เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1091 ไม่มีทาง ฉลาดเป็นปกติอยู่แล้ว

ตอนที่ 1091 ไม่มีทาง ฉลาดเป็นปกติอยู่แล้ว

ตอนที่ 1091 ไม่มีทาง ฉลาดเป็นปกติอยู่แล้ว


ดูเหมือนว่ายอดเขาตะวันออกที่กล่าวไว้ก่อนนั้นไม่มีอะไรมากไปว่าคำใบ้ที่ซ่อนเป้าหมายที่แท้จริงนั่นก็คือศิลาศักดิ์สิทธิ์ของประตูเทเลพอร์ตที่ยอดเขาตะวันออก

สถานที่จริงที่จะได้รับโบราณวัตถุคือทะเลที่ไม่รู้จัก

คุณชายหมิงจูรู้สึกสดชื่น

ขณะก้าวเหยียบทรายนุ่มสีเงินฟังเสียงคลื่นทะเลซัดสาด มองดูท้องฟ้าสีน้ำเงิน คุณชายหมิงจูรู้สึกจิตใจขยายออกไปไม่มีที่สิ้นสุดความรู้สึกถึงความสำเร็จผุดขึ้นจนเขารู้สึกว่าจะต้องตะโกนเสียงดังไม่อย่างนั้นคงไม่มีทางข่มความสุขลงได้ แม้ว่าจะยังไม่พบโบราณวัตถุ แต่เมื่อมาอยู่ที่แล้วความรู้สึกกังวลสับสนหายไป?

จุดที่สำคัญที่สุดก็คือความสำเร็จนี้ไม่เพียงแต่มาถูกทางเพื่อค้นหาวัตถุโบราณ

นอกจากนี้ยังเอาชนะจีอู๋ลี่และจอมปีศาจไคเทียนได้

พวกเขาไม่อาจหาวัตถุโบราณได้เจอ

เขาสามารถทำงานร่วมกับเย่ว์หยางและเขาหาได้พบ หมายความว่ายังไง?หมายความว่าการร่วมมือระหว่างเขากับเย่ว์หยางทำให้ชนะหลายอย่าง

เนื่องจากความตื่นเต้นคุณชายหมิงจูลืมตัวอดกระโดดกอดเย่ว์หยางไม่ได้จนกระทั่งเขารู้สึกตัวว่ากำลังกอดเย่ว์หยางอยู่ จึงรีบผลักเขาออกไปแล้วกระแอม  “การล่าขุมทรัพย์เพิ่งเริ่มขึ้นเราจะดีใจเร็วเกินไปไม่ได้”

“เอ่อ..ภายใต้การแนะนำที่ถูกต้องของคุณชายหมิงจู  ข้าในฐานะจับกังคนหนึ่ง  ข้าขอยืนยันมุ่งมั่นในสายนี้ร้อยปี!” เย่ว์หยางแสดงความมุ่งมั่น

“พูดเพ้อเจ้ออะไร!”

คุณชายหมิงจูดูเหมือนจะโกรธและแค่นเสียง

อย่างไรก็ตามเมื่อเขาไม่ได้ใช้ค้อนทองก็แสดงว่าหมิงจูกำลังอารมณ์ดี และไม่ใส่ใจกับคำพูดไร้สาระ

ขณะที่เย่ว์หยางกำลังจะเตรียมดำน้ำลงไปในทะเลและค้นหาวัตถุโบราณทันใดนั้นทะเลเริ่มมีคลื่นยักษ์แปลกประหลาดก่อตัวช้าๆเป็นรูปกำแพงเมืองที่มีความยาวหลายสิบเมตร น้ำไหลตกมาจากด้านบนมองเห็นมวลน้ำขนาดใหญ่แปลกประหลาด เย่ว์หยางและคุณชายหมิงจูตกตะลึงมองดู รอจนน้ำทะเลซัดสาดร่างมวลน้ำนั้นไม่เปลี่ยน ร่างกายครึ่งบนเป็นมนุษย์ ครึ่งล่างเป็นคลื่นน้ำ

ที่น่าแปลกประหลาดก็คือยักษ์เหล่านี้ที่ก่อตัวขึ้นในน้ำเป็นหุ่นรบทั้งหมดแต่ละตัวสูงร้อยเมตร

มันค่อยๆ ลอยตัวขึ้นจากทะเลมุ่งหน้ามาทางเกาะที่เย่ว์หยางและคุณชายหมิงจูอยู่

เมื่อเทียบกับหุ่นรบน้ำเหล่านี้แล้วเกาะเล็กนี้ค่อนข้างจะเล็กเกินไป และเย่ว์หยางกับคุณชายหมิงจูพร้อมใจกันจูงมือหนีไปที่กลางเกาะแม้ว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะหนีพ้นระยะโจมตีของหุ่นน้ำแต่พวกเขาคิดโดยอัตโนมัติว่าตรงนี้ปลอดภัยกว่า

คุณชายหมิงจูนับอย่างระมัดระวังและพบว่ามีหุ่นรบน้ำขนาดยักษ์ล้อมรอบเกาะอยู่ร้อยตัว

ไม่ว่าจะหลีกหนีไปทางใด

จะแหวกวงล้อมหุ่นยักษ์น้ำเหล่านี้หนีเย่อมเป็นไปไม่ได้

“จะทำอย่างไรดี?”คุณชายหมิงจูสับสนเล็กน้อย  ถ้ามีหุ่นน้ำมาเพียงตัวเดียว อย่างนั้นเขาจะใช้หุ่นรบทองสู้ด้วย  แต่นี่มีมากกว่าร้อยตัว จะสู้ได้อย่างไร?  นอกจากนี้ หุ่นยักษ์น้ำเหล่านี้ไม่ตายแน่นอนพวกมันสามารถรวมตัวในทะเลได้อีกแม้ว่าพวกมันจะพังทลายไปแล้วก็ตาม!  พวกมันสามารถรวมตัวกับน้ำทะเล หุ่นน้ำโบราณนี้เป็นหุ่นที่ไม่รู้ว่าผู้ใดสร้างขึ้นมันรวมตัวเข้ากับทะเล  หากทะเลไม่เหือดแห้ง พวกมันจะไม่ตาย  ไม่ต้องพูดถึงการใช้หุ่นรบแม้ว่าเย่ว์หยางและหมิงจูลงมือเองก็เป็นไปไม่ได้ที่จะฆ่าพวกมัน

“รอก่อน ต้องมีสักทางเป็นไปไม่ได้ที่ไม่มีทางเลย ให้เวลาข้าสักสองสามวินาที เดี๋ยวก็คิดออก”  เย่ว์หยางปลอบใจ

“เจ้าขอเวลากับพวกมันเถอะ...”  คุณชายหมิงจูกลืนน้ำลายกระวนกระวาย

มีหุ่นรบน้ำมากมายที่เข้ามาใกล้เย่ว์หยางที่สุดอยู่ที่ชายฝั่ง  พวกมันเริ่มต่อยและเริ่มโจมตี  บางตัวก็พ่นน้ำใส่เย่ว์หยางและคุณชายหมิงจูบางตัวก็ระดมขว้างก้อนน้ำแข็ง บางตัวก็ระดมหมัดที่เกิดการควบแน่นของเกลือโจมตีไม่หยุดหย่อน

ไม่ว่าโดนพลังโจมตีไหน ล้วนไม่เป็นผลดีแน่นอน

และสิ่งที่แน่นอนยิ่งกว่านั้น

ถ้าถูกฝูงหุ่นน้ำโจมตีใส่อย่างนั้นเย่ว์หยางและคุณชายหมิงจูจะต้องช้าลงทันที

และแน่นอนย่อมจะถูกฝูงหุ่นน้ำล้อมโจมตีอย่างไม่รู้จักหมดสิ้นและไม่รู้ว่าผลสุดท้ายจะจบลงเช่นไร

“ในบรรดาคุณสมบัติทั้งหลายสิ่งที่ยับยั้งน้ำได้คืออะไร?” เย่ว์หยางพาคุณชายหมิงจูหนี หลบการโจมตีสองสามชุดแรก  แต่นี่เป็นการหลบชั่วครู่ไม่สามารถหลบพลังโจมตีของหุ่นน้ำที่เริ่มโจมตีมากขึ้นท่ามกลางความวุ่นวายกับการหลบหลีก  จู่ๆเย่ว์หยางก็มีคำถามแบบนั้น คุณชายหมิงจูได้ยินเท่านั้นก็ตะโกนลั่นทันที  “เจ้าโง่, ไฟ ไฟ ไฟ มันแน่นอนอยู่แล้ว!”

