เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1221 ข้าคือเทพ!

ตอนที่ 1221 ข้าคือเทพ!

ตอนที่ 1221 ข้าคือเทพ!


“พูดคุยเรื่องฝันหรือ?” เสียงของจักรพรรดิเทียนหลัวเหมือนไม่พอใจแต่ชัดเจนราวกับสายน้ำในลำธาร  “เล่าเรื่องให้ข้าฟังก่อนดีกว่า!”

“ฮ่าฮ่าฮ่า เล่าเรื่องหรือ ได้ตอนนี้เป็นเวลาเหมาะจะเล่าเรื่อง!” ผู้ชื่อชุนหวีเฒ่าหน้าทารกหัวเราะและเหยียดแขนกล่าว  “สามารถฟังเรื่องเล่าจากฝ่าบาทในอีกมุมมองหนึ่งนับว่าโชคดี เราผู้เฒ่าเดินทางมาครั้งนี้คุ้มค่านัก!”

บัณฑิตวัยกลางคนประหลาดใจเล็กน้อยแต่เขาสงบใจได้ทันที

เขายังคงไพล่มือไว้ข้างหลัง

ยืนนิ่งเงียบ

เหมือนกับว่าตั้งใจฟังเรื่องราวจากจักรพรรดิเทียนหลัวหัวซิ่วรี่

จักรพรรดิดูเหมือนจะไม่สังเกตเห็นเสียงหัวเราะเสียดสีของชุนหวียังคงเฉยเมยเหมือนผิวน้ำทะเลสาบราบเรียบดุจกระจก “มีเด็กคนหนึ่งเล่าเรื่องราวนี้ให้ข้าฟังกล่าวอีกนัยหนึ่งว่านักฝันที่ดีมักจะฝันและฝันว่าสักวันเขาจะทำให้เป็นจริงได้ อยู่มาวันหนึ่งเขาเมาแล้วนอนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ในสภาพมึนงงเทวทูตสองคนลงมาหาเขาเชื้อเชิญเขาให้มาเยี่ยมชมดินแดนแห่งหนึ่ง  สิ่งที่เขาได้เห็นได้ยินปรากฏว่าประเทศนี้เล็กและด้อยยิ่งกว่าที่เขาอยู่ เขามีความรู้สึกว่าเหนือกว่าในระหว่างคัดเลือกเป็นเจ้าหน้าที่ในประเทศใหญ่นี้คนผู้นี้ได้เข้าร่วมสมัครคัดเลือกด้วย และพบว่าไม่ยากเลย ในที่สุดเขาสามารถผ่านการทดสอบทั้งสามรอบ เป็นเลิศในระดับมัธยมปลายราชาที่นี่เห็นว่าคนผู้โดดเด่นเป็นพิเศษจึงพระราชทานองค์หญิงให้อภิเษกสมรสด้วยพระองค์เอง”

“ชีวิตที่น่าภูมิใจ ได้แต่งงานกับเจ้าหญิงคนผู้นี้มีความสุขเกินจินตนาการแต่ข้าไม่รู้วัตถุประสงค์ของฝ่าบาทว่าเล่าเรื่องนี้ไปเพื่ออะไร?”  ชุนหวีเหมือนกับไม่ได้ตั้งใจฟัง

“......” บุรุษวัยกลางคนขมวดคิ้วเช่นกัน

“เรื่องนี้ยังไม่จบ!” หัวซิ่วรี่ถอนหายใจเล็กน้อยจากนั้นพูดต่อ “คนผู้นี้ได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าครองแคว้น เขามีความขยันรักในผู้คนสัตย์ซื่อถือมั่น ได้รับความเคารพนับถือจากปวงประชาราษฎร์ เขามีลูกชายหญิงหลายคนไม่ขาดแคลนผู้รับช่วงต่อจากเขา ถ้าเรื่องราวมาถึงตรงนี้ ท่านทั้งสองคงฟังได้ไม่พอมิทราบว่าสองท่านเต็มใจจะฟังต่อหรือไม่?”

“กล่าวได้ว่าเราผู้เฒ่ากำลังจะฟังตอนจบ”ชุนหวีหัวเราะอย่างอารมณ์ดี “เราผู้เฒ่ารู้ว่ามีจุดเปลี่ยนในเรื่องนี้ แต่ไม่รู้ว่าฝ่าบาทจะบิดเบือนไปตรงไหนกัน ฮ่าฮ่าฮ่า!”

