เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1067 จับมือเป็นสหาย? เจ้าไม่คู่ควร!

ตอนที่ 1067 จับมือเป็นสหาย? เจ้าไม่คู่ควร!

ตอนที่ 1067 จับมือเป็นสหาย? เจ้าไม่คู่ควร!


หัวหน้าทหารรับจ้างควบคุมหุ่นวานรยักษ์ต่อต้านการโจมตีจากศัตรูอีกด้านหนึ่ง

ถ้าไม่ใช่เพราะหุ่นอสูรของเขาแข็งแกร่งมากกว่า

เขาเกรงว่าเมื่อเขาคว่ำลงกับพื้นพวกทหารเฝ้าพื้นที่จะรุมลงมือกับเขาอย่างรวดเร็วแน่นอนว่าหุ่นอสูรวานรยักษ์นั้นทรงพลังแต่หัวหน้าทหารรับจ้างที่ควบคุมมันไม่ได้เป็นเจ้าของดั้งเดิมและเขาไม่ได้มีพลังที่แข็งแกร่งมากพอเป็นเรื่องยากมากที่หัวหน้าทหารรับจ้างจะควบคุมหุ่นวานรยักษ์ได้จนถึงตอนนี้

“หยุดสู้ได้แล้ว!”  แม่ทัพเหลยผาวตวาดด้วยความโมโห  “คู่ต่อสู้ที่แท้จริงคือเจ้าทหารรับจ้างเด็กน้อยนี่!”

“ว่าไงนะ?” พวกทหารได้ยินแล้วตกตะลึง

พวกเขายังไม่สามารถเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นพวกทหารองครักษ์ส่วนตัวรีบถอยทันที

เหลืออยู่แต่หุ่นวานรยักษ์เท่านั้น

มันยังคงยืนอยู่ในสนามรบ

หัวหน้าทหารรับจ้างดูเหมือนต้องการไล่ตามเขาไม่อยากถอยในช่วงสุดท้าย แต่เขาไม่สามารถทำอะไรได้... เขาค่อนข้างไม่ยินยอมหุ่นวานรยักษ์เหยียดแขนออกมาข้างหน้า แต่เขาไม่เหลือพลังใจประคองตัวยืนต่อไปหุ่นวานรล้มลงกับพื้นฝุ่นกระจาย

เมื่อศัตรูจากไป

เขาที่อ่อนเพลียหมดแรงทั้งยังบาดเจ็บสาหัสอยู่แต่ก่อน ไม่สามารถยืนต่อได้อีกหมดสติในทันที

พวกสมุนทหารพบความผิดปกติได้จึงจัดอสูรหุ่นไปรายล้อมเขา

ที่ปลายเท้าอสูรหุ่นของเขา

ยังมีอสูรหุ่นที่เข้ามารายล้อม  เย่ว์หยางนั่งอยู่บนเสื่อและชมดูเหตุการณ์ คู่สามีภรรยาประหลาดใจอย่างมากเมื่อเห็นความเปลี่ยนแปลงของตนจากนั้นมองดูทารกน้อยที่หน้าแดงอิ่มเอิบนอนเงียบๆ อยู่ที่ปลายเท้าเย่ว์หยางพวกเขาแทบไม่เชื่อสายตา แต่นี่คือความจริงแน่นอน ไม่ใช่ความฝัน เกิดอะไรขึ้นกันแน่ หรือว่าเป็นภาพฉายเทพ?

สองสามีภรรยาเมื่อเห็นอสูรหุ่นรายล้อมพวกเขารู้สึกห่วงเป็นกังวลมาก

พวกเขาต้องการกระตุ้นให้เย่ว์หยางพาทารกลูกของพวกเขาจากไป

แต่ก็กลัวศักดิ์ฐานะของแต่ละฝ่ายพวกเขาจึงไม่กล้าพูดทันที...  สำหรับเย่ว์หยางผู้มีพระคุณช่วยชีวิตพวกเขา  พวกเขาไม่รู้ว่าจะสู้หน้าได้อย่างไร ทั้งสองต้องการขอบคุณและหวังว่าเขาจะพาลูกสาวตัวน้อยของพวกเขาออกไปโดยเร็วที่สุด

เย่ว์หยางไม่เอ่ยปากพูดก็ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ

นอกจากคุกเข่าต่อหน้าเขาและมองดูอย่างหวาดๆคู่สามีภรรยาซึ่งอาการบาดเจ็บหายไปอย่างลึกลับไม่รู้ว่าจะทำอะไรอื่นได้อีก

