- หน้าแรก
- อัจฉริยะยุคไซไฟ เกิดใหม่ไฉไลกว่าเดิม
- บทที่ 37 - คิดบัญชี
บทที่ 37 - คิดบัญชี
บทที่ 37 - คิดบัญชี
บทที่ 37 - คิดบัญชี
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
เซี่ยหลิงซินถอนหายใจ มองแขนลายพร้อยนั่นแล้วส่ายหน้า "เห็นหน้านายแล้ว ฉันนึกถึงคำว่า 'เดรัจฉานวิชา' ขึ้นมาตะหงิดๆ... แต่เข้าใจแค่ครึ่งคำหน้านะ"
หนีชิวชะงักไปนิด ทำหน้างง "หมายความว่าไงวะ"
"เขาด่าแกเป็นสัตว์เดรัจฉานน่ะ"
เสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลังเซี่ยหลิงซิน
หนีชิวหันขวับไปมอง เห็นคนหน้าบูดคนหนึ่งเดินออกมาจากมุมมืดของตรอก
"สัตว์เดรัจฉาน?"
หนีชิวขมวดคิ้วคิดอยู่ครู่หนึ่ง พอสมองประมวลผลได้ หน้าก็แดงก่ำด้วยความโกรธ
"รนหาที่ตาย!"
มันซัดฝ่ามือพุ่งเข้ามาทันที
แขนลายพร้อยข้างนั้นขยายใหญ่ขึ้นฉับพลัน เส้นเลือดปูดโปนยึกยือดูน่ากลัว
แม้จะอยู่ห่างออกมา แต่เซี่ยหลิงซินยังรู้สึกได้ถึงลมหมัดที่พุ่งเข้าใส่หน้า
ถ้าโดนหมัดนี้เข้าไปจังๆ ไม่รู้ว่ากะโหลกจะร้าวหรือเปล่า
แม้เขาจะยังไม่เคยเรียนรู้วิธีต่อสู้ แต่โชคดีที่ฝึกจิตจนสร้างเทพวิญญาณสำเร็จ หูตาจึงว่องไว ปฏิกิริยาตอบสนองรวดเร็วมาก
การเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายในสายตาเขาไม่ได้เร็วเลย เพียงแต่เขาเพิ่งเริ่มฝึกตน ยังไม่เคยเรียนวิชาต่อสู้ ไม่รู้จะรับมือยังไงให้ถูกวิธี
ได้แต่ยกมือขึ้นรับตามสัญชาตญาณ
แม้จะออกตัวทีหลังแต่กลับถึงก่อน มือคว้าหมัดของอีกฝ่ายไว้ได้ทัน
"ปัง!"
วินาทีถัดมา เมื่อหมัดนั้นปะทะฝ่ามือ สีหน้าของเซี่ยหลิงซินก็เปลี่ยนไป
แรงหมัดไม่ได้หนักหนาอะไร แต่ทิศทางแรงกลับพลิกแพลงและอำมหิต เหมือนจับโดนลูกตุ้มหนาม
ความเจ็บปวดเหมือนโดนเข็มทิ่มแทงแล่นปราดจากฝ่ามือ ลามไปทั่วแขนในพริบตา เหมือนแขนจะขาด
ตัวเขาถูกแรงกระแทกจนถอยกรูดไปข้างหลัง
จู่ๆ ก็มีมือข้างหนึ่งมาดันหลังเขาไว้ แรงปะทะอันดุดันเหมือนชนเข้ากับกำแพงเหล็ก ไม่สะเทือนแม้แต่น้อย
แต่ถึงเซี่ยหลิงซินจะถูกรับไว้ได้ หลังเขาก็ชาดิก อวัยวะภายในปั่นป่วนจนแทบอาเจียน
เขานั่งยองลงกับพื้น หน้าแดงก่ำ หันขวับไปมอง "นี่นายจงใจใช่ไหม!"
