- หน้าแรก
- ผมเป็นนักออกแบบ เกมสยองขวัญ
- บทที่ 1 คืนธรรมดาและอบอุ่น
บทที่ 1 คืนธรรมดาและอบอุ่น
บทที่ 1 คืนธรรมดาและอบอุ่น
“สุขสันต์วันเกิด!”
แสงสลัวของโคมไฟในห้องนั่งเล่นอาบผ้าปูโต๊ะสีเหลืองอ่อน มอบบรรยากาศที่อบอุ่นขึ้นมา ภาพที่อบอุ่นนี้ต้อนรับพ่อและแม่ ขณะที่พวกเขาเดินถือเค้กเข้ามา
พวกเขาไม่เคยนำอารมณ์ด้านลบจากการทำงานกลับมาบ้าน ใบหน้ายังคงเต็มไปด้วยรอยยิ้มเสมอ แม้จะเหนื่อยมาทั้งวัน แต่ก็ไม่แสดงอาการเหนื่อยล้าใด ๆ ให้เห็น
ม่านครัวถูกเปิดออก เกาหมิงถือจานอาหารที่เพิ่งทำเสร็จเดินออกมา เขาไม่ได้พูดกับพ่อแม่ เพียงนั่งลงเงียบ ๆ ที่ข้างโต๊ะอาหาร
“เจ้าเด็กนี่…” พ่อส่ายหัวอย่างจนใจ เขาถอดเสื้อกันฝนและรองเท้ายางออก ก่อนจะวางรองเท้าแตะไว้ตรงหน้าแม่
พ่อในชุดสูทดูภูมิฐาน สูงใหญ่และหล่อเหลา ส่วนแม่สวมเสื้อเชิ้ตขาวกับกางเกงยีนส์ ดูอ่อนโยนเต็มเปี่ยมไปด้วยความกระฉับกระเฉง เธอชมฝีมือการทำอาหารของเกาหมิงพลางโยนเสื้อผ้าที่เปื้อนเข้าไปในห้องน้ำ
เสียงน้ำที่กระเซ็นกระทบอ่างล้างมือ ขณะที่แม่ล้างมือเสร็จ เธอก็ทิ้งรอยคราบสีแดงเล็ก ๆ ไว้ที่ขอบอ่างล้างมืออย่างไม่ตั้งใจ
“วันนี้เป็นวันเกิดของลูก ต่อให้ยุ่งแค่ไหน พวกเราก็ต้องกลับมาฉลองวันเกิดกับลูกให้ได้” พวกเขายืนยันกับเกาหมิง
เกาหมิงเหมือนไม่ได้ยินเสียงพวกเขา ยังคงก้มหน้าฟังรายงานข่าวทางทีวีอย่างตั้งใจ
“ข่าวด่วน ‘ฆาตกรในคืนฝนพรำ’ กลับมาอีกครั้ง! เกิดเหตุฆาตกรรมรายที่สามในเขตเมืองเก่า!”
“ตำรวจสามารถระบุตัวผู้ต้องสงสัยได้แล้ว! ขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก ล็อกประตูหน้าต่างให้ดี และหลีกเลี่ยงการออกจากบ้านในยามดึก!”
เสียงลมหวีดหวิวพัดผ่าน ฝนกระหน่ำใส่กระจกหน้าต่าง ภาพความหนาวเย็นด้านนอกตัดกับภาพอบอุ่นของอาหารในบ้านอย่างสิ้นเชิง
“ทำไมลูกถึงชอบดูแต่ข่าวแบบนี้?” พ่อจับรีโมทด้วยความกังวล “พวกสื่อไร้จรรยาบรรณพวกนี้ชอบเอาความทุกข์ของคนอื่นมาปั่นข่าวเรียกกระแส”
เกาหมิงไม่ตอบ เขาเพียงแค่เหลือบสายตามองไปรอบ ๆ ห้องอันอบอุ่นนี้อย่างละเอียด
ผนังทุกด้านถูกบุด้วยวัสดุดูดซับเสียง ต่อให้มีเรื่องเลวร้ายเกิดขึ้น ถ้าไม่รุนแรงจริง ๆ เพื่อนบ้านก็ไม่มีทางรู้ว่าข้างในเกิดอะไรขึ้น
ในห้องนั่งเล่นมีตู้เย็นระบบลมเย็นแบบใหม่ ที่ใช้พัดลมเป่าลมเย็นเข้าไปด้านใน เนื้อสัตว์ที่เก็บไว้จึงไม่ค่อยบูดและไม่มีกลิ่น
ตู้เย็นทันสมัยพร้อมระบบหมุนเวียนลมภายในเพื่อทำความเย็น เนื้อสัตว์ที่เก็บไว้จึงไม่ค่อยบูดและมีกลิ่น
ภายในครัวเต็มไปด้วยถุงเก็บอาหารจำนวนมาก แต่ละถุงมีขนาดพอดีสำหรับใส่เนื้อชิ้นเท่ากำปั้น พกพาง่าย ใต้เคาน์เตอร์มีถุงสารให้ความร้อน ที่เมื่อผสมน้ำแล้วจะเร่งให้เนื้อเน่าเร็วขึ้น…
แสดงว่าเนื้อบางส่วนจะนำไปแช่เก็บไว้ และส่วนที่เหลือเตรียมขนย้าย?
