เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 991 ข้าจะเป็นเทพคนต่อไป!

ตอนที่ 991 ข้าจะเป็นเทพคนต่อไป!

ตอนที่ 991 ข้าจะเป็นเทพคนต่อไป!


ซุ้มประตูเมืองด้านตะวันตก

อู่หลานลอบกลับมายังที่ต่อสู้และพบว่าชี่เหยียนกลายเป็นปุ๋ยไปแล้ววานรทองแขนเหล็กทั้งสี่ก็มีชะตากรรมเช่นเดียวกับนาง

ในที่ต่อสู้เหลือแต่เพียงนางพญาดอกหนามมงกุฎทองนางยังคงยิ้มหวานดูน่ารักไม่เป็นพิษเป็นภัยต่อมนุษย์และสัตว์ทั้งหลาย นางดูไม่เหมือนนักรบที่ผ่านการสังหารใหญ่มาแม้แต่น้อย  แต่เป็นเหมือนเจ้าหญิงผู้รอยให้อัศวินมาช่วยเหลือนางมากกว่า

การต่อสู้พันตูในอุทยานเสียงดังสนั่นน่ากลัวแรงระเบิดแผ่ออกไปราวกับคลื่นสึนามิ

คลื่นระเบิดกระจายไปไม่ขาดสาย มีมาเป็นระลอกแล้วระลอกเล่า

“ถ้าเจ้าชอบ จะส่งโลงทองนี้ให้พี่สาวเจ้าก็ได้”  เสียงของตั่วตั่วสูง  คนอื่นๆ ฟังแล้วสบายใจเข้าใจว่าหญิงสาวผู้นี้น่ารักตั้งแต่เกิด

“ถ้าข้าต้องการโลงทองนี้ ข้าเกรงว่าจะต้องอยู่ในนั้นตลอดไป”  จู่ๆ อู่หลานแห่งเผ่ากาทองสามขาถอนหายใจ

“เป็นไปได้อย่างไร พี่สาวของเจ้าดุร้ายยิ่งนัก”  ตั่วตั่วยิ้มและส่ายหน้าเสียงของนางดังเหมือนระฆังเงิน ไพเราะเสนาะหู

“ข้าไม่ใช่คนโง่อย่างชี่เยี่ยนในการต่อสู้ครั้งนี้ ข้าไม่ต้องการสู้กับพวกเจ้าแม้แต่น้อย เผ่ากาทองสามขาของเราไม่ได้มีความเกลียดชังกับชาวหอทงเทียน  ตรงกันข้ามบรรพบุรุษของเรามีความเกี่ยวพันกันมานานแล้ว เย่ว์ไตตันพาพวกเจ้าขึ้นมานั่นไม่มีอะไรเกี่ยวกับเรา  ทั้งไม่ได้คุกคามเผ่ากาทองสามขาของเรา   ถ้าไม่ใช่เป็นเพราะจ้าวสุริยาขู่ว่าจะกำจัดข้าในเวลานั้น  เพื่อความสงบสุขของหุบเขาสุริยันต์ ข้ายอมสลับกับน้องสาวและแต่งงานกับจ้าวสุริยา  ข้าไม่เคยมีความสุขแม้แต่วันเดียว  แต่ข้าไม่มีความสามารถฝืนชะตากรรมและไม่มีทางที่ข้าจะดิ้นรนต่อสู้ได้ ตอนนี้ข้าเหนื่อย และไม่ต้องการต่อสู้อีกต่อไป  ถ้าเย่ว์ไตตันได้ชัยชนะสุดท้าย ข้าจะกลับไปใช้ชีวิตอย่างสงบสุขที่หุบเขาสุริยันต์” อู่หลานพูดมาถึงท้ายนางคล้ายกับรำพึงกับตนเองด้วยความเสียใจ

“น่าเสียดาย! ข้าสนใจเจ้ามากกว่าปุ๋ยชี่เยี่ยนเสียอีก” ตั่วตั่วเก็บโลงทองไว้ในคัมภีร์อัญเชิญ จากนั้นหันมามองอู่หลานที่ก้าวเดินบนดอกไม้จากไป

“ข้าหวังว่าจะสามารถได้รับอิสรภาพคืนเท่านั้น...” อู่หลานให้ความสนใจกับการต่อสู้ในอีกฝั่งหนึ่งของจตุรัส  แต่นางไม่ยินดีจะเข้าไปใกล้นางกลัวว่าจ้าวสุริยาที่ยังต่อสู้อย่างหนักจะพบเจอนาง

