เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1250 หมัดเดียวทำลายทุกอย่าง

ตอนที่ 1250 หมัดเดียวทำลายทุกอย่าง

ตอนที่ 1250 หมัดเดียวทำลายทุกอย่าง


เย่ว์หยางมองดูบัณฑิตวัยกลางคน

คนทรยศหอทงเทียนผู้นี้ไม่ตื่นเต้นยังคงวางหมากทดสอบโดยไม่สนใจความทุกข์ทรมานของบุตรชายตนเอง

“อำมหิตมากจริงๆ สมกับที่เป็นนักยุทธศาสตร์อันดับหนึ่งของตำหนักกลางศักดิ์สิทธิ์จริงๆ  เพื่อวางแผนอย่างอื่นปล่อยให้ลูกตนเองกลายเป็นหมากที่ถูกทิ้ง” เย่ว์หยางสรรเสริญเจ้าตำหนักใหญ่ตงฟาง เด็กน้อยในนิทานไม่สามารถเอาชนะหมาป่าได้ สำหรับเจ้าตำหนักใหญ่ตงฟางนั้น เย่ว์หยางไม่รู้ว่าเขามีบุตรมากกว่าร้อยคนคุณชายหลี่หมิงผู้นี้เป็นเพียงหนึ่งในร้อยคนถ้าเขาถูกตัดทิ้งออกไปก็ยังไม่นับว่าสูญเสียเท่าใด

ไม่ต้องพูดถึงคุณชายหลี่หมิงต่อให้ทิ้งลูกทั้งหมดก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่

จะมีลูกใหม่อีกสักร้อยคนในอนาคตก็ยังได้

ในแดนสวรรค์เจ้าตำหนักใหญ่ตงฟางอาจเป็นอะไรไปก็ได้ แต่ไม่มีปัญหาเรื่องขาดบุตรแน่นอน!  ถ้าคุณชายหลี่หมิงดิ้นรนหนีออกไปได้ก็อาจพูดได้ว่าเป็นลูกชาย  แต่ถ้ากล่าวถึงตอนนี้ นั่นคือหมากที่ถูกทิ้ง!

คุณชายหลี่หมิงร้องโหยหวนแต่เจ้าอ้วนไห่กับพวกกลับฟังด้วยความพอใจ

พวกเขารู้สึกว่าเสียงร้องนั้นน่าเบื่อเล็กน้อย

ถ้าเพิ่มขุนพลเทพไท่หยางคอยร้องประสานเสียงเขาเชื่อว่าคงจะสมบูรณ์แบบ

หลังจากลงมือกับคุณชายหลี่หมิงจนพอใจแล้วเย่คงและพี่น้องตระกูลหลี่หันมาทางขุนพลเทพไท่หยาง  คาดว่าเจ้าอ้วนไห่ยังคงค้นคว้าต่อว่าหอกทองน่าจะสร้างแรงเสียดสีได้ดีกว่า  ตอนนี้เสวี่ยทันหลาง องค์ชายเทียนหลัวนางนวลสายลมและเย่คง พี่น้องตระกูลหลี่ค่อยๆตีวงล้อมรอบขุนพลเทพไท่หยางที่ยังยืนอยู่อย่างสงบ

“เฮอะ!”  ขุนพลเทพไท่หยางแค่นเสียง “ถ้าเจ้าคิดว่าข้าจะพ่ายแพ้และถูกทรมานเหมือนเจ้าขยะนั่น  อย่างนั้นเจ้าคิดผิด!”

“มีความแตกต่างด้วยหรือ?”  เย่คงไม่รู้สึกว่ามีอะไรแตกต่าง

“พวกเจ้าได้รับพรจากนางพญาดอกหนามมงกุฎทองร่างกายเจ้ายังไม่ทันต่อสู้อย่างดุเดือดก็ฟื้นตัวได้เร็ว  แต่พวกเจ้ามีข้อบกพร่องอย่างร้ายแรง”  ขุนพลเทพไท่หยางพูดต่อ“เจ้าไม่ได้เสริมพลังโจมตี ตัวเจ้ามีแค่พลังป้องกันเท่านั้น!”

“พอเลย”เสวี่ยทันหลางเคลื่อนไหวได้เร็วที่สุดและบุกโจมตีขุนพลเทพไท่หยาง

“ตราบใดที่เจ้าเข้าใกล้ข้าไม่ได้พวกเจ้าก็ไม่ต่างอะไรกับหนูที่คลานไปคลานมา!”  ขุนพลเทพไท่หยางโยนบอลแสงลงบนพื้น

เขามีความมั่นใจเพียงพอ

ต่อให้มีนางพญาดอกหนามมงกุฎทองและกลุ่มเด็กหนุ่มอยู่ข้างหน้าเขาเขาก็ไม่กลัว

ในฐานะขุนพลเทพพลังของเขาคือสิ่งที่นักสู้ปราณฟ้าไม่อาจคิดได้ อย่าว่าแต่เด็กหนุ่มข้างหน้าเขาพลังสูงสุดก็ไม่เกินปราณฟ้าระดับห้าทั้งยังเป็นนักสู้รุ่นเยาว์ ขุนพลเทพจะปล่อยให้ตัวเองถูกรังแกได้อย่างไร?  ต้องการโจมตีเขาเหมือนกับหลี่หมิงน่ะหรือ?  น่าขัน พวกเขาเข้าใจว่าพลังของขุนพลเทพคืออะไร?

พลังลำแสงถูกยิงลงพื้นทำให้เกิดการระเบิดใหญ่อีกครั้ง

เกิดแรงระเบิดใต้เท้าเสวี่ยทันหลางอีกครั้ง

เพียงแต่ตอนนี้ไม่เหมือนก่อน

ครั้งก่อนเสวี่ยทันหลางพยายามอย่างดีที่สุดพยายามช่วยชีวิตสหายร่วมกลุ่มของเขาทั้งหมดพ้นอันตรายและตนเองผู้แข็งแกร่งที่สุดตกลงไปในช่องมิติไร้ที่สิ้นสุดแทน  แต่ตอนนี้แตกต่างออกไป

เสวี่ยทันหลางไม่ได้ระเบิดพลังบินออกมา  เท้าของเขายังคงยืนอยู่ที่เดิม

ขณะที่เกิดระเบิดใหญ่เขายังคงจับจ้องขุนพลเทพไท่หยางราวกับว่าเพิ่งพบศัตรูครั้งแรก

“บึ้ม!”

พลังงานงานของระเบิดบอลแสงนั้นมหาศาลทั้งกรวดและโคลนถูกแรงระเบิดกวาดลอยขึ้นเหมือนกับรูปดอกเห็ดไม่แพ้กับครั้งก่อนเพียงแต่ที่แตกต่างกันก็คือบนพื้นมีหญ้าสีเขียวปกคลุม ไม่ได้เกิดรอยฉีกขาดของมิติเพราะแรงระเบิดแต่อย่างใดอีกทั้งความแปรปรวนในพื้นที่ก็มีน้อยมากเหมือนเป็นเวทีขนาดยักษ์กลางอากาศ

รอจนเมฆรูปดอกเห็ดขนาดมหึมาแผ่ขยายลามออกไป  แรงระเบิดกวาดผ่านหญ้าเขียวบริสุทธิ์

สิ่งที่เหลือตกค้าง

พลังค่อยๆจางลงและสลายไปในที่สุด

หลุมยักษ์ที่อยู่ภายใต้เท้าของเสวี่ยทันหลางเริ่มกลับมีสีเขียวปกคลุมเร็วขนาดเห็นได้ด้วยตาเปล่าพื้นที่ซึ่งถูกระเบิดออกไปกลายเป็นมิติว่างเปล่ากลับกลายเป็นสีเขียว

“เจตจำนงของนางพญาดอกหนามมงกุฏทองแข็งแกร่งทรงพลังจริงๆ!” ขุนพลเทพไท่หยางมองดูพื้นที่เจตจำนงของตั่วตั่วอย่างเย็นชา  เสียงของเขาเริ่มดังขึ้น ในที่สุดก็ดังขึ้นเหมือนกับฟ้าผ่า  “ในเมื่อระเบิดพื้นใช้ไม่ได้อย่างนั้นมาดูกันว่าท้องฟ้าจะใช้ได้หรือไม่? เจ้าบีบบังคับให้ข้าลงมือ พวกเจ้าจะได้รู้ความพิโรธของขุนพลเทพ!  เจ้าเคยเจอลำแสงสุริยันต์ไหม?”

ขุนพลเทพไท่หยางชูมือเหนือหัวกลั่นสร้างบอลกลุ่มสว่างเหมือนดวงอาทิตย์

นี่ไม่ใช่พลังงาน

นี่ไม่ใช่ทักษะแฝงเร้นและสนามพลัง  แต่เป็นอสูรพิทักษ์ของเขา เป็นอสูรสายองค์ประกอบธาตุอสูรสุริยันต์ ภายใต้เจตจำนงเจ้านาย มันยิงลำแสง 36สายเหมือนกับหอกเทพเจ้าไปที่เสวี่ยทันหลางองค์ชายเทียนหลัวและพี่น้องตระกูลหลี่กับพวกที่กำลังมองดูจากพื้น

ไม่เพียงแต่พวกเขาเท่านั้น แต่อาจารย์จิ้งจอกเฒ่าและตั่วตั่วผู้เงียบตลอดเวลาก็ไม่ยกเว้นลำแสงทั้งหมดพุ่งลงมาเหนือศีรษะของพวกเขา

เย่คงตอบสนองไวที่สุดเขากระโดดขึ้นไปในอากาศและกระแทกเข้าไปที่เนินเขาสีเขียวเตรียมอาศัยเนินเขานี้ป้องกันพลังแสงอสูรสุริยันต์ที่ทรงพลังนี้

คาดไม่ถึงว่าลำแสงสุริยันต์นี้สามารถเคลื่อนไหวในลักษณะบิดตัวได้

มันไม่ได้กำหนดทิศทางเป็นแนวตรงแต่อย่างใด

มันพุ่งเป็นแนวโค้ง

และภายใต้เจตจำนงของขุนพลเทพไท่หยางมันจับเป้ารูปร่างของเย่คงเพื่อไล่ติดตามได้

ซี่ๆๆๆๆ....เนินเขาสีเขียวที่สัมผัสลำแสงสุริยันต์ไหม้เกรียมและระเบิดออก  เย่คงพลอยมอดไหม้ไปด้วย วินาทีต่อมาเสวี่ยทันหลาง องค์ชายเทียนหลัว พี่น้องตระกูลหลี่เจ้าอ้วนไห่และอาจารย์จิ้งจอกเฒ่าและแม้แต่ตั่วตั่วทุกคนยืนนิ่งกับที่ถูกลำแสงสุริยันต์ทำลายแตกสลาย

โลกสีเขียวทิ้งร่องรอยไหม้เป็นลวดลายตัดกันที่ดูไม่ออก

“เฮอะ, นี่คือผลลัพธ์จากการยั่วโทสะขุนพลเทพอย่างข้า!” ขุนพลเทพไท่หยางสำรวจยืนยันหาจุดที่ตั่วตั่วอยู่มองดูเห็นเป็นหลุมแหว่งเว้าเพราะแรงระเบิดขนาดใหญ่ว่างเปล่าคาดว่าคงถูกระเบิดกลายเป็นผุยผงหญ้าสีเขียวไม่มีการฟื้นฟูอีกต่อไป แม้แต่พื้นที่สีเขียวในเวลานี้มีเปลวไฟลุกโหมภายใต้ลำแสงสุริยันต์เขามองดูโลกตกอยู่ในทะเลเพลิง สายตาของเขาคืนอารมณ์หยิ่งผยองเขาถ่มน้ำลายลงใต้เท่าอย่างเหยียดหยาม “เจ้าพูดอะไรกัน อัจฉริยะหายากในรอบหลายร้อยปีของหอทงเทียน  นางพญาดอกหนามมงกุฎทองที่กล่าวกันว่าไร้เทียนทาน  โจมตีทีเดียวก็ตายกันหมด  เจ้าพวกคนหอทงเทียนคุยโต งี่เง่าน่าเบื่อนัก!”

