เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 794 ความสงสัยของเย่ว์หวี่

ตอนที่ 794 ความสงสัยของเย่ว์หวี่

ตอนที่ 794 ความสงสัยของเย่ว์หวี่


สามวันต่อมาเมื่อเย่ว์หยางและเสวี่ยอู๋เสียและองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนไต่ระดับบันไดสวรรค์ครั้งที่สามพวกเขาพบว่าจักรพรรดินีราตรีไม่ทราบว่าลงมารอพวกเขาตั้งแต่เมื่อไหร่

“ดูเหมือนว่าพวกเจ้าจะได้พบกับความลับของบันไดสวรรค์แล้ว...ได้ผลเก็บเกี่ยวอะไรมาบ้าง? ว่าไง? นี่ต้องบอกว่าเป็นชะตา จะกำหนดแน่นอนลงไปก็คงไม่ได้  ตราบใดที่สงบจิตใจฝึกฝนตามเส้นทางของตนเองรางวัลที่เราได้รับตกทอดจากผู้อาวุโสรุ่นก่อนนั่นก็คือมรดกจากบันไดสวรรค์ เมื่อเรามีความแข็งแกร่งพอในระดับหนึ่งหรือบางครั้งที่เราต้องจากลาไปข้าก็ยังสามารถทิ้งเงาจิตสำนึกศักดิ์สิทธิ์ไว้ที่นี่ คอยให้คำแนะนำเล็กๆ น้อยๆแก่ผู้เยาว์ในอนาคต!  นางพญาเฟ่ยเหวินหลี จักรพรรดิอวี้ ไหโหย่วเชียนเย่เทียนหลุน อู๋เส้อนักสู้รุ่นอาวุโสได้ทิ้งเงาจิตสำนึกศักดิ์สิทธิ์ไว้ในบันไดสวรรค์แห่งนี้ซึ่งเราก็ยังไม่รู้ว่าอยู่ตรงที่ใดบ้าง พวกเจ้าได้ผลเก็บเกี่ยวอะไรบ้าง? ช่วยบอกให้ข้าร่วมยินดีด้วย!”

“คนที่พบเจอคนแรกเลยก็คือปิงเอ๋อนางเอาชนะและได้รับมุกมายาฟ้า...”องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนเล่าถึงรายละเอียดผลเก็บเกี่ยวของแต่ละคน

“อาหมันเลื่อนเป็นเทพขุนพลด้วยหรือนี่?พลังศักดิ์สิทธิ์เสาห้าธาตุศักดิ์สิทธิ์ ธาตุดิน? นี่ทำให้ข้าทึ่งจริงๆ ข้ายังคงคิดว่านี่ต้องเป็นรางวัลระดับขั้นที่ห้าแสนขึ้นไปเสียอีก!” จักรพรรดินีราตรียินดีอย่างที่สุดเมื่อได้ยินว่าอาหมันเลื่อนชั้นเป็นเทพขุนพลธาตุดินเรื่องนี้ทำให้นางทึ่งอย่างอธิบายไม่ถูก

“แต่น่าเสียดายที่ระดับปัจจุบันของอาหมันคงแสดงฤทธิ์เทพขุนพลธาตุดินได้ไม่เกินหนึ่งในร้อย!”เย่ว์หยางถอนหายใจเสียดาย

“ไม่เป็นไร, นี่นับเป็นโชคของอาหมันแล้วเปลี่ยนเป็นคนอื่น เจ้าจะไม่สามารถต้านทานพลังเทพของขุนพลเทพธาตุดินได้!  นอกจากนี้ต่อให้อาหมันแสดงพลังเทพได้เพียงหนึ่งในร้อย  แต่นั่นก็ยังเป็นพลังที่ไม่ธรรมดาอยู่ดี!  นั่นคือพลังเทพ  พลังเทพกับพลังธรรมดาแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง!”  จักรพรรดินีราตรีได้ยินแล้วนางหัวเราะอย่างไม่เบื่อ และปลอบใจเย่ว์หยางไปด้วย

