เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 2 น้องสามที่ระหกระเหินอยู่ภายนอก

ตอนที่ 2 น้องสามที่ระหกระเหินอยู่ภายนอก

ตอนที่ 2 น้องสามที่ระหกระเหินอยู่ภายนอก


เมื่อได้ยินเสียงนั้นอีกครั้ง หนิงเฉิงเซียวขมวดคิ้วแน่น สัญชาตญาณสั่งให้เขามองไปทางต้นเสียงทันที สายตาของทั้งคู่ประสานกัน หนิงซางซางรีบเดินจ้ำอ้าวไปข้างกายเขาแล้วร้องโอดครวญใส่ "พี่รอง ในที่สุดข้าก็หาท่านเจอ! ท่านไม่รู้หรอกว่าข้าลำบากแค่ไหนกว่าจะเดินทางมาถึงที่นี่"

หนิงเฉิงเซียวสะดุ้งโหยงกับเสียงเรียก 'พี่รอง' ที่โหยหวนนั้น เขาขมวดคิ้วมองหนิงซางซาง "เจ้าเป็นใคร?"

หนิงซางซางกุมหน้าอก แสร้งทำสีหน้าเจ็บปวดรวดร้าวราวกับใจจะขาด "พี่รอง ท่านจำข้าไม่ได้หรือเจ้าคะ? ข้าคือน้องสาวคนข้าที่พลัดพรากไประหกระเหินอยู่ข้างนอกของท่านไงเล่า"

เสี่ยวกวามองดูหนิงซางซางที่กำลังเล่นใหญ่รัชดาลัย แล้วเอ่ยเตือนนาง: ‘โฮสต์ ตอนที่ท่านหายไปท่านยังเป็นแค่ทารก ส่วนพี่รองของท่านเพิ่งจะหกขวบ เขาไม่มีทางจำท่านได้หรอก’

‘เรื่องนั้นใครจะไม่รู้กันล่ะ? ข้าแค่พยายามจะทำให้พี่รองผู้มีพระคุณจดจำข้าให้ลึกซึ้งถึงจิตวิญญาณต่างหาก ดูสีหน้ามึนงงของเขาสิ เขาต้องกำลังพยายามนึกให้ออกแน่ๆ ว่าตอนข้าเป็นทารกหน้าตาเป็นยังไง’

หนิงเฉิงเซียว "???"

เสียงนั้นมาจากไหนกัน?

เด็กสาวตรงหน้าไม่ได้ขยับปากพูดสักคำ แล้วทำไมเขาถึงได้ยินเสียงนางได้?

ยังไม่ทันที่เขาจะคิดหาคำตอบได้ เขาก็เห็นท่านพ่อเดินกึ่งวิ่งออกมาจากประตูใหญ่ ใบหน้าของท่านพ่อที่มักจะสุขุมเยือกเย็น บัดนี้เต็มไปด้วยความตื่นเต้น

ทันทีที่หนิงเซียวเทียนออกมา เขาก็กวาดสายตามองหาร่างของบุตรสาว จนกระทั่งเห็นเด็กสาวรูปร่างสูงโปร่งระหงในชุดกระโปรงสีเหลืองตัดเย็บประณีต ใบหน้างดงามดั่งภาพวาด ดวงตาคู่นั้นดูคล้ายคลึงกับภรรยาของเขาอย่างยิ่ง เพียงแรกเห็น ความรู้สึกคุ้นเคยสายหนึ่งก็แล่นพล่านขึ้นมาในอก

หนิงเซียวเทียนตกตะลึงไปครู่หนึ่ง จ้องมองนางอยู่นานก่อนจะได้สติแล้วเดินเข้าไปหา เอ่ยถามหนิงซางซางว่า "เจ้าบอกว่าเป็นลูกสาวข้า? มีหลักฐานอะไรมายืนยันหรือไม่?"

แม้เด็กสาวตรงหน้าจะทำให้เขารู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด แต่เขาก็จำต้องถามตามระเบียบ เพราะตลอดหลายปีมานี้มีคนแอบอ้างเป็นลูกสาวของเขามาที่จวนหนิงกั๋วกงมากเกินไปแล้ว

หนิงซางซางได้ยินดังนั้น จึงล้วงจี้หยกออกมาจากอกเสื้อแล้วยื่นให้เขา "นี่เป็นจี้หยกที่ท่านพ่อท่านแม่ทิ้งไว้ให้ข้าเจ้าค่ะ"

หนิงเซียวเทียนมองจี้หยกที่คุ้นตา สีหน้าก็พลันตื่นเต้นขึ้นมาทันที มือไม้สั่นเทาขณะรับจี้หยกมาพินิจดู เมื่อเห็นตัวอักษรเล็กๆ คำว่า 'หนิง' และ 'ซาง' สลักอยู่ที่ด้านหลัง เขาก็หลั่งน้ำตาออกมาด้วยความยินดี "เป็นซางซางลูกพ่อจริงๆ! ซางซาง ในที่สุดพ่อก็หาเจ้าเจอแล้ว!"

