เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1142 โชคของเจ้าหมดแล้ว

ตอนที่ 1142 โชคของเจ้าหมดแล้ว

ตอนที่ 1142 โชคของเจ้าหมดแล้ว


“เจ้าขโมยวัตถุโบราณมาจากกาดำได้ยังไง?” เจ้าเมืองโล่วฮัวคิดว่าเย่ว์หยางกล้าหาญและลงมือได้รวดเร็วมากจริงๆ  นี่ต้องถือว่าเป็นของรักของหวงของกาดำแต่เขาขโมยมาได้โดยกาดำไม่รู้ตัว ต้องบอกว่าถ้าเจ้าเด็กนี่เปลี่ยนอาชีพเป็นขโมยโจรมากมายคงอดตาย

“ใครว่าข้าขโมยมาจากกาดำ?”  เย่ว์หยางยิ้ม

“ไม่ใช่หรือ?” โล่วฮัวประหลาดใจนอกจากกาดำแล้ว ยังมีคนอื่นที่มีชิ้นส่วนโบราณวัตถุหรือ?

“ข้าเดาว่าไม่ใช่ถ้าเจ้าได้มาเพียงชิ้นเดียว แม้ว่าจะเป็นชิ้นที่เล็กกว่าแต่ไม่พอติดตั้งให้ชุดเกราะเต่าดำของทุกคน และนอกจากนี้ยังอาจทำให้กาดำตรวจเจอได้ง่ายแล้วทำให้เขาสงสัย”  คำพูดของราชันย์ปีศาจใต้ยังพูดไม่จบเย่ว์หยางแบมือตนเองทันที

บนฝ่ามือมีวัตถุโบราณสิบสองชิ้น

สีของมันม่วงเข้ม

เป็นวัตถุที่มีพลังเทพละเอียดอ่อน  แม้ว่าจะไม่มีสำนึกเทพควบคุมแต่มีสัญชาตญาณในการดำรงคงอยู่เป็นพิเศษช่วยเสริมการดำรงชีวิต!

ทุกคนรุมล้อมด้วยความประหลาดใจและอดร่าเริงดีใจไม่ได้  เศษวัตถุโบราณมายวัตถุเหล่านี้ไม่เพียงแต่ใช้ติดให้กับเกราะเต่าดำของเย่ว์หยางและองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนเท่านั้นแต่ยังทำเป็นสร้อยประดับ กำไลมือสำหรับคนที่ไม่ชอบสวมเกราะรบเต่าดำ  นางเซียนหงส์ฟ้าได้รับการปกป้องจากพลังต้องห้ามของศัตรูมิน่าเล่าเย่ว์หยางถึงรีบกลับมาเรียกทุกคนประชุมและแจ้งข่าวปรากฏว่าผลเก็บเกี่ยวใหญ่ครั้งนี้เขาอดใจรอแบ่งปันมิได้

แม้แต่อู๋เหินและเย่ว์หวี่ก็พยักหน้าให้กัน

พวกนางลอบชื่นชม

สำหรับองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนนางยิ้มไม่หุบและถามเขา “เกิดอะไรขึ้น? ทำไมเจ้าถึงได้วัตถุโบราณหลายชิ้นในครั้งเดียว?”

เย่ว์หยางตอนแรกเล่นลิ้น ‘เจ้าลองเดา’แต่พอเห็นองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนทำท่าโมโห เขารีบตอบ  “เรื่องเป็นอย่างนี้มีจัตุรัสนักรบอยู่บนยานแม่ โจรดวงดาวมุ่งมั่นจะค้นตัวประกันทั้งหมด  ความตั้งใจแรกไม่ใช่เพื่อค้นหาชิ้นส่วนวัตถุโบราณแต่เพื่อค้นหาทรัพย์ที่พวกพ่อค้าซ่อนเอาไว้ พ่อค้าบางคนมีความอดทนสูง แต่ก็มีหลายคนที่ให้ความร่วมมือข้าสังเกตเห็นความผิดปกติด้วยสายตาที่ชาญฉลาด  ข้าเรียกหนูทองค้นสมบัติให้ค้นหาสมบัติในจัตุรัสนักรบลับๆ  ในจัตุรัสนักรบนั่น ความสามารถของหุ่นรบที่ไม่มีชีวิตทั้งหมดจะมีพลังก้าวหน้าหนูทองค้นสมบัติสามารถตรวจสอบเจอชิ้นส่วนโบราณวัตถุและมันทำการปกปิดและซ่อนเร้นไว้อย่างดี”

โล่วฮัวมีความสุข  “เจ้าจะมาที่นี่เพื่อต้อนฝูงแกะออกไปหรือ?”