เขตพื้นที่เชิงบันไดของตำหนักม่วงทอง

จ้าวสุริยากำลังต่อสู้อย่างยากลำบาก

ว่ากันตามระดับนักสู้และระดับพลัง  เขาเหนือกว่าเย่ว์หยางมาก  แต่ปัญหาก็คือเย่ว์หยางมีลูกไม้มากเกินไปและเริ่มมีผู้ช่วยที่แข็งแกร่งตามมาสมทบทีละคน

ชุดแรกเป็นอาหมันและอาหงจากนั้นที่ตามมาก็เป็นสาวมังกรไร้เขาเจี้ยงอิงและอิคคา  สุดท้ายเป็นตั่วตั่วที่เพิ่งย่อยชี่เหยียนให้เป็นปุ๋ยและทำให้อู่หลานรู้สึกกลัว ความช่วยเหลืออย่างเดียวของจ้าวสุริยาก็คือประกายจากร่างกึ่งเทพ อย่างไรก็ตามมีร่างฉายอสรพิษทองและเสี่ยวเหวินหลีคอยขัดขวางทำให้มันไม่มีเวลาช่วยเหลือ

ที่ด้านหลังตำหนักองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนและจุ้ยมาวอี้รีบเร่งมาสมทบกับเย่ว์หวี่และภูตน้อยตั๊กแตนมัจจุราชกับภูตเพลิงปั่นป่วน  นี่คือที่ซึ่งชี่เยี่ยนเคลื่อนย้ายโลงทองโบราณออกมาที่ต่างกันคือชี่เยี่ยนเพียงแต่เคลื่อนย้ายโลงอย่างเดียว แต่พวกนางมาที่นี่เพื่อหาความลับของของคัมภีร์เทพหรือตำหนักม่วงทอง องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนมีลางสังหรณ์ว่าต้องมีกุญแจที่สามารถเอาชนะพลังของจ้าวสุริยาได้

จ้าวสุริยามีร่างกึ่งเทพและมีทักษะฟื้นฟูพลัง  ทำให้เขาเป็นอมตะได้ง่ายนางต้องค้นหาความลับของพลังเทพแบบนี้ และเอาชนะด้วยกฎสวรรค์โบราณให้ได้

และคนที่เป็นกุญแจสำคัญนี้องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนคิดว่าอาจเป็นเย่ว์หวี่

ไม่ใช่ตัวนางเอง

“ความลับอยู่ที่ไหน? รีบหาเร็ว!”  เย่ว์หวี่กังวลจนหลั่งน้ำตา นางรู้ว่าทุกนาทีที่การต่อสู้ถูกถ่วงเวลาล่าช้าออกไปน้องชายนางจะยิ่งเสียเปรียบ ที่สำคัญระดับพลังและความแข็งแกร่งของจ้าวสุริยาจะเพิ่มความอันตรายมากขึ้นทุกขณะ

“พระเจ้า! ยังมีวิหารที่สูงกว่าอยู่ด้านหลัง....” ภูตน้อยตั๊กแตนมัจจุราชบินออกไปและต้องประหลาดใจเมื่อนางพบว่าตำหนักทองม่วงเป็นเพียงตำหนักทางเข้าโลกคัมภีร์ยังมีวิหารด้านหลังที่ใหญ่กว่าลึกเข้าไปอีก  ข้างหลังตำหนักม่วงทองยังมีพื้นที่โลกคัมภีร์ลึกเข้าไปอีกไม่มีที่สิ้นสุดพื้นที่โลกคัมภีร์เทพใหญ่โตเกินจินตนาการจริงๆ

“ยังมีวิหารอีกหนึ่งหรือ?  เจ้าจะค้นหาความลับของคัมภีร์เทพได้อย่างไร!” องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนร้อนรน นางไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไป จะเดินหน้าต่อหรือรออยู่ที่ด้านหลังตำหนักม่วงทอง

“ใจเย็นๆ ต้องมีทางแก้สักอย่างแน่นอน”  จุ้ยมาวอี้ปลอบโยนคนอื่นแต่นางกลับหลั่งน้ำตา

