เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1222 ความฝันไม่รู้จบ

ตอนที่ 1222 ความฝันไม่รู้จบ

ตอนที่ 1222 ความฝันไม่รู้จบ


ชุนหวีทั้งอับอายและโกรธเขาตวาดด้วยความโมโห

รอจนเขาสงบใจได้

เขาพบว่าตนเองยืนอยู่ตรงทางเข้าวังเทียนหลัวเหมือนเมื่อตอนขามาราวกับว่าไม่ได้ย่างเท้าเลยสักก้าว นอกจากนี้เจ้าตำหนักใหญ่ตงฟางผู้อยู่ในชุดบัณฑิตวัยกลางคนก็ยังรู้สึกเหมือนเขา  ขณะเดียวกันทั้งสองคนมองหน้ากันเองไม่มีใครเข้าใจถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเขาไม่ได้เข้าวังเทียนหลัวอย่างสง่าผ่าเผยหรอกหรือ?  นั่นเป็นเพียงภาพลวงตาในฝันซ้ำซ้อนเป็นแบบนี้ไปได้อย่างไร?

ทหารรักษาทางเข้าวังเทียนหลัวยังคงยืนเฝ้ารักษาการณ์ราวกับว่าไม่เห็นอะไรที่ข้างหน้าพวกเขา

ขุนพลเฉียนมู่ที่ซื่อสัตย์ที่สุดยืนถือดาบในมือ

นิ่งไม่มีความเคลื่อนไหว

ในขณะนั้นมีนางกำนัลประจำวังคนหนึ่งเดินออกมาจากข้างในทั้งชุนหวีและเจ้าตำหนักใหญ่ตงฟางจำสตรีคนนี้ได้นางสุภาพและมีมารยาทน่าชื่นชมเหมือนที่ได้พบก่อนหน้านั้น

นางกำนัลผู้เหมือนบัวแรกแย้มเดินมาถึงหน้าชุนหวีและเจ้าตำหนักตงฟางทั้งส่งเสียงเชิญอย่างมีมารยาท “อาคันตุกะมาถึง ฝ่าบาทขอเชิญ”

คำนี้นางเพิ่งพูดไปแล้วไม่ใช่หรือ?เห็นได้ชัดว่าเขายังเล่าเรื่องเสียดสีต่อว่า ตอนนี้มันกลายเป็นเช่นนั้นได้อย่างไร?

ทุกอย่างเหมือนเหตุการณ์ก่อนฝันไม่ใช่หรือ?

เจ้าตำหนักตงฟางตื่นเต้นเล็กน้อยและก่อนที่หญิงสาวจะเดินออกมา เขาถาม “เจ้าจะส่งอาหารให้ฝ่าบาทใช่ไหม?”

นางกำนัลน้อยได้ยินก็ยิ้มเล็กน้อยและไม่ตอบโดยตรงนางหยุดและหันกลับมาแสดงความคาราวะเล็กน้อยให้กับเจ้าตำหนักใหญ่ตงฟางก่อนลงบันไดไปอย่างรวดเร็ว  เมื่อสายตาทั้งสองมองดูนางพวกเขาเหลียวกลับมายังที่เดิมก็ต้องตกใจเมื่อพบว่าทั้งสองยืนอยู่ต่อหน้าหัวซิ่วรี่

มีนางกำนัลหญิงคนหนึ่งเดินออกมาอย่างกระตือรือร้นเป็นนางกำนัลที่ทำหน้าที่จัดกระยาหารถวาย

พอเห็นเจ้าตำหนักตงฟางและชุนหวี

ดูเหมือนว่านางจะผงะถอย

อย่างไรก็ตามนางสงบกิริยาได้ในเวลาอันรวดเร็วและทักทายพวกเขาอย่างนอบน้อมจากนั้นกลับไปจัดการอาหารต่อไป

ชุนหวีและเจ้าตำหนักใหญ่ตงฟางรู้สึกเหมือนอยู่ในฝันร้าย  แต่หาไม่พบว่าเกิดอะไรขึ้น?