“จื้อจุนกับท่านได้ผลเก็บเกี่ยวในชั้นบนบ้างไหม?”  เสวี่ยอู๋เสียถาม

“ผู้พิทักษ์ชั้นที่เจ็ดหมื่นแปดหมื่นและเก้าหมื่นยอมรับข้าในระดับสูงสุด แต่ได้ผลเก็บเกี่ยวเพียงเล็กน้อยชั้นที่แสนและแสนห้าจื้อจุนก็ได้รับประโยชน์ไปอีกครั้งตอนนี้นางบุกไปถึงขั้นที่สองแสน จากการรบกับเผ่าเก้าแสง จักรพรรดินีฟ้า ระดับพลังของจื้อจุนเพิ่มขึ้นอีกมากเป้าหมายที่ตั้งไว้ก่อนนั้นขั้นที่สองแสนดูเหมือนว่าจะไม่ใช่เรื่องที่ยากมากเสียแล้ว ระดับปัจจุบันของนางตั้งเป้าหมายไว้ที่ชั้นที่ห้าแสน ถ้าได้ความร่วมมือจากเย่ว์หยางน้อยข้าคาดว่านางอาจบุกไปถึงขั้นที่ล้านภายในหนึ่งปีก็ยังได้  พื้นฐานก็คือนางกับเย่ว์หยางน้อยมีคัมภีร์อัญเชิญชั้นศักดิ์สิทธิ์จะทำให้ควบคุมเครื่องมือชั้นเทพได้สำเร็จ!”

คำพูดของจักรพรรดินีราตรีทำให้เย่ว์หยางเสวี่ยอู๋เสียและองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนต้องตกใจกันทั้งสามคน

ทุกคนรู้ว่าจื้อจุนมีความก้าวหน้าในตอนสู้กับจักรพรรดินีฟ้า

แต่ไม่มีใครเคยคิด

ว่านางจะก้าวหน้ามากขนาดนี้

เป้าหมายก่อนนั้นก็คือบันไดสวรรค์ขั้นที่สองแสน  หากดูเหมือนว่าจักรพรรดินีราตรีพูดว่าไม่มีความยากมากในชั้นต่อๆไป ระดับปัจจุบันของจื้อจุนยังไปได้ขอบเขตขนาดไหน?นางสามารถบุกเดี่ยวไปถึงขั้นที่สามแสน หรือว่าขั้นที่สี่แสน?

เมื่อนางยังเห็นว่าทั้งสามคนยังคลางแคลงใจจักรพรรดินีราตรีหัวเราะเสียงเหมือนระฆังเงินนุ่มนวลราวกับสายลม “พวกเจ้าเด็กน้อยพวกเจ้าก้าวหน้าเติบโตได้ คนอื่นไม่สามารถก้าวหน้าได้หรือ?  พวกเจ้าฉลาดเกินกว่าที่พวกเจ้ารู้ตัวและพวกเจ้าไปได้ครั้งละสิบขั้น  แต่เราไม่สามารถก้าวไปได้สักขั้นหรือไง?”

องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนรีบโบกมือ “นั่นต่างกัน ก้าวย่างของท่านก้าวเดียวก็ไปได้มากกว่าสิบขั้น ในขอบเขตของท่านทุกย่างก้าวล้วนแต่เปลี่ยนแปลงสะเทือนถึงฟ้าดิน!”

จักรพรรดินีราตรีมีความสุข “ไม่ต้องมาประจบ  เรารู้ตัวเองดี”

เย่ว์หยางเมื่อได้ยินว่าจักรพรรดินีราตรีไม่ยินดีพูดถึงขอบเขตการฝึกฝนมากเกินไปเขารีบเปลี่ยนหัวข้อถาม“จื้อจุนตั้งใจว่าให้ข้าตามไปให้ทันที่แสนขั้นหรือสองแสนขั้นหรือ?ท่านคิดว่าตอนนี้ข้าสามารถไต่ระดับไปถึงขั้นสองแสนได้หรือ?  อย่าว่าแต่สองแสนเลย  ขั้นที่แสนข้าคิดว่าแค่นี้ก็เต็มกลืนแล้ว!”

จักรพรรดินีราตรีรอเขาพูดจบ จึงพูดปลอบอย่างอารมณ์ดี“เราทุกคนรู้ว่าเจ้ากังวล แต่การฝึกฝนจะกังวลมากไปไม่ได้!”

เสวี่ยอู๋เสียตาเป็นประกาย และพูดด้วยความประหลาดใจ“ท่านช่วยให้เขาบรรลุผ่านไปได้ไหม?”

เสียงเรียกที่ตื่นเต้นของนางทำให้เย่ว์หยางและองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนตอบสนองทันที

ทุกคนมองมาทางจักรพรรดินีราตรีอย่างคาดหวัง

จักรพรรดินีราตรียังไม่เอ่ยปากดูเหมือนนางลังเลเล็กน้อยเหมือนกับจะเรียบเรียงคำพูดเวลาผ่านไปเล็กน้อยนางพูดเสียงไพเราะ “ในการสร้างความก้าวหน้าของเราเราไม่อาจกังวลได้ เราต้องเลือกอย่างเหมาะสม.... เสี่ยวหยาง! จุดก้าวหน้าของเจ้าไม่ใช่อย่างอื่นแต่เป็นการต่อสู้! เจ้ายังไม่ควรใช้บันไดสวรรค์สำหรับฝึกฝนในเวลานี้ก่อน แต่ควรต่อสู้กับศัตรูประการแรกคือกระตุ้นศักยภาพที่ยังอยู่ในระดับต่ำของเจ้าเมื่อศักยภาพที่ต่ำของเจ้าได้รับการกระตุ้นต่อเนื่องจนกระทั่งมีผลสำเร็จเจ้าจะบรรลุระดับปราณราชันย์ได้จริงๆ!  ไม่ต้องห่วง ระดับนี้จะเป็นระดับบรรลุตามธรรมชาติของเจ้าเจ้าไม่ต้องได้ปัจจัยและเงื่อนไขพิเศษเจ้าเพียงแค่สู้ต่อไปและปรับสภาวจิตใจของเจ้าให้มีความพร้อมเต็มที่!”

เย่ว์หยางคิดอยู่ชั่วขณะหนึ่ง  “ท่านจะให้ข้ากลับไปแดนสวรรค์ใช่ไหม?”

“ถูกแล้ว การฝึกของเจ้าที่นี่ ไม่มีอะไรที่ไม่ดีแต่เพราะมีเจ้าอยู่ด้วย ทุกคนจะทำได้ไม่ดีที่สุด มีเจ้าอยู่ที่นี่ ทุกคนกลัวว่าเจ้าจะกังวลไม่กล้าท้าทายขีดจำกัดตัวเอง! แต่ถ้าเจ้าอยู่ในแดนสวรรค์และบรรลุระดับปราณราชันย์ได้จึงค่อยกลับมาที่นี่อีกแล้วฝึกกับข้ากับจื้อจุนด้วย นั่นจะไม่มีปัญหาเราจะพยายามไต่ไปที่ระดับห้าแสน.. ถ้าเจ้าอยู่สู้ในแดนสวรรค์และยังไม่บรรลุระดับปราณราชันย์ ข้าไม่รู้ว่าจะเรียกว่าเป็นงานทางการได้หรือเปล่า..เจ้าจงกลับไปวังเทียนหลัวตามหาอาเซียน (แม่สี่) ถามนางว่านางต้องการให้พาไปที่โลกคัมภีร์เทพไหมบางทีนางอาจช่วยให้เจ้าทำสัญญากับคัมภีร์เทพได้!”

“หา,แม่สี่น่ะหรือ?” เย่ว์หยางตกใจหลังจากได้ยินเช่นนั้น

“ข้าคาดเดาแค่นี้ และยังไม่แน่ใจเต็มร้อยนอกจากนี้ถ้าเจ้าบรรลุพลังปราณราชันย์ด้วยตนเอง จงอย่าใช้คัมภีร์เทพนี้คัมภีร์เทพไม่ง่ายกับการทำสัญญา ต่อให้เจ้าทำสัญญาได้เจ้าก็ยังใช้ไม่ได้ในตอนนี้ แต่เจ้าจะได้รับผลกระทบจากคัมภีร์” จักรพรรดินีราตรีชะงักเล็กน้อยและพูดต่อสองสามคำในที่สุดไม่รอให้เย่ว์หยางและเสวี่ยอู๋เสียหายตกใจ นางลอยหายไปกับสายลม

แม่สี่มีหน้าที่ให้เย่ว์หยางทำสัญญากับคัมภีร์เทพอย่างนั้นหรือ?

ข่าวนี้น่าตกใจมากกว่าการหลอมรวมกับพลังศักดิ์สิทธิ์ห้าธาตุของอาหมันและกลายเป็นขุนเทพธาตุดิน!