ไฟและน้ำไม่ถูกกัน!

ใช่แล้ว

อย่างไรก็ตามเมื่อเย่ว์หยางได้ยินเขาฝืนใจพูด “ต้องใช้ไฟมากเท่าใดถึงจะต้านเจ้าหุ่นน้ำงี่เง่าทั้งร้อยตัวนี้ได้หุ่นรบหรือ?   ภูเขาไฟคาดว่าเกือบคล้ายกัน”

ไม่มีทางใดที่คุณชายหมิงจูจะลงทะเลได้ฝูงหุ่นน้ำนี้แทบจะไร้เทียมทาน! หุ่นรบธรรมดาจะทำอะไรได้ แม้ว่ามันจะติดไฟก็ตาม?  ฝูงหุ่นรบน้ำทั้งหมดประกอบขึ้นจากน้ำไม่ต้องพูดถึงว่าจะแผดเผาพวกมันให้เป็นไอถึงทำเช่นนั้นมันจะกลับมาเติมเต็มทะเลได้ทันที  ตราบเท่าที่กฎสวรรค์ยังคงอยู่ไม่เปลี่ยนแปลงเป็นไปไม่ได้ที่จะทำลายพวกมัน

“แล้วข้าจะทำอะไรได้เล่า?  ถ้าไฟใช้ไม่ได้อย่างนั้นเจ้าน่าจะลองใช้ลมพัดเจ้าพวกนี้ขึ้นไปบนฟ้าให้หมดเป็นไง?”  คุณชายหมิงจูให้เหตุผลอย่างสิ้นหวังเพราะคิดอะไรอื่นไม่ออก

“แล้วไงอีก?” เย่ว์หยางไม่ต้องการทำแบบนั้นต้องลมแรงขนาดไหนถึงจะกวาดหุ่นน้ำสูงร้อยเมตรให้ลอยขึ้นไปบนฟ้าได้

“อย่างนั้นเจ้าก็ดำลงไปในทะเลและเก็บโบราณวัตถุขึ้นมา”คุณชายหมิงจูนึกแผนได้แค่นี้

“ทำอย่างนั้นกลุ่มหุ่นน้ำจะกลับลงไปในทะเลหรือ?”  เย่ว์หยางถามอีก

“เจ้าไม่มีปัญญาหลบหรือ?”  คุณชายหมิงจูคิดว่าคนผู้นี้งี่เง่า

“ข้าอยู่ในทะเลสามารถผ่านร่างหุ่นน้ำไปได้หรือไม่?”  เย่ว์หยางรู้สึกสงสัยเกี่ยวกับความสามารถของเขาเป็นครั้งแรกในชีวิต

“......” คุณชายหมิงจูไม่พูด คาดว่านี่คือภารกิจที่เป็นไปไม่ได้  ถ้าเขาลงไปหาวัตถุโบราณบางทีอาจหาวัตถุโบราณไม่พบ แต่ถ้าหุ่นยักษ์น้ำดำลงไปในทะเลกว้างใหญ่ เขาคงได้เป็นอาหารปลาและกุ้งแน่นอน

“ดีแล้ว ตอนนี้ปฏิเสธที่จะทอดทิ้งความหวัง”

เย่ว์หยางขณะที่ถอยเขาใช้เท้าลากทรายเป็นรอยวาดพร้อมทั้งใช้มือช่วยวาดอย่างรวดเร็ว  จากนั้นขุดหลุมตื้นๆ และดึงผลึกปีศาจออกมาจำนวนหนึ่งแล้วหย่อนลงในหลุมจากนั้นใส่ศิลาศักดิ์สิทธิ์ในหลุมอย่างต่อเนื่องจนครบวงจากนั้นวาดผังอักขระรูนที่ซับซ้อนขึ้น