หลังประตูห้องน้ำมีพลาสติกกันซึมวางอยู่มากพอจะปูเต็มพื้นห้องน้ำ เห็นได้ชัดว่า “เนื้อ” ถูกจัดการที่นี่
จินตนาการของเกาหมิงเริ่มสร้างภาพที่สมจริงและน่าสยดสยองเมื่อสายตากวาดผ่านไปบนพื้นที่ถูกขัดจนสะอาดเหล่านั้น
ถึงห้องนี้จะดูอบอุ่น? แต่มือของเขากลับสั่นเล็กน้อย
“มามากินเค้กกัน พ่อกับแม่ฝ่าสายฝนไปซื้อมาให้เลยนะ” แม่พูดพลางแกะกล่องเค้กออกอย่างระมัดระวัง แล้วค่อย ๆ ปักเทียนลงไปสิบแปดเล่ม
“เทียนสิบแปดเล่ม…” เกาหมิงรำพึง จำนวนเทียนไม่ถูกต้อง เพราะปีนี้เข้าอายุยี่สิบหกแล้ว
“อธิษฐานสิลูก” พ่อจุดเทียน ส่วนแม่ก็ปิดไฟในห้อง
ความมืดเข้าครอบคลุมห้องนั่งเล่น เปลวไฟสั่นไหวสะท้อนบนใบหน้าของพ่อและแม่ พวกเขามองเกามิ่งด้วยรอยยิ้ม
รอยยิ้มที่เหมือนกันทุกระเบียดนิ้ว
แม้แต่ส่วนโค้งของมุมปากที่ยกขึ้นก็ไม่ต่างกันแม้แต่น้อย
เมื่อพ่อแม่ของเขาโน้มตัวเข้ามาใกล้ ร่างของพวกเขาก็ยิ่งบิดเบี้ยวอยู่ในความมืด แสงเทียนที่ส่องแสงจาง ๆ ไม่สามารถเปิดเผยความน่ากลัวนั้นได้เต็มที่นัก
“ผมหวังว่าพ่อกับแม่จะอยู่กับผมตลอดไป”
นั่นเป็นประโยคแรกที่เกาหมิงพูดออกมาตั้งแต่พ่อแม่กลับมา
ความรักที่เขามีต่อพ่อแม่นั้นลึกซึ้ง และความรักที่พ่อแม่ให้เกาหมิงก็ไม่ต่างกัน ไม่ว่าชีวิตของพวกเขาจะยุ่งมากแค่ไหน ทุกคืนพวกเขาก็จะกลับมาหาเขาเสมอ
ไฟเหนือศีรษะสว่างขึ้นอีกครั้ง แผ่นหลังของเกาหมิงเต็มไปด้วยเหงื่อเย็น เขาถอดเทียนออกทีละเล่ม เช็ดให้สะอาด แล้วเก็บลงในกล่องเหล็ก
เป็นกล่องที่มีเทียนจำนวนมากวางอยู่
“พรจะเป็นจริงได้ ต้องเก็บมันไว้ในใจ คราวหน้าคิดในจะก็พอนะลูก” พ่อพูดพลางกินอย่างเอร็ดอร่อย ส่วนแม่มองเกาหมิงด้วยสายตาอ่อนโยน แล้วตักกับข้าวให้เขา
อย่างไรก็ตาม เกาหมิงเลือกที่จะไม่สัมผัสอาหารใด ๆ ที่เขาเตรียมไว้
เขาเพียงวางเค้กชิ้นหนึ่งไว้ตรงหน้า แล้วเริ่มนับจังหวะการเต้นของหัวใจ ในขณะที่เขาถูนิ้วไปมา
“ข่าวด่วน! ฆาตกรในคืนฝนมีแนวโน้มจะหลบหนีเข้ามาในเขตที่พักอาศัย! ขอให้ประชาชนในเขตเมืองเก่าล็อกประตูหน้าต่าง อย่าเปิดให้คนแปลกหน้าเด็ดขาด!”