บางที...

พวกเขาทั้งสองหันกลับไปมองข้างหลังทันทีหลังจากได้ยินเสียงที่อยู่ด้านหลังพวกเขา

เมื่อมองแวบแรกทั้งสองไม่ได้เคลื่อนไหวก็แล้วไปถ้าเคลื่อนไหวเหมือนมีแผ่นดินถล่มข้างหน้า ในที่สุดก็อดเปลี่ยนสีหน้าไม่ได้ เหตุผลเพราะชุนหวีและเจ้าตำหนักใหญ่ตงฟางอีกคนหนึ่งยืนอยู่ตรงนั้นไม่มีใครพูดถึง  “ชุนหวีเมื่อเห็นฉากภาพนี้ข้ารู้สึกว่านางกำนัลที่ตำหนักมีความรู้และพัฒนาก้าวหน้า  การศึกษานี้ทำได้ยังไง? มารยาทนี้คืออะไร?ความเอื้ออาทรนี้คืออะไร? จิตวิญญาณนี้คืออะไร? ข้าคิดว่าในโลกนี้ยังมีเด็กผู้หญิงนี้หรือไม่!”

“สองท่านเดินทางมาไกลเป็นพันๆไมล์เพื่อพูดคุยเรื่องนางกำนัลของข้าหรือ?” เสียงตำหนิของจักรพรรดิดังนั้น

“แน่นอนว่าเป็นไปไม่ได้ที่เรามาเพื่อเรื่องนี้...เราผู้เฒ่าเป็นนักฝันที่ดีคนหนึ่งข้าเดินทางข้าโลกมาเพื่อสำรวจความฝันอันยิ่งใหญ่ของคนธรรมดาสามัญที่สับสนแต่ขยันหมั่นเพียร โปรดแนะนำข้าด้วย!”  บุรุษชื่อชุนหวีกล่าว

ถ้าใช้มุมมองของอีกคนหนึ่งชุนหวีเห็นได้อย่างชัดเจน

เมื่อเขาพูดแบบนี้

ใบหน้าของตัวเขาเองนั้นมีความพึงพอใจและพยายามยั่วยุ การค้นพบนี้ทำให้ชุนหวีประหลาดใจ เพราะเขาไม่เคยพบว่าทัศนคติของเขาช่างหยิ่งยโสดวงตาของเขาเย่อหยิ่งลำพอง หากเขาไม่เคยทำสิ่งนี้มาก่อนเขาอาจจะไม่รู้สึกอะไรเท่าใดนัก แต่ตอนนี้เขาพูดอะไรไม่ออกนอกจากหลั่งเหงื่อเยียบเย็น

ถูกแล้วตัวเขาเองพูดไม่ออก

อยู่ต่อหน้าจักรพรรดิหัวซิ่วรี่เร็วเกินไปที่จะแสดงความเย่อหยิ่งเช่นนั้น

ทันทีที่ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในอดีตเรื่องราวบทสนทนาและคำพูดที่น่าตกใจ การกล่าวอ้างว่าเป็นเทพแห่งความฝันเพื่อบีบบังคับจิตใจคนที่ชมดูกระทั่งถึงตอนที่เรียกดาวตกร่วงลงมากลายเป็นดอกไม้สีแดง ชุนหวีพบว่าเขาเพลี่ยงพล้ำแสดงออกไปเหมือนกับคนโง่ ความรู้สึกอับอายปรากฏอยู่บนใบหน้าจนแทบจะแทรกแผ่นดินหนี

“ฝ่าบาทท่านคิดยังไงกันแน่?” เจ้าตำหนักใหญ่ตงฟางเห็นตัวตนของเขาถามอย่างนี้

“ฝันได้ไม่เลวเมื่อเทียบกับเรื่องก่อนหน้านี้!” หัวซิ่วรี่ยังตอบเหมือนก่อน แต่ตอนนี้ดูเหมือนจะเยาะเย้ยพอแล้ว

