เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1173 ไอริส ชีวิตใหม่

ตอนที่ 1173 ไอริส ชีวิตใหม่

ตอนที่ 1173 ไอริส ชีวิตใหม่


ความจริงทุกคนเชื่อเย่ว์หยางอย่าว่าแต่เย่ว์หวี่เป็นผู้สนับสนุนน้องชายมากที่สุด

เพียงแค่จงใจถามเขาแบบนี้เพราะเกรงว่าเขาจะอายเกินไปพอเห็นท่าทางอับอายของเขา องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนหัวเราะขบขันอย่างสบายใจ

หอกกลืนมังกรมีวิญญาณเป็นของตนเอง

ถ้ามีโอกาสในอนาคตมันอาจวิวัฒนาการกลายเป็นสมบัติเทพนั่นมิใช่เป็นไปไม่ได้  ดาบอสูรเทาเถี้ยดาบจันทร์เสี้ยวและพี่น้องสองสาวมังกรนั้นอาวุธเทพร่างมนุษย์เขามีแล้วเขาแค่ดูว่าใครต้องการมากที่สุดและได้รับการยอมรับจากอาวุธเทพและทำสัญญากับหอกกลืนมังกร

“ข้ามีนางฟ้าอรุณอยู่แล้ว” เย่ว์หวี่หัวเราะและโบกมือ นางรู้แน่นอนถึงการได้เปรียบจากการมีสมบัติระดับเทพอยู่ในมือ  แต่หอกกลืนมังกรไม่ใช่มีไว้เพื่อนาง

“ดาบคือวิถีแห่งราชา”  นี่สิ่งที่องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนคิด

“การต่อสู้โหดร้ายและความกระหายเลือดไม่ใช่ทางเลือกของนางพญา”  นางเซียนหงส์ฟ้าชอบใช้สายฟ้าสวรรค์นางไม่สนใจการต่อสู้อย่างสับสนเว้นแต่เป็นเทพแท้ใครจะกล้ามั่นใจเต็มร้อยว่าจะรอดชีวิตจากสายฟ้าสวรรค์ของนางได้? ราชันย์ปีศาจใต้มีผีผาหยกแม้ว่านางจะเป็นผู้คลั่งไคล้สมบัติคล้ายกับเย่ว์หยาง  แต่ครั้งนี้นางละเว้นความต้องการนั้น  ที่สำคัญหอกกลืนมังกรนี้ไม่สามารถนำไปเก็บเข้าลิ้นชักได้  จะต้องเอาออกมาใช้ต่อสู้  โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานการณ์สงครามเทพที่รุนแรงกำลังจะเริ่มขึ้นสถานการณ์ตึงเครียดจะช่วยเพิ่มความได้เปรียบและความแน่นอนมากขึ้น

อู๋เหินโดยปกติจะออกไปสู้น้อยมากและสาวใช้ลูกครึ่งเอลฟ์ให้เลิกคิดได้เลย

สาวงามโล่วฮัวมีลำแสงอุษามรณะและทานตะวันอมฤตอยู่แล้ว

อี้หนานมีกระจกวิญญาณ

หลิวเย่ได้เทพสมบัติสร้อยจันทร์เสี้ยวไม่จำเป็นต้องได้หอกกลืนมังกร

และพลังความแข็งแกร่งของหลิวเย่ยังไม่เพียงพอจะใช้พลังเทพที่แท้จริงของสมบัติเทพระดับสูงอย่างสร้อยจันทร์เสี้ยว  นอกจากนี้นางไม่ถนัดใช้หอกนางผสานพลังกับกวางทะลุมิติ และพลังวิญญาณที่บริสุทธิ์ของนางนั่นเป็นวิถีต่อสู้ของนาง

