- หน้าแรก
- ผมเป็นนักออกแบบ เกมสยองขวัญ
- บทที่ 50 ศาลบรรพชน
บทที่ 50 ศาลบรรพชน
บทที่ 50 ศาลบรรพชน
ร้านอาหารราวกับมีชีวิตขึ้นมา ผนังค่อย ๆ เคลื่อนตัวเข้ามา ประตูกับวงกบเกิดเสียงกระทบกัน คล้ายฟันบนฟันล่างที่กำลังเสียดสีกัน
“ในก้นบึ้งของหัวใจล้วนซ่อนความปรารถนาบางอย่างเอาไว้ และข้าสามารถทำให้ความปรารถนาของพวกเจ้ากลายเป็นจริงได้ กินเนื้อที่ข้าเตรียมไว้ให้ พวกเจ้าจะไม่ต้องทนทุกข์ใด ๆ อีกต่อไป”
กลิ่นเนื้อเข้มข้นซึมซาบเข้าสู่ร่างกาย จูเหมี่ยวเหมี่ยวเริ่มควบคุมตัวเองไม่ได้อีกต่อไป เธอข่วนไหล่ทั้งสองข้างของตัวเองอย่างสุบ้าคลั่ง
เล็บขุดฉีกเนื้อจนเละ เลือดไหลชุ่ม ภายใต้การกระตุ้นของกลิ่นเนื้อ เธอเหมือนจะเห็นพ่อแม่ที่ถูกฝังอยู่ในทะเลเพลิง
ตอนยังเล็ก พ่อแม่อุ้มเธอไว้บนบ่า คอยประคองให้เธอเติบโต เมื่อเติบโตขึ้น พ่อแม่กลับพิงบ่าของเธอ เธอกลายเป็นที่พึ่งของพวกเขา
“เจ้าสามารถทำในสิ่งที่อยากทำ ไปพบคนที่อยากพบ ชีวิตและความตายก็ไม่อาจพรากพวกเจ้าจากกันได้ พวกเจ้าจะอยู่ด้วยกันตลอดไป”
เลือดบนไหล่ของจูเหมี่ยวเหมี่ยวผสมปนกับกลิ่นเนื้อ ใบหน้าพร่ามัวสองใบค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นจากบาดแผล พ่อแม่ของจูเหมี่ยวเหมี่ยวเหมือนกำลังจะคลานออกมาจากไหล่ทั้งสองของเธอ
ทุกอย่างเป็นไปตามที่ยายหมอผีทำนายไว้ หากดำเนินต่อไป ความปรารถนาในใจของจูเหมี่ยวเหมี่ยวจะถูกปลุกขึ้น ภาพสยดสยองที่สะท้อนในอ่างน้ำจะเกิดขึ้นกับเธอจริง ๆ
“ตั้งสติหน่อย!” เกาหมิงกดตัวจูเหมี่ยวเหมี่ยวไว้ แต่การเปลี่ยนแปลงบนร่างของเธอยังคงดำเนินต่อไป
กลิ่นเนื้อปลุกเร้าความปรารถนาที่ลึกที่สุดของจูเหมี่ยวเหมี่ยว ตอนนี้เป็นฝ่ายเธอเองที่โอบกอดอีกฝ่ายไว้ เธอไม่อยากแยกจากพ่อแม่อีกต่อไป ต่อให้ต้องกลายเป็นปีศาจก็ไม่เป็นไร
“ภายในเนื้อและโลหิตของเจ้าซ่อนสัญชาตญาณไว้ ร่างกายของเจ้าจะไม่มีวันทรยศต่อความปรารถนาที่แท้จริงของเจ้า! มันได้ช่วยเจ้าเลือกแล้ว” เสียงของผู้ชายก้องกังวานไปทั่วร้านอาหาร “มาเถอะ เข้ามาเถอะ ข้าเตรียมเนื้อชิ้นหนึ่งไว้ให้เจ้า กินมัน แค่กินมัน เจ้าก็จะไม่เจ็บปวดอีกต่อไป!”
