เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1235 คุณชายหลี่หมิง

ตอนที่ 1235 คุณชายหลี่หมิง

ตอนที่ 1235 คุณชายหลี่หมิง


อะไรคือจุดอ่อนของเจ้าอ้วนไห่?

ในสายตาของคุณชายหลี่หมิงที่ได้รับข้อมูลอย่างละเอียดถ้าเขาต้องการพูดเพื่อเอาเปรียบเจ้าอ้วนไห่ เชื่อได้ว่านอกจากใบหน้าที่หนาและทน ก็คงแทบไม่ได้เปรียบไห่ต้าฟู่ผู้นี้โลภเงินและมักได้ ก็คงหาความได้เปรียบอย่างอื่นไม่ได้! ตรงกันข้ามถ้าพูดถึงความบกพร่องของเจ้าอ้วนไห่ คงหาได้มากพอๆ กับขนวัว

โลภเจ้าเล่ห์ ขี้เกียจ... แทบทุกข้อบกพร่องที่มนุษย์พึงมี  เจ้าอ้วนไห่มีหมด!

เขามีข้อบกพร่องที่หาไม่พบเจอในคนธรรมดา!

ในสายตาของคุณชายหลี่หมิงเจ้าอ้วนไห่นับว่าเป็นคนที่ยอดเยี่ยมและหาได้ยาก

ขยะอย่างเจ้าอ้วนไห่มีชีวิตอยู่ในโลกนอกจากเปลืองข้าวสุกแล้ว คุณชายหลี่หมิงมองไม่เห็นว่าจะมีประโยชน์อะไรอย่างอื่น

เขาแทบไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเย่ว์ไตตันผู้มีบุคลิกสมบูรณ์แบบจะเก็บขยะอย่างเจ้าอ้วนไห่ไว้ทำไม  ขณะที่คนอย่างเจ้าอ้วนไห่ไม่ได้สร้างความแข็งแกร่งให้กลุ่มเลย บทบาทขยะอย่างเจ้าอ้วนไห่ไม่ได้มีดีอะไรนอกจากเป็นตัวถ่วงของกลุ่มและทำลายชื่อเสียงของกลุ่ม?   เย่ว์ไตตันปล่อยให้เจ้าอ้วนไห่ได้อยู่สร้างประสบการณ์ในกลุ่มต่อไปได้อย่างไรในการเผชิญหน้านี้ดูเหมือนเจ้าอ้วนมีความสำคัญไม่ได้น้อยไปกว่าเสวี่ยทันหลางผู้แข็งแกร่งในกลุ่ม..นี่ช่างเหลือเชื่อ! คุณชาหลี่หมิงพยายามไตร่ตรองหลายครั้งแต่ก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมเย่ว์ไตตันถึงทำเช่นนี้

ปล่อยคนร่วมงานอย่างเจ้าอ้วนไห่ไว้ให้เป็นจุดอ่อนให้ศัตรูมองเห็น

ใช่แล้วเย่ว์ไตตันทำเช่นนี้

และนั่นไม่ได้เปลี่ยนความคิดของเขาและไม่ได้ลดสถานะเจ้าอ้วนไห่ในกลุ่ม...เป็นเพราะสถานการณ์นี้ที่คุณชายหลี่หมิงรู้สึกว่าเขาไม่สามารถมองทะลุคู่ต่อสู้อย่างเย่ว์ไตตันได้

เห็นได้ชัดว่าเป็นขั้นตอนของหมากลับ  ทำไมเย่ว์ไตตันถึงต่อต้านการกระทำเช่นนี้?

แค่เพราะเจ้าอ้วนไห่เป็นมิตรสหายคนแรกที่เขารู้จักหรือ?