“เจ้าว่ายังไงนะ?”  ชุนหวีเห็นว่าเขากำลังโกรธเขาเห็นความอับอายและความกลัวของตนเองได้อย่างชัดเจนและอยากจะออกไปทันทีและไม่ย่างเท้าเข้ามายังวังเทียนหลัวอีก

“คำพูดของเด็กน้อยจอมโวเจ้าบ่นเพ้อเจ้อเปลืองน้ำลายข้าจะพักแล้ว ดังนั้นเจ้ายังจะออกไปไม่ได้” จักรพรรดิหัวซิ่วรี่พูดเหมือนเดิมคราวนี้ก่อนที่หัวซิ่วรี่จะพูดจบชุนหวีใช้ความเร็วที่สุดหนีออกจากวังเทียนหลัวอย่างรวดเร็วที่สุดในชีวิตของเขา  หลังจากหนีออกมาจากวังเทียนหลัวแล้วเขารู้สึกว่าตนเองกำลังจะบ้า เขาไม่ได้ไปที่แห่งใดๆ ในโลก มาเพียงวังเทียนหลัวและรู้ว่าหัวซิ่วรี่เป็นนักฝันที่เก่งที่สุดในโลกน่าเสียดายที่ฝันของเขาสลายอย่างแท้จริง

ถ้าเขาบอกว่าอับอายตอนนี้เขาจะตื่นขึ้นและพบว่าความฝันของเขาช่างโง่เขลา

ดังนั้นตอนนี้เขารู้สึกเหมือนเป็นมดที่อยู่ในรังมด

ฝันถึงความไร้สาระในฝันของคนอื่น

ตื่นจากฝันไม่ได้เป็นมนุษย์คนหนึ่งเป็นแค่มดตัวหนึ่งที่เข้าไปอยู่ในความฝันของคนอื่น..เขาไม่รู้ว่าหลบหนีมาไกลกี่ไมล์แล้วจนกระทั่งเจ้าตำหนักใหญ่ตงฟางต้องเรียกเขาและปลอบโยนไม่ให้เขาท้อใจ  เขาหลับตาด้วยความเจ็บปวด ตราบใดที่เขาลืมตาเขาจะเห็นว่าตัวเองหยิ่งยโสอยู่ต่อหน้าวังเทียนหลัวชูมือประกาศอย่างภูมิใจว่าเขาคือเทพแห่งความฝันภาพที่ไร้สาระของคนที่อ้างว่าทำได้ทุกอย่าง

อย่าว่าแต่เป็นเทพแห่งความฝันเลยแม้แต่จะเป็นคนก็ยังนับไม่ได้

อยู่ต่อหน้าจักรพรรดิหัวซิ่วรี่เขาผู้มีความมั่นใจในตัวเองว่าฝึกฝนมาหลายพันปีคิดว่าสามารถทำอะไรได้ทุกอย่างเป็นแค่เพียงมดที่มุดเข้าไปอยู่ในความฝันของคนอื่น ไม่สามารถควบคุมพลังตัวเองได้แต่ก็ยังแยกเขี้ยวกางเล็บอวดอ้างว่าตนเองเป็นเทพ... ชุนหวีแหงนหน้าหัวเราะอย่างบ้าคลั่งหลั่งน้ำตาสองสาย

จนกระทั่งถึงวันนี้

เขาเพิ่งเห็นตัวเองครั้งแรก

ปรากฏว่าเขาเคยใช้ชีวิตอยู่แต่ในความฝันตัวเองไม่เคยเห็นตัวเองมาก่อน และเขาไม่เคยเห็นโลกนี้!

“ชุนหวี,พ่ายแพ้การต่อสู้ที่ไม่ธรรมดาในครั้งนี้ เป็นเรื่องธรรมดาที่ข้าคาดไว้แล้ว”  เจ้าตำหนักตงฟางกล่าวปลอบโยน  “ถ้าคนผู้นั้นจัดการได้ง่ายดายจริงๆอย่างนั้นคนที่อยู่ในความมืดคงเริ่มไปแล้ว ไม่ใช่แค่เราเท่านั้นแม้แต่คนที่อยู่ในตำหนักกลางก็ยังไม่แน่ใจว่าเขาสามารถทำลายความฝันได้!  ทุกคนรู้ว่าทางเข้าที่ปลอดภัยเพื่อเข้าสู่ใจกลางดินแดนล่มสลายแห่งทวยเทพตกอยู่ในมิติลวงตาใครจะผ่านเข้าไปอย่างปลอดภัยได้เล่า?”