คนที่มาคือคู่ปรับคนเดียวในสำนักงานสิ่งแวดล้อม เสิ่นเวิ่น
ตอนนี้แม้ฝีมือเขาจะยังไม่เข้าขั้น แต่พลังจิตกลับเฉียบคมมาก หลายวันมานี้เขารู้ตัวนานแล้วว่ามีคนสะกดรอยตาม
ก่อนที่จินซู่จะหายตัวไป เธอเคยบอกไว้ว่าจะส่งคนมาคุ้มกันเขา
แต่เขาไม่คิดว่าคนคนนั้นจะเป็นเสิ่นเวิ่น
เสิ่นเวิ่นแค่นหัวเราะ ไม่สนใจเขา เดินข้ามไปขวางหน้าระหว่างหนีชิวกับเซี่ยหลิงซิน
"ฝ่ามือเหล็ก?"
"คนของแก๊งเกล็ดเหล็กสินะ"
สีหน้าของเสิ่นเวิ่นยังคงเต็มไปด้วยความดูถูก
"รู้ว่าเป็นคนของแก๊งเกล็ดเหล็กยังกล้าแส่หาเรื่องอีกเหรอ! อยากตายรึไง!"
หนีชิวด่าลั่น ยกมือทั้งสองข้างขึ้น แขนขยายใหญ่กว่าเดิมเป็นเท่าตัว
มันฟาดฝ่ามือคู่เข้ามาด้วยท่าตบปิดหู
เสิ่นเวิ่นยืนนิ่ง แสยะยิ้มเหยียดหยาม "มีปัญญาแค่นี้เหรอ มา ตบตรงนี้เลย!"
เขาไม่เพียงไม่หลบ แต่กลับก้มหัวยื่นออกไปรับฝ่ามือคู่นั้นตรงๆ
"ปัง!"
ฝ่ามือฟาดลงไป แต่หนีชิวกลับหน้าเปลี่ยนสี
เสิ่นเวิ่นแสยะยิ้มเย็นอีกครั้ง แค่เกร็งคอกระแทกสวนเบาๆ ก็สะท้อนจนแขนทั้งสองข้างของอีกฝ่ายกระเด็นเปิดทาง
จากนั้นก็เอาหัวโขกเปรี้ยงเข้าที่กลางอกมัน
"อ๊าก!"
เสียงร้องโหยหวนดังลั่น หนีชิวปลิวละลิ่วตามเสียงไป
"อึก..."
เซี่ยหลิงซินที่อยู่ข้างหลังกลืนน้ำลายลงคอ
ไม่ใช่เพราะเสิ่นเวิ่นเก่งกาจอะไร แต่ไอ้หมอนี่หัวแข็งชิบหาย แข็งแบบความหมายตรงตัวเลย
มิน่าคนเขาถึงเรียกว่าหมาบ้า
"ถุย! ไม่เจียมตัว"
เสิ่นเวิ่นถ่มน้ำลายไปข้างหน้าอย่างดูแคลน
หนีชิวตะเกียกตะกายลุกขึ้นมาด้วยความหวาดกลัว แขนทั้งสองข้างที่ใช้ตีคนเมื่อกี้ห้อยต่องแต่งเหมือนเส้นบะหมี่ แถมยังกระอักเลือดออกมาคำโต
"แกเป็นใครวะ?!"
เสิ่นเวิ่นไม่ตอบ แต่สวนกลับ "คนของสำนักงานสิ่งแวดล้อมแกยังกล้าแตะ?"
ถึงเขาจะไม่ชอบหน้าไอ้เด็กเส้นอย่างเซี่ยหลิงซิน แต่ยังไงหมอนี่ก็เป็นคนของสำนักงาน และเป็นเป้าหมายที่เขาต้องคุ้มกัน
"ถ้าไม่ติดว่ามีกฎระเบียบค้ำคอ วันนี้ฉันทำแกพิการไปแล้ว ไสหัวไป!"
พอได้ยินคำว่า "สำนักงานสิ่งแวดล้อม" หนีชิวก็ใจฝ่อทันที
แต่ด้วยนิสัยสันดานเดิม มันจึงอดไม่ได้ที่จะทิ้งท้ายขู่ "ฝากไว้ก่อนเถอะ เมืองเหลยโจวไม่ใช่ที่ที่สำนักงานสิ่งแวดล้อมจะมาปิดแผ่นฟ้าด้วยมือเดียวได้!"
"ไอ้เด็กเวรนั่นไปแหย่คนที่ไม่ควรแหย่เข้าแล้ว ถึงฉันจะจัดการแกไม่ได้ แต่เดี๋ยวก็มีคนที่เก่งกว่าฉันมาจัดการแน่!"
"จิ๊!"
เสิ่นเวิ่นทำท่าจะซัดอีกรอบ หนีชิวรีบใส่เกียร์หมาวิ่งหนีไปทันที
เซี่ยหลิงซินนวดแขนที่ปวดหนึบ มองเขาด้วยความแปลกใจ "นายช่วยฉันด้วยเหรอเนี่ย"
เสิ่นเวิ่นเบ้ปาก "เหอะ ถ้าไม่ใช่คำสั่งสำนักงาน คิดว่าฉันอยากจะยุ่งกับแกตายล่ะ"
"โดนขยะที่ยังไม่ผ่านด่านกายชั้นที่หนึ่งอัดซะน่วมได้ขนาดนี้ กระจอกชะมัด"
"ฉันล่ะไม่เข้าใจจริงๆ ว่าทำไมสำนักงานต้องเสียทรัพยากรบุคคลที่มีค่ามาดูแลคนอย่างแก"
"ยังไม่ผ่านด่านกายชั้นที่หนึ่ง?"
เซี่ยหลิงซินไม่ได้สนใจคำดูถูกของเขา
ตัวเขาเองใกล้จะแตะขอบเขตสูงสุดของด่านกายชั้นที่หนึ่งแล้ว ความแข็งแกร่งของร่างกายเพิ่มขึ้นมหาศาล ไม่อย่างนั้นรับหมัดเมื่อกี้แขนคงหักไปแล้ว
แค่หมัดเดียวเมื่อกี้ เขารู้สึกได้เลยว่าแรงของหนีชิวมากกว่าเขาอย่างน้อยสองสามเท่า
พอเป็นเรื่องความปลอดภัยของตัวเอง เขาไม่สนหรอกว่าจะเสียหน้าต่อหน้า "คู่ปรับ" หรือไม่ รีบถามออกไปทันที "ทำไมแรงมันถึงเยอะขนาดนั้น แถมแรงยังแหลมคมเหมือนเข็มอีก"
เสิ่นเวิ่นมองเขาด้วยสายตาประหลาด "ฝ่ามือเหล็กของแก๊งเกล็ดเหล็ก แม้จะเป็นแค่วิชาระดับชีวีล่องลอย ไม่ใช่วิชาหมัดมวยที่วิเศษวิโสอะไร แต่มันก็จัดว่าเป็นวิชาที่มีระดับ"
"พอใช้ออกมา พลังจะเพิ่มพูนทวีคูณ แถมยังแฝงแรงที่พลิกแพลงอำมหิต"
"ไอ้ขยะนั่นต่อให้ยังไม่ผ่านขีดจำกัดด่านกายชั้นที่หนึ่ง แต่ฝ่ามือเดียวก็ทุบหินหักศิลาจารึกได้สบาย"
"จะว่าไป แกรับฝ่ามือมันไปเต็มๆ แต่กระดูกไม่หัก แสดงว่าพื้นฐานพลังกายก็ไม่เลว ทำไมฝีมือห่วยแตกขนาดนี้"
เซี่ยหลิงซินทำหูทวนลมกับคำดูถูก พึมพำกับตัวเอง "วิชาหมัดมวยร้ายกาจขนาดนี้เชียว?"
แสดงว่า ที่เขาแพ้หนีชิวไม่ใช่เพราะพลังกายสู้ไม่ได้ แต่เพราะไม่มีวิชาหมัดมวย ก็เหมือนมีแรงแต่ใช้ไม่เป็น
เสิ่นเวิ่นได้ยินเขาพึมพำก็ทำหน้าแปลกใจ "แกไม่เคยเรียนวิชาต่อสู้เลยรึไง"
เซี่ยหลิงซินตอบ "ฉันฝึกแต่แผนภาพแบกขุนเขาของสโมสรหนานเหอ"
เสิ่นเวิ่นร้องอ๋อ "นั่นมันวิชาพื้นฐานสร้างรากฐานพลังกาย เป็นวิชาบำเพ็ญ ไม่ใช่วิชาต่อสู้"
จากนั้นก็แสยะยิ้มเยาะ "กระจอกขนาดนี้ อีกครึ่งเดือนฉันจะรอดูว่าแกจะผ่านโปรได้ยังไง"
เซี่ยหลิงซินเห็นหมอนี่ยังอุตส่าห์ห่วงเรื่องนี้ ก็อดขำไม่ได้
เห็นแก่ที่อีกฝ่ายเพิ่งช่วยไว้ เขาเลยไม่ด่ากลับต่อหน้า ได้แต่แอบด่าในใจว่า "ไอ้หน้าโง่"
"วางใจเถอะ ครบหนึ่งเดือนเมื่อไหร่ ตอนที่แกโดนลงโทษ อย่ามาร้องไห้ขอให้ฉันช่วยแล้วกัน!"
เสิ่นเวิ่นทำท่าไม่ยี่หระ
ที่เขาลงมือช่วย ไม่ใช่เพราะมองเซี่ยหลิงซินดีขึ้น
แต่เพราะหน้าที่ล้วนๆ ทำตามคำสั่งเบื้องบน
แยกแยะเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัว คือคุณสมบัติพื้นฐานของเจ้าหน้าที่สิ่งแวดล้อมที่ดี
คุณสมบัติข้อนี้เขามีเต็มเปี่ยม
ส่วนเรื่องเซี่ยหลิงซิน เขาปักใจเชื่อไปแล้วว่า พอครบกำหนดหนึ่งเดือน หมอนี่ต้องโดนไล่ออกแน่นอน
พอนึกถึงภารกิจ เขาก็เอ่ยปากเตือน "ทางพ่อแกก็มีคนไปหาเรื่องเหมือนกัน"
สีหน้าเซี่ยหลิงซินเปลี่ยนไปเล็กน้อย ก่อนจะตั้งสติได้ "นายไปมาแล้ว?"
เสิ่นเวิ่นตอบ "ทางนั้นมีคนอื่นดูแลอยู่ แกห่วงตัวเองเถอะ แกจะตายหรือเปล่าฉันไม่สน แต่ถ้าทำให้ภารกิจฉันล้มเหลว ฉันนี่แหละจะสงเคราะห์ให้แกไปสบายเอง!"
"ไอ้หน้า..."
เซี่ยหลิงซินเกือบหลุดปากด่า แต่กลืนลงคอไปทัน
พี่เซี่ยคนนี้บุญคุณต้องทดแทน ความแค้นต้องชำระ บอกว่าจะไม่ด่าต่อหน้าก็คือไม่ด่า
เสิ่นเวิ่นรู้ทันว่าเขาจะพูดอะไร หน้าดำคร่ำเครียดขึ้นมาทันที
"ฮึ่ย ไอ้นามสกุลเสิ่น ปากเสียๆ ของนายสักวันจะพาซวย!"
ไอ้หมอนี่มันน่ากระทืบจริงๆ!
"หึหึ"
เสิ่นเวิ่นทำเสียงในลำคออย่างไม่แยแส ไอ้เด็กนี่มันน่ารำคาญจริงๆ แต่เขาก็ยังทำตามหน้าที่ เตือนทิ้งท้ายว่า "สำนักงานตรวจสอบมาแล้ว เบื้องหลังแก๊งเกล็ดเหล็กยังมีคนหนุนหลังอยู่อีก"
[จบแล้ว]