- หน้าแรก
- อัจฉริยะยุคไซไฟ เกิดใหม่ไฉไลกว่าเดิม
- บทที่ 45 - ร่างทอง
บทที่ 45 - ร่างทอง
บทที่ 45 - ร่างทอง
บทที่ 45 - ร่างทอง
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
เซี่ยตงซานลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดอย่างระมัดระวัง "เขาบอกว่า... ให้ฉันเซ็นสัญญาเวนคืนซะ เขาจะให้เงื่อนไขที่ดีที่สุดกับเรา"
เซี่ยหลิงซินพูดเสียงเรียบ "อ้อ แล้วพ่อตกลงไปแล้ว?"
เซี่ยตงซานหยั่งเชิง "แล้วแกล่ะ? แกคิดว่าไง?"
เซี่ยหลิงซินตอบหน้านิ่ง "ฝันไปเถอะ!"
เซี่ยตงซานอ้อมแอ้ม "บ้านนี้เป็นของฉัน... ฉันยังไม่ได้โอนให้แก..."
เซี่ยหลิงซินแสยะยิ้มเย็น "ของผม! นี่คือสิ่งที่พ่อติดค้างผม!"
เขาเติมประโยคในใจว่า: เป็นสิ่งที่พ่อติดค้างเจ้าของร่างเดิม!
"หลายปีมานี้ ผมไม่ได้กินข้าวพ่อสักกี่คำ กลับกันพ่อต่างหากที่กินของผมไปไม่น้อย ดังนั้นนี่คือสิ่งที่พ่อติดค้างผม!"
"แต่ถึงยังไง พ่อก็เป็นคนให้กำเนิดไอ้ร่างหนังหุ้มกระดูกนี่มา ผมเป็นคนใจดี ถือซะว่ามนุษยธรรมค้ำคอ การเลี้ยงดูพ่อจนแก่เฒ่าเป็นสิ่งเดียวที่ผมทำให้ได้ ส่วนเรื่องอื่น พ่อเลิกหวังไปได้เลย"
ตามจริงแล้ว ตาแก่เซี่ยนอกจากความเป็นพวกขี้แพ้ตัดใจไม่ลง โดยรวมก็ถือว่าเป็นคนใช้ได้ ความสัมพันธ์ของพวกเขาไม่ควรจะตึงเครียดขนาดนี้
แต่ตาแก่บ้านนี่ยังอาลัยอาวรณ์ผู้หญิงคนนั้นอยู่ได้ เรื่องนี้แหละที่ยอมไม่ได้จริงๆ!
บ้านเป็นของเซี่ยตงซานก็จริง
แต่เขารู้สึกว่าต้องทวงคืนความยุติธรรมให้เจ้าของร่างเดิมบ้าง
ไม่อย่างนั้น เด็กคนนั้นคงน่าสงสารเกินไป
จากไปอย่างเงียบเชียบแบบนั้น...
เขาดูออกว่า ต่อหน้าผู้หญิงคนนั้น ตาแก่เซี่ยไม่มีภูมิต้านทานเลยสักนิด
เซี่ยตงซานรู้สึกละอายใจ ยกมือปิดหน้าแล้วพูดอีกว่า "เอ่อ แม่แก..."
"เดี๋ยว ขอแก้ข่าว ผมไม่มีแม่"
เซี่ยหลิงซินขัดขึ้น เน้นย้ำว่า "พ่อลืมไปแล้วเหรอ? เมื่อสิบกว่าปีก่อน ผู้ใหญ่บ้านก็เอาเอกสารตัดขาดความสัมพันธ์มาให้พ่อเซ็นแล้ว ผู้หญิงคนนั้นกับผม และกับพ่อ ไม่มีความเกี่ยวข้องกันอีก"
เซี่ยตงซานแย้ง "พูดแบบนั้นก็ถูก แต่เลือดย่อมข้นกว่าน้ำ..."