หลังจากพูดเหยียดหยามเขาเคารพบัณฑิตวัยกลางคนที่ยังคงจมอยู่ในภวังค์ “ท่านเจ้าตำหนักใหญ่  ภารกิจเสร็จสิ้นแล้ว  โปรดออกคำสั่ง!”

เขาไม่พูดอะไร

แต่สีหน้าของเขาแสดงถึงความเย่อหยิ่งทำนองว่า‘คิดจะเล่นงานเขา เป็นเรื่องยาก’

บัณฑิตวัยกลางคนยังคงไตร่ตรองกับการทดสอบหมากและไม่ตอบคำขอ  ขุนพลเทพไท่หยางรอดูอย่างสงบแค่ขมวดคิ้วเล็กน้อยคิดว่าเพราะเหตุใดเจ้าตำหนักใหญ่จึงต้องไตร่ตรองอยู่นาน  นี่เกิดอะไรขึ้น ทำไมต้องคิดนานขนาดนั้น?  คุณชายสามตระกูลเย่ว์หยางน่ากลัวขนาดนั้นจริงๆหรือ?

ขุนพลเทพไท่หยางมองดูเย่ว์หยางอีกครั้ง  เข้าต้องการเห็นสีหน้าที่ตกใจและเศร้าโศกของเด็กหนุ่มข้ามโลก  แต่น่าเสียดาย ที่เขาต้องผิดหวัง

หน้าของเย่ว์หยางไม่มีอาการตกใจ

ไม่มีอาการเศร้าโศก

เขารินน้ำชาโดยไม่ต้องคิดอะไรและดื่มด้วยท่าทีสบายๆสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นภาพอาการที่แตกต่างกับบัณฑิตวัยกลางคนที่กำลังเค้นสมองคิดหนัก เย่ว์หยางทำให้ขุนพลเทพไท่หยางไม่สบายใจอย่างหนักแม้ว่านางพญาดอกหนามมงกุฎทองซึ่งเป็นอสูรพิทักษ์จะไม่ตายจริงๆ  แต่ก็โดนโจมตีระเบิดพลังใส่อย่างรุนแรง อีกทั้งอาจารย์และสหายของเขาถูกเผาเป็นเถ้าถ่านไปแล้ว  เขายังคงดื่มชาได้อยู่อีกหรือ? นี่เขาคิดอะไรอยู่กันแน่?

คุณชายสามตระกูลเย่ว์หรือเย่ว์ไตตันผู้ถือกันว่าเป็นปาฏิหาริย์แห่งหอทงเทียนนี้ เป็นคนโง่หรือเปล่า?

เย่ว์หยางดื่มชาโดยไม่สนใจเขา

มีเสียงหนึ่งดังขึ้น

มีเสียงไพเราะน่าสนใจดังขึ้นที่ด้านหลังของขุนพลเทพไท่หยาง  “ข้าเองก็อยากให้เจ้าได้ภูมิใจเพิ่มขึ้นอีกสักหน่อย  แต่ข้ามิอาจทนดูตัวร้ายขี้โกงอย่างเจ้าได้  การฆ่าคนอย่างเจ้าทำให้มือข้าแปดเปื้อนเสียเปล่าๆ ข้าจะเปลี่ยนอสูรพิทักษ์ของเจ้าให้เป็นปุ๋ยของข้า!”

ขุนพลเทพไท่หยางตกใจเมื่อเห็นตั่วตั่วยืนอยู่ด้านหลังเขา

ไม่เพียงแต่ตั่วตั่วเท่านั้นอาจารย์จิ้งจอกเฒ่า เสวี่ยทันหลาง องค์ชายเทียนหลัวเย่คงและพี่น้องตระกูลหลี่ยังอยู่กันครบและในท้ายที่สุดมีนกนางนวลสายลมและเจ้าอ้วนไห่ที่อยู่ข้างๆ คุณชายหลี่หมิง

“อะไรกัน?” ขุนพลเทพไท่หยางสับสนเล็กน้อยเห็นได้ชัดว่าคนเหล่านี้กลายเป็นเถ้าถ่านไปแล้วพวกเขาฟื้นคืนสภาพและกลับมาที่ด้านหลังเขาได้อย่างไร?

“วีดดดดด!”

เสียงกรีดร้องในท้องฟ้าดังด้วยความหวาดกลัวเหมือนกับหนูที่พบเจออสรพิษ

ขุนพลเทพไท่หยางเงยหน้ามองดู

เขาหรี่ตาลงอย่างรวดเร็ว

จนตาตี่เหมือนเข็ม

เขามองเห็นภาพที่น่ากลัวเหลือเชื่อ

มีต้นดอกหนามยักษ์ใหญ่เอื้อมมือออกไปในท้องฟ้าใหญ่และยึดจับอสูรสุริยันต์ที่สามารถปล่อยลำแสงครั้งละหลายสิบสายในแต่ละครั้งมันใช้มือจับยกขึ้นเหมือนหยิบชิ้นเค้กและกัดกินจนเว้าแหว่งพร้อมกับกลืนลงคอเหมือนกับขนมหวาน

ยักษ์ที่น่ากลัวนี้มองดูเหมือนสตรีดอกหนามปากขนาดใหญ่อ้าออกและกลืนอาหารลงคอ

มองดูราวกับเมืองมืด

ศีรษะของขุนพลเทพไท่หยางเหมือนกับถูกต่อยอย่างรุนแรงเลือดกำเดาไหลออกเป็นสาย และในสายตาของเขามองเห็นดาวทองเต็มไปหมด เขาพยายามประคับประคองร่างไม่ให้ล้มลง และใช้พลังงานข่มอาการบาดเจ็บทางวิญญาณ! แม้จะน่าเหลือเชื่อ แต่ตอนนี้เขามั่นใจว่าอสูรพิทักษ์สุริยันต์ของเขาถูกดอกหนามยักษ์กลืนกินลงไปแล้ว  การกลืนกินแบบนี้ไม่ใช่การย่อยสลายตายไปแต่เป็นการผนึกล่วงหน้าทำให้อีกฝ่ายสิ้นหวัง พลังส่วนใหญ่ถูกลิดรอน ร่างกายที่เหลือถูกผนึกไว้ในร่างของยักษ์ดอกหนามและเป็นส่วนหนึ่งของนางตลอดกาล

อสูรพิทักษ์ไม่ได้ตายแต่ถูกดอกหนามปีศาจยักษ์กลืนและอยู่ในสภาพถูกผนึกไว้

นี่

คือผลลัพธ์ที่น่ากลัวที่สุด!

ขุนพลเทพไท่หยางผู้สูญเสียอสูรพิทักษ์ต้องการเห็นตั่วตั่วเขาไม่เข้าใจนางพญาดอกหนามมงกุฏทอง ทำไมนางถึงมีพลังผนึกของเทพ และนั่นไม่ใช่แค่พลังผนึกด้วยตนเอง แต่เป็นพลังผนึกจากปีศาจดอกหนามยักษ์ตามเจตจำนงของนาง  นี่หมายความว่ากระไร? หรือว่าสาวน้อยนางพญาดอกหนามมงกุฏทองนี้จะเป็นเทพจริงๆ?

“ในนามของข้า ข้าขอมอบพลังหนามโบราณแก่พวกเจ้า!” ตั่วตั่วไม่มีเวลาพูดเรื่องไร้สาระกับขุนพลเทพไท่หยาง  นางซัดจุดแสงแหลมคมไปตกต้องที่ร่างของเย่คงเจ้าอ้วนไห่และเสวี่ยทันหลางทันที

จากนั้นกลายเป็นแสงเทพหายไปในท้องฟ้ากว้างใหญ่โดยตรงทันที

ตั่วตั่วจากไป

เจ้าอ้วนไห่แสยะยิ้มปรากฏร่างขึ้นมาอีกครั้ง เขาวิ่งรี่เข้าหาขุนพลเทพไท่หยางแล้วพูดอย่างเป็นกันเอง  “ข้าเข้าใจความรู้สึกของเจ้า  เจ้าสูญเสียอสูรพิทักษ์และเจ้าไม่สามารถบังคับมันได้ต่อไป  อะไร?ทำตาแบบนั้นโกรธใช่ไหม?  อยากทุบตีข้าหรือ?มาตรงนี้เลย ไม่ต้องลังเลใจ เจ้าอยากเล่นงานเราคุณชายตรงไหน?  จะตบหน้าหรือเปล่า? ก็ได้  สู้ให้เต็มที่ไม่ต้องเกรงใจข้า!”

“ไสหัวไปตายซะ!”  หัวของขุนพลเทพไท่หยางยังคงมึนงง เขาเห็นว่าเจ้าอ้วนงี่เง่าเอะอะยั่วยุเหมือนอีกาก็ไม่สามารถทนได้อีกต่อไปปล่อยหมัดกระแทกใบหน้าที่กำลังยิ้มของเจ้าอ้วนไห่ทันที

วินาทีต่อมา

ขุนพลเทพไท่หยางรู้สึกว่ามีพลังหมัดแทรกซึมผ่านจมูกของเขาเองอัดเข้ากับกระดูกใบหน้าทะลวงเข้าสมอง

ขุนพลเทพไท่หลางมึนงงแทบสลบและพบว่าเจ้าอ้วนไห่งี่เง่าน่าตายที่ยืนอยู่ข้างหน้าเขาเป็นเพียงภาพลวงตารอยยิ้มที่เห็นนั้นไม่เพียงแต่ไม่เป็นอันตรายเท่านั้น  แต่ยังคงโดดขึ้นๆ ลงๆ แสดงอาการยั่วยุเหมือนหมีใหญ่คำรามด้วยความภูมิใจ “ทุบตีข้าต่อไปได้เลย ถ้าเป็นไปได้จงใช้ความพยายามมากกว่านี้ เอ้า..ไปต่อยตรงไหนกัน?  หากเจ้าไม่คิดจะตบหน้าข้าก็สามารถอัดกำปั้นที่หน้าอกข้าโดยตรงทำลายอวัยวะภายในได้  ไม่ แค่นี้ยังแรงไม่พอ  ทำไมไม่ทุบตีข้าเล่าน้องชาย?    ลงมือให้หนัก ทำให้ดีๆ ข้าอยากโดนทุบตี!”

“ไปตายซะ!”  ขุนพลเทพไท่หยางรู้สึกว่าเสียงนี้น่ารำคาญยิ่งกว่าแมลงวันที่กรีดร้องหน้าเขาทำให้ใจของเขาสับสน ในท่ามกลางผู้คนหลายคน สายฟ้าบ้าง หมัดบ้างกระแทกใส่เขา

เจ้าอ้วนน่าตายปากดีนัก

เขาใช้หนึ่งหมัดต่อยกลางเป้า

จากนั้นขุนพลเทพไท่หยางที่มาดดูดีหันหน้าเผชิญหน้ากับเจ้าอ้วนไห่ตัวของเขารู้สึกเจ็บปวดเมื่อพบว่าที่เป้ากางเกงอวัยวะบางส่วนดูเหมือนแตกเสียหาย!

จบบทที่ ตอนที่ 1250 หมัดเดียวทำลายทุกอย่าง

คัดลอกลิงก์แล้ว