เย่ว์หยางยักไหล่  “กลยุทธ์เล็กๆ น้อยๆ”

องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนขมวดคิ้วในทันที  “ถ้าเจ้ามีเก็บไว้เป็นส่วนตัวก็พอว่าได้ แต่มีคนกลับลอบขนเข้ามาตอนนี้มีสมบัติแปลกประหลาดมาก”

เย่ว์หยางเทชิ้นส่วนวัตถุโบราณสีม่วงเข้มในมือนางและกล่าวเห็นด้วย“ใช่แล้วมีคนวางแผนอยู่ตรงกลาง ข้าสงสัยว่าครั้งนี้คนที่วางแผนปล้นยานบินต้องเป็นคนที่ทรงพลังอำนาจมากคอยสนับสนุนโจรดวงดาวอยู่เบื้องหลังคนผู้นี้คงมอบชิ้นส่วนวัตถุโบราณพลังต้องห้ามให้กับพยัคฆ์บิน กาดำเขายังต้องให้ข้อมูลยานแม่กระทุงนี้เพื่อให้พวกเขาได้มีโอกาสปล้นยานกระทุงมิฉะนั้นลำพังแค่โจรดวงดาวอย่างเดียวคงมิกล้าเคลื่อนไหวในยานแม่  แน่นอนว่าผู้ยิ่งใหญ่คนนี้ต้องไม่ใช่ดูง่ายและใจดี  เขาคงไม่ให้ยานแม่กระทุงแก่พวกโจรดวงดาวง่ายๆปฏิบัติการครั้งนี้อาจเป็นการล่อลวงหรือวางแผนสมคบคิดบางอย่างรอให้โจรดวงดาวปล้นยานมุ่งไปยังที่บางแห่ง จะต้องมีการต่อสู้อีกครั้ง ชิ้นส่วนวัตถุโบราณเป็นเพียงหมากหนึ่งที่ผู้ยิ่งใหญ่นั้นทิ้งไว้บนเรือ

องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนเป็นคนฉลาดเมื่อนางได้ยินเช่นนั้นก็เข้าใจทันที “เจ้าหมายความว่ายังมีคนซุ่มซ่อนอยู่บนเรือรอโอกาสเตรียมปล้นโจรดวงดาวอีกทีอย่างนั้นหรือ?”

เย่ว์หยางพยักหน้ายืนยัน  “ใช่แล้ว! ชิ้นส่วนโบราณวัตถุเหล่านี้มีความสำคัญสำหรับผู้ที่อยู่เบื้องหลังพยัคฆ์บินและกาดำ”

ใบหน้าของโล่วฮัวผ่องใสขึ้นทันที  “มีชิ้นส่วนวัตถุโบราณสิบสองชิ้นทั้งยังมีผู้แข็งแกร่งระดับพยัคฆ์บินและกาดำอีกสิบสองคนหรือ?   และนี่เป็นเพียงสิ่งที่เจ้าค้นพบอาจจะมีกลุ่มที่สองและที่สาม! แม้ว่าไม่ใช่มันก็ยากจะรับประกันได้ว่าคนที่อยู่เบื้องหลังปฏิบัติการปล้นจะอยู่ใกล้รอบตัวพวกเขา”

“ข้าไม่รู้ว่าจะมีกลุ่มที่สองหรือที่สามหรือไม่แต่แน่ใจได้ว่ากัปตันกริฟฟิน แม่ทัพอินทรีทองและแม้กระทั่งเหมาพั่วตี้ยังไม่ปรากฏตัว”  เย่ว์หยางรู้ว่ายังคงมีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างอยู่เบื้องหลังสถานการณ์

“เสี่ยวซาน! เจ้าต้องจัดการอย่างระมัดระวัง” เย่ว์หวี่กังวลอยู่บ้าง ที่สำคัญขุนเขาเหนือขุนเขามีนักสู้ระดับเทพถึงแปดคน

“ก็แค่เทพเทียม!”  แม้ว่านางเซียนหงส์ฟ้าจะทำท่าเหยียดหยาม  แต่นางมิได้ผ่อนคลายอย่างที่เห็น

นางไม่ใช่นางพญาเฟ่ยเหวินหลี

ไม่มีทางถึงขั้นดูแคลนนักสู้ระดับเทพเทียมได้

ถ้าให้สู้ตัวต่อตัวนางคงไม่สามารถชนะได้ แต่ถ้าสู้อย่างน้อยสองคนคาดว่าพวกเขาจะไม่พ่ายแพ้

แต่นี่มีถึงแปดศึกนี้แตกต่างจากการต่อสู้กับเทพปีศาจในหุบเขามนุษย์มาก  สิ่งเดียวที่พอปลอบใจได้ก็คือเทพเทียมทั้งแปดนั้นไม่ได้อยู่รวมกัน  ทั้งต่อหน้าและลับหลังยังมีการสู้กันไม่จบ  ถ้าพวกเขาใช้โอกาสแบ่งแยกเทพทั้งแปดจากนั้นบุกทำลายทีละคน อย่างนั้นจะไม่ง่ายขึ้นมากหรือ?

นางเซียนหงส์ฟ้าสรุป“บางทีนี่อาจเป็นโอกาสของเรา!”

ด้วยความช่วยเหลือของอู๋เหินและเย่ว์หวี่

ในคืนเดียวกันนั้นเอง เย่ว์หยางได้ฝังวัตถุโบราณ12 ชิ้นไว้ในเกราะรบเต่าดำ และยังเหลือสร้างเป็นจี้ กำไลมือแจกให้นางเซียนหงส์ฟ้าที่พร้อมต่อสู้

เย่ว์หยางไม่สามารถพักได้เขาใช้เวลาที่เหลือทำความคุ้นเคยกับชิ้นส่วนโบราณวัตถุเหล่านี้  เพื่อที่ว่าจะได้ไม่มีอุบัติเหตุใดๆเมื่อเวลาต่อสู้มาถึงทันที

หลังจากยืนยันว่าชิ้นส่วนวัตถุโบราณไม่มีอันตรายต่อร่างกายมนุษย์แล้วเย่ว์หยางกลับไปที่ห้องโดยสารยานกระทุงอย่างวางใจ

หลังจากไม่ได้หลับทั้งคืนเย่ว์หยางไม่เหลือเวลาพัก

มีเสียงเคาะประตูที่ด้านนอก

ทันทีที่ประตูเปิด ฮัวยาโจรดวงดาวร่างใหญ่ถืออาหารเช้าร้อนๆเข้ามาทันที  “เจ้าหลับสนิทดีจริงๆ  ข้าเรียกเจ้าสามครั้งถ้าไม่ใช่เพราะหัวหน้าพยัคฆ์บินห้ามไม่ให้ข้ารบกวนเจ้าเกรงว่าข้าคงพังประตูเข้าไปแล้ว ข้าไม่รู้ว่าเจ้าชอบกินอะไรข้าทำอาหารเช้ามาให้เจ้า เจ้าคิดว่าพอใช้ได้ไหม?”

แม้รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังฝืนใจทำแต่เย่ว์หยางก็ยังรู้สึกซาบซึ้งใจ

ต้องรู้ว่าฝ่ายตรงข้ามเป็นโจรที่หยาบกร้าน

หากทำได้อย่างนี้ก็ไม่ต้องการขออะไรมากไปกว่านี้แล้ว

แน่นอนว่าเย่ว์หยางที่ปกติไม่พูดกับคนอื่นยังอดขอบคุณฮัวยาไม่ได้ “รบกวนเจ้าจริงๆ ความจริงข้าไม่ใช่คนพิถีพิถันอะไรอย่างนั้น”

ฮัวยายิ้มกว้าง “ไม่เป็นไร ฮ่าฮ่าฮ่าไม่ต้องทำตัวสุภาพกับข้าผู้พี่ก็ได้ เจ้าแค่บอกมาว่าอยากกินอะไร ต่อให้เป็นพ่อครัวบนเรือแม้แต่พ่อครัวในยานแม่ของอาณาจักรเทพบูรพาก็ไม่ได้เหนือกว่าข้าสักเท่าไหร่ แต่ถ้าแค่ทำอาหารจานด่วนให้เจ้าไม่กี่จานแทบไม่มีใครเกินข้าแม้ว่าคนเหล่านี้จะไร้ประโยชน์  แต่ก็ยังมีข้าผู้เป็นพี่ไม่ใช่หรือในก๊กโจรของเราฝีมือปรุงอาหารของข้าอยู่ในอันดับหนึ่งแน่นอน  เพียงแต่ข้าไม่บริการกับคนทั่วไป.. เอ้ากินเถอะ อย่ามัวแต่มอง ข้ากินมาเรียบร้อยแล้วคาดว่าบนเรือนี้มีแต่เจ้าที่ยังไม่ได้กิน”

ฮัวยาผู้นี้คาดว่าคงเป็นน้องชายพระถังซัมจั๋งในอีกโลกหนึ่งแน่

ยิ่งกว่านั้นคำพูดของเขายิ่งกว่าคุณยายวัย80 เย่ว์หยางปวดเศียรเวียนเกล้าแต่เกรงใจเกินกว่าจะขับไล่เขาออกจากห้อง

โชคดีที่หลังจากนั้นไม่นานโจรดวงดาวคนหนึ่งตามหาฮัวยาและกระซิบที่หูพูดคุยเป็นเวลานาน ใบหน้าที่ยิ้มแย้มของฮัวยาพลันหมองลงในที่สุดก็อดโกรธไม่ได้ “พวกเจ้าทำได้อย่างไร? เห็นได้ชัดว่าเรากลับไปยังเขตของเรา แต่ทิศทางก็ยังผิดอีกหรือ?  หลงทางครั้งนี้ทำให้ข้าอายที่จะบอกว่าเป็นโจรดวงดาวนี่ข้าหลงอยู่ในบ้านตนเอง  เจ้าบอกว่าว่านี่มันอะไร?  นี่เจ้าขับขี่ยานแม่ครั้งแรกใช่ไหม? พวกเจ้าอายไหมที่จะบอกว่ามีคนมาแนะนำเจ้าสามเดือนมีตารางการนำทางที่หลากหลาย ข้าเคยลองทำเหตุการณ์จำลองมาก่อน  แต่ตอนนี้เจ้ามาบอกข้าว่าเจ้าหลงทิศไปไม่ถูกแล้วจะให้ข้าบอกหัวหน้าพยัคฆ์บินได้อย่างไร? ยานแม่กระทุง แล้วยังไงเล่า?  มีแต่พวกที่ใช้ไม่ได้อย่างนั้นหรือ ขอโทษพวกเขาตบอกพวกเขา บอกว่าเข้าใจผิด? แล้วอย่างนี้จะให้เราจัดการยังไง?”

จู่ๆกาดำถลันวูบเข้ามาหาและพูดด้วยเสียงเย็นชา “ใจเย็นหน่อย ฮัวยา, เกิดอะไรขึ้น ที่เราต้องทำคือคิดหาวิธีแก้ปัญหาไม่ใช่บ่น ยานแม่กระทุงเปลี่ยนทิศทางไปจากเส้นทางเดิมแน่นอนเห็นได้ชัดว่านี่เป็นเล่ห์ร้ายของใครบางคน มิฉะนั้นคงไม่เป็นเช่นนี้”

เขาพูดขณะที่มองดูเย่ว์หยางที่กินอาหารอย่างสบายใจ

จนกระทั่งจบ

กาดำใช้สายตาที่เฉียบแหลมจ้องมองเย่ว์หยาง

เย่ว์หยางวางอาหารเช้าในมือลงและยิ้มเล็กน้อยและมองกลับโดยไม่รู้สึกผิดปกติ  “หัวหน้ากาดำ!  สายตาของเจ้าดูไม่ค่อยไม่มิตรเอาเสียเลย?”

เสียงของกาดำเยือกเย็นยิ่งกว่าน้ำแข็งเขาแค่นเสียงขึ้นจมูก  “ข้าแค่อยากรู้เมื่อคืนนี้เจ้าไปอยู่ที่ไหนมา? ฮัวยาเรียกเจ้ากินอาหารค่ำเมื่อคืน แต่เจ้าไม่ตอบรับ จนกระทั่งบัดนี้ เจ้าจึงค่อยออกมา  ถ้าเจ้าไม่ว่ากันข้าหวังว่าเจ้าจะช่วยอธิบายเหตุผลสักเล็กน้อย

เย่ว์หยางส่ายหน้า  “ข้าไม่ต้องการอธิบายแต่ข้าบอกเจ้าได้อย่างหนึ่ง เจ้าสงสัยข้าผิดไป”

“ข้าได้ตรวจสอบเจ้าแล้ว”  กาดำจู่ๆก็ดึงกระดาษปึกหนึ่งออกมาและขึ้นเสียง “เจ้าคือเย่ว์ไตตันเด็กหนุ่มผู้ร่ำรวยพรสวรรค์ ได้ทำสัญญาเป็นผู้รับใช้เทพข้าได้รู้เรื่องเจ้าทุกอย่างจากเด็กหนุ่มชื่อกัวกัวสหายของเจ้า เจ้าบอกข้าหน่อยได้ไหมว่าทำไมเจ้าถึงได้รับการยอมรับจากเหมาพั่วตี้ทั้งที่ยังมีสถานะเป็นคนมาใหม่และกลายเป็นลูกจ้างเทพที่ขาดช่วงมาเป็นเวลาหลายพันปีแล้ว?  หลายวันมานี้ เจ้ามักมีความลับแปลกประหลาดรวมทั้งเมื่อตอนที่เจ้าอยู่บนยานแม่ เจ้ายังมีความลับปกปิดกัวกัวสหายของเจ้า เจ้าไม่ต้องการตอบใช่ไหม? ถ้าเจ้าไม่ต้องตอบคำถามข้า ก็พิสูจน์ว่าเจ้ามีความรู้สึกผิดใช่ไหม?แม้ว่าข้าจะไม่มีหลักฐานพิสูจน์ได้ว่าเจ้าเกี่ยวข้องกับการที่ยานแม่บินไปผิดทิศทาง  แต่เจ้าก็ยากจะพ้นไปจากความสงสัยได้  ถ้าเจ้าไม่ยอมรับความจริงข้าต้องจัดเจ้าไว้ในกลุ่มผู้ต้องสงสัยชั่วคราวก่อน!”

“กำจัดผู้ต้องสงสัยด้วยการย้ายออกจากห้องโดยสารนี้ไปขังไว้ในห้องเล็กๆสีดำใช่ไหม?”  จู่ๆเย่ว์หยางก็ถามคำถามนี้ขึ้น

“นั่นไม่จำเป็น  แต่ก่อนที่จะค้นพบความจริงจากตัวเจ้าโปรดอย่าออกไปจากห้องนี้ และเจ้าต้องยอมรับการจัดการของคนของเรา” กาดำยิ้ม  “ถ้าเจ้าสำคัญจริงๆข้าเชื่อว่าเหมาพั่วตี้จะกลับมาช่วยเจ้าอย่างแน่นอน!”

“อา..ในเมื่อเป็นแบบนี้ก็ไม่เป็นไรข้าไม่ตั้งใจจะออกไปจากตรงนี้อยู่แล้ว เจ้าค่อยๆ ค้นหาความจริงไปก็แล้วกัน!” เย่ว์หยางหยิบอาหารเช้าที่ยังร้อนมากินต่อ

ครั้งนี้พยัคฆ์บินและหัวหน้าอีกคนหนึ่งอินทรีป่ายืนอยู่หน้าประตูห้องโดยสารพิเศษที่เย่ว์หยางเคยพักอยู่ตอนแรก

ถ้าเย่ว์หยางอยู่ตรงนี้เขาคงจำได้ว่าอินทรีป่าผู้นี้บุรุษขี้เมาที่เขาเห็นในโรงเตี๊ยมวันนั้นนั่นเอง

ไกลออกไปมีคนหนึ่งกำลังบินอยู่ห่างๆ

เป็นบุรุษวัยกลางคนผู้สวมชุดขนสัตว์สีแดงเพลิงที่เย่ว์หยางเคยพบเห็นวันเดียวกับคนขี้เมา เขาคือหนึ่งในสามหัวหน้าใหญ่ของโจรถล่มฟ้า ‘ฟลามิงโก’  ฟลามิงโกบินอย่างรีบเร่งและตะโกนลั่น “เซียวเทียน เฉียนลี่เจ้าเรียกข้ามาที่นี่ทำไม? ตอนนี้ข้ากำลังยุ่ง ไม่มีเวลามาเยี่ยมดูห้องโดยสารสุดหรู..โอว พระเจ้า  เกิดอะไรขึ้น? ใครทำมัน?  เป็นไปไม่ได้พลังตัดทำลายอะไรกันนี่? เป็นอสูรหรือทักษะแฝงเร้นกันแน่?”

“บางทีอาจเป็นพลังเทพ!”  อินทรีป่าผู้เมามายในตอนนี้ตื่นตัวนัยต์ตาคมกล้าเหมือนอินทรี

“แม้ว่าข้าไม่รู้ว่าเขาทำได้อย่างไรแต่ข้าแน่ใจว่าเขาไม่ใช่คนที่ทำให้ยานแม่บินไปผิดทิศทาง เพราะถ้าเขาต้องการเขาสามารถจมยานกระทุงนี้และปล่อยให้ยานอับปางถูกทำลาย!” พยัคฆ์บินที่สวมชุดเหมือนทหารถอนหายใจยาว “เจ้าเด็กน้อยนี่น่าสนุก น่าสนใจไม่เบาตอนนี้ข้าว่าคนที่เข้าใจทิศทางผิดไม่ใช่เรา แต่เป็นเขา!”

“ถ้าเป็นเช่นนั้นเราควรทำอย่างไร?”  อินทรีป่าถาม

“เด็กหนุ่มนี่มีศักยภาพแต่เขายังอายุน้อยมากถ้าผ่านไปสักสองสามร้อยปีอาจได้รับการคาดหวังจะหยุดการถูกทำลายได้  มันยังเร็วเกินไป  หากเขาถูกทุกคนจับตามอง ทุกอย่างจบสิ้นแน่  สำหรับเด็กหนุ่มอย่างเขาคนอื่นคงไม่ยอมปล่อยให้เขาเติบโต ไม่ว่าอย่างไร เขาจะต้องถูกฆ่าตาย”  พยัคฆ์บินกำหมัดส่ายหน้า  “เราจะทำอะไรได้?  เราไม่สามารถพูดได้ แต่ข้าตัดสินใจปกป้องเขา!”

“เจ้าสามารถปกป้องเขาได้หรือ?”  อินทรีป่าเมื่อได้ยินเช่นนั้นเสียงเขาสั่นทันที

“ข้าไม่สามารถทำต่อไปได้  ข้าจะทำอะไรได้  แม้ว่าจะมีแค่ความหวังเดียว ข้าก็จะสู้!”  พยัคฆ์บินสูดหายใจลึกและพยัคฆ์บินหน้าอย่างกล้าหาญ

“ใช่,แทนที่จะเป็นโจรที่ไม่อาจเห็นแสงตะวันได้ตลอดชีวิต  คงเป็นการดีที่ต่อสู้กันโดยตรงไปเลย” หัวหน้าฟลามิงโกที่แต่งชุดอย่างงดงามฝืนยิ้มและพูดอย่างเด็ดขาด “แม้ว่านี่จะเป็นเรื่องแปลกสำหรับคนแปลกหน้า  แต่หวังว่าเด็กๆ ลูกหลานของเราจะภูมิใจในตัวเรานี่คือการต่อสู้ที่เราเสียสละเพื่อผู้อื่น...”

“บางทีเป้าหมายของคนผู้นั้นอาจไม่ใช่เขา  แต่อาจเป็นเราจริงๆ!” ตาของอินทรีป่าคมกล้าอีกครั้ง “ในการดำเนินการครั้งนี้ เราอาจกลายเป็นหมากบนกระดานให้คนอื่น  เราอาจถูกคำนวณวางแผนไว้ตั้งแต่ต้น!”

“หวังว่าเจ้าพูดถูก”  พยัคฆ์บินปิดประตูอย่างไร้ความรู้สึกและกล่าวต่อ  “เจ้าพูดถูกแล้วนั่นอาจเป็นโชคที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเรา

“น่าเสียดาย โชคของเจ้าหมดแล้ว!”

เสียงที่น่าสยดสยองเหมือนงูพิษดังมาจากข้างนอก

จบบทที่ ตอนที่ 1142 โชคของเจ้าหมดแล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว