เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1003 คืนสู่เหย้า!

ตอนที่ 1003 คืนสู่เหย้า!

ตอนที่ 1003 คืนสู่เหย้า!


มนุษย์เงือกแมงกะพรุนต้องการฆ่าตัวตาย แต่ตอนนี้ความตายนับว่าเป็นสิ่งที่เลิศหรูสำหรับเขา

แต่เขาไม่มีทางทำได้สำเร็จ

เขาไม่รู้ว่าเขาตกอยู่ในเงื้อมมือใคร  แต่เขารู้ว่าเขาตกอยู่ในเงื้อมมือบุรุษหน้ากากเงินและต้องพบจุดจบอย่างแน่นอน  สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้นก็คือพวกเขาอาจถูกยึดครองสิ่งที่พวกเขาได้พยายามทำมาโดยตลอดในเมืองไป๋เหอมาเป็นเวลาหลายพันปี  ทั้งหมดนั้นอาจจะสูญเปล่าได้

“ก็อย่างที่เจ้าบอกเขาเมื่อครู่นี้  เจ้าไม่มีทางเลือกที่สอง  ความจริงแล้วข้าไม่ต้องการให้เจ้าพูดอะไรเพราะผู้น้อยอย่างเจ้าถูกกำหนดไม่ให้รู้ความลับมากมายอยู่แล้ว” บุรุษหน้ากากเงินผู้ติดตามซือจิ่วสืบหาความลับทั้งวันก็คือเย่ว์หยางนั่นเองเขาจับมนุษย์เงือกแมงกะพรุนที่ตัวสั่นโยนเข้าไปในเจดีย์ปราบปีศาจ  รอจนถึงเวลาอันควรจึงค่อยปล่อยออกออกมาศึกษาดูว่ายังจะใช้ประโยชน์ได้หรือไม่

“ท่าน..ท่าน...” เรื่องที่เย่ว์หยางอ้างตัวว่าเป็นจักรพรรดิอวี้รุ่นใหม่ทำให้ซือจิ่วตกใจและสงสัย

“ข้าไม่อยากจะสนใจเจ้าปล่อยให้เจ้าได้อยู่คนเดียวเสียบ้าง เพราะสีหน้าของเจ้า วิธีพูดของเจ้า พ่อของเจ้าไม่หักขาเจ้าก็ดีแค่ไหนแล้ว  แน่นอนว่าเจ้ายังอายุเยาว์  คนหนุ่มมักใจร้อนแต่มองที่ความมีคุณธรรมของเจ้าบ้าง ข้าให้อภัยในความประมาทของเจ้า  และจงทราบเอาไว้ข้าไม่ค่อยอภัยคนที่ทำความผิดซ้ำสอง” ทันทีที่เย่ว์หยางยื่นมือออกมา เขาเป็นเหมือนลูกไก่ในกำมือซือจิ่วตกอยู่เงื้อมมือเขาและถูกพาตัวไปยังบันไดสวรรค์ชั้นห้า

พอกลับมาได้เขาพูดทักทายเย่คงและเจ้าอ้วนไห่กับคนอื่นๆ

เขาปล่อยซือจิ่วซึ่งตัวเต็มไปด้วยเศษดินหินและโยนลงกับพื้นราวกับโยนกระสอบทราย

เขาไม่สนใจการตอบสนองของซือจิ่วและหายตัวไป ภารกิจเทเลพอร์ตขนส่งวันละสามรอบทำให้เขาเป็นเหมือนนักธุรกิจเกมออนไลน์ไม่สามารถจะบ่นให้ใครฟังได้

เย่ว์หยางถูกบังคับให้ต้องวิ่งรอกธุรกิจจากไปแล้ว เจ้าอ้วนไห่และคนอื่นแสยะยิ้มรุมล้อมให้ความสนใจซือจิ่ว

ซือจิ่วกลัวแทบตายแต่เขาไม่สามารถหยุดได้!

