- หน้าแรก
- อัจฉริยะยุคไซไฟ เกิดใหม่ไฉไลกว่าเดิม
- บทที่ 17 - คัมภีร์โบราณ สื่อนำแห่งเต๋า อักษรเชื่อมฟ้าดิน
บทที่ 17 - คัมภีร์โบราณ สื่อนำแห่งเต๋า อักษรเชื่อมฟ้าดิน
บทที่ 17 - คัมภีร์โบราณ สื่อนำแห่งเต๋า อักษรเชื่อมฟ้าดิน
บทที่ 17 - คัมภีร์โบราณ สื่อนำแห่งเต๋า อักษรเชื่อมฟ้าดิน
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
ดูเหมือนซูหลีจะเข้าใจผิด คิดว่าเซี่ยหลิงซินเป็นคนคิดเล็กคิดน้อยขี้น้อยใจ จึงพยายามอธิบายยกใหญ่
ความจริงแล้วเซี่ยหลิงซินไม่ได้ใจแคบขนาดนั้น
เขากลับรู้สึกสงสัยใคร่รู้มากกว่าว่าแผนกบรรยากาศมีหน้าที่ทำอะไรกันแน่
แต่ดูจากสีหน้าท่าทางของซูหลีที่ดูเร่งรีบ เหมือนมีธุระด่วน เขาเลยไม่สะดวกจะซักไซ้ต่อ
"พี่ซูครับ ถ้าพี่มีธุระก็ไปทำเถอะครับ ผมอยู่เองได้"
ซูหลีลังเลเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้า "งั้นก็ได้ จริงๆ นายเพิ่งมาวันแรก ไม่ต้องเกร็งนะ หลักๆ ก็แค่ทำความคุ้นเคยกับสถานที่ไปก่อน"
พูดไปพลางก็พาเขาเดินออกไป
พอทั้งสองเดินพ้นประตูไปแล้ว คนในห้องทำงานที่เหลืออยู่ไม่กี่คนถึงได้หันมองตามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"นั่นใครน่ะ? เด็กใหม่เหรอ? ถึงขนาดให้ซูหลีพามาแนะนำด้วยตัวเองเลย"
แม้ซูหลีจะดูเป็นคนเข้าถึงง่าย แต่ตำแหน่งของเขาในสำนักงานสิ่งแวดล้อมถือว่าไม่เบาเลยทีเดียว
"ฉันได้ยินตาเฒ่าซูบอกว่าเป็นพนักงานชั่วคราวที่เพิ่งรับเข้ามาใหม่"
"แค่พนักงานชั่วคราว? แล้วทำไมตาเฒ่าซูถึงต้องเกรงใจขนาดนั้น? หรือว่าจะเป็นลูกท่านหลานเธอจากตระกูลไหนส่งมาอีก?"
"ไม่น่าใช่ ฉันจำหน้าเขาได้ เมื่อครึ่งเดือนก่อน ที่หมู่บ้านเหลยกงมีผีเปลี่ยนหน้าโผล่มา เด็กคนนี้แหละที่เจอดีเข้า"
"เจอผีเปลี่ยนหน้าแล้วยังรอดมาได้? ไม่ธรรมดาแฮะ งั้นคงไม่ใช่คนธรรมดาแล้วล่ะ"
"ใครจะไปรู้ ช่างเถอะ สำนักงานเราถึงสวัสดิการจะดี แต่ก็ต้องเอาชีวิตเข้าแลก พวกตระกูลใหญ่ที่อยากกินแรงแต่ไม่อยากออกแรง ส่งลูกหลานมาประดับบารมีที่นี่ คงคิดผิดถนัด"
หลายคนพูดแขวะกันพอหอมปากหอมคอ แล้วก็เลิกสนใจ เรื่องทำนองนี้แม้จะไม่เกิดขึ้นบ่อยแต่ก็มีให้เห็นเรื่อยๆ จนชินชา
จะไปเยาะเย้ยถากถางทำไม? ไม่มีประโยชน์
คนพวกนี้มีจุดจบแค่สองอย่าง
ไม่ทนไม่ไหวกับสภาพแวดล้อมที่นี่ จนชิงลาออกไปเองไม่กี่วัน
ก็อวดเก่งจนตัวตาย ตายโหงอยู่ข้างนอก
เป็นแค่คนผ่านทาง ไม่จำเป็นต้องใส่ใจ
"ตำแหน่งของนายอยู่ที่ฝ่ายจัดการคัมภีร์โบราณ"
อีกด้านหนึ่ง ซูหลีพาเซี่ยหลิงซินออกจากแผนกบรรยากาศ มายังห้องข้างๆ
หน้าห้องแขวนป้ายไม้เล็กๆ เขียนว่า "ห้องเก็บคัมภีร์โบราณ"
ภายในห้องสะอาดสะอ้าน ขนาดประมาณสามสิบสี่ตารางเมตร มีชั้นหนังสือวางอยู่เจ็ดแปดชั้น
หนังสือบนชั้นมีไม่มาก วางห่างๆ กันดูโหรงเหรง
ส่วนใหญ่มีสภาพเก่าคร่ำครึ สมกับเป็นคัมภีร์โบราณจริงๆ
ที่มุมห้องด้านหนึ่ง มีคนนั่งพิงผนังอยู่
เป็นชายร่างท้วมวัยประมาณสี่สิบกว่า
"นี่คือลุงเจียง คนเก่าคนแก่ของสำนักงาน ต่อไปนายก็มาเรียนรู้งานกับแกนะ"
"ลุงเจียงครับ นี่เด็กใหม่มาวันนี้ ให้มาเป็นผู้ช่วยลุงก่อน ฝากลุงดูแลด้วยนะครับ"
"เสี่ยวเซี่ย มีอะไรไม่เข้าใจก็ถามลุงเจียงนะ ฉันมีธุระต้องไปก่อน คงอยู่คุยด้วยไม่ได้"
"อ้อ จริงสิ นี่คูปองอาหารของหัวหน้าจิน ให้ยืมใช้ไปก่อน ที่นี่มีโรงอาหาร เปิดบริการทั้งสามมื้อ"
ซูหลีแนะนำชายร่างท้วมในห้องเก็บคัมภีร์ให้รู้จัก ยัดคูปองใส่มือเขา แล้วก็รีบร้อนจากไป
"อ้าวนี่ ที่นั่งของเอ็ง"
ห้องเก็บคัมภีร์แห่งนี้มีหน้าต่างติดต่อราชการอยู่ด้านเดียว พร้อมโต๊ะเก้าอี้ไม่กี่ชุด
ลุงเจียงร่างท้วมนั่งอยู่ริมหน้าต่าง
เขาชี้ไปที่โต๊ะว่างข้างๆ แล้วบอกกับเซี่ยหลิงซิน
"ที่นี่แม้จะขึ้นชื่อว่าฝ่ายจัดการคัมภีร์โบราณ แต่จริงๆ ก็คือฝ่ายเบ็ดเตล็ดนั่นแหละ หลักๆ คือดูแลงานหลังบ้านให้พวกแผนกข้างนอก ปัดกวาดเช็ดถู เติมกระดาษเติมปากกา วิ่งซื้อของ จัดเอกสาร..."
"งานไม่ยาก แค่จุกจิก ถ้ามีคนมาขอยืมหนังสือ ก็คอยจดบันทึก แต่เอาจริงๆ ก็ไม่ค่อยมีหมาที่ไหนมายืมหรอก"
นี่มันเบ๊ชัดๆ?
เซี่ยหลิงซินรู้สึกทะแม่งๆ
เขาไม่ได้รังเกียจงานนี้ กลับรู้สึกว่ามันง่ายเกินไปหน่อย
หรือว่าพี่สาวคนสวยจะใช้เส้นสายช่วยเขาอีกแล้ว?
ลุงเจียงเห็นสีหน้าเขาก็นึกว่าเด็กหนุ่มดูแคลนงานนี้ จึงรีบอธิบาย
"ถึงงานจะจุกจิก แต่ที่นี่ไม่ธรรมดานะบอกไว้ก่อน"
"หนังสือพวกนี้ส่วนใหญ่ขุดค้นมาจากโบราณสถานยุคดาวบรรพกาล เป็นคัมภีร์โบราณของแท้จากยุคบรรพบุรุษ หายากมากนะเว้ย"
"เอ็งอย่าเห็นว่าห้องนี้ดูโทรมๆ จริงๆ แล้วเป็นสถานที่สำคัญระดับต้นๆ ของสำนักงานเลยนะ ระบบรักษาความปลอดภัยที่ซ่อนอยู่นี่โหดใช่เล่น"
"คัมภีร์พวกนี้ถูกลงอาคมป้องกันการผุกร่อนและเสียหายเอาไว้ แถมใครมาแตะเล่มไหน เรารู้ตำแหน่งทันที"
"เดิมทีฝ่ายคัมภีร์ควรจะมี 'ปรมาจารย์คัมภีร์' ตัวจริงมาประจำการ แต่ปรมาจารย์ด้านนี้หายากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร เมืองเหลยโจวเป็นแค่เมืองเล็กๆ เลยยังไม่มีใครถูกส่งมา ตำแหน่งเลยว่างอยู่"
"พอไม่มีปรมาจารย์คัมภีร์ ก็ไม่มีใครใช้ประโยชน์จากคัมภีร์พวกนี้ได้ เลยกลายเป็นที่เก็บหนังสือเอกสารไม่สำคัญอื่นๆ ไปด้วย"
"จำไว้ให้ดี เอ็งทำผิดเรื่องอื่นยังพอหยวนๆ แต่ถ้าเป็นเรื่องคัมภีร์โบราณ ต้องระวังให้จงหนัก ทางที่ดีอย่าไปแตะต้องมันเลยจะดีกว่า"
"ข้าก็แค่รักษาการแทนชั่วคราว ถ้าเอ็งผ่านโปรเมื่อไหร่ ข้าจะได้ชิ่งไปทำอย่างอื่นสักที"
เซี่ยหลิงซินตั้งใจฟัง แต่ในใจกลับเต็มไปด้วยคำถาม
คัมภีร์ยุคดาวบรรพกาล?
นั่นมันของยุค 'โลกใบเล็ก' (โลกเก่า) ไม่ใช่เหรอ?
ของพรรค์นั้นจะมีประโยชน์อะไร?
ทำไมดูสำคัญนักหนา
แล้วปรมาจารย์คัมภีร์คือตัวอะไรอีก?
"ลุงเจียงครับ ผมขอถามหน่อย คัมภีร์พวกนี้มีไว้ทำอะไรเหรอครับ? แล้วปรมาจารย์คัมภีร์คืออะไร?"
ลุงเจียงชี้ไปที่ชั้นหนังสือชั้นหนึ่งในห้อง "เรื่องมันยาว ในนั้นมีหนังสือที่เกี่ยวข้องอยู่ เอ็งว่างๆ ก็ลองหามาอ่านดูเอาเองละกัน"
"อ่านคู่มือพนักงานเล่มนี้ให้ละเอียดด้วย ในสำนักงานมีข้อห้ามเยอะแยะ เช่น บางเขตห้ามคนนอกเข้า"
"แล้วก็คัมภีร์ที่นี่ ห้ามนำออกไปเด็ดขาด ไม่งั้นสัญญาณเตือนภัยจะร้องลั่นทุ่ง"
"เรื่องอื่นๆ ค่อยๆ เรียนรู้ไป สงสัยอะไรค่อยถามข้า"
"เอ็งเพิ่งมา สองวันนี้ไม่ต้องทำอะไรหรอก ทำความคุ้นเคยไปก่อน"
"อ้อ ข้าชื่อเจียงต้าฉิว เรียกข้าว่าลุงเจียง หรือเหล่าเจียงก็ได้"
ลุงเจียงตัวอ้วนกลม ตาเล็กหยีจนเหลือแค่ขีดเดียว ดูเหมือนคนยิ้มตลอดเวลา
แกดูเป็นมิตรกับเซี่ยหลิงซินมาก ไม่มีท่าทีข่มเหงเด็กใหม่แบบพวกมนุษย์ป้ามนุษย์ลุงในที่ทำงานทั่วไป
ทำให้เซี่ยหลิงซินรู้สึกโล่งใจ
เขาหยิบคู่มือพนักงานมานั่งอ่านที่โต๊ะข้างๆ
เนื้อหาส่วนใหญ่เป็นกฎระเบียบ ข้อควรระวัง และข้อห้ามของสำนักงานสิ่งแวดล้อม
มีระบุถึงเขตหวงห้ามสำหรับพนักงานที่ไม่เกี่ยวข้องไว้หลายจุด
จุดแรก ดันเป็นห้องเก็บคัมภีร์โบราณแห่งนี้นี่เอง
นอกจากนั้นยังมี ห้องเก็บประวัติอาชญากรรม คุกคุมขังนักโทษคดีอุกฉกรรจ์ และ... ห้องพักศพ
สองที่แรกยังพอเข้าใจได้ แต่ห้องพักศพนี่สิ ทำเอาเซี่ยหลิงซินเสียวสันหลังวาบ เกิดความสงสัยขึ้นมาตงิดๆ
พักศพ ศพใคร?
เขาอดถามออกมาไม่ได้
ลุงเจียงที่กำลังถือหนังสืออ่านอยู่ หรี่ตาเล็กๆ แล้วยิ้มแปลกๆ "เดี๋ยวเอ็งก็รู้เอง"
เซี่ยหลิงซินรู้สึกว่ารอยยิ้มแกดูสยองพิลึก
เห็นแกกลับไปสนใจหนังสือต่อ เขาเลยไม่กล้ารบกวนอีก
พออ่านคู่มือจบ เขาก็เดินไปที่ชั้นหนังสือที่ลุงเจียงชี้ ค้นหาอยู่พักหนึ่งก็ได้หนังสือมาสองเล่ม "ว่าด้วยทฤษฎีการยึดเหนี่ยวของคัมภีร์โบราณ" และ "คู่มือสู่การเป็นปรมาจารย์คัมภีร์ฉบับจับมือทำ"
"บทนำ: หนังสือเล่มนี้จะเปิดเผยระบบการทำงานของคัมภีร์โบราณ ในฐานะเข็มทิศระหว่างโลกแห่งตำนานและความจริง ณ จุดบรรจบของสสารและจิตวิญญาณ เพื่อทำการยึดเหนี่ยวแดนตำนาน..."
"บทที่ 1 คัมภีร์โบราณ สื่อนำแห่งเต๋า อักษรเชื่อมฟ้าดิน"
"สิ่งที่เรียกว่าคัมภีร์โบราณ คือตำราที่สืบทอดมาจากยุคดาวบรรพกาลภายใต้เงื่อนไขพิเศษ ระหว่างบรรทัดอักษร แบกรับจิตสำนึกร่วมของบรรพชนยุคโบราณเอาไว้ หลงเหลือ 'จุดยึดเหนี่ยวความทรงจำ' ที่ชี้ทางสู่แดนตำนาน..."
เซี่ยหลิงซินกลับมานั่งที่โต๊ะ เปิดอ่านหนังสือทฤษฎีการยึดเหนี่ยว อ่านไปได้ครึ่งหน้าก็รู้สึกทะแม่งๆ
คัมภีร์โบราณ... ตามนิยามที่เขียนไว้ มันก็คือหนังสือหรือตัวอักษรที่หลงเหลือมาจากยุคโลกใบเล็กไม่ใช่เหรอ?
ตอนนี้กลับกลายเป็นทรัพยากรสำคัญในการเปิดประตูสู่แดนตำนานซะงั้น
จุดยึดเหนี่ยวความทรงจำ?
ความอยากรูอยากเห็นของเซี่ยหลิงซินพุ่งปรี๊ด เขาพลิกหน้าต่อไปอ่านอย่างตั้งใจ
...
อ่าวถงกู่
"ฉึก!"
ท่อนแขนขาวเนียนราวหยก ทะลวงผ่านอกของคนคนหนึ่งจากด้านหลังอย่างนุ่มนวล
จินซู่ค่อยๆ ดึงมือกลับออกมา ตรงหน้าคือหญิงวัยกลางคนอายุราวสี่ห้าสิบปี
รูปร่างอ้วนท้วมแบบหญิงชาวบ้านทั่วไป หน้าอกอวบอัดมีรูกลวงโบ๋ เลือดเนื้อเละเทะ
จินซู่มองร่างหญิงคนนั้นค่อยๆ ล้มลง แววตาสงบนิ่งฉายแววเวทนาวูบหนึ่ง
เพียงชั่วพริบตาเดียวก็จางหายไป
"นี่รายที่เท่าไหร่แล้ว?"
เจ้าหน้าที่สำนักงานสิ่งแวดล้อมที่ปิดล้อมพื้นที่อยู่รอบๆ รีบวิ่งเข้ามาเคลียร์พื้นที่ มีคนตอบว่า "ถ้ารวมรายนี้ด้วย ก็ 13 รายครับ"
จินซู่ขมวดคิ้ว "แค่สิบกว่าวัน โผล่มาตั้ง 13 ราย..."
ผ่านไปครู่ใหญ่ เธอจึงเอ่ยปาก "ชดเชยให้ครอบครัวเขาอย่างสมเกียรติ"
พูดจบก็หันหลังเดินจากไป
ผู้หญิงคนนี้ เป็นแค่ชาวบ้านธรรมดา
เพียงแต่โชคร้าย ถูกผีสิงร่างเข้า
ภูตผีปีศาจไม่ใช่สิ่งมีชีวิตในโลกสสาร เมื่อเข้าสิงร่าง ร่างกายก็จะถูกกัดกร่อนปนเปื้อนจนหมดทางเยียวยา ต่อให้ฆ่าผีได้ ร่างต้นก็ไม่รอดอยู่ดี
เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นบ่อยครั้งในทุกมุมโลก
จินซู่เองก็ไม่รู้ว่าลงมือสังหารไปกี่รายแล้ว
แต่จนถึงทุกวันนี้ เธอก็ยังไม่สามารถทำใจให้ชินชากับมันได้
การถูกผีสิง ไม่ใช่ความผิดของคนพวกนี้
แต่เพื่อไม่ให้มลทินแพร่กระจาย เธอทำได้แค่กำจัดทิ้ง
เพียงแต่ว่า ความรู้สึกแบบนี้... มันไม่สบอารมณ์เอาซะเลย...
เมื่อทำลายแดนผี เดินออกจากเขตปิดล้อม ท่ามกลางผู้คนขวักไขว่ จินซู่รู้สึกว่าตัวเองเหมือนหยดหมึกที่หยดลงในน้ำใส
สกปรกโสมม... เข้ากับโลกใบนี้ไม่ได้
"ตื๊ด ตื๊ด ตื๊ด..."
โทรศัพท์มือถือดังขึ้น
ไป๋หรูฮุ่ย?
จินซู่ขมวดคิ้วเล็กน้อย กดรับสาย "มีอะไร?"
ไป๋หรูฮุ่ยกล่าว "ท่านนายพลจิน เรื่องที่ผมเรียนปรึกษาท่านเมื่อคืน ไม่ทราบว่าท่านพิจารณาเป็นอย่างไรบ้างครับ?"
จินซู่ตอบเสียงเรียบ "เขาเป็นคนของฉัน"
"...เข้าใจแล้วครับ"
"เฮ้อ... เป็นผู้เฒ่าที่เสียมารยาทแล้ว"
ถอนหายใจเบาๆ กล่าวขออภัยคำหนึ่ง แล้วไป๋หรูฮุ่ยก็วางสายไป
วางโทรศัพท์ลง จินซู่นิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะก้าวขาเรียวยาว เดินเท้ากลับไปยังสำนักงานสิ่งแวดล้อม
มุ่งหน้าตรงไปยังฝ่ายจัดการคัมภีร์โบราณ
"โอ๊ะ หัวหน้าจินมาได้ไงครับเนี่ย?"
เจียงต้าฉิวเห็นจินซู่เดินมาแต่ไกลผ่านหน้าต่าง ก็รีบลุกขึ้น ยื่นหน้าอ้วนๆ ออกมาทักทาย
จินซู่พยักหน้าให้ แล้วชี้ไปที่เซี่ยหลิงซินที่กำลังอ่านหนังสือเพลินอยู่ด้านหลัง "ฉันมาหาเขา"
ลุงเจียงหันกลับไปมองเซี่ยหลิงซินด้วยความประหลาดใจ
ไอ้เด็กนี่มีดีอะไรวะ?
หัวหน้าจินผู้มาใหม่คนนี้ ได้ข่าวว่าเบื้องหลังไม่ธรรมดา
แกไม่กล้าชักช้า ตบไหล่เด็กหนุ่ม "เสี่ยวเซี่ย หัวหน้าจินมาหาเอ็งแน่ะ รีบไปเถอะ ทางนี้ข้าดูเอง"
เซี่ยหลิงซินสะดุ้งตื่นจากภวังค์ เงยหน้าเห็นจินซู่ก็ยิ้มกว้าง "พี่สาว!"
ตาเล็กๆ ของลุงเจียงเบิกกว้างจนแทบถลน หูผึ่งทันที
พี่สาว?
เมื่อกี้ข้าดูแลมันดีพอรึเปล่าวะเนี่ย?
[จบแล้ว]