จูเหมี่ยวเหมี่ยวสูญเสียสติ หากตอนนี้เกาหมิงปล่อยมือ เธอจะต้องพุ่งเข้าไปในหลังครัวอย่างแน่นอน เพื่อแลกกับบางสิ่งด้วยการสูญเสียอวัยวะของตัวเอง
“กงซี จับเธอไว้!”
ร้านอาหารหดแคบลงเรื่อย ๆ หากอยู่ต่อ ทุกคนจะต้องตาย
เกาหมิงไม่เลือกที่จะสละจูเหมี่ยวเหมี่ยว เขาหยิบเมนูขึ้นมา ใช้ช่วงที่ตนเองยังมีสติ เดินตรงไปยังหลังครัวทันที
นิ้วทั้งห้ากำโซ่แน่น เกาหมิงแหวกม่านหนาทึบที่กันไม่ให้แสงลอดผ่าน
กลิ่นเนื้อพุ่งเข้าจมูก ภายในครัวกลับแตกต่างจากที่เกาหมิงคาดไว้โดยสิ้นเชิง ที่นี่ไม่มีเตา ไม่มีเปลวไฟ มีเพียงชายร่างกำยำสวมชุดพ่อครัวกำลังสับเนื้อ
เขาทำท่าทางซ้ำ ๆ ราวกับเครื่องจักร โยนเนื้อที่สับแล้วลงไปในอ่างน้ำขนาดใหญ่ด้านหลัง กลิ่นเนื้อเย้ายวนอย่างยิ่งลอยออกมาจากอ่างนั้น
เกาหมิงค่อย ๆ เข้าใกล้ เขาพบว่าพ่อครัวคนนั้นสูญเสียดวงตาทั้งสองและใบหู ไม่มีปากและจมูก แม้จะมีรูปร่างเป็นมนุษย์ แต่ให้ความรู้สึกเหมือนหุ่นเชิดมากกว่า
“คิดหรือยังว่าจะกินอะไร?” เสียงของผู้ชายดังขึ้นอีกครั้ง เสียงนี้ไม่ได้ออกมาจากปากของพ่อครัว หากแต่มาจากอ่างน้ำ
เกาหมิงถือเมนู มองไปยังอ่างน้ำขุ่น เขาไม่เห็นสิ่งใดในอ่าง เห็นเพียงเงาสะท้อนของตัวเอง
“ข้าไม่เคยบังคับให้ใครอุทิศสิ่งใด ข้าสูงส่งกว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์จอมเสแสร้งพวกนั้นมาก สิ่งที่เจ้ามอบให้ จะได้รับการตอบแทนเสมอ สมปรารถนาทุกประการ ขอเพียงเจ้าจ่ายราคามากพอ”
“ลงมาสิ นอนลงตรงนี้ สัมผัสความปรารถนาที่แท้จริงที่สุดของเจ้า ให้ข้าได้เห็นว่าเจ้าต้องการสิ่งใด”
อ่างน้ำขุ่นยิ่งขึ้น เมื่อพ่อครัวเทเนื้อที่สับแล้วลงไป เลือดกระจายแผ่ขยายทั่วอ่างอย่างรวดเร็ว ย้อมน้ำทั้งอ่างให้เป็นสีแดง
เมื่อมองภาพตรงหน้า เกาหมิงนึกถึงอ่างทองแดงที่บ้านยายหมอผี ครั้งนั้น น้ำในอ่างก็กลายเป็นเลือดในเวลาไม่นานเช่นกัน
“มนุษย์มีหัวใจสองดวง ดวงหนึ่งคือหัวใจเนื้อโลหิตที่มองเห็นและสัมผัสได้ อีกดวงหนึ่งคือหัวใจของเทพเจ้า ที่มีอยู่และไม่มีอยู่ในคราเดียวกัน รวบรวมความคิดนับพันนับหมื่นไว้”
“ข้าจะช่วยเติมเต็มความปรารถนาของหัวใจเนื้อโลหิตของเจ้า แต่ในทางกลับกัน เจ้าต้องถวายหัวใจเทพเจ้านั้นให้แก่ข้า”
โลกในสายตาของเกาหมิงเริ่มเอียง เขาแยกไม่ออกว่าตนเองเอนล้มลงสู่บ่อเลือด หรือว่าบ่อเลือดเอนเข้าหาเขา
เมื่อเขารู้สึกตัวอีกครั้ง เลือดก็ท่วมผ่านร่างกายไปแล้ว
อ่างไม่ลึกนัก แต่เขากลับรู้สึกราวกับกำลังจมดิ่งไม่หยุด สติและร่างกายเหมือนจะแยกออกจากกัน
“เจ้ามีร่างกายที่เคยชินกับความเจ็บปวด แขนขาที่แข็งแรง สมองที่เชียบคม ดวงตาที่สามารถมองทะลุหมอกลวงตา และหัวใจเนื้อโลหิตที่…ตายมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน?”