“พวกเจ้าจะทำอะไร?  ที่นี่คือที่ไหน?” ซือจิ่วพบว่าที่นี่เป็นสถานที่แปลกที่เขาไม่เคยเยือนมาก่อนในการเป็นผู้สะกดรอย ต้องมีความรู้สึกถึงทิศทางและความเข้าใจภูมิภาคนั้นๆ ให้ดีนั่นเป็นเรื่องสำคัญอย่างมิต้องสงสัย ซือจิ่วกล้าพูดว่าไม่มีที่ใดในภูมิภาคสวนสวรรค์ที่เขาไม่รู้จัก  ยกเว้นหมอกซ่อน คลื่นควันและซากเมืองโบราณใต้น้ำ  แต่ที่นี่อยู่ที่ไหนกัน?  สถานที่ผีสางนี้ไม่มีน้ำสักหยดมันอยู่ที่ไหนในภูมิภาคสวนสวรรค์ ถ้าไม่ได้อยู่ในภูมิภาคสวนสวรรค์ นักสู้แข็งแกร่งที่อ้างว่าเป็นจักรพรรดิอวี้รุ่นใหม่สามารถพาเขาออกจากภูมิภาคสวนสวรรค์ได้ในทันที พลังที่น่ากลัวขนาดนี้ หรือว่าเขาคือเทพเจ้าในตำนาน?

“ที่นี่คือบันไดสวรรค์ ใช่แล้วก็อยู่ในหอทงเทียน ซึ่งเป็นที่เจ้าชาวแดนสวรรค์เคยอยู่มาก่อน   ในเมื่อเป็นหอทงเทียนอย่างนั้นเราก็เป็นชาวพื้นเมืองของหอทงเทียน เป็นยังไงบ้างคนพื้นเมืองรูปหล่ออย่างข้าเจ้าเคยเห็นมาบ้างหรือเปล่า?” เจ้าอ้วนไห่ยิ้ม ซือจิ่วหลั่งเหงื่อเยียบเย็น เขาเหมือนสินค้าที่กำลังถูกตรวจสอบ

“หอทงเทียน?” ซือจิ่วทำอะไรไม่ถูก เขาไม่เคยคิดว่าเพียงชั่วขณะ เขาจะถูกคนพามาหอทงเทียนที่เผ่าพันธุ์วงศ์ตระกูลของเขาไม่สามารถกลับมาได้หลายพันปีแล้ว

“เจ้ามีอะไรจะพูดอีกไหม?”  เจ้าอ้วนไห่ใช้มือหนาใหญ่กดไหล่ของซือจิ่วไว้

“ข้า ข้า.. ตอนนี้ข้า.. ไม่  ข้าเป็นข้ารับใช้จักรพรรดิ  เขาเพิ่งจะรับข้า ตัวข้าเองข้าเป็นชาวหอทงเทียน เป็นกลุ่มคนที่ถูกทอดทิ้งตกค้างอยู่ในแดนสวรรค์ข้าทำหน้าที่เป็นมือปราบคอยติดตามไล่ล่าคนทรยศข้ารับการช่วยเหลือจากจักรพรรดิอวี้ขณะที่เขาไล่ตามคนทรยศ”  ซือจิ่วพูดอย่างรวดเร็วสุดชีวิตบอกเล่าเรื่องราวหลายอย่างของเขา  เขารู้ว่าอีกฝ่ายคงไม่ฆ่าเขาแน่  แต่ถ้าเขาไม่ทำให้ชัดเจน หากถูกเจ้าอ้วนโจมตีเขาจะตะโกนบอกได้อย่างไร? เพื่อปกป้องความบริสุทธิ์ของตนเอง ซือจิ่วตัดสินใจแกล้งทำเป็นร่วมด้วย

“เจ้าเป็นบริวารของคุณชายไตตันหรือ?” เขาเห็นคนสองสามคนในกลุ่มแทรกตัวออกมาและจับมือซือจิ่วอย่างเป็นกันเอง

“เป็นเรื่องจริงหรือนี่?”

“ยินดีต้อนรับน้องใหม่ในที่สุดก็ถึงวันที่ข้าหวังไว้เสียที”

ซือจิ่วเกือบประทับใจกับความกระตือรือร้นของคนเหล่านี้เขาแนะนำตัวเองว่าชื่อจินหวินและกำลังตื่นเต้นดีใจจนน้ำตาไหลพรากเขาเข้ามาจับมือโอบกอดต้อนรับอย่างอบอุ่น

พระเจ้า ชาวหอทงเทียนให้ความรู้สึกอบอุ่นเป็นกันเองอย่างคาดไม่ถึง!