“ในตอนแรก ข้าให้เจ้าได้แต่งชุดดีๆใส่กระโปรงสวยเต้นรำกับผู้ดีอย่างมีความสุขได้ใช้ชีวิตที่ดีได้ลูกสาวของพวกเจ้าสามารถปลดจากความเป็นทาสกลายเป็นสามัญชนได้แล้วพวกเจ้าจะได้รับสัญญาจ้างงานอย่างเป็นทางการ แต่เจ้าไม่เชื่อฟัง เจ้าต้องการเป็นคนงานเหมืองที่เหน็ดเหนื่อยกินอาหารได้ไม่เต็มมื้อทุกคนในครอบครัวจะต้องกอดคอและตายอย่างทรมานด้วยกัน  ความหยิ่งในเกียรติกินได้หรือ?  ความบริสุทธิ์กินได้หรือ?” แม่ทัพเหลยผาวมองดูสตรีที่ร่างเปื้อนเลือดและถอนหายใจยาว  “ความจริงแล้วด้วยรูปร่างและเงื่อนไขต่างๆของเจ้า ถ้าเจ้าสวมกระโปรงและแต่งหน้าสักเล็กน้อยก็ยังจะดูดี  ทำไมเจ้าถึงดื้อดึงนัก?  กับบุรุษคนนี้ทำไมเจ้าต้องไปยุ่งกับเขาได้?  หากเจ้าไม่ดื้อรั้นตอนเริ่มชีวิตของเจ้าก็อาจจะราบรื่นมาก... ทั้งหมดนี้ในความเป็นจริง เจ้าไม่ต้องมาบ่นโทษผู้อื่นหรือว่าโลกไม่ยุติธรรมกับเจ้า   เจ้าเป็นฝ่ายเริ่มปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยก่อน”

“เฮอะ” นี่คือคำตอบเงียบๆ จากสตรีผู้นั้น

“ดีมาก โดยส่วนตัวแล้วข้าไม่เคยบังคับใครต่างจากคนที่แข็งแกร่ง ข้าชอบกระบวนการฝึกม้า” แม่ทัพเหลยผาหัวเราะลั่น แต่สายตาของเขายังกังวลเย่ว์หยางที่ยังคงนั่งนิ่งเงียบยิ่งกว่าสตรี  “ข้ามักให้โอกาสเจ้าครั้งหนึ่งเสมอบางครั้งก็ให้โอกาสเจ้าหันมาขอร้องข้า”

“ครอบครัวของเรายอมตายดีกว่ายอมแพ้!” บุรุษผู้นั้นประกาศแทนภรรยาของตนในที่สุด

“สุดท้ายข้าค่อยคุยเรื่องครอบครัวของเจ้า  ตอนนี้ข้าอยากจะคุยกับสหายน้อยผู้นี้”  แม่ทัพเหลยผาวมองดูเย่ว์หยางมากกว่าสิบครั้ง

น่าเสียดายเขาไม่พบเจออะไร

ไม่พบข้อบกพร่องใดจากทหารรับจ้างมือใหม่และไม่มีข้อมูลอะไรอื่นนอกจากความสงบเยือกเย็น

เย่ว์หยางนั่งอยู่กับที่และแม่ทัพเหลยผาวรู้สึกเหมือนมีก้อนหินถ่วงอยู่ในใจหรือเหมือนต้นไม้ใหญ่งอกอยู่ในท้องทำให้เขารู้สึกอึดอัด

เผชิญหน้ากับเด็กหนุ่มผู้นี้เขาไม่สามารถพูดอะไรได้ดั่งใจ

เขาต้องการเริ่มแต่อีกฝ่ายเหมือนพรานเบ็ดที่รอตกปลา

เขาต้องการเข้าไปใกล้มุมปากอีกฝ่ายก็ยิ้มเยาะ

ไม่สามารถลงมือได้ ไม่มีเสียงหัวเราะไม่มีการด่าว่า เขาไม่รู้จะทำอย่างไรกับเด็กหนุ่มนี่

“ซ่อนพรางตัวได้ดีจริงๆ ข้านึกไม่ถึงเลยว่าเป็นนักล่ามาทั้งชีวิตแต่ก็ยังเข้าใจผิดอย่างคาดไม่ถึง”  แม่ทัพเหลยผาวพยายามรักษาหน้าตนเองปากเขาถอนหายใจ เขาเปลี่ยนจากท่านั่งลุกขึ้นยืนจากอสูรหุ่นสิงโตยักษ์และมองลงมาที่เย่ว์หยางราวกับว่าต้องการทำความรู้จักเย่ว์หยาง