สิ่งที่ทำให้คุณชายหลี่หมิงงุนงงก็คือคนอย่างเย่คงเสวี่ยทันหลางและองค์ชายเทียนหลัวทำไมถึงไม่ปฏิเสธทำไมไม่แยกเจ้าอ้วนไห่ออกไปจากกลุ่ม? แม้ว่าในกลุ่มพวกผู้ชายเย่คงจะทุบตีเจ้าอ้วนไห่นี้บ่อยๆแต่ไม่เคยไล่เจ้าอ้วนไห่ผู้นี้ออกจากกลุ่ม หลังจากที่เย่ว์ไตตันปล่อยพวกเขาไว้ในแดนสวรรค์เขามอบหมายกลุ่มให้เย่คงจัดการ เย่คงมีพลังที่แข็งแกร่ง แต่สิ่งที่แปลกก็คือแม้ว่าบางครั้งคนผอมจะอารมณ์ไม่ดีแต่ไม่เคยขับไล่เจ้าอ้วนไห่และมักตามแก้ปัญหาให้หลังจากลากเขาไปร่วมดื่มร่วมกินด้วยเสมอ

มิตรภาพระหว่างสหายในหอทงเทียนแข็งแกร่งขนาดนี้จริงๆหรือ?

ตามข้อมูลที่รวบรวมมานั้นคนในหอทงเทียนชอบก่อสงครามกลางเมืองเพื่อสร้างชื่อเสียง มองดูทั่วแดนสวรรค์ไม่ได้มีสงครามกลางเมืองมากไปกว่าหอทงเทียน

สงครามที่ไม่มีที่สิ้นสุดมักแยกชาติพันธุ์ออกจากกันเป็นเรื่องธรรมดาปกติ  หอทงเทียนกลับตรงกันข้ามเรื่องโปรดของพวกเขาก็คือก่อสงครามกลางเมือง พวกเขาต่อสู้ในระหว่างคนของพวกเขาเองเพื่อความอยู่รอด แม้ว่าพ่อกับลูกต้องฆ่ากันเองพี่ชายน้องสาวก็ต้องมาต่อสู้ฆ่าฟันกันเองไม่ต้องพูดถึงว่ามีคนมากมายในเผ่าชาติพันธุ์ยังเข่นฆ่ากันเองภายใต้ท้องฟ้ามืดมิด การแข่งขันชิงดีชิงเด่นเริ่มต้นจากการใช้เหตุผลปกติขยายลามกลายเป็นความแตกแยก

อย่างไรก็ตาม

จุดที่น่าแปลกใจก็คือ

เมื่อเผชิญกับการรุกรานของคนต่างถิ่นต่างเผ่าพันธุ์ ในช่วงวิกฤตการณ์คนในหอทงเทียนจะร่วมมือร่วมใจกันเคลื่อนไหวและต่อสู้อย่างแข็งขันดุดัน  นักสู้เก่าแก่จากแดนสวรรค์หลายคนยอมรับในเรื่องนี้หรือแม้แต่นักรบบางคนที่ปกป้องหอเทียนก็ยอมตายมากกว่าจะยอมแพ้

หากไม่ใช่เพราะหอทงเทียนก็มีกลุ่มคนทรยศด้วยเช่นกันคุณชายหลี่หมิงคงรู้สึกว่านี่เป็นเผ่าพันธุ์ที่ไม่มีใครเอาชนะได้

หอทงเทียนเป็นสถานที่น่าเหลือเชื่อและชีวิตในหอทงเทียนดำรงอยู่ได้โดยไม่มีเหตุผลรองรับ

คุณชายหลี่หมิงยอมรับในข้อนี้

เขารู้สึกว่าบิดาของเขาแทบจะมีความรู้สึกเหมือนกัน

ในอีกด้านหนึ่งพระราชาผู้อำมหิตไร้หัวใจตัดสินเป็นตายชีวิตของคนผู้อื่นซึ่งมีสติปัญญาเหนือกว่าได้ แต่ในทางกลับกันเขากลับเกลียดชังกระตือรือร้นต่อดินแดนที่เขารักแต่เขากลับไม่ต้องการพิชิตหรือทำลายความฝันนั้น ดินแดนมาตุภูมินับพันที่งดงาม... คุณชายหลี่หมิงรู้สึกว่าเขาไม่อาจเข้าใจอารมณ์เช่นนี้ได้!