เซี่ยอีและไห่หลานยังอ่อนด้อยและมีง้าวจักรพรรดิสมุทรอยู่แล้ว

ไม่รอให้เย่ว์หยางพูดพวกนางส่ายหน้าปฏิเสธ

แสดงว่าไม่ต้องการ

หัวหน้าลี่เยี่ยนแสร้งทำเป็นไม่เห็น เว้นแต่นางกลายร่างเป็นพี่น้องฝาแฝดกับไป่ลู่ในตอนกลางคืนเพื่อมาปรนนิบัติหมาป่าจอมเจ้าชู้ โดยปกตินางจะอยู่ในร่างสาวยักษ์ที่สูงกว่าอาหมันในยุคแรกๆ มากอาวุธธรรมดาที่นางไม่ค่อยได้ใช้ ก็คือค้อนสายฟ้าอยู่ในมือของนาง ถ้าให้นางใช้ก็คงดูไม่สมส่วนมองดูเหมือนตะเกียบมากกว่า  หากจำเป็นต้องให้นางใช้อาวุธเย่ว์หยางจะต้องใช้โลหะเทพสังหารสร้างเป็นพลองฟ้าขนาดเก้าเมตรหนักร้อยตันให้นางมากกว่า

เมื่ออาวุธยักษ์ถูกสร้างสำเร็จเย่ว์หยางตั้งใจจะให้ชื่อว่า ‘พลองสมปรารถนา’

แต่แล้วเขาเปลี่ยนความคิด

ถ้าในอนาคตเขาไปถึงเผ่าบูรพาอมตะ เกิดพบวานรขนดกหนา (หงอคง) ออกมาฟ้องร้องทวงลิขสิทธิ์จะทำยังไง?ถูกขังอยู่ในภูเขา เป็นไปไม่ได้ แต่ต้องไม่หยิ่งยโสเกินไปเขาเปลี่ยนชื่อใหม่ชั่วคราวเป็น ‘พลองเทียมฟ้า’ อย่างไรก็ตามพลองนี้ไม่สามารถปรับขนาดได้ตามใจนึกเหมือนของจริงในตำนานไม่สามารถเปลี่ยนเป็นเข็มเหน็บไว้ที่หู มันมีรูปร่างคงที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้อีกต่อไปคงไม่ถึงกับแย่เกินไปหากจะเรียกชื่อว่าพลองเทียมฟ้าเหมือนที่เขียนในนิยาย

ด้วยพลังอย่างสาวยักษ์ลี่เยี่ยนเหมาะกับการใช้พลองหนักร้อยตันขึ้นไป

ใช้พลองฟาด

แม้ว่าพลังอาจไม่เท่ากับซุนหงอคงแต่ก็คงจะไม่มีผลมาก

หอกกลืนมังกรไม่เหมาะกับสาวยักษ์ลี่เยี่ยน..ปิงเอ๋อหยิบขึ้นมาถือเล่น ขณะที่ทุกคนคิดว่าสาวน้อยนี้อาจใช้ได้นางกลับยื่นส่งให้จุ้ยมาวอี้ที่กำลังจูงแพนด้าน้อยหนิวหนิว

“เจ้าไม่ได้เรียนวิชาหอกจากพี่ชายในช่วงเวลาที่ผ่านมาหรือ?”  จุ้ยมาวอี้ตะลึง

“ข้ามีกำไลแปลงพลังงานแล้วและแหวนสมบัติระดับเตรียมเทพ ข้าไม่จำเป็นต้องใช้หอกกลืนมังกรและวิชาต่อสู้ของข้าเป็นท่าเท้าเป็นส่วนใหญ่ ข้าเคยฝึกหอกมาบ้างก็เลยมีความคุ้นเคยกับท่าหอก”  เย่ว์หยางโบกมือปฏิเสธนางจะฝึกตามแผนการฝึกของเย่ว์หยางอย่างเคร่งครัด วิธีการต่อสู้ก็เหมือนกัน นอกจากนี้หอกกลืนมังกรเป็นสมบัติระดับกึ่งเทพซึ่งมีความสามารถระดับสูง  ถ้าไม่ได้รับอนุมัติจากเย่ว์หยางนางจะไม่พูดถึง