เย่ว์หยางไม่ได้พูดอะไรสักคำ

เหมือนกับว่ากำลังอยู่ในหุบเขาที่ว่างเปล่ารายล้อมไปด้วยบรรยากาศเย็นเงียบและว่าง

แม่ทัพเหลยผาวปรบมือหัวเราะลั่น  “เด็กหนุ่มเก็บตัวได้ดียิ่งนัก นอกจากนี้คงฝึกปรือมาไม่น้อย!มาถึงจุดนี้ข้าเหลยผาวชื่นชมเจ้าเล็กน้อย! เรายังพอจะกลายเป็นสหายกันได้ไหม? ข้าเหลยผาว เป็นข้าราชบริพารขององค์ชายเรย์โนลด์เพราะความใจร้อนก็เลยเป็นที่รู้จักกันทั่วไปว่าราชสีห์คำราม  ข้าเป็นผู้หลักผู้ใหญ่แล้ว พูดจริงทำจริงแต่ไม่ใช่เรื่องอย่างนี้  ข้ามีใจชอบคบหาสหาย องค์ชายเรย์โนลด์บอกว่ามีสหายหลายคนดีกว่าก่อศัตรูมากมาย!  ข้าเหลยผาวจำคำนี้ขึ้นใจตราบใดที่รับข้าเหลยผาวเป็นสหาย เรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ถือเสียว่าไม่เคยเกิดขึ้น”

เขาไม่ใช่คนโง่ เขาสามารถปะปนอยู่ในกลุ่มคนระดับสูงได้ย่อมมีความคิดที่ดี

เขามองออกว่าเย่ว์หยางนั้นโดดเด่นต่างจากกลุ่มคนส่วนใหญ่

เขาคาดว่าคนหนุนหลังเจ้าเด็กนี่คงใหญ่โตไม่เบา  มิฉะนั้นทั้งคำพูดและการกระทำคงไม่ดูสงบเป็นแน่

อีกประการหนึ่งความสามารถในการรักษาคู่สามีภรรยาได้รวดเร็วอย่างน่าอัศจรรย์สะท้อนให้เห็นถึงความสามารถที่เป็นเอกลักษณ์ เป็นไปไม่ได้ที่คนทั่วไปจะมีความสามารถเช่นนี้แม้ว่ามีก็คงไม่ปรากฏตัวในหุบเขามนุษย์เป็นแน่

บุรุษหนุ่มผู้แปลกประหลาดและลึกลับเช่นนี้ควรหลีกเลี่ยงไม่เป็นศัตรู  และไม่ควรสร้างศัตรูเช่นนี้ดีกว่า

นี่เป็นครั้งแรกในรอบทศวรรษที่แม่ทัพเหลยผาวอดทนได้ขนาดนี้

เขาพยายามระงับความโกรธตัวเองเป็นครั้งแรก

คบเป็นสหาย!

คำพูดอย่างนี้พูดออกมาจากปากทรราชย์อย่างเหลยผาวนับว่ามหัศจรรย์แล้ว

ไม่เพียงแต่ทาสประจำเหมืองเท่านั้น  แม้แต่กลุ่มองครักษ์ประจำตัวของเขาที่ติดตามเขามาหลายปี

เพิ่งจะได้ยินเป็นครั้งแรก

“เจ้าไม่คู่ควร”

อย่างไรก็ตามคำตอบของเย่ว์หยางทำให้แม่ทัพเหลยผาวรู้สึกเหมือนถูกตบหน้าและเกิดความอับอายในใจจนมิอาจระงับข่มไว้ได้

เขาลูบหน้าตนเองรู้สึกเหมือนกับว่าหน้าร้อนผ่าวมองดูผู้คนรอบๆตัวเขาอีกครั้ง และพบว่าทุกคนจ้องมองเขาด้วยความประหลาดใจ เมื่อตระหนักได้ว่าเขาได้ยินไม่ผิดเจ้าเด็กนี่ปฏิเสธตัวเขา และพูดคำที่ทำให้เขาต้องอับอายว่า ‘เจ้าไม่คู่ควร’แม่ทัพเหลยผาวพยายามควบคุมมือตนเอง เขากลัวจริงๆ ว่าเขาจะตะโกนและกระโดดโลดเต้นกับพื้นเหมือนคนบ้าและทำลายเหมืองจนพินาศเหลือแต่ซากหักพัง.... ไม่ เหลยผาวแปลกใจเล็กน้อยที่เขายังสงบอยู่ได้อย่างไร?