“ข้าไม่ยินยอมพร้อมใจเลยจริง  ฝึกฝนกันมาหลายพันปี แต่กลับกลายเป็นเหมือนมดแมลงตัวน้อย!” ชุนหวีกำหมัดแน่นด้วยความรู้สึกเจ็บปวด

“ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำลายความฝันแม้ว่าจะไม่ประสบความสำเร็จในครั้งนี้ แต่ก็เป็นความพยายามที่ดีมาก แต่อย่างน้อยพวกเราทุกคนก็ถอยกลับออกมาได้จริงไหม?  ในใต้ท้องฟ้าที่กว้างใหญ่จะมีสักกี่คนที่ถอยออกมาจากมิติเงาลวงได้?”  เจ้าตำหนักตงฟางปลอบโยนอย่างอดทนและชุนหวีผู้พ่ายแพ้และล้มเหลวในการทำลายความฝัน เขาได้เตรียมจิตใจไว้แล้ว  ไม่ว่าเขาจะล้มเหลวสักกี่ครั้ง สิ่งที่สำคัญคือชุนหวีมีทักษะแฝงเร้นในการทำลายฝันคงมีสักวันที่จะต้องทำลายความฝันให้สำเร็จ!

“จริงหรือ?”ชุนหวีลืมตาทั้งสองข้าตั้งใจมองหาความเบาใจมากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตามเมื่อเขามองครั้งนี้ก็ต้องร้องด้วยความตกใจ

เพราะเขาพบว่า

เขาไม่รู้ว่ากลับไปที่ประตูทางเข้าวังเทียนหลัวตั้งแต่เมื่อใดทหารองครักษ์ยืนตัวตรงเฝ้าหน้าประตูโดยไม่วอกแวก

มีนางกำนัลคนหนึ่งอยู่ข้างในเดินออกมาจากตำหนักพร้อมกับฝีเท้าที่รวดเร็วและพูดด้วยน้ำเสียงไพเราะมากมารยาท“อาคันตุกะมาเยือน ฝ่าบาทขอเชิญ”

คราวนี้แม้แต่เจ้าตำหนักใหญ่ตงฟางก็ยังขมวดคิ้วชุนหวีตัวสั่นด้วยความกลัว เขาหายใจลึกๆ และเตรียมพร้อมจะถามคำถามก่อนหน้านี้  “เจ้าเตรียมกระยาหารให้ฝ่าบาทหรือ?”

นางกำนัลรอให้เขาถามก็หยุดและหันมาให้คำตอบ“ข้าน้อยจัดกระยาหารให้ฝ่าบาทแล้ว!”

เจ้าตำหนักตงฟางมีสีหน้าเจ็บปวดเหมือนถูกนกจิกแต่จากนั้นเขาหันไปทันที

เขาคืนสู่สภาพของบัณฑิตผู้สุภาพอีกครั้ง

ชุนหวีตัวสั่นอีกครั้งและเจ้าตำหนักมีสีหน้าเห็นใจสงสาร เขาส่ายหน้าเล็กน้อย

ฉากภาพเปลี่ยนไปอีกครั้งก่อนที่จะกลับไปที่ห้องโถงอีกครั้ง มีนางกำนัลคนหนึ่งส่งกระยาหาร ชุนหวีส่งเสียงร้องโหยหวนพยายามดิ้นรนหนีบางอย่างที่ไม่มีที่สุดอย่างบ้าคลั่ง  อย่างไรก็ตามทั้งหมดนี้ไม่สามารถหยุดการฉายภาพการสนทนาเล่าเรื่องความฝันของหัวซิ่วรี่และเขาอ้างตัวว่าเป็นเทพ... ทุกอย่างฉายซ้ำแล้วซ้ำเล่า ชุนหวีคุกเข่ากับพื้นอย่างทรมานดวงตาแทบถลนจากเบ้า เขามองดูเหมือนนักโทษ