นี่คือรักหรือชังกันแน่?

ถ้าเป็นความรักอย่างนั้นแผ่นดินนี้ก็ควรจะปกป้องให้ดี

ถ้าไม่ใช่ความรักแต่เป็นความชัง  สถานที่แห่งนี้ควรถูกทำลายล้างด้วยวิธีการที่อำมหิตที่สุดและทิ้งไว้เช่นนั้นตลอดกาล

ความรักความชังอารมณ์ตรงกันข้ามทั้งสองอย่างมีอยู่ในตัวบิดาของเขา คุณชายหลี่หมิงมองเห็นการดำรงคงอยู่ของความขัดแย้งที่น่าเหลือเชื่อ และเห็นว่าเย่ว์ไตตันผู้ไล่ตามไขว่คว้าความสมบูรณ์กลับยอมทนให้มีขยะอยู่ในกลุ่มเห็นแล้วดูน่าหงุดหงิด  นี่คืออารมณ์ที่คล้ายกัน

“หอทงเทียนเป็นดินแดนที่มีคนขัดแย้งปนเปกันไป!”  คุณชายหลี่หมิงถอนหายใจเบาๆและกำจัดความคิดนี้ออกไป เขาไม่ใช่คนของหอทงเทียน เขาไม่จำเป็นต้องทำลายสถานที่นี้นอกจากพิชิตเอาชนะแล้ว ไม่มีความจะเป็นต้องทำอะไรให้ซับซ้อนเหมือนกับบิดาของเขา  ในฐานะบุตรเขาถอนหายใจครั้งแล้วครั้งเล่าจากนั้นข่มใจให้สงบด้วยความรู้สึกที่เหนือกว่าและตัดสินประเมินศัตรูต่อไปในฐานบุตรของเจ้าตำหนักใหญ่ก่อนสังหารศัตรูให้หมดสิ้นเขาต้องเข้าใจถึงข้อจำกัดของศัตรูก่อนดำเนินการอย่างย่ามใจ

การเผชิญหน้าทรมานฝ่ายตรงข้ามทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจเลย

ถ้าเป็นไปได้คุณชายหลี่หมิงต้องการพบเจอเย่ว์ไตตันผู้ที่ได้รับการเทิดทูนยกย่องของหอทงเทียน...น่าเสียดาย ก่อนอื่นนั้นคุณชายหลี่หมิงต้องรออย่างอดทน

คุณชายหลี่หมิงยังมีความอดทนพอเดินออกมาข้างหน้าและค่อยๆยื่นมือ “แม้ว่าข้าจะไม่ค่อยสนใจเจ้ามากเท่าใดนัก โปรดอภัยให้ข้าด้วยความจริงข้าไม่สามารถให้ความสนใจคู่ต่อสู้อย่างเจ้าได้จริงๆ  อย่างไรก็ตาม ไห่ต้าฟู่ข้าขอแก้ไขข้อความที่ส่งให้เจ้าอีกเล็กน้อย ข้าตัดสินใจแนะนำเจ้าให้สหายคนหนึ่ง”

“ใช่แล้วข้ามีสหายที่น่าพอใจคนหนึ่งที่ข้าพบเจอเขาในหอทงเทียนซุ่นเทียนไง!” คุณชายหลี่หมิงโบกมือและซุ่นเทียนคู่ต่อสู้เก่าผู้ครั้งหนึ่งถูกเจ้าอ้วนไห่ทำให้เป็นบ้าปรากฏอยู่ต่อหน้าเจ้าอ้วนไห่อีกครั้ง