แม่สี่และพี่สาวนางมีที่มายังไงกันแน่  ทำไมถึงมีพลังลึกลับมากนัก ทั้งยังคลุมเครือ?

เย่ว์หยางคิดถึงความเป็นไปได้อย่างหนึ่งแม่สี่ในตอนนี้มีวิธีติดต่อพี่สาวของนางใช่หรือไม่? พี่สาวแม่สี่เป็นสตรีที่ลึกลับที่สุดในหอทงเทียนเป็นสตรีคนเดียวที่สามารถเข้าแดนล่มสลายแห่งทวยเทพ

นางยังอยู่ในแดนล่มสลายแห่งทวยเทพ?

หรือว่าบันไดล้านขั้นเป็นระดับการฝึกของนักสู้ปราณฟ้าหรือไม่?

เสวี่ยอู๋เสียรู้สึกตัวไวที่สุดนางลูบหลังเย่ว์หยางอย่างนุ่มนวล “อย่าคิดมากไปเลย แม่สี่, ไม่ว่าจะเป็นยังไงก็ตามข้าหวังว่าเราจะต้องก้าวหน้าไปอย่างดีที่สุด”

องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนยังคงพยักหน้ายืนยันรับรองเสวี่ยอู๋เสียและกล่าว“นี่, เราทั้งสองจะอยู่กับเจ้าจะไปฝึกที่แดนสวรรค์พร้อมกับเจ้ารอให้บรรลุระดับปราณราชันย์ด้วยกัน จากนั้นค่อยกลับไปวังเทียนหลัวด้วยกันตามหาแม่สี่และไปที่โลกคัมภีร์เทพด้วยกัน ถ้าเราสามารถใช้คัมภีร์เทพได้อย่างนั้นก็ทำสัญญา ถ้าทำสัญญาไม่ได้ก็ไม่เป็นไรข้าเชื่อว่าคัมภีร์ของเจ้าต่อไปจะกลายเป็นคัมภีร์เทพได้แน่นอน!”

“ก็ได้!”  เย่ว์หยางลอบปาดเหงื่อความจริงเขามีคัมภีร์เทพอยู่เล่มหนึ่งแล้ว แต่เขายังใช้ไม่ได้

ปัจจุบันนี้มีทั้งคัมภีร์เพชร ของคัมภีร์เทพ

เป็นไปได้หรือที่จะทำสัญญากับกฎเทพดั้งเดิม?

คำตอบนี้ เย่ว์หยางไม่สามารถหาได้!

เนื่องจากแนวความคิดที่ว่าน้ำกับน้ำมันไม่สามารถเข้ากันได้เย่ว์หยางคิดในใจว่าถ้าเขาไม่สามารถทำสัญญากับคัมภีร์เทพได้ เขาจะไม่ปล่อยให้คนอื่นทำสัญญา แม่สี่และเสวี่ยอู๋เสียหรือองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนถ้าสามารถทำสัญญาได้ก็ควรให้นางทำสัญญา!   หรืออย่างแย่จริงๆก็ช่วยนางพญาเฟ่ยเหวินหลีออกมาจากผนึกหลุมดำแล้วให้นางทำสัญญากับคัมภีร์เทพ....

ต้องรู้ไว้ก่อนว่าคัมภีร์เทพมีเพียงสิบเล่ม!

ในแดนสวรรค์ อย่าว่าแต่คัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์และคัมภีร์เทพเลยแค่คัมภีร์ชั้นเพชรก็ยากจะเห็นได้ แค่มีคัมภีร์แพลตตินัม หรือคัมภีร์ทองของนักรบแดนสวรรค์เท่านั้น! ดังนั้นของดีๆ อย่างคัมภีร์เทพจะมอบให้คนอื่นได้หรือ?

ถ้าเย่ว์หยางสามารถทำสัญญากับคัมภีร์เทพได้  ตามความคิดของเขากฎเทพดั้งเดิมในการทำสัญญาก็ถือว่าไม่มากเกินไป

เมื่อไม่สามารถทำสัญญาได้หลายเล่มอย่างนั้นหลอมรวมกันก็พอเป็นไปได้...

