- หน้าแรก
- ชีวิตใหม่กับระบบซุบซิบ ใครก็ห้ามไม่อยู่
- ตอนที่ 2 น้องสามที่ระหกระเหินอยู่ภายนอก
ตอนที่ 2 น้องสามที่ระหกระเหินอยู่ภายนอก
ตอนที่ 2 น้องสามที่ระหกระเหินอยู่ภายนอก
เมื่อได้ยินเสียงนั้นอีกครั้ง หนิงเฉิงเซียวขมวดคิ้วแน่น สัญชาตญาณสั่งให้เขามองไปทางต้นเสียงทันที สายตาของทั้งคู่ประสานกัน หนิงซางซางรีบเดินจ้ำอ้าวไปข้างกายเขาแล้วร้องโอดครวญใส่ "พี่รอง ในที่สุดข้าก็หาท่านเจอ! ท่านไม่รู้หรอกว่าข้าลำบากแค่ไหนกว่าจะเดินทางมาถึงที่นี่"
หนิงเฉิงเซียวสะดุ้งโหยงกับเสียงเรียก 'พี่รอง' ที่โหยหวนนั้น เขาขมวดคิ้วมองหนิงซางซาง "เจ้าเป็นใคร?"
หนิงซางซางกุมหน้าอก แสร้งทำสีหน้าเจ็บปวดรวดร้าวราวกับใจจะขาด "พี่รอง ท่านจำข้าไม่ได้หรือเจ้าคะ? ข้าคือน้องสาวคนข้าที่พลัดพรากไประหกระเหินอยู่ข้างนอกของท่านไงเล่า"
เสี่ยวกวามองดูหนิงซางซางที่กำลังเล่นใหญ่รัชดาลัย แล้วเอ่ยเตือนนาง: ‘โฮสต์ ตอนที่ท่านหายไปท่านยังเป็นแค่ทารก ส่วนพี่รองของท่านเพิ่งจะหกขวบ เขาไม่มีทางจำท่านได้หรอก’
‘เรื่องนั้นใครจะไม่รู้กันล่ะ? ข้าแค่พยายามจะทำให้พี่รองผู้มีพระคุณจดจำข้าให้ลึกซึ้งถึงจิตวิญญาณต่างหาก ดูสีหน้ามึนงงของเขาสิ เขาต้องกำลังพยายามนึกให้ออกแน่ๆ ว่าตอนข้าเป็นทารกหน้าตาเป็นยังไง’
หนิงเฉิงเซียว "???"
เสียงนั้นมาจากไหนกัน?
เด็กสาวตรงหน้าไม่ได้ขยับปากพูดสักคำ แล้วทำไมเขาถึงได้ยินเสียงนางได้?
ยังไม่ทันที่เขาจะคิดหาคำตอบได้ เขาก็เห็นท่านพ่อเดินกึ่งวิ่งออกมาจากประตูใหญ่ ใบหน้าของท่านพ่อที่มักจะสุขุมเยือกเย็น บัดนี้เต็มไปด้วยความตื่นเต้น
ทันทีที่หนิงเซียวเทียนออกมา เขาก็กวาดสายตามองหาร่างของบุตรสาว จนกระทั่งเห็นเด็กสาวรูปร่างสูงโปร่งระหงในชุดกระโปรงสีเหลืองตัดเย็บประณีต ใบหน้างดงามดั่งภาพวาด ดวงตาคู่นั้นดูคล้ายคลึงกับภรรยาของเขาอย่างยิ่ง เพียงแรกเห็น ความรู้สึกคุ้นเคยสายหนึ่งก็แล่นพล่านขึ้นมาในอก
หนิงเซียวเทียนตกตะลึงไปครู่หนึ่ง จ้องมองนางอยู่นานก่อนจะได้สติแล้วเดินเข้าไปหา เอ่ยถามหนิงซางซางว่า "เจ้าบอกว่าเป็นลูกสาวข้า? มีหลักฐานอะไรมายืนยันหรือไม่?"
แม้เด็กสาวตรงหน้าจะทำให้เขารู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด แต่เขาก็จำต้องถามตามระเบียบ เพราะตลอดหลายปีมานี้มีคนแอบอ้างเป็นลูกสาวของเขามาที่จวนหนิงกั๋วกงมากเกินไปแล้ว
หนิงซางซางได้ยินดังนั้น จึงล้วงจี้หยกออกมาจากอกเสื้อแล้วยื่นให้เขา "นี่เป็นจี้หยกที่ท่านพ่อท่านแม่ทิ้งไว้ให้ข้าเจ้าค่ะ"
หนิงเซียวเทียนมองจี้หยกที่คุ้นตา สีหน้าก็พลันตื่นเต้นขึ้นมาทันที มือไม้สั่นเทาขณะรับจี้หยกมาพินิจดู เมื่อเห็นตัวอักษรเล็กๆ คำว่า 'หนิง' และ 'ซาง' สลักอยู่ที่ด้านหลัง เขาก็หลั่งน้ำตาออกมาด้วยความยินดี "เป็นซางซางลูกพ่อจริงๆ! ซางซาง ในที่สุดพ่อก็หาเจ้าเจอแล้ว!"
‘ท่านพ่อ ข้าเป็นคนมาหาท่านต่างหาก! ขืนรอให้ท่านไปหาข้า ไม่รู้ต้องรออีกกี่ชาติกว่าจะเจอ’
เสียงที่ดังขึ้นกะทันหันทำให้หนิงเซียวเทียนชะงักไปเล็กน้อย เขาเห็นชัดๆ ว่าซางซางไม่ได้อ้าปาก แล้วทำไมจู่ๆ ถึงได้ยินเสียงซางซางพูดขึ้นมาได้?
หูแว่วแน่ๆ ต้องเป็นเพราะหูแว่วไปเองแน่ๆ
"ซางซาง เข้าไปข้างในกันเถอะ แม่ของเจ้าต้องดีใจมากแน่ๆ ที่รู้ว่าเจ้ากลับมาแล้ว" หนิงเซียวเทียนมองหนิงซางซางด้วยสีหน้าเปี่ยมรัก น้ำเสียงอ่อนโยน เพราะเกรงว่าคราวนี้จะเป็นคนแอบอ้างมาแสดงตัวอีก เขาจึงยังไม่ได้บอกเรื่องนี้กับภรรยาตอนที่ได้รับรายงานจากยาม
หนิงเฉิงเซียวมองหนิงซางซางด้วยความเคลือบแคลงใจ "ท่านพ่อ นางคือน้องสามจริงๆ หรือขอรับ?"
หนิงเซียวเทียนถลึงตาใส่บุตรชายแล้วกล่าวว่า "จี้หยกชิ้นนั้นมอบให้ซางซางตอนที่นางอายุครบหนึ่งเดือน ด้านหลังสลักตัวอักษรเล็กๆ ด้วยฝีมือพ่อเอง ต่อให้ตีพ่อให้ตาย พ่อก็ไม่มีวันจำผิด"
หนิงซางซางกะพริบตาโตปริบๆ เสนอแนะกับหนิงเซียวเทียนด้วยความจริงใจ "ข้าคิดว่าการยอมรับข้าเป็นลูกเพียงเพราะจี้หยกชิ้นเดียวมันดูมักง่ายเกินไปนะเจ้าคะ เอาแบบนี้ดีไหม เรามาพิสูจน์ด้วยการหยดเลือดพิสูจน์ญาติกันเถอะ?"
‘พี่รองผู้มีพระคุณอุตส่าห์สงสัยข้าทั้งที ข้าก็ต้องพิสูจน์ตัวตนด้วยการหยดเลือดโชว์สักหน่อย’
หนิงเฉิงเซียว "..."
สายตาของเขาจับจ้องไปที่ใบหน้าใสซื่อจริงใจของหนิงซางซาง แล้วรู้สึกปวดหัวตุบๆ ขึ้นมาทันที
เขาไม่เห็นนางขยับปากชัดๆ แล้วทำไมถึงได้ยินเสียงนางได้เล่า?
หนิงเซียวเทียนเองก็งุนงงกับเสียงที่ได้ยิน ประโยคเมื่อครู่ซางซางไม่ได้ขยับปาก แต่เขากลับได้ยินเสียงนางพูด นี่มันเกิดอะไรขึ้น? ทันใดนั้น ความคิดบ้าบิ่นอย่างหนึ่งก็ผุดขึ้นในหัว หรือว่า... เขากำลังได้ยินเสียงความคิดของซางซาง?
เขาเบนสายตาไปสังเกตปฏิกิริยาของบุตรชายคนรองและไป๋ซินโหรว ประจวบเหมาะกับที่สบเข้ากับสายตาของบุตรชายพอดี
วินาทีที่สายตาประสานกัน ทั้งคู่ก็เข้าใจได้โดยสัญชาตญาณว่าพวกเขาทั้งสองต่างก็ได้ยินเสียงความคิดของหนิงซางซางเหมือนกัน
หนิงเซียวเทียนส่งสายตาปรามบุตรชายเป็นนัยว่าให้ระวังคำพูด จากนั้นจึงเลื่อนสายตาไปมองไป๋ซินโหรวที่ยืนสงบเสงี่ยมอยู่ข้างกายบุตรชายคนรอง สีหน้าของนางดูปกติดี ราวกับว่านางไม่ได้ยินเสียงความคิดของซางซาง
ไป๋ซินโหรวสังเกตเห็นสายตาของหนิงเซียวเทียน จึงก้าวออกมาคารวะเขาอย่างรู้ความ หนิงเซียวเทียนพยักหน้าให้ส่งๆ ท่าทีเย็นชาต่อนางอย่างเห็นได้ชัด ประกายตาอำมหิตสายหนึ่งวาบผ่านดวงตาของไป๋ซินโหรว
แม้จะเพียงชั่ววูบ แต่หนิงซางซางก็จับสังเกตได้และอดไม่ได้ที่จะบ่นในใจ