เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1212 คุ้นเคยเป็นธรรมชาติ

ตอนที่ 1212 คุ้นเคยเป็นธรรมชาติ

ตอนที่ 1212 คุ้นเคยเป็นธรรมชาติ


องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนไม่ต้องการสร้างอาณาจักรในขุนเขาเหนือขุนเขา

นางไม่สนใจสิ่งเหล่านี้

เหตุผลที่ทำให้ทหารทุกคนตกใจยอมเป็นข้ารับใช้ภายใต้ดาบของนางเพราะเพื่อหยุดสงครามที่ไร้สาระนี้ หลังจากการแสดงฝีมือของนางสิ้นสุด นางไม่สนใจว่าใครจะคิดอะไรรีบกลับเข้าโลกคัมภีร์ทันทีปล่อยให้ทหารทั้งค่ายตะวันออกและตะวันตกพากันตะลึงมองหน้ากันไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรกันต่อไป

สาวงามโล่วฮัวไม่ยอมเผชิญหน้ากับเรื่องยุ่งยากเช่นนี้นางหาวและกลับเข้าไปพักผ่อน

โชคดีที่ยังมีเย่ว์หยาง

มิฉะนั้นทหารในป้อมพายุคงร่ำไห้จนตาย กลายเป็นเหมือนหญิงที่ถูกทอดทิ้งจำนวนเป็นล้านร่ำไห้กับพื้น...เมื่อเห็นเย่ว์หยางเตรียมแยกตัวจากไป ไม่ว่าจะเป็นจอมพลและนักรบค่ายตะวันออกหรือค่ายตะวันตกและขุนพลรวมตัวด้วยกันมองดูเขาด้วยสายตาเปี่ยมความหวังรอให้เย่ว์หยางพูด

เย่ว์หยางถอนหายใจ เขาต้องทำงานช้าลงไปอีกถ้าไม่ใช่เพราะเห็นแก่ซื่อเสิน ความรักความแค้นความยุ่งเหยิงเหล่านี้ เขาจะไม่ยอมเข้าไปยุ่งแน่นอน

“มองข้าทำไม?พวกเจ้ายังเชื่อว่าเรื่องนี้ไม่จริงหรือ?” เย่ว์หยางพูดไม่เกรงใจและดึงกระบี่วิถีกำศรวล, มุกประทีปราตรี, ดาบดื่มหิมะฯลฯ ความเคลื่อนไหวอย่างเป็นธรรมชาติทำให้เหล่าขุนพลหวาดหวั่นพรั่นพรึง

“ฝ่าบาทซื่อเสินเจ้านายข้า และเทพที่เหลือทั้งหมด?”

จอมพลฟงเอ๋อมองดูอย่างว่างเปล่าและนั่งลงบนซากหักพังของป้อมพายุ

เขารู้สึกเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าแรงกดดันจู่โจมใส่ร่างกายไม่รู้จบ ไม่สามารถปลุกปลอบขวัญขึ้นได้อีกแม้แต่ครึ่งนาทีเขาพึมพำอย่างช่วยไม่ได้  “เราต่อสู้อย่างกล้าหาญเพื่อเทพของเราไปเพื่ออะไรแล้วเราจะทำอย่างไรต่อไป? ไม่รู้จะทำยังไงจริงๆ? แปดเทพพากันตายทั้งหมดในสงครามเทพ นี่มันเหลือเชื่อจริงๆ!”

เขาไม่อยากเชื่อว่านี่คือเรื่องจริง

แต่

ความจริงข้างหน้าเขา ทำให้เขามิอาจสงสัยได้

สมบัติชั้นเทพถูกถอนสัญญาและทั้งหมดตกอยู่ในมือเย่ว์ไตตัน พิสูจน์ว่าแปดเทพขุนเขาเหนือขุนเขาตายหมดแล้ว  มิฉะนั้นคงไม่เป็นเช่นนี้...  ส่วนจอมพลแห่งค่ายตะวันตกกู้ไห่และหมื่นปีศาจตอนนี้เต็มไปด้วยความหวาดหวั่น  เพราะพวกเขาพบว่ามุกประทีปราตรีซึ่งเป็นของเฮยโจวยอมรับเย่ว์ไตตันเป็นเจ้านายแล้ว  ถ้าเฮยโจวไม่ตายมุกประทีปราตรีจะไม่มีทางเปลี่ยนเจ้านายเด็ดขาด

แปดเทพถูกเย่ว์ไตตันผู้นี้ฆ่าตายทั้งสตรีผู้ใช้ดาบเทพเมื่อครู่นี้อีกเล่า?

