- หน้าแรก
- อัจฉริยะยุคไซไฟ เกิดใหม่ไฉไลกว่าเดิม
- บทที่ 35 - ขโมยไอสวรรค์ กายาเพชรคงกระพัน
บทที่ 35 - ขโมยไอสวรรค์ กายาเพชรคงกระพัน
บทที่ 35 - ขโมยไอสวรรค์ กายาเพชรคงกระพัน
บทที่ 35 - ขโมยไอสวรรค์ กายาเพชรคงกระพัน
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
หมู่บ้านเหลยกง ตึก 86
【วิชาเพ่งจิตพื้นฐาน: 1/1】
【ท่าแบกขุนเขา: 0.18/1 (+0.07↑)】
【จิต : 2.19/10 (+0.03↑)】
【กาย : 0.06/1 (+0.02↑)】
ผ่านไปหนึ่งคืน การฝึกจิตเพิ่มขึ้น 0.03 ความเร็วเท่าเดิม
แต่ความก้าวหน้าของท่าแบกขุนเขาพุ่งพรวด คืนเดียวเพิ่มตั้ง 0.07 ส่งผลให้ระดับกายเพิ่มขึ้น 0.02
เร็วกว่าเดิมอีกแล้ว
ถ้าเป็นแบบนี้ อีกแค่สิบกว่าวัน ท่าแบกขุนเขาก็คงเต็ม 1 และเขาจะได้อีกครึ่งหนึ่งของ "ภาพแบกขุนเขาหนุนสายฟ้า" ส่วนที่เรียกว่า "หนุนสายฟ้า" มาครอง
เซี่ยหลิงซินดีใจ แต่ก็แอบกังวลลึกๆ
เพราะเขารู้สึกว่าเจ้าลิงในทะเลจิตเริ่มรับมือยากขึ้นทุกที
อาจเป็นเพราะลิงมันเก่งขึ้น การสยบมันได้แต่ละครั้งถึงได้ผลตอบแทนมากขนาดนี้
แต่ถ้าวันไหนเขาเอาไม่อยู่ขึ้นมาจะทำยังไง?
จะว่าไป ทางไป๋หรูฮุ่ยเงียบหายไปนาน ไม่เรียกไปเรียนสักที
คงไม่ได้คิดจะเบี้ยวเงินสามล้านของเขาหรอกนะ?
พอนึกถึงตรงนี้ เซี่ยหลิงซินก็นั่งไม่ติด
หยิบโทรศัพท์โทรหาไป๋หรูฮุ่ยทันที
"อาจารย์ไป๋ครับ ขอถามหน่อยว่าเมื่อไหร่จะได้เรียนคาบต่อไปครับ?"
ไป๋หรูฮุ่ยดูจะไม่แปลกใจที่เขาโทรมา "เจอปัญหาแล้วใช่ไหม?"
"เอ่อ ก็ประมาณนั้นครับ"
ฟังจากน้ำเสียง เหมือนอาจารย์แกรู้ล่วงหน้าอยู่แล้วว่าเขาต้องเจอปัญหา
ไป๋หรูฮุ่ยพูดสั้นๆ "งั้นวันนี้ก็มาเลย"
"หือ? แต่ผมต้องทำงานนะครับ"
เซี่ยหลิงซินลังเล
ไป๋หรูฮุ่ยตัดบท "เดี๋ยวฉันคุยกับหัวหน้าจินให้ เธอมาเถอะ"
"อ้อ ครับ"
เซี่ยหลิงซินรับคำ วางสายแล้วก็โทรหาจินซู่อีกทีเพื่อความชัวร์
จินซู่ตอบแค่ว่า "รู้แล้ว ไปเถอะ เดี๋ยวฉันลาให้" แล้วก็วางสายไป
งั้นจะรออะไรล่ะ?
เขาขี่มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าตรงดิ่งไปที่สโมสรหนานเหอ
"พี่สาวเถียนเถียน ไม่เจอกันนานเลยนะครับ!"