ถ้าเปลี่ยนเป็นช่วงเวลาปกติ อย่าว่าแต่อัปยศเลยนั่นเป็นเรื่องที่น่าตกใจจนเขาต้องตะโกนจนฟ้าสะท้านดินสะเทือน

ในฐานะขององครักษ์ประจำตัวของแม่ทัพเหลยผาว

เจ้านายถูกเหยียดต้อยต่ำพวกเขารู้สึกแย่ยิ่งกว่าตาย

เจ้าไม่คู่ควรนั่นคือความอับอายระดับไหน? แม่ทัพเหลยผาวมีอารมณ์ร้อนรุนแรงเหมือนไฟ อุตส่าห์อ่อนข้อแสดงการผูกมิตรเพื่อทำความเข้าใจอีกฝ่าย

อย่างไรก็ตามกลับได้คำตอบจากอีกฝ่ายว่า‘เจ้าไม่คู่ควร’

“ฆ่ามัน ฆ่ามัน  ฆ่ามัน...”

ทหารองครักษ์ของแม่ทัพเหลยผาวโกรธเสียงของพวกเขาดุดัน ทุกคนเตรียมจู่โจมเย่ว์หยาง

“หยุดเดี๋ยวนี้!”

มีเสียงดังกึกก้องเหมือนฟ้าร้องกรอกหูทุกคนเงาร่างสายหนึ่งรวดเร็วกว่าสายฟ้าพุ่งเข้ามาจากที่ไกลถึงหนึ่งกิโลเมตรมาถึงเหนือจุดต่อสู้ในพริบตาและลงยืนบนสนาม  นี่คืออสูรหุ่นร่างมนุษย์มีความสูงสิบห้าเมตรผลิตโดยช่างฝีมือระดับสูง  คู่กับสัญลักษณ์ไม้เมเปิลเงินติดที่ไหล่ดูโดดเด่น  ใครก็ตามที่รู้เรื่องการต่อสู้สามารถมองเห็นได้  นี่คือหุ่นระบำดาบหนึ่งในสามอสูรหุ่นที่โด่งดังที่สุดในเมืองไม้เงินเป็นอสูรหุ่นนักรบระดับทองที่ขึ้นชื่อในด้านความคล่องแคล่วและความเร็วที่น่าทึ่ง

หุ่นระบำดาบมีระดับที่สูงมากกว่าหุ่นวานรยักษ์

ขณะที่หุ่นของกลุ่มทหารองครักษ์ของแม่ทัพเหลยผาวเป็นอสูรหุ่นระดับบรอนซ์ทั้งหมดประสิทธิภาพมิอาจเทียบได้

หุ่นระบำดบาบไม่รอช้ากระโดดออกมาทันที

เขาขึ้นเสียงดังเป็นครั้งที่สอง “หยุด!”

ผู้มาคือบุตรคนที่สิบของเจ้าเมืองไม้เงินซึ่งมีความพอใจเย่ว์หยางเขาคือจงหัว เจ้าตำหนักแสงแห่งตำหนักกลางแดนสวรรค์

“บารอนจงหัว, นี่คือสหายเจ้าหรือ?   ข้าขอบอกว่าหยิ่งยโสมาก บังอาจดูถูกข้าเหลยผาวแต่มันกลับกลายเป็นสหายของเจ้า!” แม่ทัพเหลยผาวเมื่อเห็นจงหัวแสดงอำนาจ เขายิ่งอารมณ์เสีย  แม้ว่าพื้นที่ทำเหมืองจะแบ่งออกเป็นสามจุดแต่ในช่วงสิบปีที่ผ่านมา  คนขององค์ชายเรโนลด์ยึดครองโดยพลการก่อนที่จงหัวจะส่งคนไปเตือนว่าเจ้าของปราสาทไดมอนด์สตาร์กลับมาแล้วแม่ทัพเหลยผาวหงุดหงิดมาก เขาจะคืนได้ยัง ของกินลงท้องไปแล้วจะให้ผ่าออกอีกหรือ?