ชั่วเวลาหนึ่งแม่ทัพนายกองเริ่มดีดลูกคิดคำนวณ

ยอมรับดีกว่า ไร้ประโยชน์ที่จะลังเล

ข้ารับใช้ดาบก็ไม่เป็นไร!

ยอมเป็นบริวารรับใช้เจ้านายใหม่ผู้ดีกว่าแปดเทพผู้ล่วงลับไปแล้วยิ่งพวกเขายอมรับใช้เร็วเท่าใดก็ยิ่งดีเท่านั้น การสนับสนุนแรกต้องไม่ถูกปล้นชิงไป

“คารวะท่านไตตันนายของข้า” กู้ไห่และท่านหมื่นปีศาจแทบจะคุกเข่าพร้อมกัน

พวกเขาต้องได้รับประโยชน์สูงสุดเสมอ

การสนองตอบแบบนี้เป็นไปอย่างรวดเร็วที่สุดพวกเขาสามารถปล่อยวางทุกอย่างได้ในทันทีและทิ้งอดีตยอมคุกเข่าแสดงความภักดีต่อเย่ว์หยางเพื่อแข่งขันให้ได้รับการสนับสนุนก่อนใคร

จะเป็นสถานะอะไรก็ไม่สำคัญ ตราบเท่าที่ได้รับความดีความชอบจากเทพคนใหม่ก่อนอนาคตพวกเขาจะไม่มีขีดจำกัด

เปลี่ยนเจ้านายคนใหม่จะดีหรือไม่?

เจ้านายคนใหม่สามารถฆ่าแปดเทพได้ทุกคน

ยิ่งกว่านั้นเทพคนใหม่ยังทรงพลังและมีสตรีดาบเทพที่มีพลังเหลือเชื่อ

“พวกเจ้า....” จอมพลกริฟฟินและแม่ทัพอินทรีทอง พวกเขาละอายใจแทนกู้ไห่และท่านหมื่นปีศาจแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ คนไร้ยางอายพวกเขาสนับสนุนเทพคนใหม่ แต่พวกเขาไม่ผิดการต่อต้านผู้มีอำนาจไร้เทียมทานเป็นเรื่องไร้สาระไม่ใช่หรือ?  นอกจากนี้ เย่ว์ไตตันยังคงคุ้นเคยกับเขา การยอมรับเขายังดีกว่ายอมเป็นบริวารของเทพแปลกประหลาด

“เราไม่ได้ตั้งใจจะอยู่ที่ขุนเขาเหนือขุนเขาและเราไม่มีความตั้งใจจะรับใครเป็นบริวารเรื่องเหล่านี้เราไม่สนใจแม้แต่น้อย” เย่ว์หยางไม่รับกู้ไห่และท่านหมื่นปีศาจเหล่านี้ไว้เป็นบริวารเขาพยักหน้าให้จอมพลกริฟฟินและพวกที่เขาคุ้นเคย “ซื่อเสิน, จ้าวซี,ซวงหานและชิงหวิน ยอมเสียสละชีวิตผนึกนาฬิกาวิเศษชั้นเทพให้ข้า  พวกเขามอบทุกอย่างให้ข้าในที่สุด  แต่ข้ารับไว้แต่เพียงของวิเศษและคัมภีร์อัญเชิญส่วนเรื่องอาณาจักรดินแดนปกครองและสมบัติอื่นทั้งหมดของเทพพวกเจ้าพวกเจ้าจงดูแลกันเอง ไม่ต้องถามข้า เฮยโจว, เทียนโฉวและฟงซาถูกข้าและคนอื่นฆ่ามีแต่ชี่เฉียวที่สูญเสียพลังเทพยังมีชีวิตรอดอยู่ เขามอบหอกกลืนมังกรให้ข้าและภรรยาข้ารับทำสัญญากับมันแล้ว นางอยู่ในโลกคัมภีร์  ดังนั้นจึงถือได้ว่าแปดเทพผู้ยิ่งใหญ่ตายอย่างเป็นทางการในสงครามเทพกระบวนการสงครามเทพค่อนข้างมีความซับซ้อนอยู่บ้าง ข้าไม่สามารถบอกเล่าให้ชัดเจนในรวดเดียวได้ครั้งนี้ต้องยกย่องกลุ่มโจรดวงดาวสักเล็กน้อย ฮัวยา, กัวกัว พวกเจ้าออกมา เล่าให้ทุกคนฟัง  ข้าจะกลับไปพักก่อน”

หลังจากหาองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนแล้วนางคิดถึงเย่ว์หยางและเสวี่ยอู๋เสีย เมื่อเขาสั่งการเสร็จก็รีบกลับโลกคัมภีร์ทันที

ฮัวยาและกัวกัวที่ร่วมกลุ่มโจรดวงดาว ก่อนมาถึงป้อมพายุเย่ว์หยางให้พวกเขามีส่วนร่วมทำงานในยานหงส์เหิน พวกเขาสามารถพูดบอกบางเรื่องได้ที่ไม่เป็นการเผชิญหน้ากับจอมพลกริฟฟินมากเกินไปนัก   พวกเขาไม่ต้องการทำผิดซ้ำแล้วซ้ำอีก

แน่นอนเย่ว์หยางมอบงานสำคัญนี้กับพวกโจรดวงดาว

ฮัวยาและกัวกัวได้รับการแต่งตั้งจากเย่ว์หยาง

นี่เป็นเรื่องที่น่าทึ่งที่สุด

พวกเขายืดอกเชิดหน้าบอกเล่าเรื่องราวด้วยความภูมิใจ

ความจริงนอกจากชี่เฉียวและเฮยโจวในแปดเทพขุนเขาเหนือขุนเขาแล้ว เย่ว์หยางยังได้รับรู้จากการส่งเสียงทางจิตจากเสี่ยวเหวินหลีตอนอยู่ในโลกคัมภีร์  อิคคาและเว่ยหลายพบร่องรอยของเฮยโจว  เฮยโจวไม่เพียงแต่ไม่ซ่อนตัวเท่านั้นแต่ดูเหมือนเร่งรีบไปยังดินแดนลับเทพสังหารดูเหมือนว่าต้องการจะช่วยเทพปีศาจเว่ยกวง ทั้งอิคคาและตั๊กแตนมัจจุราชเว่ยหลายเชื่อว่าคนผู้นี้ต้องการปลดปล่อยเทพปีศาจออกมาทำร้ายคนอื่นเมื่อรู้ว่าเฮยโจวต้องการสร้างความพินาศย่อยยับให้กับทุกคนพวกนางจึงเริ่มโจมตีเฮยโจวเทพประจิมอย่างดุร้าย

อิคคานางฟ้าศึกใช้ทักษะแฝงเร้นเกลียดชังยิงธนูแห่งความชังไปที่เฮยโจว

เฮยโจวที่อยู่ข้างหน้าตาย

เชื่อว่าเขาจะไม่สามารถลุกกลับขึ้นมาได้

ทั้งอิคคาและภูตน้อยตั๊กแตนมัจจุราชผนึกพลังกันตอนนี้พลังเทพของเฮยโจวเหลือน้อย และขาดสมบัติเทพ แม้เขาจะไม่ตาย แต่เย่ว์หยางตัดสินให้เขาตายล่วงหน้าแล้วแม้ในช่วงเวลาที่องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนควบพลังสร้างดาบ เขาก็รู้สึกว่าเฮยโจวคงจะตายดังนั้นเขาใช้คำว่า ‘เฮยโจวพ่ายแพ้’

โชคร้ายนี้จะทำให้เฮยโจวตายหรือไม่?เย่ว์หยางไม่สนใจอยากรู้!

เขารู้เพียงอย่างเดียว

เจ้าผู้นี้ไม่ตายง่ายๆ อย่างแน่นอน

ถูกธนูแห่งความชังของอิคคาปักตรึง คิดจะตายอย่างสบาย?  นั่นเป็นเรื่องน่าขัน!

อย่างไรก็ตามเมื่อคิดว่าเฮยโจวเคยปกครองอาณาจักรตะวันตกไร้เมตตา โหดเหี้ยมอำมหิต ในที่สุดก็ตายด้วยน้ำมือของอิคคาและสาวน้อยตั๊กแตนมัจจุราช  ถ้าเฮยโจวพบอาหงหรืออาหมันและถูกพลังเนตรประหารก็อาจไม่ต้องเจ็บปวด ถ้าพบกับตั่วตั่วกับเจี้ยงอิงอาจจะผ่อนคลายมากขึ้นตราบเท่าที่เขาเป็นปุ๋ยอย่างดี ถ้าพบกับสาวเทียนฟากับราชันย์ปีศาจใต้อาจเป็นโศกนาฏกรรมเล็กน้อย แต่ก่อนที่จะถูกสายฟ้าสังหารอาจต้องฟังคำสวดส่งวิญญาณเสียก่อน  เสียชีวิตในเงื้อมมือของอิคคาและเว่ยหลายนับว่าโชคร้ายที่สุดยังดีที่ไม่โดนปืนใหญ่ผลาญวิญญาณของนางฟ้าสงคราม