กระบวนการทั้งหมดนี้เสร็จสมบูรณ์ขณะที่เขาทำไป ดึงคุณชายหมิงจูให้หนีไปพร้อมกัน

ในทุกช่วงเวลาจะมีหุ่นน้ำมากกว่ายี่สิบตัวโจมตีเข้ามาไม่ว่าพวกเขาจะหนีไปส่วนใดของเกาะ ก็ไม่มีทางหลุดพ้นจากวงล้อมได้  เกาะมีขนาดเล็กเกินไป ยาวและกว้างไม่ถึงร้อยเมตรจุดสูงสุดสูงเพียงสามสิบเมตรหุ่นรบน้ำเข้าโจมตีเย่ว์หยางและคุณชายหมิงจูเหมือนกับผู้ใหญ่รังแกมดน้อยที่น่าสงสารสองตัว แม้ว่าการโจมตีครั้งนี้จะไม่สามารถทำร้ายเย่ว์หยางและหมิงจูได้แต่มันน่าหงุดหงิดที่ต้องเป็นฝ่ายถูกกระทำโดยไม่สามารถโต้ตอบได้  นอกจากนี้ร่างกายยังเปียกปอน

ครืนน ครืนนน ครืนนน!

ผังภูมิอักขระรูนที่เย่ว์หยางวาดไว้เสร็จพอดีและมีบางอย่างผุดขึ้นมาจากหาดทราย

อย่างไรก็ตามนี่ไม่เหมือนกับหุ่นยักษ์หินภูเขาไฟที่เขาเคยสร้างครั้งแรก  แต่เป็นหุ่นทรายชนิดใหม่

หุ่นทรายตัวแล้วตัวเล่าทลายพื้นออกมาตามประสงค์ของเย่ว์หยางและเข้าต่อสู้กับหุ่นน้ำ หุ่นทรายเป็นวัตถุที่รวมกันอย่างหลวมๆ เห็นได้ชัดย่อมไม่ใช่คู่ต่อสู้ของหุ่นยักษ์น้ำ ความสมบูรณ์ในการก่อตัวเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว จึงไม่อาจเอาไปเทียบกับหุ่นรบน้ำที่สร้างขึ้นอย่างประณีตโดยนักสู้ยุคโบราณผู้แข็งแกร่ง

หุ่นทรายทั้งสองต่างระดับกันสิ้นเชิง

หุ่นรบน้ำ อย่างน้อยเป็นระดับแพลตตินัมแต่หุ่นทรายนั้นเพราะเหตุผลที่ผลิตออกมาเป็นจำนวนมาก และรีบเร่งผลิตทั้งหมดจึงเป็นระดับเงิน และมีตัวระดับทองอยู่ตรงกลางเห็นได้ว่าทั้งสองฝ่ายมีระดับพลังที่ห่างกันมาก

หุ่นทรายปล่อยให้หุ่นน้ำยิงพลังน้ำร่างระเบิดทลายอย่างรวดเร็ว ทรายนับไม่ถ้วนพังทลายอย่างต่อเนื่อง

ภายใต้การโจมตีเต็มกำลังของฝ่ายตรงข้ามหุ่นทรายพังทลายอย่างต่อเนื่อง

แม้ว่าเย่ว์หยางจะผลิตมาอย่างเพียงพอ

ก็ไม่สามารถถ่วงเวลาได้มากนัก

หุ่นน้ำเหมือนพยัคฆ์เข้าไปในฝูงแกะไม่ว่าจะต่อยไปทางไหน ทุกอย่างก็พลังทลายมิอาจต้านได้

อย่างไรก็ตามก็เหมือนกับหุ่นยักษ์น้ำหุ่นทรายก็มีความสามารถในการฟื้นฟูควบแน่นเหมือนกัน  เว้นแต่ฝ่ายหนึ่งเป็นคุณสมบัติน้ำอีกฝ่ายหนึ่งเป็นคุณสมบัติทราย หุ่นทรายที่พังทลายลงบนชายหาดของเกาะน้อยหลังจากนั้นไม่นานก็ลุกขึ้นมายืนอีกครั้ง หลายตัวยังไม่ทันฟื้นฟูควบแน่นได้เต็มที่ก็ถูกโจมตีพลังทลายไปก่อน