ด้วยความตื่นเต้นกระตือรือร้นต้อนรับอย่างอบอุ่นและการแนะนำตนเองของคนเหล่านี้ในที่สุดซือจิ่วก็เข้าใจคนกลุ่มนี้  เจ้าอ้วนผู้ดูเหมือนปีศาจมีชื่อว่าไห่ต้าฟู่แม้ว่าเขาจะอ้างว่าเป็นพี่ใหญ่ของคนกลุ่มนี้ แต่ซือจิ่วรู้สึกว่าเขาดูไม่เหมือนจะเป็นเช่นนั้น  แต่บุรุษชื่อเสวี่ยทันหลางผู้หล่อเหลาเยือกเย็นยังดูคล้ายยิ่งกว่า นอกจากสองคนนี้แล้วยังมีองค์ชายเทียนหลัวผู้สุภาพอ่อนโยนที่สุดบุรุษผู้ผอมบางแต่สายตามั่นคงดุจขุนเขาชื่อเย่คงน่าจะเป็นผู้ช่วยหรือรองหัวหน้าในกลุ่มคอยรับผิดชอบกลุ่มคนของจักรพรรดิอวี้

สองพี่น้องตระกูลหลี่ หลี่เกอหลี่ชิวไม่จำเป็นต้องมอง ต้องเป็นองครักษ์ผู้ภักดีที่สุดแน่นอน

จินหวินผู้ตื่นเต้นมากจนน้ำตาไหลยืนเช็ดน้ำตาเป็นระยะๆ  และฟงจีแมวขโมยที่เป็นส่วนหนึ่งในกลุ่ม

ขณะที่คนอื่นๆอีกหลายคนบางคนมีพลังต่ำกว่าเล็กน้อย และบางคนก็สูงกว่าเล็กน้อยตัวอย่างเช่นพวกที่บอกชื่อว่าจงกวน เฮยถู ไป๋หม่า ฯลฯ น่าจะเป็นคนในกลุ่มเดียวกันเพราะพลังของพวกเขาดูเหมือนจะแข็งแกร่งกว่าเขามาก... “ขอบคุณข้าไม่รู้เลยว่าพวกท่านจะต้อนรับอบอุ่นถึงเพียงนี้”  ซือจิ่วตื่นเต้นในหัวใจ

เขาคิดว่าคนในแดนมาตุภูมิของเขามีการแสดงออกที่อบอุ่นเป็นกันเอง!

เจ้าอ้วนไห่คว้าไหล่ของเขาและส่ายหน้าหัวเราะ  “ยัง ยังไม่พอ เจ้ายังไม่ได้สัมผัสความกระตือรือร้นของพวกเราเลย!” พูดไม่ทันขาดคำ เย่คงก็ปล่อยหมัดเต็มจมูกซือจิ่ว ซือจิ่วไม่ทันตั้งตัวเลือดกำเดาของไหลทันที  เจ้าอ้วนไห่จับไหล่ของเขาแล้วทุ่มลงกับพื้นหิน

หลังจากพูด ซือจิ่วยังไม่ทันได้ร้องเขาโดนย่ำไป 78 เท้าเห็นจะได้ เขาคร่ำครวญอย่างหนัก ซือจิ่วรู้สึกเหมือนถูกกระทิงขวิดใส่  กระดูกของเขาลั่นไปทั้งตัว

ซือจิ่วพบว่าคนที่ดุร้ายที่สุดในตอนนี้ก็คือจินหวินผู้ตื่นเต้นเช็ดน้ำตาต้อนรับเขา

ฟงจีที่กอดเขาอย่างกระตือรือร้นก็ไม่ด้อยกว่ากัน  ซือจิ่วแน่ใจเต็มร้อยว่า ถ้าเจ้าพวกบ้านี้ตั้งใจทำร้ายผู้ร่วมงาน  แสดงว่าเขาคงเป็นพนักงานดีเด่นที่สุดในโลก

“พวกเจ้า พวกเจ้า อ๊า.. จะทำอะไร?”  ซือจิ่วคิดว่ามีความเข้าใจผิดอะไรบางอย่างหรือไม่?