แต่คราวนี้ซุ่นเทียน

ใบหน้าของเขาไม่มีอาการเสียสติอีกต่อไปดวงตาของเขาไม่มีอาการสับสน

ตรงกันข้ามความคิดคำนึงถึงเหตุผลของเขากลับคืนมาแม้ว่าจะไม่มีความภาคภูมิใจอีกต่อไปแต่รังสีอำมหิตที่อยู่ระหว่างคิ้วของเขาเหมือนกับมีด

เจ้าอ้วนไห่เห็นเช่นนั้นรู้สึกเหมือนฟ้าผ่าเขาตะโกนร้องทันที  “ซุ่นเทียน เจ้าเจ้าทรยศหักหลังหรือ?  เจ้าหักหลังหอทงเทียนได้ยังไง?”

ซุ่นเทียนก้าวเดินออกมาข้างหน้าก้มหน้าถลึงตามองดูเจ้าอ้วนไห่เหมือนกับมองดูแมลงเล็กน้อยเขาคว้าปกคอเสื้อเจ้าอ้วนไห่ดึงยกขึ้นมาเหมือนกับยกลูกไก่จนกระทั่งแทบชิดจมูกแผ่รังสีฆ่าฟันแทบไม่มีสิ้นสุด“เพื่อเอาชนะเจ้าและเพื่อฟื้นฟูความรุ่งเรืองครั้งเก่าก่อนข้าไม่สนใจเงื่อนไขอะไรทั้งนั้น ตราบเท่าที่ได้ฆ่าเจ้ามดแมลงตัวน้อยอย่างเจ้าอีกครั้ง  ข้าจะไม่สนใจอะไรทั้งนั้น! เพื่อเอาชนะเจ้าอ้วนชั่วช้าอย่างเจ้า ไม่ว่าจะให้ข้าทำงานให้ใคร ไม่ว่ามีเงื่อนไขอะไรแลกเปลี่ยน  ข้ายอมรับได้ทั้งหมด!”

เจ้าอ้วนไห่หวาดกลัวแทบปัสสาวะราด

ถ้าไม่ใช่เพราะเย่คงและเสวี่ยทันหลางปลดปล่อยพลังยิ่งใหญ่และดึงเขากลับมาจากเงื้อมมือซุ่นเทียนบางทีเจ้าอ้วนอาจหวาดกลัวตกใจตายก็เป็นได้

เจ้าอ้วนไห่ถูกซุ่นเทียนโยนขึ้นไปบนเวทีและวาดรูปวงกลมพลางกระซิบบ่นอย่างหดหู  “ข้าคิดว่าโจรผู้ร้ายบางคนอาจเป็นคนทรยศได้แต่คาดไม่ถึงเลยว่าคนแข็งแกร่ง สง่างามอย่างซุ่นเทียนจะกลายเป็นคนทรยศไปได้!”

“ความจริงข้าไม่มีความอาฆาตแค้นพยาบาทและไม่ได้เลือกปฏิบัติต่อคุณชายไห่ด้วยเช่นกัน  แต่ข้าสัญญากับตัวเองไว้แล้วว่าตราบใดที่คุณชายไห่ไม่ได้มีส่วนร่วมในการต่อสู้ ระหว่างพวกเราจะวางตัวเป็นกลาง จากนั้นไม่ว่าฝ่ายไหนจะสู้แพ้หรือชนะเราไม่มีอะไรต้องเดือดร้อนใจ  ในเมื่อเป็นการกระทำเช่นนี้ย่อมถือว่าไม่เป็นการทรยศแต่เป็นการหลีกเลี่ยงหลบหลีกอันตรายเป็นตายถึงแก่ชีวิต   หลีกเลี่ยงปัญหาที่ยากลำบากเรื่องนี้ยังมีประโยชน์ต่อเรามากยิ่งกว่า ข้อเสนอเล็กๆ น้อยๆ อย่างนี้มิทราบว่าคุณชายไห่จะรับพิจารณาไว้บ้างไหม?” คุณชายหลี่หมิงรู้สึกว่าเวลาสุกงอมได้ที่แล้วน้ำหนักที่ทำให้ชัยชนะมาอยู่ฝ่ายเขาอยู่ที่เจ้าอ้วนไห่