“ความจริงในหมู่พวกเราไม่มีใครเหมาะกับการใช้หอกกลืนมังกรมากไปกว่าเจ้าแล้ว”  องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนพูดต่อ  “หอกที่เจ้าใช้สู้ยังไม่ดีพอแต่ถ้าเป็นหอกกลืนมังกร ถ้ามันยังสามารถวิวัฒนาการเป็นสมบัติระดับเทพอย่างนั้นเจ้าก็ไม่ต้องเหนื่อยแสวงหาสมบัติระดับเทพ!”

“แม้ว่าจะมีหอกกลืนมังกรแต่ข้าเกรงว่าตอนนี้ข้าจะไม่สามารถช่วยมันได้” จุ้ยมาวอี้ละอายใจเล็กน้อย

แต่นางได้ยินคำพูดผ่านทางใจของเย่ว์หยาง“ดังนั้นเจ้าต้องฝึกให้หนักเป็นสองเท่า’ ใบหน้าขาวของนางแดงทันทีนางเกรงว่าองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนจะจับได้

เพราะมีสายแพรเชื่อมใจแม้ว่าจะไม่ได้ตั้งใจ แต่อาจเข้าถึงความคิดในใจได้ง่าย

โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับหมาป่าเจ้าเล่ห์

ทุกคนจับความรู้สึกได้ง่ายอยู่บ่อยครั้ง

โชคดีที่มีปิงเอ๋อเป่าเอ๋อและมารเคราะห์ฟ้าอยู่ด้วย เย่ว์หยางจึงต้องทำตัวเป็นสุภาพบุรุษจิตใจดีงามแต่จุ้ยมาวอี้ลอบออกมาก่อน

ต่อมาคือการสื่อสารและทำสัญญาแม้ว่าจุ้ยมาวอี้จะมีพลังด้อยกว่าชี่เฉียวมากมายแต่ศักยภาพของนางเหนือกว่าชี่เฉียวมาก ในฐานะบุตรหลานตระกูลเย่ (ชาวบันไดสวรรค์) นางมีศักยภาพที่ยอดเยี่ยมมีคัมภีร์อัญเชิญระดับแพลตตินัมศักยภาพยิ่งใหญ่ และมีอสูรศักดิ์สิทธิ์อย่างน้อยหนึ่งตัวนั่นคือแพนด้าน้อยหนิวหนิวที่มีศักยภาพพัฒนาไปถึงอสูรเทพได้ภายใต้การแนะนำของเย่ว์หยางนางเข้าใจเจตจำนงราชันย์และหลายครั้งสัมผัสถึงระดับเทพได้..เจ้านายอย่างนี้จะไม่ถูกปฏิเสธจากหอกกลืนมังกรแน่นอน

ทั่วทั้งโลกคัมภีร์มีรัศมีพันสายสว่างเจิดจ้า

ด้วยการช่วยเหลือจากเย่ว์หยางพลังเทพมหาอัคคีที่บรรจุอยู่ในหอกกลืนมังกร

ไม่ได้กระจายหายไปเพราะการเปลี่ยนเจ้าของ

ในทางตรงกันข้ามมันยอมให้เย่ว์หยางผนึกไว้ในหอกเชื่อมโยงอักขระรูนโบราณสามอย่าง คือ ‘คงที่’ ‘ระเบิด’ ‘นำทาง’ ตราบเท่าจุ้ยมาวอี้เข้าสู่สภาวะรบนางสามารถเปิดพลังของเทพมหาอัคคีออกมาฆ่าศัตรูได้เท่าที่ต้องการ

สิ่งที่ทำให้จุ้ยมาวอี้มีความสุขที่สุดก็คือไอริสอสูรศึกของนางได้รับการเลื่อนชั้นอีกครั้ง

ไอริสคือเหยี่ยวเพลิงพิโรธปราณฟ้าระดับสาม

เย่ว์หยางใช้กุ้ยหยินไฟยกระดับให้มันเป็นอสูรปราณฟ้าระดับสี่ใกล้ระดับห้า

ต่อมาหลังจากผ่านการสู้ศึกหลายสิบครั้งมันเลื่อนระดับเป็นอสูรปราณฟ้าระดับห้า.. แต่มันยังไม่มีปัญญามากพอ  อสูรธรรมดายกระดับได้ถึงปราณฟ้าระดับห้า  แน่นอนว่ามีอสูรน้อยตัวมากที่ผ่านการใช้วิธีพิเศษเพื่อสร้างความสำเร็จระดับสูงอย่างเช่นอาทิตย์ทมิฬของจีอู๋ลี่มีพลังปราณฟ้าระดับแปดอย่างไรก็ตามระดับความสำเร็จจนถึงระดับนี้ไม่สูงมากและอาจทำให้อสูรทนไม่ไหวระเบิดตายหรือมีรูปผิดเพี้ยนหรือล้มเหลวอย่างไม่มีวิธีแก้ไข

สำหรับไอริสจุ้ยมาวอี้ไม่ได้คาดหวังว่ามันจะเติบโตในระดับที่สูงขึ้น

ส่วนใหญ่นางจะเน้นไปที่การฝึกแพนด้าน้อยหนิวหนิว

ไม่ใช่ว่าอสูรทุกตัวจะมีโอกาสเข้าสู่ประตูหวนกำเนิดเหมือนอย่างตั๊กแตนมัจจุราชจะมีโอกาสเติบโตได้ดีกว่า

แม้ว่าเย่ว์หยางจะมีร่างเทพเลือดเทพและสมบัติวิเศษ แต่คุณสมบัตินั้นแตกต่างกันไม่สามารถสร้างผลตามที่ต้องการได้

เกี่ยวกับกุ่ยหยินไฟที่หลอมรวมเข้ากับเหยี่ยวเพลิงพิโรธก็เป็นเช่นนั้น

จนกระทั่งการปรากฏของพลังเทพมหาอัคคี

ในที่สุดเย่ว์หยางก็พบพลังเทพที่เหมาะสมที่ช่วยเพิ่มพลังให้กับเหยี่ยวเพลิงพิโรธ...องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนเข้าใจว่ากระบวนการนี้จำเป็นต้องเกิดขึ้นความร่วมมือกันระหว่างสามีภรรยาในการฝึกฝนพลังคู่รักดังนั้นนางตามหาปิงเอ๋อไปฝึกฝนพิเศษเพื่อตัดความอยากรู้อยากเห็นของเด็กสาวโล่วฮัวพาเป่าเอ๋อออกไป นางเซียนหงส์ฟ้าพามารเคราะห์ไป เหลือแต่ราชันย์ปีศาจใต้นางยิ้มให้จุ้ยมาวอี้แล้วออกไป

เย่ว์หวี่ต้องการอยู่ต่อแต่อู๋เหินฉุดดึงนางออกไป

ตอนนี้ทุกคนไปกันหมดแล้ว แต่พี่สาวคนเดียวที่ตื่นอยู่ในช่วงเย่ว์หยางควบคุมตัวเองไม่ได้ก็คือเย่ว์หวี่ผู้มีพลังแห่งน้ำ  เสวี่ยอู๋เสียไม่อยู่ที่นี่ยกเว้นเย่ว์หวี่ไม่มีใครสามารถปลุกเย่ว์หยางจากการหลับ และไม่สามารถแก้พลังหยางที่มากเกินไปของเขาได้นอกจากพลังวารีของนาง