“ใช่แล้ว, ข้าต้องสงบจิตใจลงให้ได้  ข้าต้องช่วยเสี่ยวซานให้ได้  ข้าต้องสงบ....”  ทันใดนั้นเย่ว์หวี่พึมพำราวกับคนเสียสติ  ดวงตาของนางเริ่มเหม่อมองไปไกลจิตใจของนางอยู่ในสภาพวุ่นวายสับสน ดูเหมือนกับว่าจิตใจนางวนเวียนกับความคิดที่ไม่รู้จบ องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนกอดโอบนางด้วยมือที่สั่นเทาและพยายามปลอบให้นางร่าเริงขึ้น  แต่กลับพบว่าลำคอของนางตีบตันเสียงแหบแห้งและหลั่งน้ำตาสองสาย ไม่สามารถพูดออก

เมื่อเห็นสถานการณ์ของสตรีทั้งสามแม้แต่ภูตเพลิงปั่นป่วนที่เต็มไปด้วยพลังงานและความกระตือรือร้นและมักหาโอกาสแยกออกจากกลุ่มไปดูดซับพลังงานก็ยังสงบเงียบลง

นางจะไม่โน้มน้าว

ได้แต่ลอยไปลอยมาคอยอย่างเงียบสงบ

“บางทีความลับของคัมภีร์เทพอาจอยู่ในโลงทองก็ได้!”  ภูตน้อยตั๊กแตนมัจจุราชก็เป็นห่วงเช่นกัน  ตัวนางเองไม่สามารถช่วยอะไรได้มาก  แต่นางเหมือนมีพรสวรรค์อยู่ในใจและพอความคิดของนางผุดขึ้นมา นางร้องขึ้นดังๆ

“ข้าจะกลับไปเอง  พวกเจ้าอยู่ดูแลพี่หวี่ก่อน  ระวังอย่าให้นางตกอยู่ในอันตราย”  องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนมองดูวิหารข้างหน้าซึ่งสูงใหญ่เกินไป การสำรวจอีกครั้งนางเกรงว่าจะไม่มีเวลามากพอ นางจึงรีบกลับไปที่โลงทองโบราณเพื่อหาดูว่ามีความลับใดหรือไม่ ก่อนหน้านี้ในหอทงเทียนเย่ว์หยางเคยพาทุกคนไปที่เขตรอบนอกของคัมภีร์อัญเชิญระดับเทพสาวกิเลนปิงหยินได้เอาโลงทองโบราณที่คล้ายกันมาให้เย่ว์หยาง ความลับเก็บอยู่ภายใน จนกระทั่งบัดนี้ก็ยังคลี่คลายได้ไม่เต็มที่  บางทีความลับของตำหนักม่วงทองอาจจะอยู่ภายในโลงทองโบราณก็ได้

“ท่านหญิง, ข้าเพิ่งคิดได้ว่านั่นอาจไม่ถูกต้อง” ภูตน้อยตั๊กแตนมัจจุราชมองดูองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนด้วยสีหน้าจริงจัง “ข้าไม่มีความสามารถในเรื่องลางสังหรณ์เหมือนท่าน แต่ข้าแค่คิดดู  ถ้านั่นไม่ถูกต้อง ข้าควรทำเช่นไร?ไม่อยากหวนคิดถึงเรื่องนั้นเลย...”

“เวลาสายเกินไปแล้ว ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นข้าก็ต้องสู้”  องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนถือดาบเทพจักรพรรดิอวี้และปาดน้ำตาจากนั้นบินกลับไป

“อย่าเพิ่งวู่วาม, เชี่ยนเชี่ยน...” จุ้ยมาวอี้เกรงว่านางจะตกอยู่ในอันตรายจึงรีบติดตามไปทันที

“ทีนี้ เราจะทำยังไงกันดี?” ภูตน้อยตั๊กแตนมัจจุราชมองไปที่ภูตฟ้าปั่นป่วน  ภูตฟ้าปั่นป่วนไม่มีความเห็นแต่อย่างใด  ด้วยสติปัญญาของนาง นางไม่รู้วิธีคิดแก้ปัญหาเหล่านี้ได้แต่รอคอยอย่างเงียบสงบ รอให้คนอื่นตัดสินใจหรือทำตามสิ่งที่เย่ว์หยางสั่งไว้ก่อนนั้น