เฮยโจวเหลือพลังเทพไม่มากนัก มิฉะนั้นคงจะตายไปนานแล้ว

เย่ว์หยางคิดว่า นี่เป็นเรื่องที่น่าห่วงเล็กน้อย

อิคคาและเว่ยหลายต้องใช้เวลาถึงสามวันสามคืนจึงจะฆ่าเฮยโจวได้หรือไม่ ถ้าเป็นอย่างนั้นเฮยโจวนับว่าพบกับโศกนาฏกรรมที่ยิ่งใหญ่แห่งชีวิตแล้ว

เกี่ยวกับวิธีการตายของเฮยโจวนอกจากเย่ว์หยางและองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนแล้ว ไม่มีใครรู้ไม่มีใครใส่ใจเรื่องนี้ตอนนี้ผู้คนนับล้านนั่งรายล้อมป้อมพายุและล้อมดาบยักษ์และหันหน้าเผชิญกันศัตรูที่ยังมีชีวิตและที่ใกล้ตายเพียงแต่นั่งรอฟังเรื่องราวของฮัวยาและกัวกัวแห่งโจรดวงดาวเงียบๆ.. การต่อสู้ล้มตายของเหล่าแปดเทพ!

ฮัวยาและกัวกัวพวกโจรดวงดาวและทหารกบฏโดยสารยานหงส์เหินที่ลอยลำอยู่ในท้องฟ้าด้วยความภูมิใจ

พวกเขาไม่กล้าบินผ่านดาบยักษ์หรือยืนที่ด้ามดาบเหมือนองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยน

ถ้าเขาบังอาจกระทำเช่นนั้นอย่าว่าแต่จอมพลกริฟฟินและแม่ทัพอินทรีทอง อินทรีป่า พยัคฆ์บินและฟลามิงโกเลยพวกเขาคงโดนลากออกไปร้อยกิโลเมตรและถูกฝังทั้งเป็นแน่นอน

สำหรับองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนผู้ควบพลังสร้างดาบยักษ์แต่ละคนรู้สึกเกรงกลัวนาง

ความน่ายำเกรงนี้จอมพลฟงเอ๋ออาจเห็นว่าด้อยกว่าซื่อเสินแต่จอมพลกริฟฟินมองว่าแข็งแกร่งกว่าชี่เฉียว และไม่ด้อยกว่ากันเลย

ที่สำคัญตลอดยุคสมัยในประวัติศาสตร์ของพวกเขา ดาบยักษ์ขนาดนี้ไม่เคยปรากฏมาก่อนในโลกกลับปรากฏต่อสายตาทุกคนทำให้พวกเขารู้สึกนอบน้อมตน และไร้ความหมายไปโดยอัตโนมัติ

“กล่าวกันว่าจีอู๋ลี่หลังจากสมคบร่วมมือกับเทพประจิมเฮยโจวก็ให้ร่างอวตารมุ่งหน้ามายังหุบเขาพื้นที่ตั้งค่ายด้านหลังป้อมพายุในนามปราชญ์ผู้รู้ เขาล่อลวงโจรดวงดาวและพวกกบฏแต่เพราะความฉลาดแทบตายของเราผ่านมาพบเห็นแผนร้ายสมรู้ร่วมคิด...”  ฮัวยาพูดแต่ถูกผู้ฟังนับล้านคัดค้านปฏิเสธและสงสัยว่าทำไมเขาจึงฉลาดแทบตาย หากไม่ใช่เพราะเย่ว์หยางพวกเขาคงลุกเดินหนีแน่  พอถึงเวลานี้กัวกัวเห็นว่าท่าทีไม่ดีเขารีบเปลี่ยนรูปแบบการเล่าเรื่องอย่างรวดเร็ว “พวกเราถูกหลอกจริงๆ ข้าคิดว่าจีอู๋ลี่จอมวายร้ายเล่นกับคนเป็นล้านในฝ่ามือ ไม่เพียงแต่เราเท่านั้น แม้กระทั่งเทพผู้ยิ่งใหญ่ทั้งแปดยังถูกหลอก  พวกเจ้าไม่รู้หรอกว่าจีอู๋ลี่ผู้นี้โน้มน้าวเทพผู้ชั่วร้ายในแดนสวรรค์ เขาล้มเฮยโจวด้วยนิ้วเพียงนิ้วเดียว  แม้ว่าจีอู๋ลี่จะได้รับผลสะท้อนจากพลังเทพก็ตาม จากนั้นจีอู๋ลี่ถูกเทพผู้ชั่วร้ายคนทำร้ายยิงจนอกทะลุพวกเจ้าคิดไม่ออกแน่ว่าเทพชั่วร้ายนั้นมีพลังมากมายแค่ไหน! ไม่ใช่เพียงแค่นี้ซื่อเสินทุ่มเทพลังทั้งหมดในกระบี่ยังทำได้แค่เพียงต้านพลังดรรชนีเดียวของเขาเท่านั้น...”