แต่ไม่ว่าหุ่นน้ำจะโจมตีหนักเพียงใดก็ตามก็ไม่สามารถฆ่าหุ่นทรายที่อ่อนแอนี้ได้

หุ่นทรายถูกโจมตีทำลายแต่ไม่ตายเหมือนกับแมลงสาบพวกมันกลับลุกขึ้นยืนอีกครั้งแม้จะถูกทำลายก็ตาม ไม่ว่าจะพังทลายกี่ครั้งพวกมันก็ไม่ได้รับผลแต่อย่างใด

ถ้าหุ่นน้ำมีสติปัญญาอยู่บ้างพวกมันไม่ควรสนใจหุ่นทรายที่ไม่เป็นภัยคุกคามเหล่านี้

น่าเสียดายที่หุ่นน้ำเป็นแค่ระดับแพลตตินัมไม่ใช่ระดับศักดิ์สิทธิ์

พวกมันไม่มีความฉลาดอยู่เลยพวกมันรู้แต่การโจมตีเป้าหมายที่ใกล้ที่สุด พวกมันรุมล้อมโจมตีหุ่นทรายข้างหน้าและโจมตีไม่หยุด โดยไม่สนใจว่าการโจมตีของพวกมันจะมีประสิทธิภาพหรือไม่  อย่างไรก็ตามคุณชายหมิงจูและเย่ว์หยางลอบหอบหายใจหลั่งเหงื่อโชก ตอนนี้มนุษย์ทั้งสองไม่ใช่เป้าหมายแรกของการโจมตีและกลุ่มหุ่นทรายเหล่านี้ขวางอยู่ข้างหน้าพวกเขา

สิ่งที่ทำให้คุณชายหมิงจูประหลาดใจก็คือหุ่นน้ำเหล่านี้พวกมันโจมตีหุ่นทรายอย่างต่อเนื่องและองค์ประกอบน้ำทะเลปนเปื้อนทรายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

เริ่มจากน้อย และมากขึ้นเรื่อยๆ

ในที่สุดมีหุ่นน้ำหลายตัวที่มีทรายปนอยู่ที่ร่างและแขนทั้งหมดเต็มไปด้วยทรายปนน้ำทะเลทั่วไป

หลังจากร่างเต็มไปด้วยทรายก็ไม่ส่งผลต่อการทำงานของพวกมัน  หุ่นน้ำเหล่านี้ยังคงเหมือนเดิม  แต่ความเคลื่อนไหวของพวกมันช้าลงและมีความรู้สึกว่าเหมือนกับคนมาก และหุ่นน้ำเริ่มเป็นเช่นนี้มากขึ้น  ความเคลื่อนไหวของพวกมันช้าลงเรื่อยๆ  ถึงเวลานี้ไม่มีตัวใดคุกคามเย่ว์หยางและคุณชายหมิงจูได้อีก

“ธาตุดินเป็นหนึ่งในห้าธาตุ  ธาตุดินสามารถข่มธาตุน้ำได้”  คุณชายหมิงจูประหลาดใจ มองดูเย่ว์หยาง“เจ้าคิดแบบนี้ได้ยังไง?”

“ข้าฉลาดมาตั้งแต่เกิดอยู่แล้ว!” เย่ว์หยางไม่เคยรู้ว่าการถ่อมตัวคืออะไร

“ไม่อยากเชื่อเลย!”  คุณชายหมิงจูทำท่าเหมือนอยากอาเจียน

“ไม่ต้องชื่นชมข้ามากนักก็ได้...ข้ารู้ว่าเจ้าแอบชื่นชมข้าอยู่ในใจ แต่ใจส่วนหนึ่งก็ปฏิเสธไม่ยอมให้เจ้าชื่นชมข้า!” เย่ว์หยางทำสีหน้าว่าเข้าใจเป็นอย่างดี