ตรงกันข้ามเจ้าตำหนักตงฟางมองดูภาพนี้อย่างเบาใจ

จากนั้นหัวซิ่วรี่พูดต่อ  ‘ดีงั้นไม่ส่งแล้ว’

เขาตอบมาทางท้องพระโรงใหญ่“โปรดให้จักรพรรดิไร้เทียมทานจิ๋วซื่อออกมาเถอะ แล้วตงฟางจะกลับมาสนทนากับท่านอีก”

ภายในห้องโถงใหญ่ดูเหมือนมีเสียงถอนหายใจเลือนรางแต่เหมือนกับลมพัดผ่านไม่มีอะไรเกิดขึ้น เจ้าตำหนักใหญ่ตงฟางคิดเล็กน้อยและจำได้ว่าดูเหมือนว่าครั้งแรกที่เกิดเหตุจักรพรรดิจะพูด ‘ข้าคิดว่าตอนนี้ชัดเจนพอแล้ว’ หลังจากนั้นก็มีเสียงถอนหายใจ

ในเวลานี้เขากลับพูดชื่อจักรพรรดิไร้เทียมทานจิ๋วซื่อหรือ?

เจ้าตำหนักใหญ่ตงฟางได้นำความสงสัยนี้เข้ามาที่หน้าวังเทียนหลัวอีกครั้ง

ชุนหวีร้องโหยหวนเหมือนคนบ้าและลุกขึ้นทะยานขึ้นท้องฟ้า...เจ้าตำหนักใหญ่ตงฟางส่ายหน้าเล็กน้อย และก้าวเดินไปเรื่อยๆ สองก้าวแล้วก้าวเข้าจัตุรัสด้านนอกตอนนี้ภาพอุกกาบาตหายไป ชุนหวีปรากฏตัวอีกครั้งที่หน้าประตูวังเขาทรุดตัวลงกับพื้นด้วยความกลัวและโบกมือกรีดร้องขณะที่นางกำนัลน้อยเดินออกมาจากตำหนัก  “ไม่, ข้าจะไม่มาอีกแล้ว ขอร้องข้าจะไม่กลับมาอีกแล้ว ปล่อยข้าไป ข้าจะไม่มายังหอทงเทียนอีก ข้าจะไม่มาอีกแล้วปล่อยข้าไปเถอะ...”

เจ้าตำหนักใหญ่ตงฟางส่ายหน้าช้าๆ

ความดีความชอบพันปี

จากคนผู้น่ากลัวเปลี่ยนเป็นคนบ้าเสียสติพังทลาย....“สมกับเป็นผู้ปกป้องแดนล่มสลายแห่งทวยเทพจริงๆ!  น่าสนใจ!” เจ้าตำหนักใหญ่ตงฟางเดินมือไพล่หลังออกไปข้างหน้าอย่างฉลาดฝีเท้าของเขาไม่หยุดและเขาพึมพำกับตนเองเบาๆ “ด้วยเหตุนี้จึงมีความจำเป็นต้องทำลายหอทงเทียนแห่งนี้  เพราะเหตุนี้จึงต้องทำลายทุกอย่างที่นี่!”

เจ้าตำหนักตงฟางยืนอยู่บนถนนมองเห็นการคมนาคมจอแจในเมือง

เขายิ้ม

เขายังคงกล่าว“ความฝันก็เหมือนชีวิต ชีวิตก็เหมือนฝัน ทำไมในตอนแรกถึงไม่อนุญาตให้ข้ามีความฝัน เพราะข้าไม่มีความฝันข้าจึงต้องทำลายฝันทั้งหมด นี่เป็นเรื่องยุติธรรมแล้ว!”

จบบทที่ ตอนที่ 1222 ความฝันไม่รู้จบ

คัดลอกลิงก์แล้ว