เซี่ยหลิงซินขัดอีกรอบ "เหอะ พ่อจะไปเลียแข้งเลียขาเขาก็เชิญ แต่อย่าลากผมไปเกี่ยว ไม่งั้นอย่าหาว่าผมไม่ไว้หน้า"
เซี่ยตงซานรู้ตัวว่าเถียงสู้ไม่ได้ เลยเลิกเกลี้ยกล่อม เปลี่ยนเรื่องพูด "เขา... อยากเจอแก"
"เจอผม?"
เซี่ยหลิงซินได้ยินก็เชื่อมโยงกับเรื่องราวในช่วงสองสามวันนี้ทันที
หลายปีขนาดนี้ไม่เคยคิดจะเจอ จู่ๆ นึกอยากจะเจอตอนนี้?
เขาเดาได้เลยว่าเรื่องนี้ต้องเกี่ยวกับแดนตำนานแน่
ที่จินซู่บอกว่าทางสำนักงานตัดสิทธิ์ตระกูลเฉินออกไปแล้ว น่าจะไม่ใช่เรื่องโกหก
การที่เฉินจิ่นซินโผล่มา คงมีเบื้องลึกเบื้องหลัง
เลยถามว่า "เขารู้แล้วเหรอว่าผมอยู่สำนักงานสิ่งแวดล้อม?"
เซี่ยตงซานพยักหน้าอย่างเก้อเขิน "ตอนแรกเขาเข้าใจว่าเป็นฉันที่เข้าสำนักงาน ฉันเลยบอกเขาไปว่า..."
"เฮ้อ..."
เซี่ยหลิงซินเงยหน้าถอนหายใจยาว
ไอ้แก่คลั่งรักนี่ เกินเยียวยาแล้วจริงๆ...
"ตาแก่เซี่ย ผมอยากถามพ่อมานานแล้ว"
เซี่ยตงซานงง "ถามอะไร"
เซี่ยหลิงซินมองหน้าเขาอย่างจริงจัง "พ่อภูมิใจนักหนาว่าเป็นปัญญาชน ทำไมไม่มีกระดูกสันหลังของปัญญาชนบ้างเลย? คนอย่างพ่อมียางอายบ้างไหม? หน้าบางบ้างหรือเปล่า?"
"..."
เซี่ยตงซานหน้าแดงก่ำ
ทั้งโกรธ ทั้งอาย
แต่เถียงไม่ออก
เซี่ยหลิงซินตัดบท "เอาล่ะ ผมพูดจบแล้ว พ่อจะไปทำตัวเป็นทาสรักใครผมไม่สน แต่อย่าเอาของของผมไปถวายเขา"
"บ้านเป็นของผม! พ่อติดค้างผมอยู่!"
เขาย้ำอีกครั้ง
"คืนนี้ที่สำนักงานมีธุระ สองสามวันนี้ผมไม่กลับบ้าน ถ้าพ่อฉวยโอกาสตอนผมไม่อยู่มาทำอะไรกับบ้านผม อย่าหาว่าผมอกตัญญูนะ"
พูดจบ เขาก็เก็บเสื้อผ้าไม่กี่ชิ้นกับกล่องใบหนึ่งยัดใส่กระเป๋า แล้วเดินออกจากบ้าน
ในกล่องคือตะเกียงใจและกาเก็บวิญญาณ ที่ส่งไปรษณีย์มาถึงสำนักงานเมื่อสองวันก่อน
ได้ยินว่าคลังพัสดุของสำนักงานสิ่งแวดล้อมไม่ได้อยู่บนดาวเคราะห์ทั้งเก้า แต่อยู่ในอวกาศ
ทุกครั้งที่มีคนแลกของ จะมีการส่งพัสดุตรงดิ่งลงมาที่สำนักงานสาขาท้องถิ่นเลย
ระบบขนส่งนี่ล้ำกว่าชาติที่แล้วเยอะ
เซี่ยตงซานมองตามหลังลูกชาย อ้าปากพะงาบๆ สุดท้ายก็ได้แต่ถอนหายใจอย่างหมดแรง
...
คฤหาสน์ตระกูลเฉิน
"ไอ้คนไม่ได้เรื่อง! ฉันน่าจะรู้อยู่แล้วว่าพึ่งพาแกไม่ได้!"