บัณฑิตวัยกลางคนไม่พูดอะไรดวงตาของเขาทอประกายปัญญา และดูเหมือนว่าเขาจะเข้าใจ

หัวซิ่วรี่ไม่ได้หวั่นไหวในคำพูดของชุนหวีเขายังคงเล่าเรื่องต่อไปเหมือนสายน้ำที่หยุดไม่ได้ “เมื่อคนผู้นี้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขโดยไม่รู้จักเวลาประเทศเพื่อนบ้านที่ใกล้เคียงได้ส่งกองทัพเข้าโจมตี  ภายใต้สงครามครั้งที่หนึ่งไม่มีกำลังเพียงพอต่อต้าน ศัตรูแข็งแกร่ง ไม่มีใครต่อต้านเปรียบติด!”

ชุนหวีหัวเราะลั่น “ในกรณีเช่นนี้ทำไมไม่ส่งเจ้าแคว้นผู้มีพรสวรรค์นั้นไปนำทัพเล่า?”

หัวซิ่วรี่หัวเราะด้วยความภูมิใจจากนั้นพูดต่อ“เป็นที่น่าเสียดายที่เขาไม่เข้าใจศิลปะในการทำสงคราม แม้ว่าเขาจะกล้าหาญก็ตามในท้ายที่สุดเกิดการพ่ายแพ้ครั้งใหญ่ ทหารบาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมาก  กองทัพถูกทำลาย”  ชุนหวีได้ฟังก็หัวเราะทันที ส่วนบัณฑิตวัยกลางคนเลิกคิ้วราวกับว่าเขาคิดออกแล้วทำไมหัวซิ่วรี่ถึงพูดเช่นนั้น  หัวซิ่วรี่หยุดเล็กน้อยและกล่าวต่อ  “คนผู้นี้พ่ายแพ้ระหกระเหินออกจากบ้านเขาต้องการให้ภรรยาของเขาขอร้องราชา ใครจะคิดกันเล่าว่าภรรยาของเขาเป็นโรคร้ายเสียชีวิต  เขาได้แต่กลับไปเมืองหลวงยอมรับผิด  พระราชากริ้วและปลดเขาออกจากตำแหน่งเป็นสามัญชนและเนรเทศเขาพร้อมกับบุตรธิดาที่เกิดแต่องค์หญิงออกไปจากแคว้นไม่ยอมให้ทำงานอีกตลอดไป”

ชุนหวีได้ยินแล้วรู้สึกจืดชืดไร้เรื่องราว

ในใจของเขาต้องการปฏิเสธอยู่สองสามคำ

แต่เขาไม่รู้ว่าจะพูดอะไร

บัณฑิตวัยกลางคนมองผิวเผินไม่พูดอะไรแต่การแสดงออกเหมือนกันคาดการณ์ไว้นานแล้ว

ขณะที่ทั้งสองคนอึดอัดพูดไม่ออกหัวซิ่วรี่พูดขึ้นอีกครั้ง “เรื่องนี้ยังไม่จบแบบนี้ คนผู้นั้นถูกส่งตัวกลับบ้านเกิดเดิมเขารู้สึกละอายใจต้องสะดุ้งตะโกนผวาตื่นจากฝัน เขาพบว่าเป็นเพียงความฝัน ยังดีที่โชคร้ายนั้นไม่ได้เกิดขึ้นเขาพยายามมองหาอย่างระมัดระวังก็พบรังมดอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ในทุ่งนั้น”

“แค่กๆๆๆๆ!” ชุนหวีฟังเรื่องราวจบไอจนหน้าแดงทันที

“การรู้แจ้งของฝ่าบาทเป็นการกระตุ้นการตื่นรู้ที่ดีจริงๆโลกนี้อุดมสมบูรณ์และมั่งคั่งมีความสุข และความสุขนั้นก็เหมือนกับเมฆที่ล่องลอย จากนั้นก็อาจหายไปในพริบตาได้ แต่ละคนต่างต้องการบรรลุความสำเร็จยิ่งใหญ่  แต่ในความเป็นจริงไม่มีอะไรมากไปกว่ามดเมื่อเทียบเวลาที่ไม่มีที่สิ้นสุดและมิติพื้นที่ซึ่งไม่มีที่สิ้นสุด  เมื่อเทียบกับมหาเทพโบราณที่มีอำนาจทุกอย่างการต่อสู้ของเราเป็นการต่อสู้ของมดที่ไร้สาระ แต่น่าเสียดายที่จะมีสักกี่คนในโลกมองได้ทะลุปรุโปร่งเหมือนฝ่าบาทเล่า?”  บัณฑิตวัยกลางคนตอนแรกฟังดูแล้วประหลาดใจอึ้งจากนั้นก็ปรบมือหัวเราะ