ไม่มีทาง ใครให้นางมีน้องชายเล่า?เย่ว์หวี่มักเหลียวกลับไปดู

ความจริงพวกนางมีการเชื่อมโยงจิตและวิญญาณ แม้ว่านางจะไม่เห็นด้วยตาแต่ก็ยังรู้สึกได้

นางกลับหลังหันและไม่ดูต่อ

นางแค่รู้สึกไม่วางใจปล่อยผ่าน

อู๋เหินจับมือเย่ว์หวี่เบาๆนางรู้ความสำคัญของเย่ว์หวี่ ทุกครั้งที่เย่ว์หยางทำบางอย่างที่พิเศษเขามักต้องการแรงสนับสนุนจากเย่ว์หวี่เพราะเหตุนี้นางจึงรู้ว่าเย่ว์หวี่เสียสละมาก ในการสนับสนุนเขาในฐานะพี่สาวนางทุ่มเทแทบทุกอย่าง หากไม่ได้รับความช่วยเหลือจากนางเย่ว์หยางจะก้าวหน้าได้เร็วแค่ไหนเชียว จะมาถึงระดับพลังที่น่าเหลือเชื่อในวันนี้หรือไม่?

จุ้ยมาวอี้ไม่อายแล้วนางให้ความร่วมมือฝึกพลังคู่รักเป็นอย่างดี

ในขณะที่ผสานจิตใจได้แล้ว

นางเรียกเหยี่ยวเพลิงพิโรธไอริสออกมาอีกครั้ง

เปลวเพลิงสีม่วงน้ำเงินลุกไหม้อย่างสงบเหยี่ยวเพลิงพิโรธโบยบินขึ้นท้องฟ้า ในขณะที่บินอยู่ในท้องฟ้าสูงมาก มันบินโฉบลงมาที่ปลายหอกกลืนมังกรที่เย่ว์หยางและจุ้ยมาวอี้รวมผสานพลังกันอยู่

พลังเทพมหาอัคคียิงออกมาราวกับภูเขาไฟระเบิด

ในท่ามกลางของเหยี่ยวเพลิงพิโรธ

หากไม่มีเจตจำนงราชันย์ของเย่ว์หยางคอยป้องกันเหยี่ยวเพลิงพิโรธอาจถูกพลังเทพมหาอัคคีทำลายภายในไม่กี่วินาทีจากนั้นกุ่ยหยินไฟระเบิดพลังทันที

ไอริสในท่ามกลางเพลิงม่วงน้ำเงินร้องด้วยความเจ็บปวดทันทีและร่างของมันไม่สามารถทนรับได้ เย่ว์หยางรีบสอดเพลิงอมฤตเข้าไปในวิญญาณของมันปล่อยให้มันผสานกับสายเพลิงอมฤตจากนั้นเพลิงอมฤตขยายขนาดและแผดเผาสร้างร่างใหม่ให้มัน

มีเพลิงอมฤตอยู่วิญญาณของเหยี่ยวเพลิงพิโรธไอริสภายใต้แผดเผาของเพลิงเทพมหาอัคคีจะไม่มีวันตายและไม่มีอันตรายจากพลังทำลายล้างร่างของมันกางปีกยาวมากกว่ายี่สิบเมตรระเบิดอยู่ภายใต้พลังเทพมหาอัคคีกุ่ยหยินไฟระเบิดเต็มที่แต่ยังมิทันจะสมบูรณ์ภายใต้พลังเผาผลาญของพลังเทพมหาอัคคีและรวมเข้ากับเพลิงอมฤตอย่างรวดเร็วก่อสร้างชีวิตใหม่เป็นกุ่ยหยินไฟที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