“หา!” ผู้ฟังทุกคนส่งเสียงอื้ออึงสูดหายใจหนาวเหน็บ

กระบี่ของซื่อเสินทำได้แค่ต้านรับดรรชนีเดียวของเทพชั่วร้ายนั่นหรือ?

เทพผู้นี้ไม่ธรรมดานักหรือ?

ทหารธรรมดาคิดแบบนี้  แต่เมื่อจอมพลฟงเอ๋อ, กริฟฟิน,หมื่นปีศาจและกู้ไห่เมื่อได้ยิน แต่ละคนมีปฏิกิริยาที่แตกต่างกัน  เทพผู้ชั่วร้ายนี้น่าสะพรึงกลัวมาก แต่เย่ว์ไตตันและสตรีผู้ถือดาบเทพก็ฆ่าเทพผู้ชั่วร้ายได้นี่ยังน่ากลัวมากกว่าไม่ใช่หรือ? ตอนนี้เย่ว์ไตตันและสตรีดาบเทพดูเหมือนจะไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรเลย

อินทรีป่า,พยัคฆ์บินและฟลามิงโกพยายามสงบอารมณ์ตนเองลงเย่ว์ไตตันที่พวกเขารู้จักอยู่ก่อนนั้นเป็นบุคคลผู้น่าทึ่ง

เทพมหาอัคคีและเทพสุดยะเยือกในตำนานคิดค้นและสร้างยานแม่ได้เป็นพันๆปี ทั้งซื่อเสินและเฮยโจวไม่มีใครเปลี่ยนแปลงลักษณะได้ แต่เด็กหนุ่มผู้นี้สามารถเปลี่ยนยานกระทุงเป็นยานหงส์เหินได้และยังสร้างกองทหารเกราะรบเต่าดำด้วยโลหะลับเทพสังหารได้ดังนั้นจะเอาความคิดของคนธรรมดามาประเมินเด็กหนุ่มคนนี้ไม่ได้เลย!

“กล่าวอีกนัยหนึ่งเทพชั่วร้ายนั่นสร้างความรำคาญให้กับท่านไตตันเขากลายร่างเป็นอสูรยักษ์ใหญ่มหึมาที่คงกระพันน้ำ ลม ไฟทำอะไรไม่ได้ในเวลานี้ท่านไตตันทำให้เขาขนลุกขนชัน! เป็นเขาจะทำยังไง? สิ่งที่น่ากลัวก็คือเทพชั่วร้ายนั้นเพิ่งจะใช้ร่างแรกมีสองร่างสุดท้ายที่ทรงพลังมากยิ่งกว่าเป็นล้านเท่าท่านไตตันต่อสู้ตอบสนองต่อการต่อสู้ที่ยกลำบากนี้ได้อย่างไร?   ลองคิดดู ข้าเดาว่า ... อ่า....คอแห้ง  ข้าขอดื่มน้ำก่อนได้ไหม?” ในที่สุดกัวกัวเล่ากล่าวจนน้ำลายแตกฟองและรู้สึกคอแห้งเล็กน้อยเขาขอโอกาสดื่มน้ำก่อน แต่พฤติกรรมของเขากลับโดนคนอื่นต่อว่าโวยวายโดยไม่ต้องปรึกษากันมาก่อน  ช่วงเวลาสำคัญแบบนี้เจ้ากลับไม่ยอมเล่าต่อทั้งยังจะให้พวกเขาคาดเดาอีกหรือ?