“ข้าต้องช่วยเสี่ยวซาน  ข้าต้องช่วยเสี่ยวซานให้ได้...”  เย่ว์หวี่ตกอยู่ในอาการสับสนจิตวิญญาณแทบพังทลาย เพราะนางเห็นวิหารใหญ่ที่ด้านหลังอีก

“ข้าจะทำอย่างไร?  ข้าไม่อาจทำคนเดียวได้!  ข้าไม่อาจตัดสินใจได้ข้าอยากช่วยนายท่าน แต่ข้าไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร!  ท่านหญิงหวี่ ขอร้อง..ตื่นเถอะข้าถนัดแต่เพียงต่อสู้ ไม่อาจทำการตัดสินใจเปลี่ยนชะตาชีวิตข้าได้!  ความลับอาจอยู่ที่วิหารข้างหน้าก็ได้ บางทีอาจอยู่ในโลงทองโบราณก็ได้ ในตำหนักม่วงทองท่านหญิงหวี่บอกว่ามีคัมภีร์อัญเชิญชั้นเทพซึ่งมองคล้ายคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์และดูเหมือนจะเป็นคัมภีร์เทพอาจจะมีความลับที่แท้จริงก็ได้ บางทีที่นี่อาจมีพลังงานผิดปกติมากมายเช่นเดียวกับกฎสวรรค์ที่บิดเบือนและพลังงานแปลกประหลาด...โอวพระเจ้า...หัวข้าจะระเบิดอยู่แล้ว สถานที่ลับของตำหนักม่วงทองอยู่ที่ใดกันแน่?  โดยรอบจะมีพื้นที่มิติมากมายและมีม่านพลังคุ้มกัน ความลับอยู่ที่ใดกันแน่? ท่านหญิงหวี่ ขอร้อง ฮือๆๆ ได้โปรดตื่นเร็วๆ เถิด...”

ภูตน้อยตั๊กแตนมัจจุราชกระวนกระวายมากขึ้นทุกทีแรงกดดันในใจนางมากเกินไปจนนางต้องร้องไห้ระบายออกมา

นางกอดแขนเย่ว์หวี่และร้องไห้ดังขึ้นทุกทีหลั่งน้ำตามากขึ้น

เพราะเสียงร้องไห้ของนางเย่ว์หวี่จึงค่อยๆ ได้สติ

ดูเหมือนว่าเสียงร้องไห้ของนางจะปลุกให้เย่ว์หวี่ตื่นจากภวังค์ร่างของเย่ว์หวี่เปล่งรัศมีศักดิ์สิทธิ์บริสุทธิ์ ในห้วงเวลาแห่งความเป็นและความตายนี้นางสามารถบรรลุผ่านสภาวะจิตสับสนวนเวียนกับความคิดเดิมและได้รู้แจ้งยกวิญญาณขึ้นสู่ระดับใหม่บุคลิกที่เงียบสงบเหมือนกับทะเลสงบฟื้นฟูกลับมาทันที

เย่ว์หวี่หลับตาเบาๆแต่น้ำตานางยังไม่หยุดไหล

เพราะรัศมีจากร่างของนางเป็นประกายระยิบระยับสีทองใสและสว่าง

เมื่อนางลืมตาอีกครั้งแสงปัญญาปรากฏอยู่ในดวงตาของนางแผ่ออกมาด้านนอกสว่างน่าเลื่อมใสจนทำให้ภูตน้อยตั๊กแตนมัจจุราชมองดูด้วยอาการตกตะลึง

ก้าวหน้ายกระดับภูมิปัญญาในชั่วพริบตา.... “ตอนนี้ข้าเข้าใจแล้ว”  รอยยิ้มปรากฏที่มุมปากของเย่ว์หวี่นางหลับตาสูดหายใจลึกแล้วหันหลังบินกลับไป ภูตน้อยตั๊กแตนมัจจุราชและภูตฟ้าปั่นป่วนรีบบินตามประกบซ้ายขวาเพื่อคุ้มครองนางรู้สึกประหลาดใจมากนางถามอย่างกังวล  “ท่านหญิงหวี่ท่านเข้าใจว่ากระไร? ท่านต้องการให้เราทำอะไรกันแน่?”

“สำหรับตอนนี้ ข้าจะยังไม่อธิบาย เรากลับกันก่อน!” เย่ว์หวี่กางร่มชี่หลัวระดับกึ่งเทพ ความเร็วของนางเพิ่มขึ้นสิบเท่าปีกของนางกระพือราวกับนางฟ้า

ซุ้มประตูเมืองทางทิศตะวันตก

องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนและจุ้ยมาวอี้รีบเร่งกลับมาถึง  แต่ก็พบว่าโลงทองโบราณหายไปแล้ว

“โลงทองโบราณเล่า?” องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนรู้สึกหน้ามืดไปชั่วขณะ  ตอนนี้ไม่มีเวลาจัดระเบียบ  หรืออาจจะเป็นอู่หลานที่หลบหนีไปได้จะขโมยไป?ถ้าเป็นอย่างนั้นก็คงแย่แน่

“บางทีอาจเป็นตั่วตั่วเอาไปก็ได้ ใจเย็นๆตั่วตั่วคงไม่ยอมทิ้งของสำคัญอย่างนั้นไว้” จุ้ยมาวอี้รีบแนะนำ

“อย่างนั้นก็ไปตามหานาง!”  องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนยกดาบเทพจักรพรรดิอวี้และบินนำหน้านางต้องรีบเร่งไปพบตั่วตั่ว

เวลานี้ที่จัตุรัสม่วงทองการต่อสู้มาถึงระดับสูงสุด

จ้าวสุริยาใช้ไม้ตายที่ยอดเยี่ยมที่สุดกับเย่ว์หยาง‘ระเบิดสุริยันต์’ พลังงานของมันจะกวาดล้างทำลายทุกชีวิตที่อยู่ในพื้นที่  จ้าวสุริยาสูญเสียความเยือกเย็นดั้งเดิมเขาได้รับบาดเจ็บสาหัส ตอนนี้เขาต้องการฆ่าเย่ว์หยางให้ได้

แต่เย่ว์หยางนอกจากเพลิงอมฤต วงจักรนิรันดรและปราณกระบี่ไร้ลักษณ์แล้วเขายังมีไม้ตายที่ยิ่งใหญ่ที่สุด

นั่นคือพลังของยักษ์ทองที่เกิดจากไพ่ชะตา

นี่เป็นพลังอย่างเดียวที่เย่ว์หยางไม่สามารถควบคุมได้

อย่างไรก็ตามตราบใดที่ชีวิตตกอยู่ในห้วงอันตรายที่สุด พลังนี้จะถูกกระตุ้นออกมาใช้

เมื่อมองดูยักษ์ทองเขาเห็นได้แต่เพียงร่างของยักษ์เท่านั้นไม่ได้มองเห็นร่างได้เต็มที่บางทีนั่นอาจหมายถึงพลังกฎสวรรค์แห่งโชคชะตา พลังที่ไม่มีทางพ่ายแพ้มีแต่จะกดดันศัตรูให้รู้สึกต่ำต้อย...เมื่อมันปรากฏตัวขึ้นมนุษย์ทุกคนต้องก้มหัวคารวะ นับตั้งแต่ศัตรูคนแรกที่พบเจอไปจนถึงจักรพรรดินีฟ้ายังต้องก้มหัว  จ้าวสุริยาก็ไม่ยกเว้น

ขณะที่เย่ว์หยางปล่อยเปลวเพลิงศักดิ์สิทธิ์เพื่อจัดการกับระเบิดสุริยันต์  พลังใดๆ ที่อยู่หน้ายักษ์ทองล้วนตกอยู่ในความนิ่งเฉย

เย่ว์หวี่ที่กำลังบินไปหาองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนในอากาศไม่สามารถเคลื่อนต่อไปได้

เวลาหยุดนิ่ง

เมื่อยักษ์ทองเกิดขึ้นมา พลังใดๆในโลกไม่อาจต้านทานได้  ในชั่วพริบตาเย่ว์หวี่ที่บินกลับมาจากทิศตะวันออกและองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนที่มาจากทิศตะวันตกสามารถเคลื่อนที่ได้ต่อไป  ทว่าช้ามาก เหมือนกับว่ามีของหนักเป็นพันๆกิโลกรัมถ่วงอยู่บนไหล่ ความจริงพวกนางไม่รู้สึกถึงแรงกดดันที่หนักหน่วง  ยังเคลื่อนไหวได้อยู่

จ้าวสุริยาร้องโหยหวนและถูกยักษ์ทองเหยียบย่ำ

ขณะนั้นร่างทองกึ่งเทพของเขาไม่สามารถต้านทานได้แม้แต่วินาทีเดียวมันถูกบดขยี้แตกสลายอย่างสิ้นเชิง

นาฬิกาสุริยาถูกเหยียบย่ำลงกับพื้นเข็มชั่วโมง เข็มนาทีพังบิดเบี้ยวไม่ทราบว่าแต่ละชิ้นส่วนกระเด็นกระจายไปบนพื้นทิศทางใดบ้าง..อู่หลานอยู่ที่ซุ้มประตูเมือห่างออกไป หายใจแทบไม่ออก  ในมุมมองของนางนางห็นได้แต่เพียงยักษ์ใหญ่สูงตระหง่านเทียมฟ้า นางไม่ทราบว่าสูงเพียงไหนอย่างน้อยน่าจะสองสามกิโลเมตรนางไม่สามารถมองเห็นร่างหรือหน้ายักษ์ทองได้ชัดไม่เห็นรายละเอียดที่แท้จริง

ในทางกลับกันเสี่ยวเหวินหลีที่ต่อสู้กับร่างทองกึ่งเทพของจ้าวสุริยาภาพฉายปีศาจอสรพิษทองของเธอที่ใกล้จะถึงขีดแตกดับเต็มทีกลับฟื้นฟูสู่สภาพเดิมเจี้ยงอิง และอาหงที่ใกล้จะหมดแรงสู้ พวกนางกลับฟื้นฟูพลังเต็มที่

อิคคาตวาดร้องควงดาบนางฟ้าอย่างรวดเร็ว  อาหมันตวาดลั่นปลดปล่อยพลังเทพห้าธาตุ

ร่างของตั่วตั่วมีดอกไม้เบ่งบานเป็นจำนวนมาก...หัวใจของเย่ว์หยางที่หยุดเต้นมานานก็พลันฟื้นฟู และเต้นแรงจนใครเห็นก็ตกใจ!

ยักษ์ทองหายไปและเมื่อเย่ว์หยางหัวใจกลับมาเต้นอีกครั้งเขาล้มลงกับพื้นและฟื้นฟูทันทียักษ์ทองจะหายไปต่อเมื่อเย่ว์หยางได้สติ มันหายไปราวกับว่าไม่เคยปรากฏตัวมาก่อน

มีแต่เพียงรอยเท้ายักษ์ใหญ่บนพื้นเป็นเครื่องหมายของพลังที่ไร้เทียมทาน

“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า ฮ่า เจ้ามีพลังที่แข็งแกร่งที่สุดเจ้าเป็นที่รักของเทพแห่งชะตา ข้ายอมรับ, เย่ว์ไตตัน แม้ว่าเจ้าเป็นเช่นนี้แต่เจ้าก็ยังเอาชนะข้า จ้าวสุริยาไม่ได้...” ร่างที่บอบช้ำบาดเจ็บสาหัสของจ้าวสุริยาหลั่งโลหิตจากทวารทั้งเจ็ด หน้าของเขาดูน่ากลัวเลือดหยดลงพื้นตลอดเวลา  และนาฬิกาสุริยะอสูรพิทักษ์ของเขาระเบิดไปแล้ว ชิ้นส่วนกระจายไปในทิศต่างๆ  และหายไป ยักษ์ทองฆ่ามันได้ในทันที แม้ว่าต่อมามันจะเกิดใหม่ได้อีก แต่เขาเชื่อว่ามันจะสูญเสียพลัง และพลังของมันจะตกลดลงไปมาก

“ตายซะเถอะ!” องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนเห็นจ้าวสุริยาบาดเจ็บสาหัสนางเงื้อดาบเทพจักรพรรดิอวี้ทันที

“ไม่!” เย่ว์หวี่หุบร่มชี่หลัวและเหินบินราวกับลูกธนูและรับร่างเย่ว์หยางที่กำลังร่วงลงพื้นได้ทัน  นางตะโกนบอก “ไม่ต้องกังวลเรื่องของเขา เราต้องช่วยเสี่ยวซานก่อน จ้าวสุริยาถูกกำหนดชะตาไว้แล้ว!”