ฉู่อวี้เจินตะคอกใส่โทรศัพท์ แล้วกระแทกสายทิ้งอย่างแรง
ใบหน้าที่ยังคงความงามบิดเบี้ยวดูน่าเกลียด กัดฟันแน่น มือที่กำโทรศัพท์เกร็งจนข้อขาวสั่นระริก "ดีจริง ปีกกล้าขาแข็งแล้วสินะ แม้แต่ฉันจะขอเจอหน้าก็ยังกล้าปฏิเสธ..."
"ดูเหมือนคุณจะเจอปัญหา?"
เสียงหนึ่งดังขึ้นจากความว่างเปล่า
ฉู่อวี้เจินไม่ได้ตกใจ สีหน้ายิ่งดูแย่ลงไปอีก
เสียงนั้นพูดต่อเองว่า " 'ร่างทอง' ที่คุณเลือก ดูเหมือนตอนนี้จะไม่ได้วิเศษวิโสอะไรนัก กลับกัน คนที่คุณทิ้งขว้างไป จะเอามาทำเป็น 'ผู้หล่อเลี้ยง' ก็น่าเสียดายอยู่เหมือนกัน"
ฉู่อวี้เจินพูดอย่างเคียดแค้น "ถ้าไม่ใช่เพราะปีนั้นพวกคุณทำอะไรไม่สะอาด ป่านนี้จะมีปัญหาบ้าบอพวกนี้เหรอ? ตอนนี้ยังจะมาพูดจาถากถางกันอีก!"
เสียงนั้นเมินคำด่าของเธอ "ไม่ว่าจะยังไง 'ร่างทอง' จะเกิดความผิดพลาดไม่ได้ ไม่อย่างนั้น ถ้าเสียการใหญ่ คุณรู้ใช่ไหมว่าจุดจบจะเป็นยังไง"
เสียงนั้นเงียบหายไป
ดวงตาคู่สวยของฉู่อวี้เจินฉายแววหวาดกลัวลึกๆ
ตอนนี้เธอเสียใจแทบตาย
ถ้ารู้ว่าจะเป็นแบบนี้ วันนั้นเธอคง...
แต่ใครจะไปคิดล่ะว่า คนที่ตอนเด็กๆ ดูทึ่มทื่อเหมือนพ่อไม่มีผิด จะมีอนาคตได้?
แต่วันนี้กลับสร้างปัญหาใหญ่หลวงให้เธอกับหลิงกวนลูกรักได้ขนาดนี้?
แต่ว่า...
ฉู่อวี้เจินคิดยังไงก็คิดไม่ออก ว่าเขาไปเป็นคนของสำนักงานสิ่งแวดล้อมได้ยังไง?
แถมยังทำให้สำนักงานสิ่งแวดล้อมยอมหักหน้าตระกูลเฉิน ปกป้องเขาอย่างแข็งกร้าวขนาดนั้น
ทำไม? เพราะอะไรกัน?
...
เซี่ยหลิงซินหันกลับไปมองตึกหมายเลข 86 ที่อาศัยมาหลายปี
ส่ายหัว
ตาแก่เซี่ยนี่เกินเยียวยาแล้วจริงๆ
ไม่เห็นซะก็หมดเรื่อง
ส่วนเรื่องบ้าน เขาไม่ค่อยห่วง
เพราะตาแก่เซี่ยถึงจะเป็นทาสรักไปหน่อย แต่เรื่องบางเรื่องแกก็แยกแยะได้
แกคงไม่ทำเรื่องหักหลังคนกันเองหรอก
"จิ๊..."