เขารู้ว่าเขามีพลังมากพอและมีเวลามากพอจะเอาชนะเย่คงเสวี่ยทันหลางและพวกๆ ได้

แต่คุณชายหลี่หมิงไม่ชอบใช้กำลังรุนแรง

เขาชอบใช้สติปัญญาที่เหนือกว่าจัดการกับศัตรูเหมือนอย่างบิดาของเขา

เหมือนบิดาของเขาทำให้ศัตรูอยู่ในเงื้อมมือและจัดการได้ตามความพอใจได้ทุกเมื่อและทุกที่

ในเวลานั้นเย่ว์ไตตันจะไม่ได้มีโอกาสต่อสู้แม้ว่าเขาจะถูกยกย่องเหมือนเป็นเทพเจ้าในตำนานไม่ว่าเขาจะมีน้ำหนักมากเพียงไหน มีชื่อเสียงมากมายเพียงไหนก็ยากจะรับรองได้ เพราะเย่ว์ไตตันยังไม่กลับมาจากแดนสวรรค์ อย่างไรก็ตามการโยนหินถามทางของเย่ว์ไตตันนั้นอยู่ที่ข้างหน้าพวกเขากลุ่มนักสู้ที่เย่ว์ไตตันสร้างขึ้นมาเป็นเด็กหนุ่มฝีมือดีของหอทงเทียนที่มีความภูมิใจในตนเอง

จะใช้วิธีเล่นงานพวกเขาให้พังทลายทำให้พวกเขาสิ้นหวังหมดหวังกับเย่ว์ไตตันอย่างสิ้นเชิงและฆ่าตัวตายในที่สุด... เรื่องเหล่านี้คือสิ่งที่คุณชายหลี่หมิงหวังจะทำให้สำเร็จ

เย่ว์ไตตันได้ก่อตั้งกลุ่มนักสู้ของเขาด้วยพลังและศรัทธา

บัดนี้ต้องสลายพลังของคนเหล่านี้และทำลายศรัทธาของพวกเขาให้หมดสิ้นไป

ตราบเท่าที่ใช้วิธีนี้ได้สำเร็จคุณชายหลี่หมิงจึงจะรู้สึกว่าเขาได้ชัยชนะต่อเย่ว์ไตตันนักสู้ในตำนานอย่างแท้จริง

“ความเป็นกลางที่ไม่มีเงื่อนไข  นั่นเป็นไปไม่ได้” เจ้าอ้วนไห่ลังเลอยู่ครู่หนึ่งและมองดูซุ่นเทียนซึ่งเร่งเร้าพลังเพิ่มขึ้นเขาสะดุ้งรีบยิ้มเลียริมฝีปากพูดขึ้นด้วยความโลภทันที “เว้นแต่เจ้าให้ของวิเศษกับข้าสักชิ้นหรือสองชิ้นไม่อย่างนั้นเปลืองน้ำลายเปล่าๆ!”

“ฮ่าฮ่าฮ่า!” คุณชายหลี่หมิงหัวเราะอย่างสบายใจ

เขายังคงเป็นกังวลเล็กน้อย

หลังจากเย่ว์ไตตันเปลี่ยนแปลงเจ้าอ้วนไห่ได้ เจ้าอ้วนไห่ยังจะมีบุคลิกเหมือนกับเย่คงและพวกซึ่งมีพลังเจตจำนงราชันย์ได้หรือ?  ปรากฏว่าสายน้ำและขุนเขาอาจเปลี่ยนแปลงได้แต่สันดานยากจะเปลี่ยนได้ เจ้าอ้วนไห่ก็ยังเป็นเจ้าอ้วนไห่  อดีตเคยโลภยังไง ปัจจุบันก็ยังโลภไม่เปลี่ยนเย่ว์ไตตันไม่สามารถเปลี่ยนขยะอย่างเขาได้