การออกอากาศยังคงดำเนินต่อไป โดยให้รายละเอียดของผู้ต้องสงสัย “ข้อมูลจากทางเจ้าหน้าที่ ฆาตกรในคืนฝนพรำอายุระหว่างยี่สิบถึงสามสิบปี สูงราวหนึ่งเมตรเจ็ดสิบห้าถึงหนึ่งเมตรแปดสิบห้า…”
ผ่านไปราวสิบห้านาที เกาหมิงเฝ้าดูอาการของพ่อแม่อยู่พักใหญ่ เขาก็ใช้ช้อนตักครีมชิ้นเล็ก ๆ เข้าปาก
กลิ่นนมเข้มข้น ความหวานละมุนค่อย ๆ ละลายในปาก ความรู้สึกที่เข้มข้นและน่าอัศจรรย์นั้นราวกับได้ลิ้มรสความฝันจากเทพนิยาย… ที่ไม่ควรมีอยู่จริง
ตุ๊บ!
แม่ที่กำลังลุกขึ้นไปตักซุป ทรุดตัวลงกับพื้น แขนของเธอกระตุกเป็นระยะ เปลือกตาของเธอกำลังดิ้นรนจากอาการหมดสติที่กำลังจะเกิดขึ้น
เมื่อเห็นภรรยาล้มลง พ่อก็รีบเข้าไปช่วยเหลือ แต่กลับพบว่าแขนขาของตัวเองหนักอึ้งราวตะกั่ว เท้าของเขาปฏิเสธที่จะเชื่อฟังความตั้งใจที่จะขยับ
“รอบนี้ปริมาณยาอาจจะมากเกินไปสักหน่อย” เกาหมิงถอนหายใจ “ถึงจะไม่ใช่ครั้งแรก แต่ความกดดันก็ไม่เคยลดลงเลย”
อาการสั่นก่อนหน้านี้ลดลง เขามองพ่อแม่ที่นอนคว่ำอยู่บนพื้น ด้วยสีหน้าแปลก ๆ
“เกิดอะไรขึ้นกันแน่นะ เป็นเราที่บ้าหรือโลกนี้มันบ้าไปแล้ว?” เกาหมิงครุ่นคิดในขณะที่หยิบสายรัดสำหรับมัดผู้ป่วยจิตออกมาจากตู้เสื้อผ้าและมัดทั้งคู่อย่างชำนาญ
ข่าวคราวเกี่ยวกับฆาตกรในคืนฝนพรำยังคงออกอากาศทางโทรทัศน์ ฝนยังคงเทลงมาอย่างต่อเนื่อง แต่ดูเหมือนเกาหมิงจะไม่รู้สึกกังวลใด ๆ
เขาออกแรงลากร่างพ่อแม่ที่หมดสติไปถึงหน้าห้องนอน
ความรักที่มีต่อพ่อแม่นั้นไม่อาจปฏิเสธได้ ไม่ว่าจะยุ่งแค่ไหน ทุกคืนพวกเขาจะกลับมาหาเขาเสมอ
แค่ว่า…
เมื่อผลักประตูห้องนอนออก เสียงโซ่ดังกราว ใบหน้ามากมายทั้งคุ้นเคยและไม่คุ้นเคยต่างยิ้มอย่างน่าขนหัวลุก จ้องมองมาทางเกาหมิงตรง ๆ ด้วยดวงตาเร่าร้อนรุนแรง!
ภายในห้องนอนเต็มไปด้วย “พ่อและแม่” ของเกามิ่ง!