ตอนนี้เมื่อจงหัวมาถึงแม่ทัพเหลยผาวรู้สึกได้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น

เขาเข้าใจว่าเป็นจงหัวผู้นี้กำลังหาเรื่องทะเลาะกับเขา

จากนั้นฮุบเอาเหมืองทั้งหมด

ทหารรับจ้างที่พกดาบและกลุ่มทหารรับจ้างเลือดร้อนทั้งหมดเป็นหมากที่จงหัววางไว้

ถ้าไม่ได้รับการสนับสนุนจากจงหัวทหารรับจ้างปีศาจยากจนนี้จะมีสมบัติอย่างหุ่นลิงยักษ์หรือ?  น่าขันเกินไปหรือไม่!

“แม่ทัพเหลยผาว!  ข้าให้เกียรติเจ้ามาโดยตลอด  แต่ข้าจงหัวต้องบอกไว้ล่วงหน้าก่อน  มีคนบางคนที่มิอาจลงมือได้อย่างเช่นน้องชายที่อยู่ข้างหน้านี้” จงหัวมองหน้าเหลยผาวที่กำลังแค่นเสียงและบอกว่าเย่ว์หยางเป็นสหายของเขา  เขายินดีที่เข้าใจผิด  อย่างไรก็ตามสิ่งที่เขาต้องทำก็คือผูกไมตรีกับลูกหลานเผ่าบูรพาอมตะ ไม่ว่าจะเป็นการล่วงเกินแม่ทัพเหลยผาวที่มีองค์ชายเรโนลด์หนุนหลังหรือไม่?  เรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องพิจารณาเลยไม่ต้องพูดถึงว่าองค์ชายเรโนลด์จะไม่ล่วงเกินเมืองไม้เงินได้ง่ายๆ  พลังในหุบเขามนุษย์ไม่มีค่าอะไรเมื่อเทียบกับแดนสวรรค์และตำหนักกลางศักดิ์สิทธิ์   ไม่,นอกจากนี้เขายังต้องการคบกับเผ่าบูรพาอมตะก็ไม่ต้องกลัวจีอู๋ลี่หรือเจ้าตำหนักสูงสุด องค์ชายเรโนลด์จะทำอะไรได้ แม่ทัพเหลยผาวผายลมคละคลุ้งทั่วหุบเขามนุษย์  แล้วลูกหลานของเผ่าบูรพาอมตะจะปล่อยให้เขารังแกได้อย่างนั้นหรือ?

จงหัวแน่ใจว่า ไม่และเหลยผาวจะต้องพ่ายแพ้อย่างน่าอับอาย

แต่เขากำจัดความคิดที่จะลงมือก่อน

นั่นจะทำให้อีกฝ่ายมั่นใจในไมตรีที่ดี

เพราะเหตุนี้จงหัวจึงไม่อาจรอให้แม่ทัพเหลยผาวลงมือกับเย่ว์หยางทันที  ดังนั้นเขาจะได้มีข้ออ้างแสดงฝีมือ  มาเลย เขากล้าลงมือทำได้  เขาก็กล้าหยุด พันธมิตรบ้าบออะไรกันนั่นต้องทรยศ! ไม่มีอะไรยิ่งใหญไปกว่าได้เป็นสหายกับเผ่าบูรพาอมตะรุ่นหลัง!

“จะเป็นยังไง ถ้าข้าต้องการลงมือ?”  แม่ทัพเหลยผาวโกรธ  เขาต้องการหาข้ออ้างฮุบเหมืองงั้นหรือ

“กล้าดีก็ลองดู!”  จงหัวแค่นเสียง  ถ้าเจ้ากล้าลงมือ อย่างนั้นก็อย่าตำหนิข้าเหยียบย่ำสังขารของเจ้า  สำหรับการสืบทอดตำหนักกลางศักดิ์สิทธิ์จีอู๋ลี่จะต้องเคลื่อนไหว อย่าว่าแต่แม่ทัพเล็กๆ เลย  ข้าพูดคุยเพราะเห็นแก่หน้าเจ้าเรียกพี่อย่างถ่อมตัว เจ้ายังกล้าสร้างปัญหาหรือ?

“งั้นก็สู้กันหากไม่มีการต่อสู้ที่ดุเดือดเสียบ้างเจ้าก็คงไม่รู้แน่” เย่ว์หยางยื่นข้อเสนอเหมือนกับว่ากลัวโลกจะวุ่นวายไม่พอ

จบบทที่ ตอนที่ 1067 จับมือเป็นสหาย? เจ้าไม่คู่ควร!

คัดลอกลิงก์แล้ว