อย่างไรก็ตาม คัมภีร์เทพที่มากอย่างนี้เขาต้องครอบครองให้เต็มที่ ไม่อาจปล่อยให้คนอื่นได้  คัมภีร์เทพเป็นเครื่องมือเทพเจ้าที่ดีที่สุดภายในมีอสูรเทพเป็นอสูรพิทักษ์ ทักษะแฝงเร้นระดับเทพมีสนามพลังและสำนึกศักดิ์สิทธิ์ที่ไร้เทียมทาน มีพลังเทพและประกายเทพสิ่งนั้นถ้าตกไปอยู่ในเงื้อมมือศัตรูคงไม่ใช่เรื่องดี

หลังจากเย่ว์หยางและเสวี่ยอู๋เสียและองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนตัดสินใจแล้วพวกเขากลับไปยังแดนสวรรค์และเข้าไปในดินแดนฝึกฝน และได้เวลาสู้กับพวกตำหนักกลางศักดิ์สิทธิ์

จุดพักขั้นที่สี่ร้อย

เย่ว์หวี่และอู๋เหินกลับไปเริ่มต้นครั้งที่เก้าและมองดูหลิวเย่กำลังทดสอบกับเงาจิตสำนึกศักดิ์สิทธิ์ ‘มนุษย์หมอก’

มนุษย์หมอกอยู่ในกลุ่มหมอกขาวหลิวเย่ทุ่มเทสู้ทั้งด้วยแรงกายและแรงใจจนแทบหมดแรงถ้าไม่ใช่เพราะประสบการณ์ที่ฝึกฝนอย่างเข้มงวดกับเย่ว์หยางมายาวนานในการไต่บันไดสวรรค์ยิ่งสิ้นเปลืองแรงมากมายอยู่แล้วหลิวเย่คงไม่มีแรงยืนหยัดอยู่ได้ มนุษย์หมอกในขั้นที่สี่ร้อยยากจะเอาชนะได้มันไม่ได้มีร่างที่มองเห็นเป็นพิเศษ เป็นเพียงกลุ่มหมอกหนา แต่เปลี่ยนแปลงได้ดังใจบางครั้งเปลี่ยนแปลงเป็นรูปมนุษย์บางครั้งก็เป็นอาวุธ และเริ่มโจมตีติดตาม ถ้าไม่ใช่เพราะกวางทะลุมิติเคลื่อนไหวได้เร็ว นอกจากนี้หลิวเย่ยังเทเลพอร์ตบ่อยครั้งในช่วงเวลาวิกฤติหลบพ้นอันตรายได้มิฉะนั้นนางคงโดนมนุษย์หมอกและเคียวหมองฟันเข้าที่เอวไปแล้ว

“ฟื้นฟูกำลังเข้า ข้าไม่สามารถบอกจุดอ่อนของมันให้เจ้าได้  เจ้าต้องเอาชนะมันด้วยตัวเจ้าเอง  แล้วจึงจะได้รับการยอมรับอย่างบริบูรณ์รางวัลชั้นที่สี่ร้อยยังไม่มีใครได้ไป บางทีอาจเป็นของเจ้าก็ได้ เจ้าต้องพยายามให้ได้! เย่ว์หวี่ใช้ความสามารถมากมายจึงเอาชนะมนุษย์หมอกได้นางอดห่วงกังวลหลิวเย่ไม่ได้

“ข้าทราบ”หลิวเย่เสียสมาธิกับการตอบ แทบทำให้มนุษย์หมอกฟันใส่นางได้  นางตกใจเทเลพอร์ตถอยห่างออกไปร้อยเมตรพร้อมกับกวางทะลุมิติ

สายรัดศีรษะของนางถูกหมอกเคียวฟันขาด

ปลิวในอากาศ

เย่ว์หวี่มองดูหลิวเย่ไต่ชั้นสี่ร้อย ดูเหมือนนางจะมีความแข็งแกร่งเล็กน้อย

หลิวเย่นี้ไม่มีพลังโจมตีแน่นอน

หือ?

ขณะที่เย่ว์หวี่กำลังกระวนกระวายทันใดนั้นนางมองเห็นเสื้อคลุมที่ถูกเคียวหมอกฟันขาดปรากฏจี้ทองเป็นประกาย?จี้ทองเล็กๆ นั้นดูคุ้นตา ยิ่งนัก?

จบบทที่ ตอนที่ 794 ความสงสัยของเย่ว์หวี่

คัดลอกลิงก์แล้ว