พอเข้าประตูไป ก็เจอเถียนเถียนเถียนคนสวยนั่งเฝ้าเคาน์เตอร์เหมือนเดิม
สาวสวยหน้าหวานพอมองเห็นเขา ก็ค้อนขวับ หันหน้าหนีทันที
เธอก็เพิ่งจะรู้สึกตัวเมื่อไม่นานมานี้เอง
ไอ้เด็กนี่มันร้ายกาจนัก คราวที่แล้วนึกว่าจะเลี้ยงข้าว พูดจาหว่านล้อมซะดิบดีจนเธอเคลิ้ม สุดท้ายเธอก็ต้องจ่ายเองจนได้!
เซี่ยหลิงซินยิ้มร่า เข้าไปประจบ "พี่สาวเถียนเถียน ผมคิดถึงพี่จะแย่ ยังไม่ได้ขอบคุณที่เลี้ยงข้าวคราวที่แล้วเลย"
นายหลอกฉัน!
เถียนเถียนเถียนตาหยี (ตาจันทร์เสี้ยว) เตรียมจะวีน แต่เซี่ยหลิงซินขัดจังหวะร่ายมนตร์ "พี่สาวครับ ตอนผมไปทำงานรับจ้าง เห็นไอ้นี่ที่ตลาด รู้สึกว่าเหมาะกับพี่มาก สวยเหมือนพี่เลย"
"ผมไม่ค่อยมีตังค์ ซื้อของแพงๆ ไม่หว พี่คงไม่รังเกียจใช่มั้ยครับ?"
เขาล้วงเอาพวงกุญแจรูปพระจันทร์เสี้ยวออกมาจากกระเป๋า ยื่นให้เธอ
เพิ่งซื้อมาจากแผงลอยข้างทางตอนผ่านตลาดเมื่อกี้นี้เอง
เถียนเถียนเถียนลืมเรื่องที่จะด่าไปสนิท
เธอไม่ได้สนใจของหรอก ของพรรค์นี้ดูแวบเดียวก็รู้ว่าราคาถูก
ที่สำคัญคือน้ำใจของน้องชาย และ...
"ทำงานรับจ้าง?"
เถียนเถียนเถียนสงสัย "ทำไมนายต้องไปทำงานรับจ้าง? แล้วนายอายุเท่าไหร่เอง?"
คนที่มีปัญญาจ่ายเงินสามล้านมาเรียนกับอาจารย์ไป๋ ทำไมต้องไปทำงานรับจ้าง?
"พี่สาว..."
เซี่ยหลิงซินยิ้มเศร้า "ความจริง... ครั้งที่แล้วผมหิวมากจริงๆ เลยอยากกินข้าวอิ่มๆ สักมื้อ ไม่ได้ตั้งใจจะหลอกพี่นะครับ ขอโทษจริงๆ ไว้ผมหาเงินได้เมื่อไหร่ ผมจะเลี้ยงพี่คืนชุดใหญ่นะครับ"
รอยยิ้มของเขาดูสดใส แต่แฝงความจริงใจและคำพูดที่เหมือนจะบอกอะไรบางอย่างแต่ก็ไม่บอกหมด
แต่นั่นก็เพียงพอให้เถียนเถียนเถียนจินตนาการเรื่องราวชีวิตรันทดของหนุ่มน้อยสู้ชีวิตขึ้นมาได้เป็นฉากๆ
ไม่มีเงินกินข้าว แสดงว่ากำลังตกระกำลำบาก
อายุน้อยแค่นี้ต้องออกมารับจ้าง แสดงว่าถึงจะลำบากแต่ก็ไม่ย่อท้อ สู้ชีวิต
จ่ายเงินเรียนกับอาจารย์ไป๋ได้ แสดงว่านอกจากจะสู้ชีวิตแล้ว ยังเก่งและมีความสามารถ คงต้องกัดฟันทนลำบากมาไม่น้อย
ที่สำคัญ ยิ้มได้น่ารักขนาดนี้
ลำบากขนาดนี้ยังแกล้งทำเข้มแข็ง น่าสงสารจับใจ!
"น้องชาย เธอเก่งมากเลย!"
เถียนเถียนเถียนกุมมือเขา ตาหยีๆ เริ่มมีน้ำตาคลอ "ข้าวแค่มื้อเดียวเอง อะไรเลี้ยงคืนไม่ต้องพูดถึง ปกติพี่ก็กินข้าวคนเดียวอยู่แล้ว เหงาจะตาย วันหลังว่างๆ ก็มาหาพี่นะ มากินข้าวด้วยกัน!"
"อยากกินอะไรบอกพี่ได้เลย ไม่ต้องเกรงใจ!"
เซี่ยหลิงซินทำหน้าซาบซึ้ง "ขอบคุณครับพี่สาว! จริงสิ ผมต้องไปหาอาจารย์ไป๋ เดี๋ยวไว้ผมมาหาพี่ใหม่นะครับ!"
"จ้ะ รีบไปเถอะ!"
เถียนเถียนเถียนโบกมือลาอย่างอาลัยอาวรณ์ จนเขาลับสายตา ถึงได้หยิบพวงกุญแจรูปพระจันทร์เสี้ยวมาห้อยกระเป๋า ลูบคลำอย่างรักใคร่
น้องชายช่างแสนดีจริงๆ!
เซี่ยหลิงซินหันหลังกลับ ความซาบซึ้งบนใบหน้าเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
เดินเข้าลิฟต์ พลางเดาะลิ้น
ได้บัตรกินข้าวฟรีแบบถาวรมาอีกหนึ่งใบ
ประตูลิฟต์เปิดออก ชายร่างยักษ์บึกบึนยืนจ้องเขาหน้าตาย
"ศิษย์พี่อวิ๋นกุย มารับผมเหรอครับ?"
"ใครมารับแก!"
อวิ๋นกุยจ้องเขาด้วยสายตาแปลกๆ
โดนจ้องจนขนลุก เซี่ยหลิงซินเลยพูดตรงๆ "ศิษย์พี่ มีอะไรก็พูดมาเถอะครับ"
"นายทำได้ไง? ยัยเถียนเถียนเถียนนั่นฤทธิ์เยอะจะตาย!"
"พี่เห็นเหรอ?"
เห็นสิวะ!
อวิ๋นกุยแทบจะกราบไหว้ช็อตเมื่อกี้เป็นครู!
ถ้าข้าทำได้แบบนี้ ข้าคงไม่ต้องครองตัวเป็นโสดมาจนป่านนี้หรอก!
เขามองเซี่ยหลิงซินด้วยสายตาร้อนแรง
เซี่ยหลิงซินโดนมองจนทำตัวไม่ถูก "โธ่ ผู้หญิงน่ะ ต้องรู้จักเอาอกเอาใจ ใส่ใจเธอบ้างก็แค่นั้นแหละ"
"ต้องเอาใจ? ต้องใส่ใจ?"
อวิ๋นกุยทำหน้าเหมือนบรรลุสัจธรรม ยิ้มกว้างจนปากฉีก
"ศิษย์น้อง รีบเข้าไปเถอะ อาจารย์รออยู่! ข้าไปล่ะ!"
เขารีบมุดเข้าลิฟต์ ท่าทางกระตือรือร้นสุดขีด
"เดี๋ยว...!"
"ยังมีอีกข้อที่สำคัญที่สุดนะ... คือต้องหน้าตาดีโว้ย!"
เซี่ยหลิงซินตะโกนเรียกไม่ทัน ได้แต่ส่ายหน้า
มาถึงหน้าห้องเรียน เห็นเพื่อนร่วมชั้นที่เคยเรียนด้วยกันเดินออกมา พอเห็นเขาก็ชะงัก
"ทำไมเพิ่งมา? เขาเลิกเรียนกันแล้ว!"
หยางกวงเพื่อนที่เคยคุยกันครั้งก่อน เข้ามาตบไหล่ทักทาย
"ฉัน..."
"ตาแก่ไป๋กำลังรอเทศนาแกอยู่ รีบเข้าไปเถอะ!"
หยางกวงไม่รอให้เขาพูด รีบชิ่งหนีไปก่อน เหมือนกลัวจะโดนหางเลขไปด้วย
"อาจารย์ไป๋..."
เดินเข้าห้องเรียน เห็นไป๋หรูฮุ่ยนั่งอยู่ใต้ตัวอักษร "เต๋า" เซี่ยหลิงซินส่งสายตาตัดพ้อ
เขาดูออกแล้ว ไม่ใช่ว่าไม่มีคลาส แต่ตาแก่ไป๋จงใจไม่เรียกเขามาเรียน
ไป๋หรูฮุ่ยโดนจ้องจนทำตัวไม่ถูก กระแอมไอแก้เก้อ "ไม่ใช่ฉันไม่ให้เธอมาเรียน แต่บทเรียนช่วงนี้เธอไม่จำเป็นต้องเรียนแล้ว"
ในใจคิด: ข้ากลัวเอ็งมาทำให้คนอื่นหมดกำลังใจจนเลิกเรียนกันหมดต่างหาก
ความก้าวหน้าของเซี่ยหลิงซิน มันไม่เหมาะจะมาเรียนรวมกับชาวบ้านเขา
"นั่งลงก่อนสิ"
ทนสายตาเซี่ยหลิงซินไม่ไหว ไป๋หรูฮุ่ยต้องรีบเปลี่ยนเรื่อง
เซี่ยหลิงซินนั่งลงหน้าบึ้ง
จะจำเป็นหรือไม่จำเป็น ถ้าไม่ได้เรียน เงินสามล้านก็สูญเปล่าน่ะสิ?
เดือนนึง เรียนทุกวันก็ตกวันละแสน
ผ่านไปตั้งหลายวัน ขาดทุนไปหลายแสนแล้ว!
ไป๋หรูฮุ่ยทนไม่ไหว เข้าประเด็นทันที "เธอเริ่มรู้สึกว่าวิชาสายกายภาพก้าวหน้าเร็วขึ้นเรื่อยๆ แต่วิชาสายจิตกลับย่ำอยู่กับที่ใช่ไหม?"
"แถมวานรแห่งใจก็ยิ่งกดข่มยากขึ้นทุกที?"
เซี่ยหลิงซินเลิกสนใจเรื่องเงิน "อาจารย์รู้มาก่อนแล้วเหรอครับ?"
ไป๋หรูฮุ่ยตอบ "ฉันเคยบอกแล้วว่า 'ขังวานรใจ ผูกหกจุดรั่ว' คือแก่นแท้ของท่าแบกขุนเขา"
"จำได้ไหมว่า 'ขังวานรใจ ผูกหกจุดรั่ว' คืออะไร?"
เซี่ยหลิงซินตอบได้ทันทีโดยไม่ต้องคิด "อาจารย์เคยสอนว่า คนเรามีอายตนะหก ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ รับรู้รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส ธรรมารมณ์ตลอดเวลา ก่อให้เกิดความคิดนับหมื่นแสนในชั่วพริบตา สิ้นเปลืองพลังงานชีวิต"
"เกิดจากอายตนะหก สิ้นเปลืองเพราะอายตนะหก จึงเรียกว่า หกจุดรั่วไหล"
"ความวิเศษของแผนภาพแบกขุนเขา คือการล็อคจุดรั่วทั้งหก ไม่ให้พลังงานรั่วไหล นำกลับมาหล่อเลี้ยงร่างกาย นี่คือ 'ผูกวานรใจ ล็อคหกจุดรั่ว'"
"ถ้าพลังจิตไม่พอ จะทำให้เสียทั้งพลังใจและพลังกาย"
เขาหยุดคิดนิดหนึ่ง "แต่พลังจิตของผมเหนือกว่าร่างกายมากนี่ครับ ไม่น่าจะรับไม่ไหวนะ"
ไป๋หรูฮุ่ยรู้ว่าเขาสร้างเทพวิญญาณได้แล้ว จึงไม่อ้อมค้อม
เขามองสำรวจเซี่ยหลิงซิน สายตาฉายแววทึ่ง "ผ่านไปไม่กี่วัน พลังกายของเธอรุดหน้าขนาดนี้เชียวหรือ?"
เซี่ยหลิงซินในตอนนี้ พลังเลือดลมเข้มข้นกว่าตอนเจอกันครั้งแรกหลายเท่าตัว
เหลือเชื่อจริงๆ
"มิน่าล่ะ เธอฝึกท่าแบกขุนเขา ร่างกายแข็งแกร่งขึ้น พลังงานก็ยิ่งสมบูรณ์พูนสุข"
เซี่ยหลิงซินสงสัย "มันไม่ดียังไงครับ?"
"พลังงานไม่มั่นคง ยากจะขังลิง แต่พลังงานผมสมบูรณ์ มันน่าจะดีไม่ใช่เหรอ?"
ไป๋หรูฮุ่ยยิ้ม "วานรแห่งใจเกิดจากใจ จิตใจยิ่งแกร่ง วานรก็ยิ่งแกร่ง เป็นเรื่องธรรมดา"
"ลิงดื้อตัวนั้นคือภาพสะท้อนจิตใจของเธอ เป็นดั่งเงาตามตัว"
"เธอฝึกฝน มันก็เก่งขึ้นด้วย"
"วานรแห่งใจนั้นซุกซนและเชี่ยวชาญการขโมยยิ่งนัก"
"มีคนเคยได้คัมภีร์โบราณมา ในนั้นบันทึกไว้ว่า สมัยโบราณมีเซียนแท้ๆ ฝึกฝนวานรแห่งใจ ท่องไปในความโกลาหลทางจิตวิญญาณ สามารถขึ้นสวรรค์ขโมยยาเซียน ลงทะเลขโมยสมบัติวิเศษ เข้าภูเขาขโมยทิพย์ท้อ"
"ขโมยเอาไอวิเศษของฟ้าดินมาหล่อหลอมจนได้กายาเพชรคงกระพัน และเคล็ดวิชาสัประยุทธ์ไร้พ่าย ไม่รู้ต้องใช้อิทธิฤทธิ์ขนาดไหนถึงจะสยบมันได้ จนสุดท้ายบรรลุธรรม เสวยสุขชั่วนิรันดร์ อายุยืนยาวเท่าฟ้าดิน"
"เห็นได้ว่าวานรแห่งใจตัวนี้รับมือยากสุดๆ แต่ก็ซ่อนขุมทรัพย์มหาศาลไว้เช่นกัน"
"ปกติเวลาฝึกตน พลังงานเกิดจากภายใน ได้มาสามส่วน รั่วไหลไปเจ็ดส่วน ส่วนใหญ่โดนมันขโมยไป"
"เธอเก่งขึ้น มันก็เก่งตาม"
"เธอเก่งขึ้นหนึ่งส่วน มันเก่งขึ้นสองส่วน"
"เธอลองบอกซิ เธอจะไปผูกมัดมันได้ยังไง?"
เซี่ยหลิงซินฟังเรื่องลิงขโมยของจนเคลิ้ม ทำไมคุ้นหูจังวะ?
พอได้สติ ก็ขมวดคิ้ว "งั้นผมควรทำยังไงครับ?"
[จบแล้ว]