เขาหยิบมือถือขึ้นมา
สาเหตุที่รีบออกมา เพราะเมื่อกี้ได้รับข้อความทางไป่ซื่อต๋าจากจินซู่: "คืนนี้มีอันตราย ให้ระวังตัว ไปหาเสิ่นเวิ่น ระหว่างเข้าแดนตำนาน ให้เขาคอยคุ้มกันเธออย่างใกล้ชิด"
วางมือถือลง นึกถึงคำว่า "เหตุไม่คาดฝัน" ที่อาจารย์ไป๋พูดทิ้งท้ายไว้วันนี้ สีหน้าเขาก็ครุ่นคิด
ดูท่าการเข้าแดนตำนานครั้งนี้ คงไม่ง่ายอย่างที่คิด
แต่เขาก็เลือกที่จะเชื่อใจจินซู่
ในเมื่อเธอไม่ได้สั่งให้ "ยกเลิกภารกิจ" แสดงว่าสถานการณ์ยังอยู่ในความควบคุม
เขาสะพายกระเป๋า เดินออกจากตรอก
ตะโกนเรียกไปรอบๆ "เฮ้ย หมาบ้า อยู่ไหนเนี่ย?"
เงียบกริบ
เซี่ยหลิงซินตะโกนอีกรอบ "หัวหน้าจินเรียก!"
ทันใดนั้น ใต้แสงไฟถนน ก็มีเงาร่างหนึ่งปรากฏขึ้น
เสิ่นเวิ่นนั่นเอง
ไม่ใช่แค่หมาบ้า แต่ยังเป็นทาสรักเหมือนกันอีก!
เซี่ยหลิงซินแอบด่าในใจ แต่ใบหน้ากลับยิ้มระรื่น เดินเข้าไปหา "อยู่นี่จริงๆ ด้วยแฮะ"
เสิ่นเวิ่นหน้าดำคร่ำเครียด "ภารกิจของฉันตอนนี้คือคุ้มกันไอ้ขยะอย่างแก แกบอกว่าหัวหน้าจินเรียกฉัน?"
"ไอ้หน้าโง่เอ๊ย!"
เซี่ยหลิงซินด่าสวนทันที
ครั้งก่อนเห็นว่าช่วยไว้เลยยอมๆ ให้ แต่ครั้งก่อนก็คือครั้งก่อน หมดโปรแล้วเว้ย!
เผชิญหน้ากับเสิ่นเวิ่นที่กำลังเดือดดาล เซี่ยหลิงซินชูมือถือขึ้นตรงหน้าอีกฝ่าย
พอเห็นข้อความของจินซู่ เสิ่นเวิ่นก็ชะงักท่าไม้ตาย ขมวดคิ้ว "เกิดอะไรขึ้น?"
เซี่ยหลิงซินถามกลับ "บ้านนายอยู่ไหน"
"?"
การเปลี่ยนเรื่องกะทันหันทำเอาเสิ่นเวิ่นงง
เซี่ยหลิงซินพูดหน้าตาเฉย "ฉันไม่มีที่ไป นายต้องคุ้มกันฉันไม่ใช่เหรอ? ถ้าฉันต้องระเหเร่ร่อนข้างถนน มันอันตรายนะเว้ย! ไอ้โง่!"
สีหน้าของเสิ่นเวิ่นดำมืดลงไปอีก
อยากจะต่อยไอ้ขยะหน้าด้านนี่ให้ตายคามือจริงๆ!
เซี่ยหลิงซินย้ำ "เตือนไว้ก่อนนะ นี่เป็นคำสั่งหัวหน้าจินที่ให้ฉันมาหานาย"
"...ไป"
เสิ่นเวิ่นกัดฟันหันหลังเดินนำ
เซี่ยหลิงซินชูนิ้วกลางไล่หลังเขาไปทีหนึ่ง
...
"นึกไม่ถึงว่าหมาบ้าอย่างนายจะรวยใช้ได้แฮะ"
เซี่ยหลิงซินกวาดตามองสภาพแวดล้อม
ไอ้หน้าโง่นี่พักอยู่ในเพนต์เฮาส์หรูขนาดสองสามร้อยตารางเมตรกลางเมืองคนเดียว
เสิ่นเวิ่นขับรถพาเขามา รถก็หรูเอาเรื่อง
ผู้ฝึกตนพวกนี้ไม่มีใครจนสักคนจริงๆ ยกเว้นเขา
เสิ่นเวิ่นทำหน้านิ่ง "บอกได้รึยัง?"
[จบแล้ว]