- หน้าแรก
- วุ่นรักภรรยาคนงาม กับภารกิจดึงดันจะเก็บขยะ
- บทที่ 22 เปลี่ยนสีหน้าได้ทันควัน
บทที่ 22 เปลี่ยนสีหน้าได้ทันควัน
บทที่ 22 เปลี่ยนสีหน้าได้ทันควัน
คำพูดของเฉินชิงเสวียนเหมือนฝ่ามือที่ตบเรียกสติซูติงเซียงฉาดใหญ่ จนทำให้เธอตื่นจากภวังค์
"งั้น... หลังจากสมาพันธ์จัดการกับไอ้สารเลวนั่นแล้ว หนูจะไปทำแท้งเด็กคนนี้ค่ะ" ซูติงเซียงพูดพลางชำเลืองมองเฉินชิงเสวียนอย่างกล้าๆ กลัวๆ
เฉินชิงเสวียนทำหน้าหงุดหงิดยิ่งกว่าเดิม "มองฉันทำไม? ฉันไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับเด็กในท้องเธอสักหน่อย"
พูดจบ เฉินชิงเสวียนก็เพิ่งนึกได้ว่าตัวเองอาจจะดุเกินไป เขาหันขวับไปมองเหอเหยียนโดยสัญชาตญาณ แล้วก็ได้รับรอยยิ้มให้กำลังใจจากภรรยา
"ถ้ามีอะไรอยากพูดก็พูดไปเถอะ ถ้าด่าแล้วไม่ตื่น เดี๋ยวเธอก็วิ่งมาโดดแม่น้ำชิงสุ่ยของผมอีก"
ถ้าไม่ใช่เพราะเห็นว่าเด็กสาวคนนี้น่าสงสารจริงๆ แผนเดิมของเหอเหยียนคือจับพวกที่ชอบโดดแม่น้ำมากดน้ำให้เกือบตาย แล้วค่อยลากขึ้นมาโยนทิ้งไปไกลๆ
คิดได้ดังนั้น เหอเหยียนก็แอบชำเลืองมองเฉินชิงเสวียน
ช่างเถอะ... อย่าแสดงด้านโหดเหี้ยมแบบนั้นให้แฟนเห็นจะดีกว่า
ทั้งสองคนส่งยิ้มให้กัน โดยเมินซูติงเซียงไปอย่างสิ้นเชิง
เช้านี้ซูติงเซียงกินข้าวมานิดเดียว แต่จู่ๆ เธอก็รู้สึกอิ่มแปลกๆ
หลังจากเฉินชิงเสวียนและเหอเหยียนโชว์หวานจนพอใจ พวกเขาก็นึกขึ้นได้ว่ายังมีเด็กน้อยน่าสงสารยืนหัวโด่กอยู่ตรงนี้อีกคน
"ตื๊ด ตื๊ด"
โทรศัพท์ของเฉินชิงเสวียนดังขึ้นสองครั้ง ข้อความจากเจี้ยนอวิ๋นและเฟยอวี่เด้งขึ้นมาพร้อมกัน
นกขี้บ่นจอมหนวกหู: [บอสครับ บอสครับ เราเจอพิกัดคนร้ายแล้ว จะคุมตัวกลับสมาพันธ์ไปไต่สวนเดี๋ยวนี้ บอสจะพาผู้เสียหายมาดูให้หายแค้นไหมครับ? บอกน้องเขาด้วยนะว่าถ้าโดนรังแกต้องสู้กลับ พี่ชายคนนี้จะหนุนหลังเอง! อ้อ แล้วผมกับเสี่ยวอวิ๋นก็จะแวะไปรับเมียหลวงของคนร้ายมาด้วยครับ]
อวิ๋นฝ่ายโลจิสติกส์ขั้นเทพ: [บอสครับ เราจะคุมตัวมนุษย์กลายพันธุ์กลับถึงสมาพันธ์ภายในสิบห้านาที บอสจะเข้าร่วมการไต่สวนไหมครับ?]
เฉินชิงเสวียนเมินข้อความของเฟยอวี่โดยอัตโนมัติ หลังจากอ่านข้อความของเจี้ยนอวิ๋นจบ เขาก็หันไปถามซูติงเซียง "อยากไปดูการไต่สวนที่สมาพันธ์ไหม?"
"ไปได้เหรอคะ?" ดวงตาของซูติงเซียงเป็นประกายขึ้นมาทันที
จะมีอะไรมีความสุขไปกว่าการได้เห็นศัตรูทนทุกข์ทรมานอีกล่ะ? ไม่มีหรอก
"ในฐานะผู้เสียหาย เธอสามารถเข้าร่วมสังเกตการณ์การไต่สวนได้" เฉินชิงเสวียนบอก
ซูติงเซียงพยักหน้าหงึกๆ "ไปค่ะ หนูอยากไป หนูอยากไป"
แล้วเธอก็รีบเสริม "ดูเสร็จแล้วหนูจะไปโรงพยาบาลค่ะ"
เฉินชิงเสวียนรับทราบ แล้วหันไปหาเหอเหยียนพร้อมหัวเราะเบาๆ "อาเหยียน สนใจไปสมาพันธ์กับฉันไหม?"
เหอเหยียนอยากจะพยักหน้า แต่หางตาอันเฉียบคมดันเหลือบไปเห็นขวดเครื่องดื่มถูกทิ้งอยู่ริมแม่น้ำพอดี
พื้นที่แถบนี้เป็นจุดที่เขายังไม่ได้เก็บขยะ ในเมื่อมาแล้ว เทพเจ้าแห่งแม่น้ำอย่างเขาก็ต้องทำหน้าที่ของตัวเอง
"ไม่ล่ะ ผมไม่ค่อยสนใจเรื่องไต่สวนเท่าไหร่"
เฉินชิงเสวียนพยักหน้าเข้าใจ "นั่นสินะ อาเหยียนจิตใจอ่อนโยนมาตลอด เรื่องเลือดตกยางออกรุนแรงแบบการไต่สวนคงไม่เหมาะกับเธอหรอก"
พูดจบ เฉินชิงเสวียนก็ลืมเรื่องสาวกลัทธิมารสองคนที่เหอเหยียนฆ่าตาย แถมยังสับหัวปลาจนเละเป็นโจ๊กไปเสียสนิท
เหอเหยียนยิ้มอย่างรู้สึกผิดเล็กน้อย ไม่เคยคิดจะแก้ต่างฟิลเตอร์แสนดีที่แฟนหนุ่มยัดเยียดให้เลยสักนิด
"งั้นเดินทางระมัดระวังนะ เสร็จธุระแล้วค่อยกลับมาหาผมที่นี่" เหอเหยียนพูดพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยน
เฉินชิงเสวียนเคลิ้มจนหัวแทบหมุน เขาพึมพำตอบรับ คว้าตัวซูติงเซียง แล้วพุ่งทยานขึ้นสู่ท้องฟ้า เรียกเสียงกรีดร้องยาวเหยียดตามมา
ซูติงเซียงที่จู่ๆ เท้าก็ลอยจากพื้น หัวใจแทบจะหลุดออกมาทางปาก อีกนิดเดียววิญญาณคงหลุดออกจากร่าง
แต่ยังไม่ทันที่เสียงกรีดร้องจะสิ้นสุด เท้าของเธอก็แตะพื้นอีกครั้ง
"ถึงแล้ว นี่บ้านแฟนเก่าเธอ"
เฉินชิงเสวียนปล่อยมือทันทีที่ถึงพื้น ไม่สนใจเลยว่าเธอจะขาอ่อนจนเกือบลงไปกองกับพื้น
ซูติงเซียงสูดหายใจลึกๆ หลายเฮือก มองดูชายหนุ่มที่เปลี่ยนสีหน้าเร็วยิ่งกว่าพลิกฝ่ามือด้วยนิ้วที่สั่นเทา
"หนูผิดไปแล้ว ชาตินี้หนูจะไม่คิดฆ่าตัวตายอีกแล้วค่ะ"
"ถ้าหนูไม่คิดสั้น หนูคงไม่ได้มาเจอคุณ ปีศาจผู้ยิ่งใหญ่... เอ้ย ผู้คุมกฎผู้แสนดีมีคุณธรรม คอยปกป้องบ้านเมืองและประชาชน" เสียงของซูติงเซียงค่อยๆ แผ่วลงภายใต้สายตากดดันของเฉินชิงเสวียน จนกลายเป็นคำเยินยอในที่สุด
ผู้ชายคนนี้น่ากลัวเกินไปแล้ว
เขาไม่มองเธอว่าเป็นคนท้องที่กำลังจะฆ่าตัวตายด้วยซ้ำ หรือเผลอๆ จะไม่มองว่าเป็นคนด้วยซ้ำไป
ซูติงเซียงขยับตัวออกห่างจากเฉินชิงเสวียนอย่างเงียบเชียบ แล้วเริ่มสังเกตสิ่งรอบตัว ดูเหมือนพวกเขาจะอยู่บนดาดฟ้าของอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง
เฉินชิงเสวียนปล่อยให้ซูติงเซียงพักหายใจครู่หนึ่งจนกระทั่งโทรศัพท์ของเขาดังขึ้นอีกครั้ง จากนั้นจึงพาเธอเดินลงไปข้างล่าง
"ไปกัน ไปหาแฟนเก่าเธอกัน"
เฉินชิงเสวียนก้าวยาวๆ ลงบันได ซูติงเซียงรีบเดินตาม ความกลัวที่มีต่อแฟนเก่ามลายหายไปจนหมดสิ้น
เมื่อเทียบกับผู้คุมกฎที่นึกจะบินก็หิ้วคอคนบินขึ้นฟ้าโดยไม่บอกกล่าว พลังมนุษย์กลายพันธุ์กระจอกๆ ของแฟนเก่าเธอมันจะไปน่ากลัวตรงไหน?
เฉินชิงเสวียนเดินลงมาถึงชั้นเก้า ประจวบเหมาะกับที่เฟยอวี่และเจี้ยนอวิ๋นกำลังเคาะประตูห้องพอดี
"บอส" เจี้ยนอวิ๋นและเฟยอวี่ทักทายเสียงเบา สายตามองเลยไปที่ซูติงเซียงซึ่งเดินตามหลังเฉินชิงเสวียนมา
แม้จะรู้ข้อมูลมาก่อนแล้วว่าเหยื่อเป็นเด็กสาวอายุสิบเจ็ดสิบแปด แต่พอได้เห็นตัวจริง ความโกรธแค้นก็ยิ่งปะทุขึ้นในใจของพวกเขา
"เปิดประตู!" เฟยอวี่เคาะประตูแรงขึ้น
"ตรวจแก๊สครับ! มีคนแจ้งว่าแก๊สในตึกมีปัญหา เปิดประตูหน่อยครับ เปิดประตู!"
ครู่ต่อมา เสียงผู้ชายหงุดหงิดก็ดังลอดออกมาจากข้างใน "ได้ยินแล้ว กำลังจะเปิด เลิกเคาะสักที"
ประตูถูกเปิดออกจากด้านใน มนุษย์กลายพันธุ์เห็นหน้าคนสี่คนที่ยืนอยู่หน้าห้องก็พยายามจะปิดประตูใส่ทันที แต่เฟยอวี่ใช้มือข้างเดียวยันประตูไว้ได้อย่างง่ายดาย
"ถ้าไม่ได้ทำอะไรผิด แล้วจะกลัวอะไร?"
เฟยอวี่แสยะยิ้ม ผลักชายคนนั้นกระเด็นเข้าไปในห้อง เปิดประตูอ้าซ่า
"ที่รัก เกิดอะไรขึ้น?" ผู้หญิงสวมชุดนอนขนฟูและมาสก์หน้าเดินออกมาจากห้องด้านใน ดูอายุราวๆ ยี่สิบเจ็ดถึงยี่สิบแปดปี
ชายคนนั้นถลึงตามองซูติงเซียงที่เดินเข้ามาเป็นคนสุดท้ายอย่างคาดโทษ แล้วหันไปพูดกับภรรยาด้วยท่าทีร้อนรนมีพิรุธ "ไม่มีอะไรหรอก คุณมาสก์หน้าอยู่มันไม่สะดวก กลับเข้าไปในห้องก่อนเถอะ"
หลี่เสี่ยว มู่ภรรยาของเขาไม่ได้ขยับตามคำสั่ง เธอดึงแผ่นมาสก์หน้าออกแล้วโยนทิ้งไปข้างๆ สายตาจับจ้องไปที่ซูติงเซียง
"ฉันยังไม่มีโอกาสรวบรวมหลักฐานเล่นงานพวกเธอสองคนเลย ดันโผล่มาให้เชือดถึงหน้าประตูบ้านซะงั้น"
"น้องสาว ดูหน้าตายังเด็กอยู่เลยนะ แต่ก็สวยใช้ได้นี่"
ซูติงเซียงตกใจกับรังสีอำมหิตของหลี่เสี่ยว มู่ "เปล่านะคะ หนูไม่รู้ว่าเขามีเมียแล้ว เขาบอกหนูว่าเขาโสด"
ได้ยินแบบนั้น สายตาที่หลี่เสี่ยว มู่มองซูติงเซียงก็อ่อนลงทันที เธอรู้ได้ในพริบตาว่าเด็กสาวคนนี้ก็เป็นเหยื่อที่ถูกหลอกเหมือนกัน
"พูดบ้าอะไรของแก!" หยางฮ่าวตวาดใส่ซูติงเซียง
"เพียะ!"
หลี่เสี่ยว มู่ตบหน้าหยางฮ่าวฉาดใหญ่ "ฉันสั่งให้พูดเหรอ? เห่าอะไรของแก?"
หยางฮ่าวมองภรรยาด้วยความไม่อยากเชื่อ ทำท่าจะง้างมือสู้กลับ แต่ถูกมือของเฟยอวี่ที่ฉีกยิ้มกว้างกดไหล่ไว้แน่น
"อย่าโกรธไปเลยน่า โบราณว่ารักดอกจึงหยอกเล่น ตบจูบๆ ดูสิเมียนายตบแรงขนาดนี้ แสดงว่ารักมากนะเนี่ย"
"ถ้าเป็นบอสของฉันนะ ตบทีเดียวหัวนายคงลงไปจูบพื้นแล้ว"
หยางฮ่าวมองเฟยอวี่ที่ยิ้มร่า แล้วจู่ๆ ก็รู้สึกขนลุกซู่ ราวกับถูกสัตว์ประหลาดจ้องเล่นงาน