น้ำเสียงของชายคนนั้นแตกต่างจากก่อนหน้าอย่างชัดเจน นี่เป็นครั้งแรกที่น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไป
“เจ้า…เจ้าไม่ได้มาที่นี่เป็นครั้งแรกงั้นหรือ?”
เสียงจากบ่อเลือดพูดประโยคเดียวกับที่ยายหมอผีเคยพูดไว้
ในเวลานี้ เกาหมิงไม่เหลืออารมณ์จะใส่ใจกับเรื่องเหล่านี้อีก เขาใช้แรงทั้งหมดพยายามปีนออกจากบ่อเลือด แต่โครงกระดูกที่ขาดวิ่นร่างแล้วร่างเล่ากลับยื่นมือมาคว้าตัวเขาไว้
“ให้ข้าได้เห็นความปรารถนาของเจ้า ให้ข้าได้เห็นว่าความปรารถนาครั้งก่อนของเจ้าคืออะไร!”
เลือดพลันปั่นป่วนรุนแรง ราวกับคมมีดพุ่งแทงเข้าใส่ดวงตาของเกาหมิง
ความเจ็บปวดแสนสาหัสถาโถมเข้ามา เกาหมิงรู้สึกว่าดวงตาซ้ายของตนถูกควักออกไป เส้นเลือดสีแดงนับไม่ถ้วนพุ่งสู่เบ้าตา พยายามลุกลามไปยังหัวใจและศีรษะของเขา
เศษเสี้ยวความทรงจำนับไม่ถ้วนถูกเลือดกวนปั่น เกาหมิงนึกย้อนถึงเหตุการณ์บางอย่างที่เกิดขึ้นในอุโมงค์วันนั้น ดวงตาขวาเพียงข้างเดียวที่ยังเหลืออยู่ มองเห็นศพที่ฝังแน่นอยู่เต็มผนังอุโมงค์ ศพเหล่านั้นล้วนจ้องมองมาที่เขา
“อ๊าก!!”
เสียงกรีดร้องสองเสียงดังขึ้นพร้อมกัน ที่ก้นบ่อเลือดเกิดรอยร้าวขึ้นหนึ่งเส้น ดวงตาของเกาหมิงก็กลายเป็นสีแดงฉานไปทั้งดวง
โซ่ถูกกระชาก เกาหมิงรู้สึกว่ามีคนคว้ามือซ้ายของเขาไว้ จ้าวซีเป็นคนดึงเขาออกมาจากบ่อเลือด
กลิ่นเนื้อจางลงไปมาก ร้านอาหารกลับคืนสู่สภาพปกติ เหลือเพียงเกาหมิงที่กุมดวงตาซ้าย ล้มลงอยู่กับพื้น
สิ่งที่อยู่ในบ่อเลือดอาศัยดวงตาของเกาหมิง มองเห็นความทรงจำในอดีตของเขา มันต้องการทำพิธีบูชาเซียนเนื้อโลหิตให้สำเร็จ ทว่ามันดูเหมือนไม่มีความสามารถจะทำให้ความปรารถนาที่แท้จริงในใจของเกาหมิงให้เป็นจริงได้
“หัวหน้า!” จูเหมี่ยวเหมี่ยวเพิ่งจะได้สติกลับมา เธอไม่ได้กินเนื้อ แต่ร่างกายกลับเกิดการแปรเปลี่ยนขึ้นแล้ว
“หยิบขวานของคุณขึ้นมา อย่าให้ตัวเองถูกล่อลวงอีก” เกาหมิงใช้เวลานานกว่าจะลุกขึ้นจากพื้นได้ ดวงตาซ้ายของเขาไม่อาจลืมขึ้นได้อีกแล้ว
แลกด้วยดวงตาซ้าย เกาหมิงได้เห็นความทรงจำที่ถูกลืมเลือน ความหนาวเย็นที่แทงลึกถึงกระดูกนั้นรัดตึงหัวใจของเขาไว้แน่น
เขาไม่กล้าบอกใครถึงสิ่งที่เห็น เขากำมือแน่น ภายในใจเข้าใจในที่สุดว่า เหตุใดคำพูดของยายหมอผีและเสียงจากบ่อเลือดจึงเหมือนกันทุกประการ
‘ความปรารถนาที่ซ่อนอยู่ของเรา…ช่างน่าหวาดกลัวจริง ๆ’
เกาหมิงนั่งอยู่ที่ขอบอ่าง ใช้ดวงตาขวาเพียงข้างเดียวมองไปรอบ ๆ
ตัวร้ายที่ยิ่งใหญ่ที่สุด อาจเป็นตัวเขาเอง
ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของทุกคน เกาหมิงกระโดดลงไปในอ่างเลือดอีกครั้ง น้ำในอ่างตอนนี้ดูไม่ต่างจากน้ำธรรมดาเลย
เขาคลำหาอยู่ที่ก้นอ่างไม่หยุด จนกระทั่งพบรูปปั้นประหลาดตรงกลางอ่าง ผีและเทพเจ้าที่มีสี่หน้าแปดแขน อุ้มประคองหัวใจที่เลือดกำลังไหลรินอยู่ดวงหนึ่ง
“นี่คือรูปปั้นของเซียนเนื้อโลหิต เสียงที่พวกเราได้ยินเมื่อครู่น่าจะเป็นเสียงของเซียนเนื้อโลหิต” กงซีขยับเข้ามาใกล้เกาหมิง “ทำไมบนรูปปั้นดินเหนียวถึงมีรอยร้าวหนึ่งเส้น?”
เขายื่นมือชี้ไปที่ดวงตาซ้ายของรูปปั้นผีและเทพเจ้า แต่ปลายนิ้วเพิ่งจะแตะต้อง รูปปั้นก็แตกลง
“ผม…ผมยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ?” กงซียืนอึ้งอยู่กับที่ ราวกับจะเปลี่ยนเรื่อง เขารีบหันไปสนใจดวงตาของเกาหมิง “ดวงตาของคุณถูกเซียนเนื้อโลหิตเอาไปแล้วเหรอ?”
เกาหมิงไม่ได้ตอบ เขายังคงจมอยู่ในความทรงจำ
เมื่อรูปปั้นถูกทำลาย พ่อครัวที่สับเนื้ออยู่หลังครัวมาตลอดก็หยุดการเคลื่อนไหวในที่สุด ราวกับถูกบางสิ่งเรียกหา เขาเดินออกไปอย่างเลื่อนลอย
“ผมไม่เป็นไร รีบตามพ่อครัวไปก่อน ดูว่าเขาจะไปที่ไหน”
ความเจ็บปวดอย่างรุนแรงทำให้สีหน้าของเกาหมิงบิดเบี้ยว แต่ก็ทำให้เขาเข้าสู่สภาวะสงบนิ่งอย่างสุดขั้ว เขาต้องมีชีวิตรอดออกจากอพาร์ตเมนต์ซื่อสุ่ย แล้วกลับเข้าไปในอุโมงค์นั้นอีกครั้งให้ได้!
ออกจากร้านอาหาร เดินผ่านป้ายร้านสารพัด พ่อครัวก็เดินมาถึงห้องเช่าห้องหนึ่งที่อยู่ตรงกลางของชั้นใต้ดิน
ภายในห้องนั้นดูเหมือนจะบูชาสิ่งใดสิ่งหนึ่งอยู่ ประตูไม้สีแดงสด บานซ้ายเขียนว่า “ช่วงชิงทุกชีวิต” บานขวาเขียนว่า “ช่วงชิงทุกความตาย”