“ข้าไม่เคยเห็นคนแบบนี้มาก่อนในชีวิตเลย!”  คุณชายหมิงจูโมโห

“ถูกแล้ว,ข้าก็เชื่อว่าเจ้าไม่เคยเห็นบุรุษหล่อเหลาอย่างข้ามาก่อนในชีวิต  เจ้าอิจฉาข้าเป็นเรื่องธรรมดามาก”  เย่ว์หยางพูดไม่ทันจบค้อนทองยักษ์ก็เงื้อขึ้น เย่ว์หยางวิ่งหนีค้อนทองยักษ์ซึ่งมีพลังมากกว่าหุ่นน้ำยักษ์ร้อยตัวรวมกันเสียอีกแน่นอนเขาไม่อาจต้านได้  เมื่อเย่ว์หยางอยู่ในแนวช่องว่างของสนามรบขณะลอบเข้าไปในทะเลอย่างลับๆ ค้อนทองในมือของหมิงจูได้แต่ถือค้าง  สีหน้าของเขามีแววกังวล

เขายิ้มและหันกลับไปส่งเสียงดังหลอกล่อ

การกระทำของคุณชายหมิงจูนี้เพื่อสนับสนุนเย่ว์หยางเต็มร้อย

ตอนนี้เห็นเขาลอบลงทะเลเพื่อไปค้นหาวัตถุโบราณหากบอกว่าคุณชายหมิงจูไม่ห่วง นั่นเป็นเรื่องโกหก ก่อนหน้านี้เขาก็กังวล บางทีเย่ว์หยางเจาะจงใช้เสียงหัวเราะเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของหมิงจูยั่วให้หมิงจูโกรธเพื่อจะได้คลายกังวล

สิบนาทีผ่านไป หนึ่งชั่วโมงผ่านไป  สองชั่วโมงผ่านไป... กระทั่งผ่านไปครึ่งวันเย่ว์หยางก็ยังไม่กลับขึ้นมา

คุณชายหมิงจูกังวลเหมือนมดในกะทะร้อน

เขาต้องการตามรอยเย่ว์หยางไปอยู่หลายครั้ง

แต่เขากัดริมฝีปากล่างจนเจ็บปวดเพื่อสงบอารมณ์และล้มเลิกความคิดเช่นนั้น

และยิ่งกว่านั้นการรอเขาเป็นวิธีที่ดีที่สุด

ถ้าเขาลงไปตามมีความเป็นไปได้ว่าจะหาเขาไม่พบ ถ้าหาพบอาจกลายเป็นตัวถ่วงเขาก็ได้ เรื่องที่ไม่ฉลาดที่สุดก็คือ ถ้าเขากลับขึ้นมาจากทะเลและไม่พบเจอหมิงจู  นั่นอาจทำให้เขาเป็นห่วงมากขึ้น

กลางวันผ่านไปจนกระทั่งตกกลางคืน

เย่ว์หยางถึงโผล่ออกมา

เขาทะยานขึ้นมาจากน้ำทะเล

พอคุณชายหมิงจูมองเห็นภาพเขาก็ดีใจจนลืมตัว บนหาดทรายหุ่นน้ำกับหุ่นทรายยังคงสู้กันต่อไป  ก่อนที่เย่ว์หยางจะทันได้ทำอะไร หมิงจูก็กระโดดกอดเขาจนตกทะเลด้วยกัน  เขาอยากกอดไว้อย่างนี้การต้องเป็นห่วงใครทั้งวันทั้งคืนมันน่าทุกข์ใจแต่พอเห็นตัวร้ายกลับมาก็ลืมเรื่องทั้งหมด “เจ้ากำลังร้องไห้หรือ?” คนที่เพิ่งขึ้นมาจากทะเลสงสัยว่าเขาตาบอดหรือไม่

“คนบ้า, ทรายมันเข้าตา!” บางคนที่ต้องรอถึงหนึ่งวันหนึ่งคืนด้วยความกังวลปฏิเสธจะยอมรับ

“ถ้าทรายเข้าตาจริงๆ  อย่างนั้นข้าจะช่วยเป่าให้!”

“เป่าหัวเจ้าเถอะ!”

จบบทที่ ตอนที่ 1091 ไม่มีทาง ฉลาดเป็นปกติอยู่แล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว