เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1090 เจ้าจะทิ้งข้าหรือ

ตอนที่ 1090 เจ้าจะทิ้งข้าหรือ

ตอนที่ 1090 เจ้าจะทิ้งข้าหรือ


“มีใครบางคนมาถึงที่นี่แล้ว”  คุณชายหมิงจูขมวดคิ้ว และเขามีสีหน้าสงสัยทันที

“เจ้าหมายถึงว่ามีบางคนได้รับภารกิจนี้ด้วยหรือ?”  เย่ว์หยางสะท้านใจเนื่องจากเขาและหมิงจูสามารถรับภารกิจได้ คนอื่นก็มีโอกาสรับได้เช่นกัน  ภารกิจประเภทนี้เป็นการแข่งขันอย่างหนึ่งมาตั้งแต่โบราณกาลแล้วเป็นความท้าทายที่ผู้พเนจรที่ยอดเยี่ยมทุกคนมีสิทธิ์ลองเช่นเดียวกับการฝึกฝนอสูรในหุบเขาอสูร มากกว่าเป็นการมาพบเป็นส่วนตัวของหญิงสาวชุดขาวทั้งสาม

“ข้ารู้สึกได้ถึงข้อมูลบางอย่างที่หลงเหลืออยู่ในพื้นดินหลังจากตรวจหาอย่างเต็มที่ความคิดของคนผู้นี้ทรงพลังมาก แทบทัดเทียมกับเทพ อาจเป็นจีอู๋ลี่ก็ได้!” คุณชายหมิงจูพยักหน้าและให้คำตอบแก่เย่ว์หยาง

“จีอู๋ลี่มาถึงที่นี่แล้วหรือ?” ตอนนี้เย่ว์หยางพบว่าพลังตรวจสอบของเขาไม่ดีเท่ากับคุณชายหมิงจู

ถ้าพลังที่ซ่อนอยู่ของเขาถูกปลดปล่อยออกมาอย่างเต็มที่เขาสามารถใช้พลังจักษุญาณทิพย์ได้โดยไม่ถูกจำกัดและด้วยปณิธานปราณราชันย์และพลังกฎสวรรค์น้อยใช้ค้นหาทั่วยอดเขาตะวันออก  เย่ว์หยางคาดว่าคงทำได้ไม่ดีกว่าหมิงจูและหมิงจูอาจทำได้ดีกว่ามาก

อย่างไรก็ตามถ้าเป็นสภาพปกติ เย่ว์หยางคงไม่ดีเทียบเท่าจริงๆ

ความสามารถในการสัมผัสรู้ของคุณชายหมิงจูเหนือกว่าเย่ว์หยางคาดว่านอกจากทักษะหกรับรู้ขององค์หญิงเชี่ยนเชี่ยน คงไม่มีใครเทียบได้

การได้รับทราบข้อมูลร่องรอยว่าจีอู๋ลี่มาทำให้อารมณ์ของหมิงจูค่อนข้างตึงเครียดราวกับว่าเขากำลังรอศัตรูอยู่เขาอาจกระโดดออกมาและเริ่มโจมตีคนทั้งสอง ในทางตรงกันข้ามเย่ว์หยางค่อนข้างสงบ หากจีอู๋ลี่ยังคงอยู่ที่นั่น สายเกินกว่าจะจากไป แต่ข้างหน้าคือการต่อสู้และที่คือยอดเขาเทียนผิงแห่งหุบเขามนุษย์จีอู๋ลี่ไม่สามารถแสดงฝีมือได้แม้ว่าเขาจะยอดเยี่ยมเพียงไหนก็ตาม หากเป็นการต่อสู้ของหุ่นรบกับหุ่นรบเย่ว์หยางในตอนนี้อาจตบอกและพูดว่า ‘ก็เข้ามาสิ ใครจะกลัวใครกันแน่!’

จุดที่สำคัญที่สุด

เย่ว์หยางเชื่อว่าแม้ว่าสำนึกของเขาจะโง่  แต่เขาจะไม่ยอมให้จีอู๋ลี่เข้ามารังแกเขาง่ายๆ

จีอู๋ลี่หลังจากใช้พลังจิตค้นหาร่องรอยพลังงานที่เหลืออยู่เบาบางมากในยอดเขาตะวันออกมันเบาบางเกินไป เย่ว์หยางไม่สนใจก็เลยไม่รู้สึก  แต่ถ้าจีอู๋ลี่ซุ่มซ่อนอยู่ไหนสักแห่งความรู้สึกถึงวิกฤติของเย่ว์หยางในสนามต่อสู้นั้นไม่น้อยไปกว่าทักษะหกรับรู้ขององค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนเขารู้สึกได้ทันที... ดังนั้นจูอู๋ลี่ไม่ได้อยู่ยอดเขาตะวันออกแน่นอน

ฉะนั้นจีอู๋ลี่ไม่อยู่ในยอดเขาตะวันออกแน่นอน

ในเมื่อเขาไม่อยู่ที่นั่นทำไมเย่ว์หยางจึงรู้สึกกลัว?

“นอกจากพลังจิตจีอู๋ลี่ที่ตกค้างแล้วยังมีคนแปลกประหลาดอีกจำนวนหนึ่ง” คุณชายหมิงจูไม่แน่ใจว่าใครจึงต้องอดทนเปรียบเทียบความแข็งแกร่งกับจีอู๋ลี่?

“ข้ารู้ว่าเป็นใคร!” เย่ว์หยางไม่ต้องคิดมาก เขารู้แล้วว่าเป็นใคร

จอมปีศาจไคเทียน!

ถ้าไม่ใช่เพราะคัมภีร์อัญเชิญสำนึกเทพและอสูรพิทักษ์ ฯลฯ ถูกผนึกไว้ในวิหารปีศาจฟ้าแห่งหุบเขาปีศาจ จอมปีศาจไคเทียนแข็งแกร่งมากกว่าจีอู๋ลี่ที่ว่ากันใกล้เคียงระดับเทพแน่นอน   เมื่อจอมปีศาจไคเทียนอาละวาดอยู่ในแดนสวรรค์จีอู๋ลี่ยังไม่เกิด! แน่นอนว่าจอมปีศาจไคเทียนยังถูกผนึกพลังไว้อีกครึ่งหนึ่งทั้งพลังของเขาก็สูญเสียไปมาก แต่เย่ว์หยางก็แทบจะรับมือไม่ได้จึงยังด้อยกว่าจีอู๋ลี่ที่อยู่ในสภาพสูงสุด

โดยเฉพาะแค่ความสามารถหลบหนีจากผนึกโบราณก็บ่งบอกให้รู้ว่าจอมปีศาจไคเทียนนั้นน่าทึ่งเพียงไหน

เทียบกับจอมปีศาจไคเทียนแล้วสุดยอดนักสู้ระดับเดียวกันไม่ว่าจะเป็นมังกรปีศาจ จักรพรรดิไร้เทียมทานจิ๋วซื่อนางพญาผู้พิชิตเฟ่ยเหวินหลียังไม่อาจทำตามลำพังได้

แม้ว่าความแข็งแกร่งของผนึกแต่ละคนจะไม่เหมือนกัน แต่ผนึกของนางพญาเฟ่ยเหวินหลีและมังกรปีศาจนั้นน่าสิ้นหวัง

แต่ผนึกของจักรพรรดิไร้เทียมทานจิ๋วซื่อและจอมปีศาจไคเทียนไม่ไกลกันเลย

ในบรรดาสี่สุดยอดนักสู้นั้นมีแต่จอมปีศาจไคเทียนเท่านั้นที่หลบหนีความยากลำบากออกมาได้เขายอมสละสำนึกเทพ และคัมภีร์อัญเชิญได้เพื่อต้องการอิสระนี่เป็นจุดที่สามารถพิสูจน์ได้ว่าจอมปีศาจไคเทียนนั้นทรงพลังเพียงไหนไม่มีคัมภีร์อัญเชิญ ไม่มีสำนึกเทพและไม่มีอสูรพิทักษ์  ฯลฯ นอกจากนี้เขากับเย่ว์หยางได้สู้กันมาแล้วในหุบเขาปีศาจ   คิดว่าจีอู๋ลี่คงทำเช่นนี้ไม่ได้

ถ้าไม่ได้รับความช่วยเหลือจากคัมภีร์อัญเชิญสำนึกเทพและอสูรพิทักษ์ จีอู๋ลี่กล้าสู้กับเย่ว์หยาง  เย่ว์หยางรับประกันได้ว่าสามารถมันเอาชนะได้

เหมือนกับสูญเสียพื้นฐานพลัง!