ร่างของพวกเขาบิดเบี่ยวเกี่ยวพันกันในลักษณะที่ไม่สามารถบรรยายได้!
คืนแล้วคืนเล่า ไม่ว่าจะจับพวกเขามัดอีกกี่ครั้ง แต่ทั้งคู่ก็จะกลับมาเวลาเดิมเสมอ
"พวกเขาเป็นมนุษย์? ปีศาจ? หรือเป็นสัตว์ประหลาดที่สวมหน้ากากมนุษย์?"
ริมฝีปากของพ่อแม่ที่ถูกมัดไว้ค่อย ๆ อ้าออก ดวงตาเบิกกว้าง มีเส้นเลือดสีแดงพาดเต็มตา พวกเขาดิ้นรนราวกับปลาที่ถูกโยนขึ้นฝั่ง ขยับร่างอย่างสิ้นหวัง และในขณะที่ดิ้นอย่างหนัก เสียงแหบต่ำก็ลอดออกมาจากลำคอ
“อยู่ที่นี่เถอะ...”
“อยู่ที่นี่เถอะ!!!”
เกาหมิงพิงประตู สูบบุหรี่เงียบ ๆ มองภาพตรงหน้าโดยไม่พูดอะไร
เขาติดอยู่ในบ้านหลังนี้มาได้สามวันแล้ว และต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด ต้องเริ่มเล่าย้อนไปตั้งแต่สามวันก่อน
ในคืนเทศกาลสารทจีน เกาหมิงเพิ่งลาออกจากงานนักบำบัดจิตที่เรือนจำความปลอดภัยสูงสุดเหิงซาน เรือนจำสำหรับอาชญากรต้องโทษร้ายแรง โดยเลือกที่จะออกมาทุ่มเทในการออกแบบพัฒนาเกมอย่างเต็มตัว
เวลา 23:00 น. เกาหมิงนั่งรถบัสเที่ยวสุดท้ายจากเมืองฮั่นเจียงไปยังเมืองฮั่นไห่ บนรถบัสจิตใจของเขาหมกมุ่นอยู่กับการออกแบบมินิเกมหนึ่ง โดยมีเป้าหมายเพื่อกระชับความสัมพันธ์ในครอบครัว และเพื่อช่วยเหลือตัวเขาเอง เกาหมิงจึงได้ใส่โฆษณาร้านเค้กของเจ้าของอพาร์ทเม้นท์ที่เขาพักอาศัยอยู่ลงไปในเกมอีกด้วย
เนื้อหาในเกมนั้นเรียบง่าย ผู้เล่นต้องทำให้พ่อแม่กลับมาบ้านทุกคืน พูดคุยกับลูก ไม่ว่าจะยุ่งแค่ไหนก็ต้องไม่ละเลยความรู้สึกของลูก เพราะ การแสดงตนไม่ใช่แค่หน้าที่แต่เป็นการแสดงความรัก
เมื่อค่ำคืนยาวนานขึ้น ผู้โดยสารก็ค่อย ๆ ลดน้อยลง จนกระทั่งเวลา 01.00 น. อยู่ ๆ รถบัสก็หยุดลงในอุโมงค์อย่างไม่ทราบสาเหตุ เกาหมิงถอดหูฟังออกและลุกขึ้นเพื่อตรวจสอบ แต่กลับพบว่าคนขับหายตัวไป และเขาคือผู้โดยสารเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่
เขาลงจากรถพร้อมกระเป๋าเดินทาง และลอบเดินตามเสียงด้านหน้าไป
จากนั้น... ความทรงจำของเขาก็ขาดหายไป เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากลับถึงบ้านได้อย่างไร รู้เพียงว่า เขาได้เห็นบางสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวสุดขีด
หลังจากความกลัวที่เกิดขึ้น เกาหมิงจึงขังตัวเองอยู่ในแต่ในห้องของเขา แต่เมื่อเวลา 03.00 น. มีเสียงเคาะอย่างต่อเนื่องปลุกให้เขาให้ตื่นขึ้น เมื่อเปิดประตูก็พบพ่อแม่ยืนอยู่ข้างนอกพร้อมเค้กวันเกิดในมือ
เกาหมิงเชิญพ่อแม่เข้ามาในบ้าน ขณะกำลังจะไปหยิบรองเท้าแตะสำหรับสวมใส่ในบ้าน โทรศัพท์ก็ดังขึ้น เป็นสายจากแม่ของเขา
แม่พูดผ่านสายกล่าวถึงฝนที่กำลังจะตกหนักในเมืองฮั่นไห่ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ด้วยความห่วงใย เธอขอร้องให้เกาหมิงดูแลตัวเอง
ความหนาวเย็นแล่นขึ้นไปตามแนวกระดูกสันหลังของเกาหมิง เขาค่อย ๆ หันหน้าไปทางพ่อแม่ที่ยืนอยู่ข้างหลังเขาอย่างเงียบ ๆ ศีรษะทั้งก้มต่ำลงมาอย่างไร้ชีวิตชีวา
เค้กวันเกิด การอยู่ด้วยกัน พ่อแม่…
ฉากจากเกมที่เขาออกเพื่อกระชับความสัมพันธ์ในในครอบครัวได้กลายเป็นความจริงขึ้นมา
แม้ว่าจจะมีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดเล็กน้อยก็ตาม
เขาเคยพยายามหนี แต่ข้างนอกประตูห้องนั้น มีเพียงความมืดสนิท หนาวเย็น และบรรยากาศผิดปกติ แผ่ซ่านความสยดสยองราวกับประตูสู่มิติอื่น
เมื่อไม่มีทางเลือกอื่น เกาหมิงถูกบังคับให้ต้องคำนึงถึงกฎของเกมที่เขาสร้างขึ้นมา
แม้ว่าเกมจะเปลี่ยนไปอย่างน่าพิศวง แต่มันจะน่ากลัวได้แค่ไหนกัน ในเมื่อเป็นแค่มินิเกมที่มีจุดประสงค์เพื่อกระชับความสัมพันธ์ในครอบครัว
เป็นเพียงการที่พ่อแม่ของเขากลายร่างเป็นปีศาจเมื่อไฟดับลง? เป็นเพียงการที่พ่อแม่ของเขามาเยี่ยมตลอดคืนเท่านั้น? หรือเป็นเพียงการเอาชีวิตรอดในบ้านที่กลายเป็นพื้นที่เก็บศพจนกระทั่งเขาอายุได้สิบแปดปีและปล่อยให้พ่อแม่ทำหน้าที่กระชับความสัมพันธ์?
เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ตลอดสามวันที่ผ่านมา เปลือกตาของเกาหมิงก็กระตุกอย่างควบคุมไม่ได้ และตั้งใจที่จะเลิกกินเค้กวันเกิดไปตลอดชีวิต
เขาบี้ก้นบุหรี่ลงพื้น แล้วลากพ่อแม่อีกคู่เข้าไปในห้องนอน
ใบหน้าของพ่อแม่ทุกคนเริ่มบิดเบี้ยว พวกเขาดูเหมือนไม่อยากให้เกาหมิงจากไป
“ทุกครั้งที่พ่อแม่กลับมา จำนวนเทียนบนเค้กจะเพิ่มขึ้น ซึ่งหมายความว่าการมีเทียนครบสิบแปดเล่ม ก็คือวันที่เราจะเคลียร์เกมนี้ได้”
“ผมรู้สึกขอบคุณความสัมพันธ์ของพวกคุณนะ แต่ถ้าพวกคุณเป็นพ่อแม่ของผมจริง ๆ พวกคุณก็คงไม่อยากให้ผมติดอยู่ที่นี่ แต่บางทีพวกคุณอาจจะอยากให้ผมพาพวกคุณออกไปจากที่นี่มากกว่า”
ตลอดเวลาที่ผ่านมา พ่อแม่ในห้องนอนไม่เคยมีปฏิกิริยารุนแรงเท่านี้มาก่อน ซึ่งนั่นก็แปลว่า... เกาหมิงใกล้จะเคลียร์เกมที่ตัวเองสร้างได้แล้วจริง ๆ
เขาปิดประตูห้องนอนลงอย่างช้า ๆ อุณหภูมิในบ้านเริ่มอุ่นขึ้น เสียงข่าวในทีวีกลับมาชัดเจนอีกครั้ง และเสียงฝนข้างนอกก็ฟังดูจับต้องได้เล็กน้อย
