เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1141 เดี๋ยวพี่จะให้อมยิ้มเป็นรางวัล

ตอนที่ 1141 เดี๋ยวพี่จะให้อมยิ้มเป็นรางวัล

ตอนที่ 1141 เดี๋ยวพี่จะให้อมยิ้มเป็นรางวัล


เย่ว์หยางเป็นหนึ่งในตัวประกันที่สบายที่สุดในบรรดาผู้ถูกลักพาตัวมากมาย

ไม่เพียงแต่เขาไม่จำเป็นต้องรวมกลุ่มอยู่กับทุกคนในจัตุรัสนักรบแต่เขายังได้รับการต้อนรับอย่างดีจากโจรดวงดาว

นอกเหนือจากอาหารที่อุดมสมบูรณ์และเสื้อผ้าที่สะอาดแล้วเขายังได้อยู่ในห้องโดยสารแยกต่างหาก แม้ว่าจะไม่หรูหราห้าดาวเหมือนก่อนนั้นแต่ก็ยังดีกว่าโจรดวงดาวทั่วไปมาก หลังจากอ้างชื่อพี่ใหญ่เย่ว์หยางบอกฮัวยาโจรดวงดาวร่างหยาบกร้านผู้คอยทำหน้าที่คุ้มกันเย่ว์หยางในอนาคตส่งอาหารค่ำมาให้  เย่ว์หยางทำเป็นไล่ฮัวยาออกไปจากห้องและปิดประตูใส่หน้าฮัวยาจากนั้นกลับเข้าไปพักในโลกคัมภีร์อย่างสบายปล่อยวางเรื่องภายนอกอย่างสิ้นเชิง

ฮัวยาลูบคลำจมูกและกลับไปรายงานพยัคฆ์บิน

พยัคฆ์บินได้ยินแล้วหัวเราะลั่น

กาดำนั่งอยู่อีกด้านขมวดคิ้วเล็กน้อย  “เจ้าเด็กนี่ ข้าเกรงว่าจะควบคุมได้ไม่ง่ายนักเขาไม่ใช่คนที่ยินดีใช้ชีวิตใต้บังคับบัญชาของใคร..”

“กาดำ, เจ้ากำลังอิจฉาอยู่นะ”  พยัคฆ์บินแตะไหล่กาดำและส่ายหน้ายิ้ม  “ข้าเข้าใจว่าเจ้าเองก็ยังอายุน้อย ไม่ว่าเจ้าจะใจกว้างแค่ไหนเจ้าก็ไม่รู้ตัวว่าคนอื่นดีกว่าเจ้าและมีศักยภาพมากกว่า  เมื่อเจ้าเห็นคู่ปรับไม่ว่าเจ้าจะอยู่ฝ่ายไหน เจ้าย่อมไม่มีความสุขแน่นอน”

“ข้า..ไม่” กาดำไม่พูดอีกต่อไป

“ไม่เป็นไร ข้าเข้าใจ”  พยัคฆ์บินพยักหน้าให้เขา  “ก็อย่างที่เจ้าพูด  เด็กหนุ่มคนนี้มีศักยภาพ  แต่เขาจะยินดีร่วมงานกับเราหรือไม่?  เด็กหนุ่มอย่างเขาอาจถูกชี้นำจากคนที่มีความสามารถเบื้องหลังเราได้  เราเป็นแค่โจรดวงดาวและมันยากสำหรับเราที่จะให้อนาคตที่สดใสแก่ผู้คน อย่างไรก็ตาม ข้าแค่ใช้วิธีนี้ลองเสี่ยงโชคไว้ก่อน อย่าให้อินทรีป่ารู้ไม่เช่นนั้นข้าคงถูกชิงตัวคนแน่”

“ใช่, ข้ารู้ว่าต้องทำอย่างไร”  กาดำไม่ชวนพูดเรื่องนี้อีกต่อไป

“ท่านพยัคฆ์บิน,มีข้อมูลมาว่าผู้บัญชาการกริฟฟิน ขุนพลเทพอินทรีทองและเทวทูตเหมาพั่วตี้ยังหาตัวไม่พบ”  โจรดวงดาวคนหนึ่งวิ่งเข้ามารายงาน

“แปลก!” กาดำขมวดคิ้วอีกครั้ง

“ผู้บัญชาการกริฟฟิน, แม่ทัพอินทรีทอง,และเหมาพั่วตี้ยังอยู่บนยานแม่แน่นอน พวกเขารอโอกาสที่จะยึดเรือกระทุงอีกครั้ง”  พยัคฆ์บินสวมชุดเกราะทหารธรรมดาพยักหน้า“ข้ากล้าพูดได้ว่ากริฟฟินและอินทรีทองคงเก็บตัวซ่อนอยู่ในความมืดเพื่อคอยสอดแนม สิ่งที่ทำให้พวกเขากลัวก็คือฟลามิงโกที่ไม่เคยพลาดท่ามาก่อนไม่ใช่ข้าและอินทรีป่าสองคน พวกเขาอาจรู้แล้วว่าเรามีความเชี่ยวชาญพลังต้องห้ามดังนั้นทันทีที่เรือเปลี่ยนมือ พวกเขาก็ซ่อนตัวและไม่ให้โอกาสเราได้โจมตี! อย่างไรก็ตามนี่ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะยอมเสียยานแม่นี้ให้เราง่ายๆข้ามีลางสังหรณ์ จะมีการต่อสู้ที่ดุเดือดตามมา นี่แค่เป็นการอุ่นเครื่อง  กาดำ! อย่างนั้นเจ้าต้องระวังให้มากขึ้น!”

“ข้าจะระวังให้มากขึ้น”  บุรุษชุดคลุมดำ กาดำไม่กล้าประมาท แม้ว่าเขาจะเชี่ยวชาญพลังต้องห้ามซึ่งเพิ่มพลังได้เป็นร้อยเท่า  แต่สถานะของผู้บัญชาการกริฟฟินและแม่ทัพอินทรีทองไม่ใช่ธรรมดาพวกเขาลือชื่อในการต่อสู้อาบเลือด

ไม่มีใครกล้าดูแคลน!

พยัคฆ์บินผู้สวมเกราะอย่างทหารธรรมดาคิดเล็กน้อย

หลังจากชะงักเล็กน้อยเขาบอกโจรดวงดาวคนร่างใหญ่ชื่อฮัวยา “เจ้าไปที่ห้องโดยสารของกัปตันและเตือนความจำพวกเขาให้เร็วให้เรือนกกระทุงเคลื่อนไปที่แนวเข็มขัดดาวตกระหว่างขุนเขาเหนือขุนเขาและหุบเขาโลกธาตุให้เร็วเท่าที่เป็นไปได้  ขอเพียงไปถึงที่นั่น นั่นคือถิ่นของเราเป็นที่ปลอดภัยอย่างแท้จริง ยานกระทุงไม่ใช่ยานแม่ที่แล่นได้เร็วที่สุดแต่สามารถไปได้วันละหมื่นกิโลเมตร ดูเหมือนว่ายังคงมีเวลาครึ่งวัน เราจะไปถึงบ้าน    ลูกเรือกระทุงยังคงจับตาดูอยู่  ในส่วนนี้ เราจะพลาดไม่ได้!”

ฮัวยาไปทันทีและพยัคฆ์บินจมนิ่งอยู่ในความคิด  กริฟฟินและอินทรีทองซ่อนตัวอยู่ที่ไหนบนเรือ

เขาจะเพิกเฉยได้อย่างไร?

ที่ไหนปลอดภัยที่สุด?

พยัคฆ์บินไม่ได้ทำอะไร

เมื่อทำอะไรไม่ถูกเขาถอนหายใจยาว  “แผนการสมบูรณ์แบบ  แต่พอลงมือทำงานกลับเต็มไปด้วยช่องโหว่ดูเหมือนว่าข้าไม่สามารถรักษาความระมัดระวังและรายละเอียดก่อนหน้านี้ได้  หลังจากได้รับพลังต้องห้าม  แต่ข้ามั่นใจตัวเองมากเกินไป!”

ในห้องโดยสารธรรมดาวางโต๊ะตัวหนึ่งมีคนสองคนนั่งหันหน้าหากัน

มีกระดานหมากรุกอยู่บนโต๊ะ

กำลังมีการเข่นฆ่า

ผู้เล่นหมากรุกจ้องมองกระดานหมากรุกอย่างตั้งใจ  ดูเหมือนจะไม่ได้ยินเสียงโจรดวงดาวที่กำลังค้นหาอยู่ด้านนอก

นอกจากบุรุษทั้งสองแล้วยังมีบุรุษอีกคนหนึ่งนั่งมองดูการแข่งหมากรุก สีหน้าของเขามีแววกังวลเล็กน้อย เขาไม่รู้ว่าเป็นเพราะการเดินเกม หรือเพราะมีเสียงฝีเท้าใกล้เข้ามา

ในโลกคัมภีร์

ทันทีที่เย่ว์หยางกลับเข้าโลกคัมภีร์เขาเรียกประชุมทุกคนทันที

องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนกับพวกเข้าพักผ่อนแล้วรีบตามมาสมทบ เช่นเดียวกับเย่ว์หวี่ พวกนางสวมชุดเรียบร้อย  นางเซียนหงส์ฟ้าไม่สนใจเปลี่ยนชุดใส่ชุดนอนบางๆเดินออกมองเห็นยอดอกเลือนลางตระหง่าน เทียนฟาหาวจนอกนางกระเพื่อมคนอื่นเห็นก็ไม่คิดอะไร มีแต่อี้หนานและเซี่ยอีที่รู้สึกต่ำต้อยเหมือนนกกระทาน้อย

“อะไรกันนี่นางมองไม่เห็นนิ้วเท้าตัวเองมานานเท่าใดแล้ว!” องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนอดพูดไม่ได้

“นางไม่ได้ว่าเจ้า แม่เอลฟ์น้อย อย่าเข้าใจผิด!” เย่ว์หวี่กลัวว่าสาวใช้ลูกครึ่งเอลฟ์ฟังแล้วนางจะเศร้า จึงปลอบใจนาง

“เฮ้อ..พวกเจ้าก็ขี้อิจฉา มีแต่ตัวร้ายที่รู้ดี!” นางเซียนหงส์ฟ้ายักคิ้วให้เย่ว์หยาง ‘เจ้าก็รู้’ ทำให้เด็กหนุ่มข้ามโลกปากคอแห้ง แทบไม่อยากประกาศประชุมแล้วกอดนางเซียนหงส์ฟ้าพาไปนอนคุยในห้องส่วนตัว

“ถ้าเจ้าบอกเราให้ไปเยี่ยมน้องชายหมูของเจ้าอย่างนั้นเจ้าก็ทำสำเร็จแล้ว” องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนทำหน้ากระด้างทุบเย่ว์หยางหนึ่งหมัด

“แค่ก แค่ก,อันที่จริงข้าเรียกประชุมทุกคนเพราะมีธุระต้องคุย!”  เย่ว์หยางรีบกลับเข้าเรื่อง

“พลังต้องห้าม? ชิ้นส่วนวัตถุโบราณสามารถควบคุมพลังต้องห้ามได้หรือ?”  พอฟังเรื่องราวจากเย่ว์หยางอย่างละเอียดทุกคนตกอยู่ในความเงียบ สาวโล่วฮัวกล่าว “โบราณวัตถุนี้เกี่ยวข้องกับโบราณวัตถุที่เจ้าหาอยู่หรือเปล่า?”

“ต้องใช่แน่ไม่อย่างนั้นผู้อาวุโสในโลกไร้ที่สิ้นสุดของคัมภีร์เงิน ถึงขอให้เขามาขุนเขาเหนือขุนเขาเพื่อให้ช่วยค้นหา ข้าคิดว่าถ้าโบราณวัตถุแตกสลายกลายเป็นเศษซากหักพังจำนวนมากและการเก็บรวบรวมจะต้องลำบากแน่” หลังจากพิจารณาอย่างถี่ถ้วนองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนรู้สึกสงสัยโบราณวัตถุคงถูกทำลาย เป็นเพราะการต่อสู้และความตายของเทพผู้ยิ่งใหญ่ทั้งสองคือเทพมหาอัคคีและเทพสุดยะเยือกอาจเป็นไปได้ว่าเทพเทียมทั้งแปดที่เหลือทุกคนล้วนแต่มีเศษวัตถุโบราณและนั่นเป็นสิ่งที่ใหญ่ที่สุดที่กาดำได้มาจากโจรดวงดาวนี้ นั่นเป็นเพียงเศษเล็กเศษน้อยที่มีการเก็บกักพลังน้อยที่สุด

“เรายังไม่รู้สถานการณ์หุบเขาโลกธาตุ  แต่ขุนเขาเหนือขุนเขาไม่มีกฎสวรรค์จำกัดพลัง  ที่นี่เราสามารถออกไปช่วยเจ้าได้”  นางเซียนหงส์ฟ้าพร้อมแล้ว และถ้าจำเป็นนางจะออกไปท้าสู้กับเทพเทียม

“แม้ว่าจะไม่ใช่การจำกัดการใช้วิทยายุทธ์  แต่พลังอ่อนแอลงร้อยเท่านั่นเป็นปัจจัยที่ไม่อาจละเลยได้” เย่ว์หวี่ชี้ให้เห็นประเด็นสำคัญอย่างมีเหตุผล

“ถ้าเราสามารถใช้พลังต้องห้ามนั้นได้ก็คงดี!”  ราชันย์ปีศาจใต้ถอนหายใจ

“ไม่ได้” โล่วฮัวพูดปฏิเสธอย่างจริงจัง “ก่อนอื่นเราไม่รู้วิธีได้พลังต้องห้ามนั่นมา  ประการที่สองไม่ว่าจะต้องมีการพึ่งพาอาศัยกันหรือไม่การใช้พลังคนอื่นเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้ตนเองก็คือการใช้พลังเพื่อหลอกตนเอง เราไม่สามารถทำอย่างนี้ได้เพราะการฝึกฝนก็เหมือนการพายเรือทวนกระแสน้ำ ถ้าเราไม่ก้าวหน้าต่อไป เราจะล้าหลัง!”

“ข้าแค่ติ๊งต่างเท่านั้น”  ราชันย์ปีศาจใต้รีบอธิบาย

“นี่เป็นแค่มุมมองทางยุทธวิธี ไม่มีอะไรผิด  แต่ไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุด  เราต้องหลีกเลี่ยงวิธีนี้”  อู๋เหินพูดเพื่อรักษาหน้าราชันย์ปีศาจใต้  ในฐานะเป็นสตรีคนแรกของเย่ว์หยางแม้ว่านางไม่ค่อยออกมายุ่งกับโลกภายนอกแต่ในความคิดของทุกคนถือว่าสถานะของนางยังคงโดดเด่นแม้แต่นางเซียนหงส์ฟ้าก็ยังอ่อนข้อให้นางสามส่วน เมื่อทุกคนมองดู อู๋เหินยิ้มให้ยิ้มของนางเหมือนทำให้ท้องฟ้าผ่องใสดอกไม้เบ่งบานยิ้มของอู๋เหินยากจะมีใครงดงามเปรียบ

อู๋เหินผายมือ

นางลูบแขนเย่ว์หยางเบาๆอี้หนานเกิดอาการโงกง่วงนางถือโอกาสนอนอิงอู๋เหิน

ขนตางอนยาวของอี้หนานสั่นเล็กน้อยทำท่าเหมือนจะตื่นแต่เนื่องจากสัมผัสที่สบายของอู๋เหินนางจึงเผลอหลับอย่างเงียบๆ อู๋เหินยกนิ้วส่งสัญญาณให้ทุกคนเงียบและลดเสียงกระซิบ “พลังต้องห้ามนั้นยากต่อการควบคุมและมีแนวโน้มมากว่าจะทำลายร่างกายทั้งไม่เป็นประโยชน์ต่อการฝึกฝน  เราไม่อาจใช้พลังนี้  แต่มีจุดหนึ่ง ข้าเชื่อว่าทุกคนสังเกตเห็นนั่นคือพลังเทพที่เก็บไว้ในโบราณวัตถุสามารถต้านทานพลังต้องห้ามได้  เราไม่สามารถใช้พลังต้องห้ามแต่ในการใช้ชิ้นส่วนของโบราณวัตถุย่อมไม่มีปัญหา”

“ใช่แล้วด้วยสิ่งนี้พลังต้องห้ามของศัตรูจึงเท่ากับถูกหักล้าง!” องค์หญิงเชี่ยเชี่ยนมีความสุขที่ได้ทราบเรื่องนี้  แต่ในสายตาของอี้หนานที่หลับอยู่ในอ้อมแขนเย่ว์หยางรีบนั่งตัวตรงแม้ว่านางจะลดเสียง แต่ก็อดตื่นเต้นไม่ได้

“เสี่ยวซาน เจ้ากลับมาครั้งนี้เจ้าจะปรับแต่งเกราะรบเต่าดำได้ไหม?” คนที่รู้ใจเย่ว์หยางดีที่สุดก็คือเย่ว์หวี่

“ท่านเดาออกได้อย่างไร?”  เย่ว์หยางประหลาดใจ

“ฮึ..ดูอารมณ์ดีใจเหมือนเด็กต้องการคำชมใครตาไม่บอดย่อมมองออกกันทั้งนั้น” เย่ว์หวี่ยิ้ม แต่คนแรกที่คาดเดาความเคลื่อนไหวเย่ว์หยางออกก็คือนางจริงๆ

“เจ้าขโมยเศษโบราณวัตถุมาด้วยหรือ?” ครั้งนี้องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนนั่งเฉยไม่ได้อีกต่อไปนางพุ่งเข้าหาเย่ว์หยางและทุบเบาๆ หนึ่งหมัด ทำเอาอี้หนานตกใจตื่น นางยื่นมือออกไปลูบแก้มเย่ว์หยาง  “เด็กดี! ทำดีได้ดี ดูเหมือนข้าควรให้รางวัลเจ้าอีกครั้ง..” นางอยากจะบอกว่านางจะให้รางวัลเย่ว์หยางด้วยการจูบ  แต่เมื่อนางเห็นว่าทุกคนกำลังมองดูนาง  นางไม่สามารถแบกศักดิ์ศรีเชิดหยิ่งได้อีกต่อไปนางแก้ไขคำพูดทันที  “ใช่แล้ว พี่สาวจะให้รางวัลเจ้าเป็นอมยิ้มหนึ่งเม็ดในครั้งต่อไป”

ทุกคนต้องการให้องค์หญิงผู้หยิ่งภูมิใจแสดงความน่ารักออกมาทางใดทางหนึ่ง

นางเป็นคนจูบเขาแล้วทุกคนจะพูดอะไรได้

มันน่าอายสำหรับนางนักหรือ?

พูดอย่างนี้แม้ว่านางไม่เหนื่อยแต่ทุกคนที่ได้ยินรู้สึกเหนื่อยหน่ายแทนนาง...

จบบทที่ ตอนที่ 1141 เดี๋ยวพี่จะให้อมยิ้มเป็นรางวัล

คัดลอกลิงก์แล้ว