“เจ้าตำหนักใหญ่ตงฟาง ท่านเป็นผู้ฉลาดอันดับหนึ่งจากแดนสวรรค์มีสติปัญญาเป็นเลิศทำไมถึงไม่เข้าใจ?” จักรพรรดิหัวซิ่วรี่ถอนหายใจเบาๆ และถามเสียงอ่อนโยน

“บางคนไม่มีความสนใจในรังมด  แต่บางคนก็ชอบค้นคว้าวิจัยรังมด”  บัณฑิตวัยกลางคนเหมือนจะบอกว่าเขาแตกต่างจากทุกคน

“มดไม่เคยกัด แล้วทำไมต้องรบกวนมัน?”  หัวซิ่วรี่ถามอีกครั้ง

“แม้ว่ามันจะไม่ได้กัดผู้คนแต่ข้าพบว่านี่เป็นฝันดีจริงๆ บางทีคนผู้นั้นไม่อาจทนรับเจ้าหญิงเป็นภรรยาไม่อาจได้มีลูกๆ ในฝันและไม่อาจได้ทุกอย่างเป็นของเขาก็ได้”บัณฑิตวัยกลางคนหัวเราะและกล่าว

“ทุกสิ่งทุกอย่างในความฝันนั้นดี  แต่ในที่สุดก็เป็นแค่เพียงฝัน”หัวซิ่วรี่พูดยังไม่ทันจบ ชายชราหน้าทารกชุนหวีขัดขึ้นทันที  “ฝ่าบาทพูดอย่างนี้ เราผู้ชราไม่เห็นด้วยนับแต่วันที่คิดฝัน ผู้คนก็ไล่ตามความฝัน ถ้าท่านสามารถทำความฝันให้สำเร็จได้อย่างนั้นชีวิตก็จะมีความสุขที่สุดเป็นความรุ่งเรืองของชีวิต สำหรับความผิดหวังที่เกิดขึ้นนั่นเป็นเพราะความสามารถหากผู้คนในเรื่องนี้มีพลังอำนาจควบคุมกองทัพทั้งสามพวกเขาจะเอาชนะได้อย่างไร?แม้ว่าความฝันจะกลับมาอีกครั้ง ถ้าคนในเรื่องมีความสามารถได้เรียนรู้อย่างแท้จริงมีสนามให้ลงมือตามความเป็นจริง! ความฝันที่ฝ่าบาทเพิ่งกล่าวถึงเมื่อครู่นี้เป็นเพียงความโศกเศร้าคร่ำครวญของผู้พ่ายแพ้บางคน  ท่านรู้หรือไม่ว่าสิ่งต่างๆในโลกนี้ล้วนสร้างขึ้นได้ ตราบใดที่ตั้งใจ ก็ทำฝันให้เป็นจริงได้  นี่คือข้อสรุปที่เราผู้ชรามีต่อการพูดถึงฝันฝ่าบาท! มิทราบว่าท่านจะคิดว่าอย่างไร?”

“ข้าคิดว่าไม่สำคัญ แล้วเจ้าตำหนักตงฟางเล่าท่านคิดประการใด?”

“เงื่อนไขของสิ่งมีชีวิตในโลกนี้มีหลากหลายบางคนก็คิดว่าฝัน บางคนก็คิดว่าทุกอย่างขึ้นอยู่กับความพยายามของมนุษย์ข้าทำอะไรตรงนี้ไม่ได้” คำตอบของบัณฑิตวัยกลางคนไม่เปิดโอกาสแม้แต่จะให้น้ำรั่วหยดได้

“ในกรณีนี้ ถ้าเป็นความฝันในปัจจุบันนี้จะเป็นรองจากสองท่านตรงไหน?” เสียงของจักรพรรดิเยือกเย็นได้ทันทีและแฝงไปด้วยความรู้สึกที่เย็นชาเงียบสงบเหมือนหิมะและน้ำแข็งละลายทำให้เจ้าตำหนักตงฟางและชายชราหน้าทารกรู้สึกได้ถึงความเยือกเย็น

พวกเขารู้ดีว่าวังเทียนหลัว และมิติลวงตานี้

ไม่ง่ายที่จะเข้ามา

เกรงว่าแม้แต่สามจอมภพแดนสวรรค์ในอดีตที่รุกรานหอทงเทียนมีเพียงจักรพรรดิอวี้ที่รับมือตามลำพังเมื่อยอดฝีมือทั้งสี่เข่นฆ่าประหัตประหารกัน แผ่นดินเป็นสีดำท้องฟ้ามืดมิดหอทงเทียนเหมือนปราสาทที่ไม่มีการปกป้อง  นักสู้แดนสวรรค์ตะลึงและรอจนจักรพรรดิอวี้พ่ายแพ้แต่ก่อนนั้นไม่มีใครกล้าย่างเท้าเข้าไปในวังเทียนหลัวไม่มีใครกล้าเข้ามาในมิติลวงนี้

บัณฑิตวัยกลางคนคิดมานานหลายพันปีมองหามาหลายพันปี ในที่สุดก็พบคนที่ทำให้ความฝันเขาสำเร็จได้ ชุนหวี

นี่เป็นครั้งแรกที่เขากล้าเข้ามาในวังเทียนหลัว

แผ่นดินต้องห้าม

นี่เป็นสถานที่ต้องห้ามอย่างยิ่งยวด...บางทีแม้ว่านักรบหอทงเทียนเองก็คงลืมเลือนไปแล้ว แต่ในฐานะเจ้าตำหนักใหญ่ที่เป็นปฏิปักษ์ต่อหอทงเทียนอย่างยิ่งยวดและเกลียดหอทงเทียนที่สุดบัณฑิตวัยกลางคนไม่มีวันลืมมิติลวงตาแห่งนี้

ในหอทงเทียน แดนนรกบันไดสวรรค์และทวีปมังกรทะยานตกต่ำลงอย่างต่อเนื่อง  แดนนรกหลังจากนางพญาผู้พิชิตถูกผนึกก็ตกต่ำดำดิ่งถึงที่สุดยังไม่มีใครโดดเด่นขึ้นมาได้ แม้ว่าทวีปมังกรทะยานจะมีอัจฉริยะมากมายตั้งแต่หมื่นปีที่ผ่านมาแต่มีเพียงผู้เดียวที่น่ากลัวที่สุดสามารถทำให้แดนสวรรค์กลัวได้นั่นคือจักรพรรดิอวี้  ถ้าไม่ใช่เพราะต่อเมื่อมีจักรพรรดิอวี้อีกคนหนึ่งคุณชายสามตระกูลเย่ว์ก้าวหน้าขึ้นมาอย่างรวดเร็วเหนือจินตนาการทั้งปวงทวีปมังกรทะยานอาจตกต่ำดำดิ่งยิ่งกว่าแดนนรกเสียอีก

มีแต่บันไดสวรรค์เท่านั้นแม้ผ่านไปหมื่นปีถึงค่อยเริ่มตกต่ำบ้าง ผู้ปกครองยังคงมีอยู่ถึงทุกวันนี้

จักรพรรดิเทียนหลัวประทับอยู่ในวังเทียนหลัวไม่ได้หมายความว่าเขาจะอยู่กับความฝันตลอดทั้งปี

ในมุมมองของนักสู้ตำหนักกลางศักดิ์สิทธิ์แดนสวรรค์นี่คือผู้ที่อันตรายที่สุดในหอทงเทียน

ตราบใดที่คนผู้นี้ยังอยู่ที่นั่นคิดจะรุกรานหอทงเทียน นั่นเป็นเรื่องยากเย็นแสนเข็ญ

บัณฑิตวัยกลางคนใช้เวลาหลายพันปีได้ชุนหวีผู้เชี่ยวชาญในการทำลายความฝันลวงตาเข้าสู่วังเทียนหลัวได้ตอนนี้เผชิญการตอบโต้จากจักรพรรดิเทียนหลัว เขามั่นใจเต็มร้อยจริงๆหรือว่าจะทำลายและเอาชนะได้? จุดนี้บัณฑิตวัยกลางคนไม่กล้ารับประกันแน่นอน!

ตอนนี้ทุกอย่างขึ้นอยู่กับชุนหวี

เขา

จะเป็นผู้ทำลายความฝันได้

ตราบใดที่ชุนหวีสามารถทำลายความฝันได้  ตราบนั้นจะสามารถทำลายหอทงเทียนได้อีกครั้ง!

นอกจากจักรพรรดิเทียนหลัวนี้แล้วบัณฑิตวัยกลางคนไม่กังวลเกี่ยวกับคุณชายสามตระกูลเย่ว์หรือจื้อจุนชาวมนุษย์ที่เป็นดาวรุ่งยอดฝีมือของหอทงเทียน ที่สำคัญอัจฉริยะยอดฝีมือรุ่นใหม่ที่โดดเด่นขึ้นมาเหล่านี้ยังอายุเยาว์โดดเด่นจนผู้เยาว์อื่นๆตามไม่ทัน  แม้ว่าคุณชายสามตระกูลเย่ว์และจื้อจุนชาวมนุษย์จะมีชื่อเสียงเข้ามาถึงหูเขาบ้างแต่ในความเห็นของบัณฑิตวัยกลางคนมองว่าเป็นอุบัติเหตุ  เขาไม่เชื่อว่าจะมีใครโดดเด่นในรอบหลายพันปีมีแต่จักรพรรดิเทียนหลัวนี้เท่านั้น มีแต่ฝันของคนผู้นี้ที่ยังเป็นไปได้อยู่!

“ฝ่าบาท เกี่ยวกับคำถามของท่าน”  ชุนหวีตื่นตัวภายในอย่างที่สุด แต่มองผิวเผินเขาหัวเราะอย่างสบายๆ  “คำตอบของเราผู้เฒ่า ถ้านี่เป็นความฝันอย่างนั้นเราผู้เฒ่าก็จะทำให้เป็นจริง! ถ้าเรื่องนี้เป็นความฝัน เราผู้เฒ่าก็จะทำลายความฝันและเปลี่ยนทุกอย่างในฝันของเขาให้กลายเป็นความจริง!”

“เจ้าไม่ใช่ข้า แต่ยังโอ้อวดอย่างไม่ละอายใจว่ากล้าเปลี่ยนความฝันข้าหรือ?”  หัวซิ่วรี่แค่นเสียง

“ในความฝัน ข้าคือเทพเจ้า!” ชุนหวีเต็มไปด้วยท่าทีหยิ่งยโส เขาชูมือขึ้นสูงทั้งคนและโลกแตกกระจัดกระจาย แสงรัศมีเจิดจ้าราวกับดวงอาทิตย์สว่างไสวไปทุกอย่างมีดังขึ้นให้ได้ยิน  “ข้าคือเทพ  เป็นเทพแห่งความฝัน!  ในความฝัน!  ข้าทำอะไรก็ได้ทุกอย่าง!”

ชุนหวีโบกมือทั้งสองข้างในท้องฟ้า

เกิดกลุ่มเมฆมืดครึ้มนับไม่ถ้วนทันที

สายฟ้า อัสนีบาตสะท้านเลื่อนลั่น

ฝนเทลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา

ชุนหวีคว่ำมือทั้งสองข้างลงพื้นเมื่อฝนตกลงมายังพื้น หยดน้ำพลันเปลี่ยนเป็นเปลวไฟเผาไหม้ทุกอย่างเมื่อเฒ่าหน้าทารกประคองมือเสมออกเปลวไฟทั้งหมดเปลี่ยนเป็นดอกไม้ทันที!

“ไม่ว่าจะเป็นใครในโลกความฝัน แต่ข้าเป็นพระเจ้าเป็นเจ้านาย ภายใต้เจตจำนงของข้า ทุกอย่างจะต้องอยู่ภายใต้นามข้า ไม่มีการยกเว้น ไม่มีการปลดเปลื้องใดๆ ได้ข้าคือเทพแห่งฝัน เจตจำนงของข้าคือทุกสิ่ง ไม่ว่าใครก็ตามจะเชื่อฟังข้าหรือต่อต้านข้าโดยกำเนิดไม่ว่าจะเป็นผู้สร้างตามธรรมชาติหรือประดิษฐ์สิ่งของ ไม่ว่าจะเป็นของเป็นหรือของตายไม่ว่าจะเป็นความคิดที่ชอบธรรมหรือผิดเพี้ยนใดๆ ที่เป็นอิสระจากโลกไม่ว่าจะมีสติหรือไม่รู้สึกตัวก็ตาม ล้วนแต่อยู่ในความฝันของข้าอยู่ภายใต้การจัดการควบคุมของข้า” เฒ่าหน้าทารกชุนหวีมีใบหน้าเป็นประกายผ่องใสเหมือนเทพเจ้า

“จงบาน....” เขาชี้ไปที่ดอกไม้ ดอกไม้ทั้งหมดก็บานสะพรั่ง

“จงเหี่ยวเฉา...”