ร่างที่ถูกทำลายก่อตัวใหม่ในเสาเพลิงอมฤต

ปีกเพลิงกลายเป็นปีกแสงดูมีชีวิตชีวา

และกระพริบอย่างงดงามนานขึ้น

หัวเหยี่ยวแต่เดิมพอเกิดใหม่ในเพลิงอมฤตกลายเป็นภาพหัวสตรีคล้ายอินทรีหัวมงกุฎร่างขนาดใหญ่ค่อยๆ มีการเปลี่ยนแปลงเป็นร่างมนุษย์  ขนนกไฟนับไม่ถ้วนในท้องฟ้าและบนพื้นก่อตัวกลายเป็นปีกแสงสี่คู่

นอกจากเท้าเหยี่ยวแล้วแม้แต่มือแขนก็ยังใกล้เคียงกับมนุษย์ เพียงแต่มีเล็บยาวและคม

“อสูรศักดิ์สิทธิ์?  ไอริสของข้ามีวันเลื่อนชั้นเป็นอสูรศักดิ์สิทธิ์หรือนี่?”  จุ้ยมาวอี้ไม่สามารถควบคุมจิตใจได้นางประหลาดใจและดีใจมากเกินไป

“อ๊า.......” เย่ว์หยางกำลังจดจ่อตั้งสมาธิแต่สูญเสียความร่วมมือของนาง เขาได้รับผลสะท้อนกลับทันที และรู้สึกปวดหัว

“เลิกฟุ้งซ่าน กลับมาผสานจิตเหมือนเดิม..”  เมื่อเห็นอุบัติเหตุเย่ว์หวี่ลืมตัวหันไปคว้าตัวเย่ว์หยางและปล่อยตัวเองอยู่ในจิตสำนึกของเขาแบ่งปันความเจ็บปวดส่งพลังหยินช่วยให้เขารู้สึกสงบเย็นขณะนั้นเย่ว์หยางสงบจิตใจและกลับคืนสู่สภาวะฝึกฝนพลังคู่รักทันทีมุ่งไปหาสภาวะที่ดีที่สุดของเหยี่ยวเพลิงพิโรธไอริสปรับปรุงแก้ไขหลังจากเกิดใหม่

ขณะที่กระบวนการสำเร็จแล้วเย่ว์หยางไม่สามารถทนได้อีกต่อไปเขาล้มพับอยู่อ้อมแขนเย่ว์หวี่แล้วหลับไป

ไม่มีอะไรที่เหนื่อยไปกว่าการสร้างชีวิตใหม่อีกแล้ว

ถ้าเขาเลือกเปลี่ยนได้ เย่ว์หยางยอมสู้กับซาฟงคนพร้อมกันหลายคนดีกว่าแทนที่จะใช้เพลิงอมฤตให้กำเนิด ยิ่งเป็นชีวิตที่ต้องมีการเปลี่ยนสภาพร่างมีเป้าหมายเปลี่ยนไปในสภาพสูงขึ้น ก็ยิ่งสิ้นเปลืองพลังงานมากขึ้นยิ่งกว่านั้นนี่ทำเพื่อไอริสของจุ้ยมาวอี้ ไม่ใช่อาหมัน ไม่ใช่อสูรของเขาเองไม่ใช่อสูรพิทักษ์ที่ต่อให้ล้มเหลวก็ไม่มีวันตายจริง...เย่ว์หยางกัดฟันทำจนสำเร็จหวังว่าจุ้ยมาวอี้จะมีความแข็งแกร่งก้าวกระโดดก่อนแพนด้าน้อยหนิวหนิวจะเติบโตนางจะได้ไม่รู้สึกอายขายหน้า

ต้องรู้ไว้ว่านอกจากเย่ว์ปิงแล้วจุ้ยมาวอี้น่าจะเป็นคนขยันฝึกฝนมากที่สุดบางทียังมากกว่าองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนด้วยซ้ำ

นางไม่ต้องการเป็นตัวถ่วงเย่ว์หยางดังนั้นนางจึงฝึกฝนอย่างหนัก

อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะต้องฝึกซ้อมนานแค่ไหน พยายามแล้วพยายามอีกเป็นไปไม่ได้ที่จะไปถึงระดับปราณฟ้ารวดเดียว... เมื่อเย่ว์หยางมองตานาง เขารู้สึกสัมผัสใจนางได้เขาไม่ต้องการโน้มน้าวนางเพราะเขาเข้าใจแรงบันดาลใจของนางดังนั้นจึงมีโอกาสในวันนี้ไม่ว่าต้องเหนื่อยเพียงไหน เขาต้องช่วยสร้างไอริสให้นาง

อสูรศักดิ์สิทธิ์จะยังไม่เกิดชั่วคราว

ตอนนี้ไอริสเปลี่ยนเป็นรูปมนุษย์ยังเป็นแค่จุดเริ่มต้น มันต้องเรียนรู้และเติบโตก็เหมือนนางนวลสายลมของเจ้าอ้วนไห่ ฉลาดมาก ฝึกฝนมาอย่างยาวนาน แต่ยังไม่มีทางเปลี่ยนไปเป็นร่างมนุษย์ที่สมบูรณ์ยังไม่เลื่อนเป็นอสูรศักดิ์สิทธิ์เต็มที่! การเลื่อนขึ้นเป็นอสูรศักดิ์สิทธิ์ไม่ใช่กระบวนการง่ายไม่ด้อยไปกว่าสร้างชีวิตใหม่ของอสูร!

เหยี่ยวเพลิงพิโรธไอริสจะยังไม่เปลี่ยนร่างเป็นมนุษย์สมบูรณ์ได้นานนักเมื่อจิตใจของมันผ่อนคลายมันจะคืนร่างเป็นเหยี่ยวทันที

มันทะยานบินสูง

บินโฉบเฉี่ยวไปมาอย่างตื่นเต้นและบินวนอยู่นาน

จุ้ยมาวอี้ยังนั่งอยู่บนตักเย่ว์หยางนางหลั่งเหงื่อขอบคุณเย่ว์หวี่ “ขอบคุณพี่หวี่ ขอบคุณท่าน!”

เย่ว์หวี่ยิ้มเล็กน้อย

นางรับผ้าเช็ดหน้าจากอู๋เหินและเช็ดหน้าผากให้จุ้ยมาวอี้  “ไม่เป็นไรตราบเท่าที่เจ้าปลอดภัยข้าก็โล่งใจแล้ว!”

จุ้ยมาวอี้ตื่นเต้นและอ้าแขนโอบทั้งเย่ว์หยางและอู๋เหินไว้ด้วยกัน

นางไม่อาจพูดอะไรได้อีก

นอกจากหลั่งน้ำตาอย่างมิอาจข่มกลั้นได้...

เย่ว์หยางหลับลึกและจิตสำนึกเขาเข้าสู่อาณาจักรแดนฝันเขาพบกับเทพธิดากระบี่ฟ้าก่อนและถามนางเรื่องมุกมังกร “ใช่แล้วข้าใช้ปราณกระบี่หวงหลงหยวนเป็นผลให้ไม่เพียงแต่ซาฟงตายเท่านั้น แต่ยังเปลี่ยนพลังเทพของเขาไปเป็นมุกมังกรรวมทั้งความรู้ของเขาด้วย ก่อนหน้านี้ปราณกระบี่หวงหลงหยวนถูกนำมาใช้กับดาบเทพพยัคฆราชและใช้กับโลหะลับเทพสังหารสร้างเป็นมังกรพิรุณกระบี่หวงหลงหยวนยังสามารถสลายโลหะลับเทพสังหารได้หรือ?  ทำไมมันถึงได้เกินคาดขนาดนี้?  ข้าสับสนจริงๆ!  ข้ารู้ว่าท่านต้องเชี่ยวชาญความลับนี้ช่วยบอกข้าเถิด!”

จบบทที่ ตอนที่ 1173 ไอริส ชีวิตใหม่

คัดลอกลิงก์แล้ว