกุ่ยเข้าร่วมสู้ไม่ใช่เหตุผลหลักที่พวกเขาดีใจแต่เป็นทักษะแฝงเร้นชนะของคนผู้นี้ที่ทำให้ทุกคนหัวใจพองโต

พวกเขาทุกคนเชื่อมั่นในเย่ว์หยาง

เชื่อว่าเขาจะสามารถพลิกสถานการณ์

อย่างไรก็ตามถ้าจุดนี้ได้รับการยืนยันโดยฝ่ายศัตรูนั่นเป็นเรื่องโชคดีที่สุดอย่างมิต้องสงสัย!

ความพยายามอย่างหนักได้รับผลตอบแทน  ความมั่นใจในตนเองได้รับการยืนยันในทันที  ความหวังที่ใกล้จะสูญสลายกลับฉายประกายเหมือนฟ้ายามรุ่งสางอีกครั้ง...  แน่นอนว่านี่สมควรเป็นความสุขของทุกคน

ต้องชนะ!

เย่คงเหยียดมือไปที่เจ้าอ้วนไห่ ขณะที่พี่น้องตระกูลหลี่องค์ชายเทียนหลัวและเสวี่ยทันหลางก็ยื่นมือออกจับซ้อนกันเป็นชั้นและในที่สุดมีมือขาวเหมือนหยก(นางนวล)กดลงด้านบนทุกคนมองหน้ากันเองและส่งเสียงหัวเราะ และส่งเสียงคำรามประกาศชัยชนะ  “หอทงเทียนต้องชนะ  เราต้องชนะ!”

จบบทที่ ตอนที่ 1280 เราต้องชนะ!

คัดลอกลิงก์แล้ว