“นี่คือพิธีต้อนรับแบบพิเศษ!” เจ้าอ้วนไห่ฟาดเขาอย่างแรงและอธิบายด้วยสีหน้าจริงจัง  ราวกับว่าถ้าเขาไม่ตบแรงๆจะถือว่าไม่เป็นการแสดงความรักต่อซือจิ่ว

“เดี๋ยวก่อน”ซือจิ่วไม่คิดว่าทุกคนจะต้อนรับเขาแบบนี้จริงๆ เทียบกับการจับมือและกอดกัน แม้ว่าจะไม่คุ้นเคยอยู่บ้างแต่มันก็ยังดีกว่าไล่ทุบตีกันอย่างนี้

“เราไม่มีอคติต่อเด็กใหม่ทุกคนอยู่แล้ว!  มาเถอะให้เราแสดงความขวนขวายต้อนรับน้องใหม่ เรายังคงประเพณีที่ดีงามอย่างนี้ต่อไป มรดกนี้จะถูกละเลยไม่ได้!  อ้วนไห่!  เจ้าหยุดมือทำไม?”  เย่คงมองดูอ้วนไห่ลอบออกจากวง

“พวกเจ้าเล่นไปก่อน ข้าหิว ข้าจะไปหาอะไรกินเพื่อเพิ่มพลังสักหน่อยจะให้เด็กใหม่ผ่านพิธีรับน้องใหม่ไปโดยไม่ประทับใจได้อย่างไร!”  เจ้าอ้วนไห่พูดจนซือจิ่วอยากจะร้องไห้ดังๆ  ถ้าจะตีก็ตีไปเลยนี่ยังต้องกินเอาแรงแล้วค่อยกลับมาตีใหม่ รังแกกันเกินไปหรือเปล่า?

เขาไม่ได้ร้องไห้ แต่จินหวินร้องไห้

เขาร้องไห้เช็ดน้ำตาพลางทุบตีไปด้วย

เจ้าผู้นั้นอธิบายว่า“ข้าตื่นเต้นมากจริงๆ ข้ารอวันนี้มานานเท่าใดแล้ว.. ทำไมข้าต้องเป็นเด็กใหม่คนล่าสุด?ทำไมคุณชายไตตันไม่รับสมัครคนใหม่? ข้ามักเหมือนอยู่ในอนาคตที่มืดมน คาดไม่ถึงเลยว่าในที่สุดวันนี้ความทุกข์ทรมานของข้าจะจบลง แล้วข้าจะไม่มีความสุขได้ยังไง?”

ตอนนี้ซือจิ่วเข้าใจเรื่องทั้งหมดในที่สุด

กลับกลายเป็นว่าคนใหม่จะถูกคนเก่ารังแก!

ไอ้พิธีรับน้องบ้าบอนี่ ใครคิดขึ้นมาวะนี่เป็นพิธีกรรมอันตรายเกินไปหรือเปล่า?

หลังจากลงมือหนึ่งชั่วโมงทุกคนเหนื่อยเล็กน้อย จึงหยุดพักกินอาหารกินน้ำ มีแต่ฟงจีและจินหวินที่ยังทำพิธีต้อนรับไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

เหมือนกับว่าไม่เคยทุบตีมาก่อนถ้าไม่ตีหนักขึ้นกลัวว่าตนเองจะตายเสียก่อน

“พี่ใหญ่ทั้งสอง หยุดพักก่อนเถอะแล้วค่อยมาต่อใหม่!” ซือจิ่วยอมรับชะตากรรม ยอมรับว่าตนเองเป็นน้องใหม่?  ตอนนี้เขาเห็นฟงจีและจินหวินดูเหนื่อยสายตัวแทบขาดทั้งสองคน  เขาทนดูไม่ไหวเหมือนกับว่าการจะทำงานต้อนรับน้องใหม่ให้ดี ไม่ใช่เรื่องง่ายฟงจีและจินหวินปฏิเสธคำแนะนำของซือจิ่ว  ทั้งที่เหนื่อยก็ต้องทำต่อไป  ในฐานะคนมาก่อนถ้าไม่ทำให้เด็กใหม่ประทับใจอย่างลึกซึ้ง นั่นถือเป็นความล้มเหลวของชีวิต

“เอ่อ..ขอถามได้ไหมเมื่อไหร่จะมีคนใหม่เข้ามาร่วม?” ซือจิ่วถามปัญหาสุดท้ายพอดีเจ้าอ้วนไห่และคนอื่นก็ฟื้นคืนเรี่ยวแรงหลังจากกินเสร็จ

“รอไปก่อน มักจะมีมาเรื่อยๆ  อย่างมากไม่เกินครึ่งปี  อย่างเร็วก็เดือนหรือสองเดือนก็น่าจะมีน้องใหม่เข้ามาร่วม!” เจ้าอ้วนไห่ตอบคำถามให้เป็นอย่างดี

“....”ซือจิ่วได้ยินแล้วพบว่าคงไม่มีหวังแก้แค้นในช่วงเวลาสั้นๆ เขารู้สึกผิดหวัง

“พวกเจ้า พวกเจ้าตบหน้าด้วยหรือ?”  เมื่อซือจิ่วพูดไม่ทันจบเขาพบว่าทุกคนระดมให้คำตอบเขาทันที

โอวแม่เจ้า ปากอีกาแท้ๆ!

ผ่านไปอีกหนึ่งชั่วโมงเย่ว์หยางไปจากเมืองอู๋เย่ แดนสวรรค์ใต้ ไปปราสาทตระกูลเย่ว์ หอทงเทียนและไปยังเมืองลู่หลิวแดนสวรรค์ตะวันตกเสร็จธุระแล้วกลับมายังบันไดสวรรค์ชั้นห้า  คราวนี้เขาพาทุกคนไปยังเมืองไป๋เหอ  คนที่เหยาะแหยะอย่างเจ้าอ้วนไห่จะไม่ก้าวหน้าถ้าไม่พาพวกเขาไปฝึกซ้อมหาประสบการณ์

ซือจิ่วกลับมายังโรงเตี๊ยมปลาวาฬหน้าของเขาบวมปูดยิ่งกว่าหัวหมู เถ้าแก่กันฉวนแทบจำลูกชายตนเองไม่ได้

จนกระทั่งเขาเอ่ยปากพูดเถ้าแก่กันฉวนนึกว่าผีหลอก แต่เขาจำได้ทันทีว่าบุรุษหัวหมูนี้ก็คือลูกชายของเขาเอง ทำเอาเขาแทบตกใจตาย

เถ้าแก่กันฉวนคว้าตัวลูกชายพาเข้าห้องลับ  “เกิดอะไรขึ้น? ทำไมเจ้าถึงกลับมา?”  เขาคิดว่าลูกชายของเขาหนีไปแล้วแต่คงถูกตรวจพบและแหวกวงล้อมหนีกลับมาซือจิ่วน้ำตานองหน้าและคุกเข่าต่อหน้าบิดาเขา “ท่านพ่อ! ข้า ข้าผิดไปแล้ว..”

เมื่อได้ยินเช่นนี้เถ้าแก่กันฉวนถลึงตามองดูลูกชายด้วยแววตาอำมหิต “ลูกอกตัญญู, เจ้าทรยศตระกูลหรือ?”

เขาคิดว่าลูกชายของเขาถูกจับไปทรมานบังคับให้ทรยศพวกพ้อง

ซือจิ่วส่ายหน้าน้ำตาไหลพราก “ท่านพ่อไม่ใช่อย่างนั้น แต่เป็นข่าวดี...” เขาพบว่าตนเองถูกมนุษย์เงือกแมงกะพรุนจับได้จากนั้นเย่ว์หยางปรากฏตัวมาช่วยเขาไว้และในที่สุดพาเขาไปที่บันไดสวรรค์ เขาเล่าเรื่องทุกอย่างรวดเดียว  เถ้าแก่กันฉวนไม่เชื่อในตอนแรก  แต่ขณะนั้นเองเย่ว์หยางเจ้าอ้วนไห่และพวกพ้องปรากฏตัวที่โรงเตี๊ยมปลาวาฬ

จนกระทั่งเย่ว์หยางแสดงตราเทพจักรพรรดิอวี้ เถ้าแก่กันฉวนจึงปักใจเชื่อว่าลูกชายของเขาพูดจริง

นี่เหมือนกับความฝันจริงๆ

ตอนนี้หอทงเทียนที่เขาไม่ได้กลับไปเป็นพันๆปีสามารถกลับไปได้  เพราะพอจักรพรรดิอวี้ตายทางผ่านเชื่อมหอทงเทียนและแดนสวรรค์ถูกผนึกนักสู้ชาวหอทงเทียนที่เหลือรอดตกค้างในแดนสวรรค์ทั้งหมดรู้สึกสิ้นหวังช่วยอะไรไม่ได้ ถูกโดดเดี่ยวเดียวดายเป็นพันๆ ปีในที่สุดก็เห็นรุ่งอรุณแห่งความหวัง หอทงเทียนไม่เพียงแต่กลับไปได้เท่านั้นแต่ยังมีจักรพรรดิอวี้รุ่นใหม่รับตกทอดมรดกของบรรพบุรุษ!

เถ้าแก่กันฉวนหลั่งน้ำตา

เขาร้องไห้เหมือนเด็ก

เขาเป็นผู้เหลือรอดชาวหอทงเทียนซึ่งเกิดในแดนสวรรค์  เขาไม่เคยเห็นหอทงเทียน แต่ความคิดคำนึงของคนรุ่นปู่ย่าตายายของเขาส่งผลถึงเขา

ไม่ว่าแดนสวรรค์จะดีเพียงใดแต่นี่ไม่ใช่มาตุภูมิของเขา ไม่ใช่รกรากของเขาเอง... คำพูดเหล่านี้เถ้าแก่กันฉวนไม่มีวันลืม เมื่อทวดของเขาเดินหน้าอย่างไม่ลังเลเพื่อไล่ล่าผู้ทรยศอย่างไม่เหลียวหลังกลับ น่าเสียดายที่อาจเอาร่างของเขากลับไปฝังที่มาตุภูมิได้มิฉะนั้นเขาคงไม่มีอะไรต้องเสียใจ

ตอนนี้จะสามารถกลับแดนมาตุภูมิได้ความปรารถนาสุดท้ายของทวดเขาคงสำเร็จได้

“สมาชิกจากหอทงเทียนทิ้งบุคคลที่รักเข้ามาในแดนสวรรค์แล้วท่านก็ยังไม่ลืมเลือน หอทงเทียนมาตุภูมิของเราก็ไม่ลืมเลือนพวกท่าน” ผู้เฒ่าหนานกงซึ่งติดตามมาด้วยกันจับมือของเถ้าแก่กันฉวนด้วยความปลื้มปิติ“ขอต้อนรับสหายกลับบ้าน!”

“ฮือออ!” เถ้าแก่กันฉวนไม่เคยเสียน้ำตามากขนาดนี้มาก่อนในชีวิต

ขณะนั้นเองเขาเข้าใจได้อย่างสมบูรณ์

ทำไมคนรุ่นพ่อถึงได้รักมาตุภูมิถิ่นเกิดของท่านกลับกลายเป็นว่าเมื่อมีบ้านเกิดก็ต้องมีบ้าน มีความอบอุ่นในหัวใจนั่นคือรกรากแท้จริง!

เย่ว์หยางมอบหมายกระบวนการทั้งหมดนี้ให้ผู้เฒ่าหนานกงในฐานะหัวหน้าองครักษ์จัดการ

เถ้าแก่กันฉวนสนทนาพูดคุยกับผู้เฒ่าหนานกงตลอดทั้งคืนและเดินออกมาข้างนอกอย่างกระฉับกระเฉง ยิ่งไปกว่านั้นเขาเคยรู้สึกว่าแก่ขึ้น แต่ตอนนี้รู้สึกว่ามีพลังไม่สิ้นสุดยังสามารถทำงานได้อีกหลายร้อยปี

“ท่านพ่อ!” ซือจิ่วยืนอยู่หน้าประตูเขาลังเลเล็กน้อยก่อนพูดเบาๆ  “ข้าต้องการแนะนำท่านกับคุณชายไตตัน...”

“เจ้าลูกอกตัญญู!”เถ้าแก่กันฉวนเมื่อได้ยินเช่นนั้นโกรธ ลูกชายโดนทุบตี จะแนะให้พ่อเป็นเด็กใหม่แล้วโดนซ้อมเพื่อความสะใจหรือ? นี่เขายังเป็นลูกอยู่หรือเปล่า?

ทันใดนั้นเขาวิ่งไปที่ครัวและคว้ามีดทันที

ซือจิ่วกลัวจนขวัญหนีดีฝ่อเผ่นหนีกระเจิง...

จบบทที่ ตอนที่ 1003 คืนสู่เหย้า!

คัดลอกลิงก์แล้ว