หลังจากเย่ว์ไตตันก่อตั้งกลุ่มนักสู้รุ่นเยาว์ฝีมือดี  เย่คงและเสวี่ยทันหลางประสบความสำเร็จกับการเปลี่ยนแปลงไปมากอย่างมิต้องสงสัย

จากที่มีพลังอ่อนแอเย่คงผู้เกือบจะอดตายในชั้นหนึ่งหอทงเทียนได้เติบโตเป็นนักสู้ผู้พิทักษ์หอทงเทียนมีทั้งพลังเจตจำนงราชันย์น่าเสียดายที่เสวี่ยทันหลางและองค์ชายเทียนหลัวเขามองไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงชัดเจน

อย่างน้อยเจ้าอ้วนไห่นี้ไม่ได้เปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐาน

ผ่านการทดสอบครั้งแล้วครั้งเล่า

ภายใต้แรงกดดันของเวทีทองอสูรจักรพรรดิทองของซุ่นเทียนและเจ้าอ้วนไห่ผู้โลภมาก สวะผู้ไม่มีเจตจำนงราชันย์

คุณชายหลี่หมิงมีความรู้สึกว่าเขาอารมณ์ดีเขารู้สึกเหมือนกับว่าในการต่อสู้เล็กๆ น้อยๆ นี้เขาชนะเย่ว์ไตตัน  เขาพบจุดอ่อนของเจ้าอ้วนผู้นี้จึงฝ่าฟันเล่นงานในที่สุดก็ทำได้สำเร็จ และปล่อยวางปัจจัยส่วนที่ไม่มั่นคงที่สุด  ในกลุ่มเย่คงและเสวี่ยทันหลางคุณชายหลี่หมิงไม่เคยคาดว่าจะพบเจออะไรอย่างอื่นนอกจากฆ่าพวกเขา  เพราะไม่มีใครต้องการคนตายที่ซื่อสัตย์! อย่างไรก็ตาม ความสามารถตัดเจ้าอ้วนไห่ออกมาจากกลุ่มนักสู้ระดับสูงที่เย่ว์ไตตันสร้างขึ้นนั่นก็เท่ากับว่าตบหน้าเย่ว์หยาง!

“ฮ่าฮ่าฮ่าข้าสัญญากับเจ้าได้ ตราบใดที่เจ้าวางตัวเป็นกลางนับแต่นี้ ข้าจะให้สมบัติวิเศษเจ้าสามชิ้นหนึ่งในนั้นจะเป็นสมบัติระดับศักดิ์สิทธิ์” เมื่อคุณชายหลี่หมิงภูมิใจในสัญญาเงื่อนไขที่สมบูรณ์คุณชายหลี่หมิงยังเพิ่มสัญญาให้อย่างใจกว้าง “ถ้าเจ้าออกไปยืนดูอยู่ข้างๆ ในตอนนี้ข้าจะมอบเวทีทองนี้ซึ่งเป็นสมบัติระดับศักดิ์สิทธิ์ที่หาได้ยาก!”

“จริงหรือ?” ตาของเจ้าอ้วนไห่เป็นประกายราวกับมองเห็นสาวเปลือยกาย

“เรื่องสมบัติข้ามีมากพอ  เจ้าต้องรู้นะว่าข้าคือบุตรของเจ้าตำหนักตงฟางคุณชายหลี่หมิงมีสมบัติวิเศษอยู่มากมายในตำหนักกลางศักดิ์สิทธิ์!” คุณชายหลี่หมิงยื่นมือออกและส่งสมบัติชั้นแพลตตินัมสองชิ้นให้เขา