“ท่านพูดอะไรนะ?” องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนได้ยินคำพูดของเย่ว์หวี่ดูเหมือนจะตระหนักได้ว่าดวงตาของนางเปล่งประกายปัญญา

นางผ่อนดาบเทพจักรพรรดิอวี้ทันทีและรีบเข้ามาสมทบ

นางกอดศีรษะเย่ว์หยางแนบอกเพื่อให้เย่ว์หวี่รักษาเขาได้

เสี่ยวเหวินหลีมีเนื้อตัวเปื้อนเลือดมีสองสาวมังกรพี่น้องอาเหยาอาหยูเข้ามาช่วยประคองตั่วตั่วและเจี้ยงอิงก็เหมือนกัน พวกนางมีพลังในการเยียวยารักษา  สำหรับอาหมันและอาหงรับหน้าที่รักษาความปลอดภัย ภูตน้อยตั๊กแตนมัจจุราชกับภูตฟ้าปั่นป่วนเพิ่งตามมาสมทบ...ทุกคนร่วมกันช่วยรักษาเย่ว์หยางไม่มีใครให้ความสนใจจ้าวสุริยาที่หัวเราะอย่างบ้าคลั่งและพยายามตะเกียกตะกายไปที่ตำหนักม่วงทอง

จ้าวสุริยาหัวเราะอย่างบ้าคลั่งพร้อมกับหลั่งน้ำตาปนโลหิต  “ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า ข้าชนะ, เย่ว์ไตตัน ในที่สุดข้าก็ชนะ ข้าชนะเจ้า!  คัมภีร์เทพเป็นของข้า  และหอทงเทียน ตำหนักกลางศักดิ์สิทธิ์ทุกอย่างจะต้องเป็นของข้า! ตั้งแต่วันนี้ไปจะไม่มีใครกล้าดูแคลนข้าไม่ว่าจะเป็นเจ้าจักรพรรดิอวี้รุ่นใหม่แห่งหอทงเทียนหรือจีอู๋ลี่แห่งตำหนักศักดิ์สิทธิ์ เจ้าไม่มีทางเอาชนะข้า  ข้าคือผู้ชนะ!”

“คัมภีร์เทพเป็นของข้า....”

“คัมภีร์เทพ....”

ไม่ทราบว่าใช้เวลานานเท่าใดจ้าวสุริยาลากสังขารหลั่งเลือดไปตามเส้นทางไต่ไปตามบันได  ขึ้นไปจนถึงตำหนักม่วงทองมือที่เปื้อนเลือดของเขาสัมผัสกับคัมภีร์เทพเล่มยักษ์!

ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความกระตือรือร้นอิ่มเอมพอใจกับชัยชนะที่ยากลำบากเขาพยายามข่มอารมณ์จนสีหน้าบิดเบี้ยว

ขณะเดียวกันความคิดสติปัญญาของเขาก็ผิดเพี้ยนไปด้วย

“เป็นของข้า, เจ้าต้องเป็นของข้า  คัมภีร์เทพเอ๋ย, ข้าเป็นเจ้าของเจ้า  ข้าคือเทพเจ้า ข้าคือเทพเจ้าในอนาคต!”

“ข้าจะเป็นเทพเจ้าในอนาคต!”

ขณะที่เลือดของจ้าวสุริยาหยดลงบนคัมภีร์อัญเชิญขนาดใหญ่เกิดแสงสว่างเจิดจ้าทันที...จากพื้นที่จัตุรัสม่วงทองด้านล่างเย่ว์หวี่และองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนเงยหน้ามองแสงสีทองเจิดจ้าจากนั้นได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่น เลือดเนื้อกระดูกปลิวกระจายเต็มตำหนักม่วงทอง

เมื่อแสงสีทองหายไป  ทุกอย่างไม่มีอะไรเหลือ!

คัมภีร์อัญเชิญถูกระเบิดกระเด็นออกมาจากห้องท้องพระโรงและตกหล่นที่เชิงบันไดอับรัศมีลงอย่างรวดเร็ว

นี่มัน...

นี่คือคัมภีร์อัญเชิญของจ้าวสุริยา

ในตำหนักทองม่วงคัมภีร์อัญเชิญที่งดงามซึ่งดูเหมือนจะเป็นคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์และคัมภีร์เทพยังคงวางนิ่งอยู่บนโต๊ะเหมือนกับว่าไม่เคยถูกต้องสัมผัสมาก่อนตั้งแต่ครั้งโบราณกาล...

จบบทที่ ตอนที่ 991 ข้าจะเป็นเทพคนต่อไป!

คัดลอกลิงก์แล้ว