‘ท่านพ่อ ข้าเป็นคนมาหาท่านต่างหาก! ขืนรอให้ท่านไปหาข้า ไม่รู้ต้องรออีกกี่ชาติกว่าจะเจอ’

เสียงที่ดังขึ้นกะทันหันทำให้หนิงเซียวเทียนชะงักไปเล็กน้อย เขาเห็นชัดๆ ว่าซางซางไม่ได้อ้าปาก แล้วทำไมจู่ๆ ถึงได้ยินเสียงซางซางพูดขึ้นมาได้?

หูแว่วแน่ๆ ต้องเป็นเพราะหูแว่วไปเองแน่ๆ

"ซางซาง เข้าไปข้างในกันเถอะ แม่ของเจ้าต้องดีใจมากแน่ๆ ที่รู้ว่าเจ้ากลับมาแล้ว" หนิงเซียวเทียนมองหนิงซางซางด้วยสีหน้าเปี่ยมรัก น้ำเสียงอ่อนโยน เพราะเกรงว่าคราวนี้จะเป็นคนแอบอ้างมาแสดงตัวอีก เขาจึงยังไม่ได้บอกเรื่องนี้กับภรรยาตอนที่ได้รับรายงานจากยาม

หนิงเฉิงเซียวมองหนิงซางซางด้วยความเคลือบแคลงใจ "ท่านพ่อ นางคือน้องสามจริงๆ หรือขอรับ?"

หนิงเซียวเทียนถลึงตาใส่บุตรชายแล้วกล่าวว่า "จี้หยกชิ้นนั้นมอบให้ซางซางตอนที่นางอายุครบหนึ่งเดือน ด้านหลังสลักตัวอักษรเล็กๆ ด้วยฝีมือพ่อเอง ต่อให้ตีพ่อให้ตาย พ่อก็ไม่มีวันจำผิด"

หนิงซางซางกะพริบตาโตปริบๆ เสนอแนะกับหนิงเซียวเทียนด้วยความจริงใจ "ข้าคิดว่าการยอมรับข้าเป็นลูกเพียงเพราะจี้หยกชิ้นเดียวมันดูมักง่ายเกินไปนะเจ้าคะ เอาแบบนี้ดีไหม เรามาพิสูจน์ด้วยการหยดเลือดพิสูจน์ญาติกันเถอะ?"

‘พี่รองผู้มีพระคุณอุตส่าห์สงสัยข้าทั้งที ข้าก็ต้องพิสูจน์ตัวตนด้วยการหยดเลือดโชว์สักหน่อย’

หนิงเฉิงเซียว "..."

สายตาของเขาจับจ้องไปที่ใบหน้าใสซื่อจริงใจของหนิงซางซาง แล้วรู้สึกปวดหัวตุบๆ ขึ้นมาทันที

เขาไม่เห็นนางขยับปากชัดๆ แล้วทำไมถึงได้ยินเสียงนางได้เล่า?

หนิงเซียวเทียนเองก็งุนงงกับเสียงที่ได้ยิน ประโยคเมื่อครู่ซางซางไม่ได้ขยับปาก แต่เขากลับได้ยินเสียงนางพูด นี่มันเกิดอะไรขึ้น? ทันใดนั้น ความคิดบ้าบิ่นอย่างหนึ่งก็ผุดขึ้นในหัว หรือว่า... เขากำลังได้ยินเสียงความคิดของซางซาง?

เขาเบนสายตาไปสังเกตปฏิกิริยาของบุตรชายคนรองและไป๋ซินโหรว ประจวบเหมาะกับที่สบเข้ากับสายตาของบุตรชายพอดี

วินาทีที่สายตาประสานกัน ทั้งคู่ก็เข้าใจได้โดยสัญชาตญาณว่าพวกเขาทั้งสองต่างก็ได้ยินเสียงความคิดของหนิงซางซางเหมือนกัน

หนิงเซียวเทียนส่งสายตาปรามบุตรชายเป็นนัยว่าให้ระวังคำพูด จากนั้นจึงเลื่อนสายตาไปมองไป๋ซินโหรวที่ยืนสงบเสงี่ยมอยู่ข้างกายบุตรชายคนรอง สีหน้าของนางดูปกติดี ราวกับว่านางไม่ได้ยินเสียงความคิดของซางซาง

ไป๋ซินโหรวสังเกตเห็นสายตาของหนิงเซียวเทียน จึงก้าวออกมาคารวะเขาอย่างรู้ความ หนิงเซียวเทียนพยักหน้าให้ส่งๆ ท่าทีเย็นชาต่อนางอย่างเห็นได้ชัด ประกายตาอำมหิตสายหนึ่งวาบผ่านดวงตาของไป๋ซินโหรว

แม้จะเพียงชั่ววูบ แต่หนิงซางซางก็จับสังเกตได้และอดไม่ได้ที่จะบ่นในใจ

จบบทที่ ตอนที่ 2 น้องสามที่ระหกระเหินอยู่ภายนอก

คัดลอกลิงก์แล้ว