เจ้าอ้วนไห่เห็นก็ลอบกลืนน้ำลายเอื๊อก

เขามองไปทางเย่คงด้วยความละอายเล็กน้อยและขยับหลบไปด้านข้างเงียบๆ จากนั้นมองเสวี่ยทันหลางและขยับหลบไปอีกเล็กน้อย

เย่คงเตะก้นเจ้าอ้วนไห่และชี้หน้าคุณชายหลี่หมิงด้วยอารมณ์โมโห “ต้องการใช้สมบัติวิเศษทำให้เราแตกแยกใช่ไหม? เจ้าคิดว่าสมบัติเพียงชิ้นหรือสองชิ้นจะทำให้เจ้าอ้วนไห่ละทิ้งสหายไปเข้าข้างศัตรูหรือ?น่าขัน  ถ้าคิดว่าใช้งานได้ ก็ขายให้ศัตรูไปเลย! วิธีการที่ไร้สาระนี้ใช้กับเราไม่ได้ผลแม้แต่น้อย!”

เจ้าอ้วนไห่ลุกขึ้นและพบว่าเย่คงจ้องมองตัวเขาด้วยสายตาอำมหิต

เขาใจฝ่อทันที

แล้วกล่าวเสียงอ่อยๆ“ได้ ได้ ข้าคุณชายไห่ไม่ทรยศหักหลังเพื่อโชคลาภของวิเศษก็ได้ สมบัติระดับแพลตตินัมสองชิ้นก็เหมือนไม่มีอะไร... สมบัติระดับศักดิ์สิทธิ์สองชิ้นก็แทบจะเหมือนกันอยู่แล้ว!  ไม่ ข้าไม่ได้พูดอะไร  ข้าไม่ได้ยอมแพ้สักหน่อย เจ้าลิงผอมเจ้าวางใจได้ว่าภรรยาข้ายังคงอยู่ที่นั่น เจ้าไม่ต้องแสดงออกมาก็ได้!”

คุณชายหลี่หมิงยิ้มและกล่าว  “สมบัติชั้นศักดิ์สิทธิ์สองชิ้น ข้ามีจริงๆคุณชายไห่ ขอเพียงวางตนเป็นกลางไม่ต้องพูดยอมแพ้ก็ได้  เจ้าเห็นเป็นเช่นไร?”

เจ้าอ้วนไห่กระแอมทันที  “ข้าคงรักษาความเป็นกลางไม่ได้ อะแฮ่ม..ทำไมเราไม่เจรจากันทั้งสองฝ่ายเล่า อย่างไรก็ตาม ทุกคนไม่ต้องเข่นฆ่ากันเพราะความเกลียดชังของบิดา  ทุกคนควรจะพูดในเรื่องเดียวกัน!”

เย่คงโมโห  “เจ้าหุบปากไปเลย ไม่มีที่ให้เจ้าพูด!”

คุณชายหลี่หมิงหัวเราะและโยนสมบัติระดับแพลตตินัมสองชิ้นให้เจ้าอ้วนไห่และปล่อยให้พวกเขายืนตะลึงจากนั้นจึงยิ้มกล่าว “เราที่เป็นบุตรเจ้าตำหนักมีความตั้งใจจะเจรจาต่อรองกับเจ้าไม่รู้ว่าจะทนคุยกับเจ้าได้นานแค่ไหน? ถ้าเจ้าไม่ต้องการสู้ เจ้าก็นั่งลงและค่อยๆ พูดจากัน นั่นก็คงเป็นเรื่องที่ดี  เจ้าพูดถูก เราไม่ได้เกลียดกันอย่างลึกซึ้ง ทำไมต้องคิดมากด้วยเล่า?  ข้าแค่อยากรู้อยากเห็นและให้ความสนใจหอทงเทียนไม่ได้คิดคดโกง หรืออาฆาตพยาบาทเหมือนท่านพ่อข้า คุณชายไห่ตราบใดที่เจ้ายกเรื่องสันติภาพขึ้นเจรจา ไม่ว่าผลจะออกมายังไงก็ตามเราคุณชายจะให้สมบัติชั้นศักดิ์สิทธิ์กับเจ้าสองชิ้น  เจ้าเห็นว่ายังไงบ้าง”

เมื่อได้ยินเช่นนี้เจ้าอ้วนไห่รู้สึกโกรธขึ้นมาทันทียิ่งมองคุณชายหลี่หมิงเขาก็ยิ่งโมโห “งั้นก็คุย เราต้องการเจรจาสันติภาพ เราต้องการอยู่ร่วมกันอย่างสงบ และเข้าใจกัน....”

คุณชายหลี่หมิงยิ้มมองดูเย่คง  “แล้วเจ้าเล่า ไม่ต้องการอะไรหรือ?”

เย่คงยังคงเงียบ

เสวี่ยทันหลางยังคงเงียบเหมือนภูเขาน้ำแข็ง

อย่างไรก็ตามองค์ชายเทียนหลัวยิ้มอย่างเป็นกันเองเหมือนกับดวงอาทิตย์ฤดูหนาว  “คุณชายหลี่หมิงฉลาดมาก เจ้าพูดจาเสียมากมายและใช้สมบัติวิเศษเพื่อแบ่งแยกมิตรภาพของกลุ่มนักสู้เรา นั่นไม่มีอะไรมากไปกว่าการพยายามเบี่ยงเบนความสนใจของเราเพื่อให้เราไม่สามารถตรวจจับ‘ธงเทพเพลิงทอง’ ที่เจ้าลอบใส่เข้ามา!  อยากรู้จริงๆว่าต่อไปเจ้าต้องการจะพูดอะไรอีก? คุณชายหลี่หมิง เจ้าฉลาดและเจ้าเล่ห์ แต่ใช้หลอกคนอื่นไม่ได้ นอกจากใช้หลอกเจ้าอ้วนใครจะโง่รับสมบัติของเจ้า  ใครจะรับของกำนัลจากศัตรู?”

เจ้าอ้วนไห่ขึ้นเสียงทันที  “เฮ้, ข้าคุณชายไม่ใช่คนโง่  สมบัตินี่ดีไม่ใช่หรือ!  คุณชายหลี่หมิงเจ้าพูดจริงหรือเปล่า?  สมบัติสองชิ้นได้รับการยอมรับจากข้าแล้วและจะไม่ส่งคืนให้เจ้า! ฮะฮะ เยี่ยมจริงๆ ได้รับสมบัติสองชิ้น”

คำพูดของเขายังไม่ทันขาดคำ

สมบัติสองชิ้นในมือส่องประกายสีขาวทันทีกลายเป็นกรงแสงพิเศษขังตัวเจ้าอ้วนไห่ไม่ว่าเจ้าอ้วนไห่จะดิ้นรนอย่างไร ก็ดิ้นรนออกมาไม่ได้  “การเจรจาสันติภาพ?นั่นเป็นเรื่องไม่จำเป็น”  คุณชายหลี่หมิงยิ้มประหลาด  “แต่รอจนกระทั่งพวกเจ้าทุกคนถูกคว่ำเสียก่อนเจ้าก็รู้เราคุณชายไม่ชอบคนที่ยืนต่อรองกับข้าและเจ้าอาจไม่รู้ว่ามีเพียงคนตายเท่านั้นที่เป็นผู้เจรจาต่อรองที่ดีที่สุดเพราะไม่ว่าใครตายพวกมันจะไม่คัดค้านความคิดเห็นของข้า!”

ทันทีที่คุณชายหลี่หมิงพูดจบด้านหลังของเขามีธงทองแขวนอยู่ทันที

มีพลังที่ใกล้เคียงกับกฎสวรรค์กดดันทั่วเวทีทองทันที

ครอบคลุมทุกคนผู้อยู่ในเวที

จบบทที่ ตอนที่ 1235 คุณชายหลี่หมิง

คัดลอกลิงก์แล้ว