"สามวันเต็ม ในที่สุดก็หนีออกจากห้องต้องสาปได้สักที"
เกาหมิงก้าวไปที่ประตูและมองผ่านตาแมว โถงทางเดินซึ่งครั้งหนึ่งเคยถูกปกคลุมไปด้วยความมืด ตอนนี้กลับมีแสงสว่างริบหรี่ขึ้นมา เหมือนกำลังบอกว่าเขาใกล้จะหลุดออกจากที่นี่
“ความทรงจำเกี่ยวกับอุโมงค์... มันพร่าเลือนไปหมด แต่กุญแจสำคัญที่ทำให้เกมกลายเป็นจริง ต้องอยู่ที่นั้นแน่ ๆ”
เกาหมิงรู้สึกว่าต้องรีบหาสาเหตุของเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด เพราะในหัวเขาเต็มไปด้วยเรื่องราวสยองขวัญมากมาย ศพในจินตนาการของเขา มากกว่าหลุมฝังศพรวมกันในเมืองนี้เสียอีก หากทั้งหมดนี้เป็นจริง เมืองทั้งเมืองคงตกอยู่ในอันตราย
ไฟในทางเดินค่อย ๆ ขับไล่ความมืดออกไป เกาหมิงกำลังจะบิดลูกบิดประตู แต่ทันใดนั้น ก็มีเสียงฝีเท้าเร่งรีบดังขึ้นจากด้านนอก
หัวใจเขาเต้นแรง เขาจ้องผ่านตาแมว แขนขาแข็งเกร็งจนเส้นเลือดปูด
'เกมควรจะจบลงได้แล้ว!'
เขากลั้นหายใจ มองไปยังมุมบันไดอย่างระแวดระวัง
ไม่กี่วินาทีต่อมา ชายสวมเสื้อกันฝนสีเข้ม สูงราวร้อยแปดสิบ เดินออกมาจากมุมทางเดิน ใบหน้าเย็นชา สายตากวาดสำรวจประตูห้องแต่ละบาน
เกาหมิงหรี่ตา เงาร่างนั้นเหมือนในภาพจากข่าวเกือบทุกกระเบียด
ชายในชุดกันฝน... ฆาตกรในคืนฝนพรำ!
หัวใจของเขาเริ่มสงบลง
'ทำเอาตกใจหมด แค่ฆาตกรคนหนึ่ง นึกว่าพ่อแม่จะกลับมาอีกครั้งแล้ว'
เขาหันไปมองประตูห้องนอนอีกครั้ง รางวัลหลังเคลียร์เกมอาจอยู่ในนั้น แต่เขาไม่กล้าเข้าไป เขาหยิบผ้าพันแผลมาพันขา ทำท่าเหมือนบาดเจ็บ แล้วหยิบถุงขยะขึ้นมา เดินไปเปิดประตูห้อง
อากาศบริสุทธิ์และเย็นชื้นไหลทะลักเข้ามาในห้อง เกาหมิงเริ่มสูดลมหายใจลึก
ชายในเสื้อกันฝนที่กำลังจะเดินผ่าน หยุดชะงักเมื่อได้ยินเสียงประตูเปิด ฝนไหลตามขอบหมวกลงมา เขาพยายามซ่อนความตื่นเต้นในดวงตา ก่อนจะหันกลับมาคว้าขอบประตูไว้
“ข้างนอกฝนตกหนัก เสื้อคุณเปียกหมดแล้ว เข้ามาพักให้หายหนาวก่อนไหมครับ” เกาหมิงเสนอโดยไม่รอฟังคำตอบจากคนแปลกหน้า เขาเดินกะเผลกกลับไปที่โต๊ะอาหาร รินซุปอุ่นใส่ชามรอไว้
ชายคนนั้นมองตามร่างที่บาดเจ็บของเกาหมิง มองไปยังเค้กที่กินค้างไว้ และบรรยากาศอบอุ่นภายในบ้าน…
ทุกอย่างที่เห็นยิ่งเพิ่มแรงกระตุ้นความชั่วร้ายขึ้นมา รอยยิ้มและแววตาอันชั่วร้ายเริ่มปรากฏบนใบหน้า
รอยยิ้มที่โหดเหี้ยมเกินมนุษย์
คืนนี้... จะเป็นคืนธรรมดาและอบอุ่นสุดท้ายของแกแล้ว