สิ่งที่จอมปีศาจไคเทียนไม่สามารถเอาชนะได้อย่างแท้จริงก็คือชะตากรรมไม่ใช่เย่ว์หยางในปัจจุบัน หรือจีอู๋ลี่ที่มีพลังเหนือเขาชั่วคราว

คุณชายหมิงจูฟังเรื่องเล่าจากเย่ว์หยางเขาพยักหน้าและเรื่องราวเกี่ยวกับจอมปีศาจไคเทียนดูเหมือนเขาจะเคยได้ยินมาก่อนและเป็นที่รู้จัก  แม้ว่าจอมปีศาจไคเทียนซึ่งสูญเสียพลังไปมากตอนนี้กลายเป็นพยัคฆ์แก่ไร้เขี้ยว แต่ย่อมไม่ใช่ตัวดีแน่นอน

เขาระมัดระวังเย่ว์หยาง

คุณชายหมิงจูเห็นด้วยเป็นอย่างมาก

“จีอู๋ลี่และจอมปีศาจไคเทียนมาที่นี่  อย่างนั้นเราไม่ต้องไปหามัน” เย่ว์หยางไม่คิดว่าเขาจะพบโบราณวัตถุแต่อย่างใดหากค้นหาตามหลังทั้งสองคนนี้ถ้าทั้งจีอู๋ลี่และจอมปีศาจไคเทียนไม่สามารถหาได้พบ อย่างนั้นเขากับหมิงจูก็เสียเวลาและสิ้นเปลืองพลังงานเปล่าๆไม่น่าจะหาพบ  ถ้าพวกเขาพบเจอไปแล้ว  อย่างนั้นเขาจะต้องเสียเวลามาที่นี่ทำไม?

แต่คุณชายหมิงจูรู้สึกว่าเสียดายถ้าจะจากไปลักษณะนี้

“ให้ข้าคิดดูก่อน” เย่ว์หยางนึกถึงคำของหญิงสาวชุดขาวทั้งสามคนอย่างรอบคอบ  หากพวกเขาพบแล้ว  พวกนางคงไม่ตามหาเขาด้วยตนเองแน่นอน  ตรงกันข้ามถ้ามีอยู่ยอดเขาตะวันออกจริงๆก็ไม่มีเหตุผลที่จีอู๋ลี่และจอมปีศาจไคเทียนจะหาไม่เจอ

“คิดไหมว่า?ทะเลที่พวกนางบอกอาจจะเกี่ยวกับทะเลต้นไม้? ที่นี่มีป่ามากมายและนั่นก็เป็นทะเลต้นไม้”  คุณชายหมิงจูวิเคราะห์ด้วยแนวคิดนี้

ไม่...เย่ว์หยางส่ายหน้าไม่ง่ายขนาดนั้นแน่นอน

ถ้าเป็นเรื่องง่ายจริงๆ  จีอู๋ลี่และจอมปีศาจไคเทียนจะกลับมาโดยไม่ประสบความสำเร็จได้อย่างไร?

เย่ว์หยางใช้สมองคิดอย่างจริงจังเขาตั้งใจทำสมาธิและคิดหาคำตอบ

ไตร่ตรองครั้งละครึ่งชั่วโมงอยู่สองครา

แต่ไม่ได้ผลอะไร

คุณชายหมิงจูรีบปลอบใจ  “ไม่ต้องห่วง เราจะต้องหาวัตถุโบราณได้แน่เรามีเวลาไม่ต้องกังวล  ยิ่งไปกว่านั้นนี่คือสิ่งที่ไม่สามารถเข้าถึงได้ ยอดเขาตะวันออกไม่มีใครท้าทายได้ และการเลือกยอดเขาตะวันออกเป็นสถานที่ต่อสู้จะไม่มีใครมาที่นี่เพื่อรบกวนเรา เจ้าคิดช้าก็ได้ไม่ต้องกังวล เราจะพยายามร่วมกัน แม้ว่าใครบางคนเข้ามาเพื่อต่อสู้กันก่อนประตูเทเลพอร์ตจะกระพริบเรามีเวลาพอจะซ่อนตัว

เย่ว์หยางไม่สนใจเรื่องความสบาย  แต่ก็ยอมรับแนวคิดของคุณชายหมิงจู

ไม่ใช่เรื่องง่ายที่คุณชายหมิงจูผู้นี้จะอารมณ์เสียและใช้ค้อนทองใหญ่ไล่ทุบหัวคน

ขณะที่เขากำลังจะเอ่ยปากพูดความคิดหนึ่งผุดขึ้นในใจ เย่ว์หยางคว้าไหล่คุณชายหมิงจูไว้แน่นและร้องดังๆ  “เจ้าว่าไงนะ? เจ้าว่าประตูเทเลพอร์ต?”

คุณชายหมิงจูตกใจกับความเคลื่อนไหวของเย่ว์หยางครั้งนี้  “ข้า หมายถึงอาจมีคนเข้ามา  ประตูเทเลพอร์ตจะส่งสัญญาณไฟกระพริบเตือน...”

“ใช่แล้ว นี่แหละ!” เย่ว์หยางกอดคุณชายหมิงจูด้วยความตื่นเต้น

เขากอดแน่นไม่ยอมปล่อย

คุณชายหมิงจูมึนศีรษะไปหมด

เกิดอะไรขึ้น

นี่เกี่ยวอะไรกับประตูเทเลพอร์ต?  แม้ว่าเป็นเรื่องสำคัญก็ไม่ควรกอดจนแน่นอย่างนี้

เย่ว์หยางไม่เพียงแต่กอดเปล่าๆแต่ยังตบหลังคุณชายหมิงจูอย่างแรงและหัวเราะลั่นเมื่อคุณชายหมิงจูเตรียมใช้ค้อนยักษ์เคาะกะโหลกปลุกสำนึกของเขาเย่ว์หยางรีบก้าวไปยังประตูเทเลพอร์ตที่อยู่ไกลออกไป

รอจนคุณชายหมิงจูมาถึงที่ประตูเทเลพอร์ตเย่ว์หยางจึงล้วงเอาศิลาศักดิ์สิทธิ์ออกมาจากฐานประตูเทเลพอร์ต

“เจ้าอย่าบอกนะว่านี่คือวัตถุโบราณ?”  คุณชายหมิงจูมองดูเหมือนจะรู้

“ศิลาศักดิ์สิทธิ์นี้มีพลังงานไม่สิ้นสุดมันอยู่ในยุคแรกๆ เมื่อหุบเขามนุษย์ถูกสร้าง บางทีอาจสร้างโดยเทพโบราณก็ได้ อย่างน้อยก็ต้องเป็นรุ่นก่อนเทพโบราณวางเอาไว้ที่ประตูเทเลพอร์ตนี้ทำไมจะไม่ใช่โบราณวัตถุ?” เย่ว์หยางพูดอย่างน่าเชื่อถือ

“แต่มีศิลาศักดิ์สิทธิ์อยู่ข้างในหุบเขามนุษย์  นี่ไม่ใช่เพียงก้อนเดียวอย่าบอกนะว่ายอดเขาตะวันออกที่นี่ ยอดเขาใต้ยอดเขาตะวันตกและยอดเขาเหนือก็มีเช่นกัน” คุณชายหมิงจูยังค้นไม่เจอ

“รวบรวมทั้งหมด!” เย่ว์หยางรวบรวมศิลาศักดิ์สิทธิ์เก็บไว้ในแหวนเก็บของ

“อย่าฉุดดึงข้า!”  คุณชายหมิงจูปล่อยให้เย่ว์หยางจูงมือตามไปรู้สึกอึดอัดและหลังจากพยายามสองสามครั้งก็ยังดึงมือไม่หลุดจากมือใหญ่ได้

เย่ว์หยางกับคุณชายหมิงจูไม่รู้ว่าหลังจากพวกเขาออกไปได้สิบนาที

เจ้าตำหนักแสงจงหัวที่มีสถานะในหุบเขามนุษย์เป็นบุตรคนที่สิบของเจ้าเมืองไม้เงินและสุดยอดนักสู้อื่นๆ มีเริ่นเทียนเกอ บัณฑิตตาเงิน พระยายมซิวอิ่งจ้าวกระดูกจินหาย จอมถลกหนังเซี่ยที พวกเขาเทเลพอร์ตมาที่ยอดเขาตะวันออกนี้ เห็นได้ชัดว่าพวกเขาก็ได้รับมอบหมายภารกิจให้ค้นหาวัตถุโบราณ  เมื่อพวกเขาเข้าไปในทะเลเพื่อค้นหาต้นไม้ขณะที่เตือนคู่ต่อสู้  มีนักเรียนอื่นอีกหลายคนเข้ามาด้วย รวมทั้งฮ็อกชิงหมอและนักเรียนหัวกะทิจากหุบเขามนุษย์หลายคนเช่นเจ้าเมืองน้อยจินฉีผู้อ้างว่าสร้างหุ่นรบแม่เหล็ก

ฮ็อกหลังจากเข้ามาก็ส่งเสียงหัวเราะลั่น  “ข้าไม่ต้องการเอาหน้า ทูตสวรรค์มอบหมายให้พี่น้องข้าค้นหาสิ่งของ  พวกเจ้ากลับติดตามเข้ามาจริงๆ  จมูกไวจริงนะ!”

หยางผิงนักเรียนหัวดีจากสาขาเมืองเปลวอาทิตย์แค่นเสียงหนักหน่วงแต่ไม่ปฏิเสธ

จินฉีผู้หยิ่งผยองแค่นเสียงหนักครั้งแล้วครั้งเล่า  “พวกวรรณะต่ำอย่างทหารรับจ้างทำได้ทำไมเราชนชั้นสูงจะทำบ้างไม่ได้? เราใช้ความคิดริเริ่มที่จะทำภารกิจนี้ ทูตสวรรค์ทั้งสามก็เห็นด้วยไม่ใช่หรือ?เราจะพิสูจน์ว่าเรามีพลังมาก และทำภารกิจหลักให้สำเร็จ พวกเจ้ากลับไปได้เลย  พวกเจ้าจะไม่มีทางหาวัตถุโบราณพบแน่!”

“หือ?” ชิงหมอสวมหน้ากากปีศาจสีเขียว ดูเหมือนจะรู้สึกอะไรบางอย่างเขากลับหลังหันและจากไปโดยไม่หยุดยั้งแม้แต่วินาทีเดียว

“เออ, มีแต่พวกเจ้าที่มีคุณสมบัติจะรับภารกิจ มันเสียเวลาเกินกว่าจะไปหรือ?”  ฮ็อกหลั่งเหงื่อ  แต่เขาคุ้นชินบุคลิกของชิงหมอแล้วไม่ว่าอย่างไรฟังชิงหมอดีกว่า เขาเป็นคนฉลาดแน่นอน

“ข้าไม่รู้จักเจ้าพวกทหารรับจ้างขยะ!” จินฉีกระทืบเท้าและถ่มน้ำลาย

“พวกเขาต้องกลัวว่าเราจะรวมพลังกันโจมตี”หยางผิงวิเคราะห์เช่นนั้น

“ใช่ ใช่ ที่นี่ยอดเขาตะวันออกสามารถลงมือโจมตีได้!” จินฉีเต็มไปด้วยความหงุดหงิดทำไมเขาไม่ใช่หุ่นรบทำลายทหารรับจ้างยากจนทั้งสองนี้นะ?

ขณะนี้เย่ว์หยางและคุณชายหมิงจูมาถึงยอดเขาทิศเหนือแล้ว

ภายในไม่กี่นาทีทั้งสองก็ผ่านไปยอดเขาตะวันตกจากตะวันออกไปยอดเขาใต้ แล้วเดินทางมายังยอดเขาเหนือ

เพื่อรวบรวมหินศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่ในที่ทั้งสี่เหล่านี้เย่ว์หยางต้องจ่ายด้วยการยอมแพ้สามครั้งต่อเนื่องกับค่าสารท้าทายเกียรติยศเพราะไม่มีม้วนสาร การเข้าพื้นที่ทุกครั้งจะต้องมีสารท้าทายเพื่อให้ผ่านประตูเทเลพอร์ตไปได้ เย่ว์หยางพ่ายแพ้สามครั้งรวดเพราะแสดงน้ำใจสุภาพบุรุษผู้กล้าหาญเสียสละยอมลำบากต้องยอมแพ้คุณชายหมิงจูสามครั้งรวดเพื่อให้ผ่านเข้าประตูเทเลพอร์ตได้

เมื่อคุณชายหมิงจูปลอบโยนเขาเย่ว์หยางกลับบอกว่าไม่มีอะไร

ช่างเสียสละอะไรเช่นนี้

ตายเพื่อสตรี ฉิบหายเพื่อสตรีนี่คือการทดสอบในเมืองหลวงหรือ? นี่หรือความกล้าหาญทะเยอทะยาน?

ชายหนุ่มผู้ยิ่งใหญ่คนหนึ่งเคยเขียนไว้ว่าเจ้าชู้กับสาวๆ ไม่ประสบความสำเร็จ นักศึกษาต้องพยายามอย่างหนัก..คำพูดนั้นมีชื่อเสียง เมื่อเย่ว์หยางศึกษาตอนนั้น เขาใส่คำพูดนี้เป็นคำขวัญก่อนนอนของเขาผลักดันให้ตนเองก้าวหน้าไปตามอุดมคติ

หลังจากได้ยินคำพูดผิดเพี้ยนของเย่ว์หยางแล้วคุณชายหมิงจูอดเขินไม่ได้

หลังจากยกค้อนยักษ์เกือบจะหวดใส่เย่ว์หยางอยู่แล้ว  โชคดีที่เย่ว์หยางรีบตะโกน “อย่าบังคับให้ข้านอนหลับมิฉะนั้นข้าจะไปพบเจ้าในความฝัน’

คุณชายหมิงจูตกใจทิ้งค้อนลงกับพื้น

หลังจากหยอกล้อกันพอสมควร

หลังจากได้ศิลาศักดิ์สิทธิ์จากยอดเขาทิศใต้ตะวันออก เหนือและตะวันตกมารวมกันเย่ว์หยางไม่ได้นำไปให้หญิงสาวชุดขาวทั้งสาม แต่อักขระรูนที่สลักไว้บนศิลาศักดิ์สิทธิ์ซึ่งมีความสมบูรณ์ทั้งสี่ก้อนเชื่อมโยงเข้าด้วยกันพลังงานสี่สายไหลออกมาจากศิลาศักดิ์สิทธิ์รวมกันตรงกลางภาพผังอักขระรูนและฉายเป็นลำแสงพุ่งขึ้นไป

เย่ว์หยางวิ่งเข้าไปในลำแสง  คุณชายหมิงจูเมื่อเห็นเจ้าผู้นี้ไม่พาเขาไปด้วยก็รู้สึกกระวนกระวายรีบคว้ามือเขาไว้แน่น “อย่าทิ้งข้าไว้ตามลำพัง!”

ลำแสงเทเลพอร์ตส่งทั้งสองออกไปทันที

รอจนทั้งสองตั้งสติได้

ทั้งสองพบว่ามาอยู่ที่เกาะน้อยล้อมรอบไปด้วยทะเล...!

จบบทที่ ตอนที่ 1090 เจ้าจะทิ้งข้าหรือ

คัดลอกลิงก์แล้ว