เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1279 จุดสูงสุดและเส้นทางคดเคี้ยว

ตอนที่ 1279 จุดสูงสุดและเส้นทางคดเคี้ยว

ตอนที่ 1279 จุดสูงสุดและเส้นทางคดเคี้ยว


ขุนพลเทพเทียนกุ่ยมองดูมือของเสวี่ยทันหลาง

ที่สำคัญมีพลังงานที่น่ากลัวสามารถแช่แข็งได้ทุกสิ่งทุกอย่าง พลังงานนี้มีลักษณะเฉพาะตนที่เยือกเย็นเป็นพิเศษไม่เพียงแต่มีลักษณะเฉพาะตนเท่านั้นแต่ยังแฝงไปด้วยเจตจำนงราชันย์จากความรู้แจ้งของเสวี่ยทันหลาง  แม้ว่าเขาจะยังไม่เติบโตเต็มที่ แต่เจตจำนงราชันย์คือสิ่งที่ขุนพลเทพเทียนกุ่ยไม่อาจประมาทได้ถ้าเขาไม่เตรียมตัวให้ดีและถูกบุรุษน้ำแข็งผู้นี้โจมตีเชื่อได้ว่าการต่อสู้จะพลิกกลับ 180 องศาทันที

เขาหายใจเข้าออกแรงขึ้น

เสียงคำรามดังเบาแต่พลังพายุสายฟ้าอย่างนั้นแข็งแกร่งพอจะสั่นสะเทือนหุบเขาซัคคิวบัส

รัศมีสีทองเจิดจ้ารวมเต็มร่างของขุนพลเทพเทียนกุ่ยและเปลี่ยนเป็นดาวหางทันที

เมื่อดาวหางพุ่งไปถึงบนฟ้าก็กลับตัวทันที

ในขณะจะกลับมา ดวงดาวสามารถดึงดูดดาวหางทั้งปวง

“ให้ข้าทำลายเอง!”  เย่คงพุ่งไปที่ดาวหางที่วกกลับมาอย่างน่ากลัวและใช้หมัดทั้งสองปล่อยใส่ดาวหางราวกับภูเขาไฟระเบิดไม่ให้มันกลับไปหาขุนพลเทพเทียนกุ่ยเย่คงเคยต่อสู้เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายมาทั้งชีวิต เขามีประสบการณ์อย่างมากเมื่อคู่ต่อสู้พุ่งขึ้นไปในอากาศเขาเข้าใจความร้ายแรงของวิธีการโจมตีนี้สำหรับคนที่มีพลังระดับนี้อย่างขุนพลเทพเทียนกุ่ยถ้าเขาเคลื่อนไหวย่อมไม่ใช่การโจมตีที่ร้ายแรงแต่เป็นการหาพื้นที่เปิดเร่งความเร็วและใช้เวลาช่วย แสดงให้เห็นว่าการเคลื่อนไหวนี้ยิ่งผ่านเวลาไปนานก็ยิ่งน่ากลัวแสดงว่าการเปลี่ยนแปลงของดาวหางนั้นก็คือการกลับมากระแทกพื้นและเชื่อว่าจะไม่มีใครรอดชีวิตจากการระเบิดครั้งนี้ได้

เหมือนกับไข่กระทบหิน

เย่คงกระโดดขึ้นไปและถูกดาวหางพุ่งชนแรง

แม้จะเป็นเวลาหนึ่งในพันวินาทีที่เขาดีดตัวขึ้นไปแล้วตลอดทั้งตัวคนเร็วกว่าดาวที่พุ่งลงพื้นถึงสิบเท่า

พื้นโลกหายวับไปอย่างเงียบงัน

และจากนั้น

เกิดคลื่นระเบิดขยายเป็นวงกวาดทำลายพื้นที่รอบๆอย่างรวดเร็ว และเมฆรูปดอกเห็ดลอยขึ้นจากตำแหน่งที่ชนกับเย่คง ความล้มเหลวในการขัดขวางด้วยพลังของเย่คงไม่มีทางป้องกันการวกกลับมาของดาวหางได้ของขุนพลเทพเทียนกุ่ยได้การกระทำเช่นนี้เหมือนไข่กระทบหินนอกจากทำให้ขุนพลเทพเทียนกุ่ยชะงักไปเล็กน้อยเท่านั้น

แต่หลังจากเย่คงเคลื่อนไหวแล้วเงาร่างสองสายขึ้นไปในอากาศพร้อมกัน

ลงมือสอดคล้องกันโดยปริยาย

ดาวหางที่ร่วงลงมาด้วยความเร็วสูงกับร่างเลือดเนื้อ

แม้ว่ากลับกันจะไม่เกิดอุบัติเหตุแต่สุดท้ายกลับเดินตามรอยของเย่คง ขุนพลเทพเทียนกุ่ยเปลี่ยนใจอย่างไม่คาดคิด

“พายุน้ำแข็ง!” พายุหมุนขนาดใหญ่ปะทุขึ้นจากปลายเท้าของเสวี่ยทันหลางเขาพุ่งไปหาดาวหางกลางอากาศอย่างต่อเนื่อง ในท่ามกลางพายุน้ำแข็งดาวหางชะลอความเร็วโดยไม่คาดคิด พื้นที่ในหุบเขาซัคคิวบัสถูกแช่แข็งและเสวี่ยทันหลางได้รับเจตจำนงราชันย์มาจากประตูเป็นตายเขาแช่แข็งมิติเวลาได้

“มีช่องว่างขนาดใหญ่ระหว่างอุดมคติและความเป็นจริง  การเสียสละและความเป็นมิตรสหายบางครั้งก็สู้ความสำเร็จไม่ได้ พลังคือทุกสิ่งทุกอย่าง!” เมื่อดาวหางถูกพายุหิมะชะลอความเร็ว ขุนพลเทพพุ่งออกมาพร้อมกับแสงปัญญา

เขาโน้มร่างออกมาครึ่งหนึ่งและเหวี่ยงหมัดดาวตก

หมัดทั้งสองกระแทกใส่ทุกอย่าง

เจตจำนงราชันย์รวมทั้งเสวี่ยทันหลางแตกสลายด้วยหมัดทั้งสองหมัดหวดใส่อกและท้องของเสวี่ยทันหลางโดยตรง

มองผิวเผินเสวี่ยทันหลางไม่ได้รับบาดเจ็บแต่ด้านหลังร่างกายเขา พื้นด้านหลังถูกทำลายจากผลกระทบของระเบิดดวงดาวที่เย่คงและพี่น้องตระกูลหลี่ต้านรับน่ากลัวยิ่งกว่าระเบิดขนาดใหญ่ แรงระเบิดกวาดไปทั่วภาคพื้นยอดเขาถูกระเบิดหายเหมือนถูกหมาป่ายักษ์กลืนกิน พื้นแยก ตรงกลางเป็นรอยลึกร้อยเมตร

การปรากฏขึ้นของแสงเจิดจ้าบาดตาทำให้เสวี่ยทันหลางมองไม่เห็นอะไร

เขาค่อยๆ ล้มลงกับพื้น

มือทั้งสองข้างอ่อนแรง

และในขณะที่ล้มเลือดไหลออกจากมุมปากของเขา เพียงกระบวนท่าเดียว กลุ่มที่ประกาศตัวว่าเป็นอัจฉริยะมีพลังรองจากยอดอัจฉริยะอย่างเย่ว์หยางถูกศัตรูฆ่าทำลายได้ทันที ทั้งที่ก้าวแรกเย่คงและพี่น้องตระกูลหลี่ยอมเสียสละก่อนล่วงหน้า

“ไม่นะ!”  องค์ชายเทียนหลัวรีบวิ่งขึ้นมาข้างหน้าอย่างบ้าคลั่งและเปลี่ยนร่างกลายเป็นดาวตกเพลิงฟ้าและเล็งไปที่ขุนพลเทพเทียนกุ่ยและโจมตีใส่ศัตรู

“เด็กน้อย! ฟังข้าให้ดี พวกเจ้าต้องสู้กับข้าซึ่งหน้าเป็นไปไม่ได้ที่จะใช้กลอุบายกับข้า!” ขุนพลเทพเทียนกุ่ยเหยียดมือคว้าคอองค์ชายเทียนหลัวและชูขึ้นในอากาศ

องค์ชายเทียนหลัวตั้งใจจะพินาศไปด้วยกันเป็นไปไม่ได้ที่จะดิ้นรนต่อสู้

ขณะนั้นเขาตระหนักถึงระดับการห่างชั้นของเขากับศัตรู

เท่ากับท้องฟ้า

มีเงาเหมือนกับภูเขาทอดทับลงมา

มันทุบศีรษะของขุนพลเทพเทียนกุ่ย  แต่ขณะที่ขุนพลเทพเทียนนกุ่ยถูกโจมตี  ท้องฟ้ากลายเป็นทะเลทันทีและเกิดวังวนขนาดมหึมาระเบิดดวงดาวคลุมไปทั้งร่างของขุนพลเทพเทียนกุ่ย

มือหยกเรียวยาวยืนออกมาจากความว่างเปล่าและแทงไปที่ดวงตาทั้งสองของขุนพลเทพเทียนกุ่ย

ขุนพลเทพเทียนกุ่ยถูกโจมตีแต่เขายังยิ้มที่มุมปาก

เขาก้มศีรษะลง

เบื้องหลังเงาดำกำปั้นขนาดยักษ์เฉียดแก้มของเขาโดยไม่คาดคิด แต่กระแทกใส่ร่างขององค์ชายเทียนหลัวอย่างหนักแทนและมือที่เหมือนหยกดึงรั้งโดยพลังดาวระเบิดทะลวงเงาดำที่เหมือนกับภูเขากำปั้นสีทองปรากฏที่ด้านหน้าเขาทันที

ภายในเสี้ยวหนึ่งในหมื่นวินาทีก็เปลี่ยนเป็นลำแสงนับพันสายโจมตีใส่ขุนพลเทพเทียนกุ่ยที่แทบไม่ได้อยู่ในสภาพป้องกันตัว

พลังโจมตีนี้รุนแรงอย่างแท้จริง  ก่อนหน้านี้เย่คง พี่น้องตระกูลหลี่เสวี่ยทันหลางองค์ชายเทียนหลัวและแม้กระทั่งมือหยกและเงาดำก็คอยปกปิดซ่อนการโจมตีสุดท้ายได้สำเร็จพวกเขายอมสละชีวิต

เหมือนกับโจมตีด้วยพลังพายุสุริยะ

และเป็นการลอบโจมตี

สายเกินไปที่จะรอให้ขุนพลเทพเทียนกุ่ยตั้งหลักได้

“ไปตายซะ!” ขุนพลเทพเทียนกุ่ยได้ยินเสียงที่คุ้นเคยคำรามอยู่ในหูของเขาและจากนั้นร่างของเขาที่เหมือนดาวหางจมอยู่ภายใต้การระดมโจมตีด้วยพลังพายุสุริยะ..... พายุสริยะกวาดล้างไปทั้งภาคพื้นเป็นเวลานาน ยากจะคืนสู่สภาพมิติดังเดิมท้องฟ้าพื้นโลกหายไปกับการโจมตีครั้งนี้

เมื่อแสงสว่างหายไปหมด

มีคนผู้หนึ่งยืนอยู่ตรงกลาง

กลับเป็นขุนพลเทพเทียนเฉิงที่หายตัวไปก่อนหน้านี้

เป็นเขาที่เพิ่งโจมตีทำลายล้างและเอาชนะขุนพลเทพเทียนกุ่ยผู้ไร้เทียมทาน...นี่เกิดอะไรขึ้นที่นี่กันแน่? ผู้นี้เป็นคู่ต่อสู้ของเย่คงและเจ้าอ้วนไห่และสหายมิใช่หรือ?  เขาร่วมมือกับเสวี่ยทันหลางฆ่าขุนพลเทพเทียนกุ่ยได้อย่างไร?

“เจ้าลิง, เจ้าหน้าโลงศพ อย่าเพิ่งตาย!  ข้าคุณชายโดนเล่นงานหนักกว่า พวกเจ้าจะมาตายด้วยอาการบาดเจ็บเล็กน้อยนี่หรือ?  ข้าไม่ยอมให้พวกเจ้าตาย ข้าไม่ยอมเด็ดขาด!”  เงาใหญ่และน่าเกลียดคลานออกมาจากพื้นและขุดพื้นรอบๆอย่างบ้าคลั่ง เขาตั้งใจว่าจะขุดเย่คงและเสวี่ยทันหลางที่เพิ่งถูกฆ่าเพื่อหลอกล่อศัตรู

เจ้าของมือเรียวยาวสีขาวก็คืออสูรนางนวลนางรับร่างองค์ชายเทียนหลัวเอาไว้ หน้าอกของเขามีรูทะลุรอยหนึ่ง

นี่คือพลังโจมตีสุดท้ายของขุนพลเทพเทียนกุ่ย

เดิมทีการโจมตีนี้ต้องการสังหารนางนวลสายลมแต่องค์ชายเทียนหลัวใช้ร่างของเขารับพลังโจมตีแทนนางนวลสายลม ส่งผลให้เขากระดูกหักอวัยวะภายในบอบช้ำสาหัส ยากจะรอดชีวิตได้

“พวกเขาจะไม่เสียสละอย่างไร้ประโยชน์เราสามารถฆ่าเทียนกุ่ยได้ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นแห่งความสำเร็จแล้ว”  ขุนพลเทพเทียนเฉิงกัดฟัน“เราจะรีบจากไปทันทีและตงฟางจะพบว่าข้ากบฏ ถ้าเจ้ามัวพิรี้พิไรเหมือนหญิงหม้ายอย่างนั้นการเสียสละของพวกเขาจะไร้ผล! เพื่อชัยชนะสุดท้าย การสูญเสีย และเสียสละเป็นเรื่องหลีกเลี่ยงไม่ได้บางทีในศึกต่อไปผู้เสียสละอาจเป็นเรา...”

“ทำไมเจ้าไม่ออกมาโจมตีให้เร็วกว่านี้?เจ้า เจ้าเป็นคนฆ่าเจ้าลิง!” เจ้าอ้วนไห่จับคอเสื้อขุนพลเทพเทียนเฉิงและแผดเสียงอย่างบ้าคลั่ง

“หากปราศจากการเสียสละของพวกเขาโดยไม่มีการหลอกล่อเจ้าคิดว่าข้าจะสามารถฆ่าเทียนกุ่ยด้วยพลังของข้าได้หรือ?เขามีพลังเป็นอันดับสองรองจากจื่อเว่ยพลังของเขาถ้าเอาไปเทียบกับขุนพลเทพไท่หยางที่เจ้าเอาชนะได้แข็งแกร่งมากกว่าสิบเท่า หากข้าไม่มีทักษะแฝงเร้นขุดรากถอนโคนอย่างข้าต้านรับเขาได้ไม่เกินสามกระบวนท่า! เจ้าต้องสงบใจ ไม่อย่างนั้นพวกเขาจะตายอย่างสูญเปล่า!   ในขณะนี้เราต้องไปกันต่อจนกว่าจะเจอขุนพลเทพจื่อเว่ยที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการถูกลอบโจมตีมีความเป็นไปได้ว่าอาจช่วยให้เย่ว์ไตตันกอบกู้สถานการณ์ต่อสู้กลับมาได้บ้าง...”  ขุนพลเทพเทียนเฉิงไม่อาจสงบใจได้ต่อไปเขาใช้หมัดทุบร่างปีศาจของเจ้าอ้วนไห่ทันทีพร้อมทั้งสบถอย่างโมโห “เจ้ารู้ไหมว่าข้าต้องร่วมเสี่ยงชีวิตกับพวกเจ้ามากมายเพียงไหน?   ข้าเดิมพันชีวิตตัวเองและชีวิตครอบครัวของข้าโอกาสสำเร็จมีไม่ถึงหนึ่งในหมื่น แต่ก็ยังร่วมสู้กับพวกเจ้า  เจ้าเข้าใจไหมว่าข้าต้องเสียสละมากมายเพียงไหน?เจ้ารู้ไหมว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าข้าล้มเหลว? ไม่เพียงแต่ข้าเท่านั้น ทั้งครอบครัวทั้งตระกูลเผ่าพันธุ์คนที่ข้ารักเป็นหมื่นเป็นแสนจะตายโดยไร้ที่กลบฝัง!”

“ข้าไม่สนใจ พวกเขาต้องไม่ตาย  แผนไม่ได้เป็นอย่างนี้เป็นเพราะเจ้าเปลี่ยนแผนและฆ่าพวกเขา!” เจ้าอ้วนไห่ในร่างอสูรหลั่งน้ำตาเป็นสายเลือด

“เจ้าคิดว่าข้าต้องการทำอย่างนั้นหรือ?  ข้าต้องลงมือให้สำเร็จเต็มร้อย  ถ้าข้าไม่สามารถกำจัดรากได้เราก็ไม่สามารถเอาชนะขุนพลเทพเทียนกุ่ยได้แล้วเราจะทำอะไรได้เพื่อตอบโต้ตงฟาง? เจ้าคิดว่าข้าไม่ต้องการกำจัดหรือ? การไม่ยอมทำความเข้าใจจะทำให้การเสียสละของพวกเขาสูญเปล่าเข้าใจหรือเปล่า?  เจ้าคุณชายงี่เง่า เจ้ามีชีวิตที่ราบรื่นไม่เคยพบเจอกับความพ่ายแพ้ เจ้าคิดว่าชัยชนะจะได้มาโดยไม่ต้องเสียสละเลยอย่างนั้นหรือ?  ก่อนนั้นเป็นเย่ว์ไตตัน ตอนนี้เขาตายแล้วเจ้าต้องเรียนรู้ที่จะเข้มแข็ง ตอนนี้เจ้าเป็นอิสระอยู่คนเดียวเจ้าต้องการให้พวกเขาตายเปล่าหรือไม่? เจ้าทำอะไรอื่นได้บ้างนอกจากร้องไห้?” ขุนพลเทพเทียนเฉิงเตะร่างปีศาจของเจ้าอ้วนไห่ออกไป

“แผนดี แต่เลือกเป้าหมายผิดไปหน่อย”ขุนพลเทพเทียนกุ่ยที่พวกเขาคิดว่าตายไปแล้วปรากฏตัวขึ้นที่ด้านหลังของขุนพลเทพเทียนเฉิง

ทันทีที่เขาปรากฏตัวขุนพลเทพเทียนเฉิงแทบทรุดตัวล้มลง

เจ้าอ้วนไห่และนางนวลสายลมแสดงสีหน้าผิดหวัง

แข็งแกร่งเกินไป! ขุนพลเทพเทียนกุ่ยแข็งแกร่งมากกว่าขุนพลเทพไท่หยางผู้หยิ่งยโสถึงสิบเท่าในสถานการณ์เช่นนี้ภายใต้การโจมตีอย่างรุนแรงและทักษะแฝงเร้นของขุนพลเทพเทียนเฉิงที่ใช้พลังถอนรากหญ้าและไม้ตายโดยไม่เป็นอะไรเลยทำให้พวกเขาสิ้นหวัง  “เป็นไปไม่ได้นี่เป็นภาพลวงตาที่ตงฟางสร้างขึ้นมา มันไม่มีทางเกิดขึ้นได้!” ขุนพลเทพเทียนเฉิงเหงื่อเยียบเย็นหลั่งออกจากหน้าผากของเขาไหลลงดิน

“ฮ่าฮ่าฮ่า, เทียนเฉิงความจริงตั้งแต่เจ้าหายไป ข้าก็รู้ว่าลูกไม้เล็กๆ น้อยๆ ที่เจ้าเล่นแล้วเจ้าต้องการกบฏหรือ?  ขุนพลเทพผู้บ้าบิ่นซื่อสัตย์  ก่อนจะต่อต้านเทพข้าอยากรู้จริงๆ  อะไรคือเหตุผลกระตุ้นให้เจ้ามีความคิดกบฏ?  แม้ว่าข้าจะไม่เห็นด้วยแต่ข้าก็ขอชื่นชมความกล้าหาญของเจ้าที่กล้าหาวิธีตอบโต้เจ้าตำหนักใหญ่ตงฟางได้  เทียนเฉิง! เจ้าเป็นนักรบคนแรกในประวัติศาสตร์ของตำหนักกลางศักดิ์สิทธิ์!” ขุนพลเทพเทียนกุ่ยยื่นมือออกมากดไหล่ของขุนพลเทพเทียนเฉิงจนคุกเข่าข้างหนึ่งลงกับพื้นไม่ให้เขามีโอกาสหลบหนีได้ด้วยมือข้างเดียว

ขุนพลเทพเทียนกุ่ยยกมือขวาสูง  “ขณะที่ข้าพูดว่าข้าจะส่งเจ้าสู่เส้นทางปรภพข้าจะไม่รายงาน เพราะความกล้าหาญของเจ้า ข้าจะให้เกียรติกับความซื่อสัตย์ของเจ้าข้าใจดีที่สุด อาจบอกได้ว่าข้าเป็นสหายที่ดีที่สุดของเจ้า”

ต่อสู้ดิ้นรนไปก็ไร้ประโยชน์ ทันใดนั้นขุนพลเทพเทียนเฉิงกัดฟันคว้าข้อมือซ้ายของขุนพลเทพเทียนกุ่ยที่กดอยู่บนไหล่ของเขาและตะโกน  “เจ้าอ้วนไห่, เจ้าบ้าไปแล้วหรือ?เจ้าไม่ไปตอนนี้ เจ้าต้องการรอให้ทุกคนที่นี่ตายกันหมดใช่ไหม?  ไม่ต้องมาช่วยข้าแล้ว เจ้าอ้วนไสหัวไปให้พ้นหน้าข้า ถ้าเจ้าโชคดีสามารถรอดชีวิตได้จนถึงเวลาที่เย่ว์ไตตันชนะโปรดช่วยข้าดูแลครอบครัวของข้า ข้าไม่เคยขอร้องใครมาก่อนในชีวิต ตอนนี้ข้าขอร้องเจ้า รีบหนีไปเร็วๆ อย่าให้ข้าต้องตายอย่างไร้ความหมายและไร้ประโยชน์ที่นี่!”

“ไม่, ข้าจะไม่ไป ข้าไปไม่ได้ข้าจะตายอยู่ที่นี่พร้อมกับเจ้า อย่างไรก็ตาม เจ้าลิงกับพวกตายหมดแล้ว ข้าไม่ต้องการมีชีวิตต่อไป!” เจ้าอ้วนไห่ในร่างปีศาจไม่ถอยแต่วิ่งเข้าหาขุนพลเทพเทียนเฉิงที่แทบจะกระอักโลหิตทันที

นางนวลสายลมยังคงใจเย็นเตรียมพร้อมที่จะบังคับพาตัวเขาหนีไป

คาดไม่ถึง

ขุนพลเทพเทียนกุ่ยปาดมือขวาเบาๆมิติแตกแยกทันที ร่างของเย่คง เสวี่ยทันหลางองค์ชายเทียนหลัวและสองพี่น้องตระกูลหลี่โดนโยนออกมาทั้งหมด  ทุกคนยังไม่ตายแต่ถูกน้ำแข็งพิเศษผนึกไว้จนดูเหมือนรูปสลักน้ำแข็ง  แต่ศพที่ปรากฏก่อนหน้านั้นกลับกลายเป็นก้อนน้ำแข็งที่ผสานรวมกับพลังของขุนพลเทพเทียนกุ่ยและกลับคืนมาที่ร่างของเขา

“กองทัพของพวกเจ้าทั้งหมดถูกทำลายไม่มีใครรอดอย่าว่าแต่ข้ามีความสามารถและเวลามากพอจับเจ้าเลยต่อให้ทำไม่ได้ข้าก็สามารถฆ่าเจ้าได้ง่ายแค่พวกเจ้าไม่กี่คนยังบังอาจใช้ลูกไม้ต่อหน้าข้าอีกหรือ?  ระเบิดก่อนหน้านี้ของเสวี่ยทันหลางข้าก็รู้ความคิดผีสางของพวกเจ้าแล้ว ดังนั้นข้าจึงทำเป็นเล่นตามน้ำ...  เทียนเฉิง,ข้าไม่ต้องการปฏิเสธความกล้าของเจ้า แต่เจ้าไม่ค่อยโอนอ่อนผ่อนตามต้องการกบฏต่อเจ้าตำหนักใหญ่ตงฟางหรือฮ่าฮ่าฮ่า แม้แต่เฒ่ากระดูกผุกร่อนอย่างข้ายังไม่กล้าคิด  เจ้ามันบ้าระห่ำจริงๆ!”  ขุนพลเทพเทียนกุ่ยดึงมือออกและเตะขุนพลเทพเทียนเฉิงกระเด็นไปสิบเมตรจากนั้นแหงนหน้าหัวเราะ

“?”  เจ้าอ้วนไห่และขุนพลเทพเทียนเฉิงมองหน้ากันเองสีหน้างงงวยกันทั้งคู่

ขุนพลเทพเทียนกุ่ยผู้นี้เป็นอะไรไป?

ทำไมเขาถึงไม่ฆ่าพวกเขา?

มีเพียงนกนางนวลสายลมที่มีดวงตาฉลาดมากดวงตานางเป็นประกายแวววาวและนางตระหนักถึงความเป็นไปได้บางอย่างนางดีใจชั่วครู่หนึ่งน้ำตานางก็ไหลออกมาแม้ว่านางต้องการเช็ดออกแต่ก็ทำไม่ได้ “กบฏหรือ?  น่าสนใจดีและน่าติดตามข้าจะไม่ร่วมด้วยได้อย่างไร? เจ้าควรรู้ไว้ว่าตั้งแต่สู้กับจักรพรรดิอวี้เมื่อหกพันปีก่อนข้าก็มีความคิดเช่นนั้นแต่ข้าไม่มีโอกาสดำเนินการ ครั้งนี้ข้าตัดสินใจแล้ว ขอบ้าไปกับพวกเจ้าด้วย มันน่าประหลาดใจไหม?  ถ้าข้าเข้าร่วมด้วย ยังมีโอกาสสำเร็จได้บ้างหรือเจ้าต้องการกบฏด้วยกำลังของเจ้า? ต้องการจะพลิกสถานการณ์หรือ?  ล้อเล่นแน่ๆ!”  คำพูดของขุนพลเทพเทียนกุ่ยทำให้เทียนเฉิงตกตะลึง คนที่อยากกบฏกลับกลายเป็นขุนพลเทพเทียนกุ่ยผู้ซื่อสัตย์ตลอดกาลหรือนี่?

จบบทที่ ตอนที่ 1279 จุดสูงสุดและเส้นทางคดเคี้ยว

คัดลอกลิงก์แล้ว