ก้อนหินนับไม่ถ้วนปลิวมาตามอากาศราวกับสายฝน

ถ้ากัวกัวต้องสร้างอาคารบ้านเรือนคาดว่าหินเหล่านี้สามารถนำไปสร้างตึกระฟ้าได้อย่างสบายๆ

เย่ว์หยางไม่ทราบว่าสงครามเหล่าทวยเทพนั้นได้รับความนิยมมากน้อยแค่ไหนหากเขารู้ว่าได้รับความนิยมมากเขาคงคิดค่าบริการหรืออาจเขียนนิยายขายเอาเงินค่าต้นฉบับก็คงได้เงินไม่น้อย  “เปลี่ยนไปมากจริงๆ!” องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนกลับมายังโลกคัมภีร์แทบจำไม่ได้ว่านี่คือสถานที่นางอยู่ทุกวัน นางไม่ได้ใส่ใจกับการเปลี่ยนแปลงนี้มากนักและสิ่งท่ทำให้นางประหลาดใจและกังวลก็คือเสวี่ยอู๋เสียหายไป  ถ้าเสวี่ยอู๋เสียตื่นขึ้นมาแล้วนั่นเป็นเรื่องที่ดี นางรอคอยมาเป็นเวลานานแล้ว นางต้องการรู้ว่าสาวหิมะเป็นยังไงได้รับตกทอดพลังเทพแล้วมีความก้าวหน้าเพียงไหนได้รับทักษะพิเศษใหม่อะไรบ้างในช่วงที่หลับ อย่างไรก็ตามเสวี่ยอู๋เสียตื่นขึ้น แต่ว่าหายไปไม่มีใครรู้ว่านางไปที่ไหน อย่างนี้แม้องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนอยากจะหึง แต่นางก็ยังรู้สึกอายเล็กน้อย

นางมองเย่ว์หยางที่กำลังนั่งเงียบๆอยู่ข้างเตียงเสวี่ยอู๋เสีย ทันใดนั้นนางโอบกอดศีรษะเขาไว้แน่นแนบอกนางใช้คำพูดอ่อนโยนราวกับสายลมปลอบโยนเขา “ไม่ต้องกังวล นางคงกลับไปพักผ่อนยังโลกคัมภีร์ของนาง  ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะย่อยประกายเทพแม้แต่ตั่วตั่วและเจี้ยงอิงก็ยังต้องใช้เวลานานในการดำเนินการ!  ข้ารู้ว่าเจ้าเป็นห่วงกลัวว่านางจะไปท้าทายเทพปีศาจ  อย่างไรก็ตามข้ารับประกันได้ว่าครั้งแรกที่นางลืมตานางคงอยากจะพบเจ้า ถ้าไม่ถูกบังคับก็ต้องมีเหตุผลที่กลับเข้าไปในโลกคัมภีร์  แต่นางจะรอเจ้าแน่นอน ไม่รู้ว่านางบอกเจ้าไปมากแค่ไหนแล้ว!  นางไม่ได้ออกไปข้างนอกนางยังอยู่กับเรา  เจ้าเพียงแค่ต้องอดทนรอเจ้าอุตส่าห์อดทนรอมานานแล้ว เจ้ายังใส่ใจเรื่องเวลาด้วยหรือ?”

เย่ว์หยางแนบหน้ากับอกนางได้กลิ่นหอมบริสุทธิ์จิตใจที่ว้าวุ่นค่อยสงบลง

องค์หญิงเชี่ยนสั่นทันที

ด้วยความหยิ่งเล็กน้อยนางชูกำปั้นควงไปมา  “วิธีนี้ทำให้ตัวร้ายได้เปรียบอยู่เรื่อย  เจ้ายังทำหน้าซื่อแต๊ะอั๋งข้าอยู่อีกหรือ?  ปลอบโยนเจ้าไปก็ไร้ประโยชน์”

“อะแฮ่ม.. นี่นี่ เจ้าก็คุ้นเคยกับนิสัยของข้าอยู่แล้ว...” หมาป่าพูดยั่ว

“ข้าก็มีนิสัยอย่างนี้เหมือนกัน!”  แม่เสือสาวทำท่าจะกัด

แต่วินาทีต่อมาริมฝีปากนางถูกปากเขาไว้

กัดและจูบ

บางครั้งก็แทบคล้ายกัน...

จบบทที่ ตอนที่ 1212 คุ้นเคยเป็นธรรมชาติ

คัดลอกลิงก์แล้ว