พอเขาชี้นิ้วอีกครั้ง ดอกไม้ที่บานเต็มทั้งหมดก็เหี่ยวเฉาจนไม่เหลืออะไร

ชุนหวีมองขึ้นบนท้องฟ้าและดึงดูดดาวตกอุกกาบาตยักษ์ที่ทำลายโลกและสวรรค์  ขณะที่ดาวตกกำลังจะชนวังเทียนหลัวเขาเปลี่ยนมันให้เป็นกลีบดอกไม้ โปรยปรายร่วงหล่นสีสันราวกับโลหิต

ในที่สุดชุนหวีกำหมัดและพยักหน้าให้บัณฑิตวัยกลางคนอย่างมั่นใจ  “ไม่ว่าเป็นใครเมื่ออยู่ในความฝันนี้ข้าเป็นเทพเจ้าของความฝันนี้ ที่นี่ข้าควบคุมมิติเวลา ข้าสามารถสร้างและทำลายได้ สามารถทำทุกอย่างได้ ไม่ว่าจะเป็นฝันอะไรข้าสามารถทำลายด้วยฝันของข้า และเปลี่ยนมันให้เป็นความจริง!”

บัณฑิตวัยกลางคนขบกรามเล็กน้อย

การพยายามอย่างหนักหลายพันปีการเตรียมตัวมาหลายพันปีได้รับผลตอบแทนในที่สุด

แม้ว่าเวลาจะยาวนานสักเล็กน้อยแต่มิใช่ว่ายอมรับกันไม่ได้

เป็นที่น่ายินดีล่วงหน้าที่หอทงเทียนจะต้องถูกทำลาย  แต่ถ้าสามารถเตรียมการไปทีละขั้นๆ และผลักดันที่นี่ลงสู่ห้วงเหวที่มิอาจย้อนกลับนั่นจะเป็นความสุขที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเขา

บัณฑิตวัยกลางคนมีความคลายใจกับความฝันทุกประเภท

ที่สำคัญชุนหวีมีทักษะแฝงเร้นในการทำลายฝันที่ดีที่สุดเขามีความสามารถในการควบคุมความฝันทุกชนิด เขาเตรียมตัวมาหลายพันปีรอจนชุนหวีมีพลังถึงระดับสุดยอดเพื่อเอาชนะความฝันในวันนี้

หากไม่มีการเตรียมการมาหลายพันปี  เขาจะไม่คิดแน่นอนว่าชุนหวีจะสามารถปลดปล่อยพลานุภาพใดๆเพื่อให้เข้ามาถึงวังเทียนหลัวได้ โชคดีที่ความอดทนหลายพันปีนี้ให้ผลตอบแทน

สิ่งเดียวที่บัณฑิตวัยกลางคนไม่สามารถเข้าใจได้ก็คือ

ทำไม?

ก่อนหน้านั้นจักรพรรดิเทียนหลัวถึงเล่าให้ฟังถึงความฝันของเขาอย่างสบายๆ?

“ฝ่าบาท ท่านคิดว่ายังไง?”  บัณฑิตวัยกลางคนยังไม่พอใจ อันที่จริงเขาจะยังไม่พอใจก่อนที่อีกฝ่ายจะยอมรับความพ่ายแพ้อย่างบริบูรณ์

“ฝันได้ไม่เลวเลยเมื่อเทียบกับฝันที่เพิ่งเล่าให้ฟังนี้” หัวซิ่วรี่วิจารณ์ชุนหวีผู้ที่อ้างตัวเองว่าเป็นเทพแห่งความฝันทั้งคำพูดและการกระทำต่างๆ

“เจ้าว่ายังไงนะ?”  ชุนหวีโกรธ

“คำพูดของเด็กน้อยจอมโวเจ้าบ่นเพ้อเจ้อเปลืองน้ำลายข้าจะพักแล้ว ดังนั้นเจ้ายังจะออกไปไม่ได้” หัวซิ่วรี่ตรัสเย็นชา “ข้าคิดว่าพูดชัดเจนพอแล้ว”

+++++++++++++++++++++++++++++++โพสวันละ 2 ตอนจนหมดสต็อคแล้วนะครับต่อไปนี้คงได้วันละตอนถ้าวันเสาร์-อาทิตย์มีเวลา อาจได้วันละ 2 ตอน

จบบทที่ ตอนที่ 1221 ข้าคือเทพ!

คัดลอกลิงก์แล้ว