เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 793 ขุนพลดินศักดิ์สิทธิ์ น้ำตาอาหมัน

ตอนที่ 793 ขุนพลดินศักดิ์สิทธิ์ น้ำตาอาหมัน

ตอนที่ 793 ขุนพลดินศักดิ์สิทธิ์ น้ำตาอาหมัน


ข้อมูลที่ปรากฏในคัมภีร์อัญเชิญทำให้เย่ว์หยางรู้สึกเหลือเชื่อ

อาหมันที่ไม่เคยเลื่อนเป็นอสูรเทพพอได้เลื่อนเป็นอสูรเทพครั้งแรกก็มีประกายเทพเลย

แม้แต่ตั่วตั่วนางพญาดอกหนามมงกุฎทองที่มีการวิวัฒนาการไม่หยุดหย่อนสาวมังกรไร้เขาผู้รับมรดกพลังจากเทพมังกรทอง อาหงกับอิคคาซึ่งได้รับเลือดเทพ  อสูรทองน้อยที่เย่ว์หยางพัฒนาขึ้นมาเรื่อยๆฮุยไท่หลางที่เย่ว์หยางฝึกมันขึ้นมาด้วยตนเองหรือเทพธิดาหิมะที่หลอมรวมเข้ากับคัมภีร์แห่งสัจจะและนางพญาซัคคิวบัสของนางเซียนหงส์ฟ้า

ที่กล่าวมาทั้งหมดล้วนแต่เลื่อนระดับเป็นอสูรเทพก่อนอาหมัน

มีร่างมนุษย์สมบูรณ์แบบมากกว่า

แม้แต่อสูรเทพรวมกันหรือบางทีรวมทั้งอสูรเทพในตำนานอย่างเสี่ยวเหวินหลีก็ยังไม่สามารถได้รับพลังเทพ...”ตอนนี้โคเงาอาหมันที่ไม่มีใครคิดได้เลยว่านางจะโดดเด่นขึ้นในท่ามกลางอสูรพิทักษ์มากมายเป็นอสูรตนแรกที่มีประกายเทพ

การหลอมรวมกับพลังศักดิ์สิทธิ์ห้าธาตุ  ทำให้นางเป็นอสูรตนเดียวที่มีประกายเทพขุนพลเทพดิน

ขุนพลเทพดินหนึ่งในห้าเทพขุนพลห้าธาตุศักดิ์สิทธิ์

ด้วยพลังปัจจุบันของอาหมันอย่าว่าแต่ขุนพลเทพเลย แค่เทวทูตก็ยังไม่มีคุณสมบัติเทียบเคียงกับนาง

อย่างไรก็ตามอาหมันนับว่าโชคดีมาก  นางพบเจอแหล่งพลังความรู้และประกายเทพที่นักรบรุ่นก่อนทิ้งไว้ก่อนตาย เย่ว์หยางไม่รู้ว่าผู้อาวุโสรุ่นก่อนนั้นตายได้อย่างไรเพียงแต่รู้ว่าขุนพลเทพดินก่อนตายนางได้ทิ้งพลังและประกายเทพของนางไว้ที่บันไดสวรรค์

“ผู้เยาว์รุ่นหลังที่สืบทอดพลังและประกายเทพของข้าโปรดตามหาลูกหลานขุนพลเทพห้าธาตุศักดิ์สิทธิ์อื่นๆ หลังจากทำเช่นนั้นจึงจะใช้พลังเทพธาตุดินที่แท้จริงได้หลังจากปลุกพลังเทพธาตุดินได้แล้ว โปรดกลับไปที่แดนสวรรค์ยึดตำหนักดินคืนบางทีคำขอเช่นนี้อาจจะมากเกินไป ข้าขอตกทอดพลังและประกายเทพให้เจ้าจงทำตามอย่างเคร่งครัด แต่ข้าไม่มีเวลาไต่ขึ้นไปตามบันไดสวรรค์ชั้นสูงๆ ได้ จึงได้แต่หาคนรุ่นหลังที่แข็งแกร่งมากกว่าเพื่อดำเนินการเรื่องนี้ให้สำเร็จ นอกจากที่เจ้าจะได้รับสืบทอดพลังและประกายเทพของข้าแล้วบางทีนี่อาจเป็นชะตาที่มืดมิดของเจ้าก็ได้ ลูกหลานข้า!  โลกจะไม่พินาศอย่างแน่นอนจงใช้พลังของเจ้าให้ดี! ขุนพลเทพเป็นแค่เส้นทางการเริ่มต้นของเทพ ในระดับเหนือขึ้นไปกว่านั้นยังประกายเทพที่สูงและแข็งแกร่งกว่ารอเจ้าอยู่หวังว่าเจ้าจะสามารถได้รับพลังธาตุดินได้เลื่อนเป็นเทพและราชาเทพทั้งได้รับตำแหน่งสูงสุดยอดขออวยพรลูกหลานของข้า ขอพลังธาตุดินจงสถิตอยู่กับเจ้า”

“โอวพระเจ้า มีเทพอยู่ในโลกจริงๆด้วย!”  ราชันย์ปีศาจใต้มองดูและอุทานออกมา

“อาหมันยอดเยี่ยมจริงๆ!”  เย่ว์ปิงอดอิจฉาไม่ได้

“ดูเหมือนว่าจะไม่มีความรู้สึกพิเศษอะไรเลยหรือ?”เย่ว์ปิงหันไปมองอาหมันที่ยังอาบแสงศักดิ์สิทธิ์ และรู้สึกว่าผิดปกติเล็กน้อยปกติอสูรอื่นที่เลื่อนขึ้นเป็นอสูรศักดิ์สิทธิ์ อาจมีสีหน้าจริงจังเกิดแผ่นดินไหวสะเทือน เห็นสภาพธรรมชาติพลิกฟ้าคว่ำดินอาหมันจะเกิดความรู้สึกอะไรกับการเห็นภาพเช่นนี้บ้างไหม

“บางทีอาจไม่ใช่เป็นการตื่นอย่างสมบูรณ์อาจเป็นเพราะว่าร่างของนางผิดแผกไปจากธรรมดาอยู่บ้าง”อู๋เหินคิดว่าอาหมันเดิมทีเป็นร่างหลอมรวมของเงาปีศาจ การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างก็เหมือนกับการแบ่งส่วนแบ่งผลประโยชน์ในร่างกายนางนอกจากนี้ยังมีพลังธาตุดินที่ไม่รู้จักหมดสิ้นหลอมรวมกับพลังห้าธาตุศักดิ์สิทธิ์น่าจะทำให้แตกต่างจากคนอื่น” มีแต่เย่ว์หยางที่ตระหนักถึงความผิดปกติ

ในการเชิญก็คือบันไดสวรรค์

โลกบันไดสวรรค์ทั้งหมดก็คือโลกพฤกษาที่มิอาจจินตนาการได้

ตอนนี้เมื่ออาหมันหลอมรวมกับพลังห้าธาตุศักดิ์สิทธิ์ทั่วทั้งโลกสั่นสะเทือนเล็กน้อย

โลกทั้งโลกสั่นสะเทือนเล็กน้อยนี้หมายความว่าอย่างไร?  โลกในบันไดสวรรค์กำลังสั่นสะเทือน? พลังแบบไหนกันที่สามารถทำให้โลกบันไดสวรรค์ทั้งหมดสั่นสะเทือนได้?  การสู้ของนักสู้ปราณฟ้าระดับห้าแม้จะลึกเข้าไปในบันไดสวรรค์นี้ภายใต้ข้อห้ามจากพลังศักดิ์สิทธิ์นับไม่ถ้วน โลกในบันไดสวรรค์ทั้งหมดไม่อาจจะทำลายได้  โดยเฉพาะอย่างยิ่งบันไดสวรรค์นั้นแข็งและยืดหยุ่น!

แน่นอนว่าแม้จะเป็นแรงสั่นสะเทือนน้อยนิดแต่ก็เป็นพลังตอบสนองที่เหลือเชื่อ

เมื่ออาหมันหลอมรวมกับพลังห้าธาตุศักดิ์สิทธิ์ของเสาห้าธาตุแล้วจึงทำให้ทั่วทั้งบันไดสวรรค์สั่นสะเทือน  เมื่อคิดดูนั่นจะต้องเป็นพลังที่เหลือเชื่อขนาดไหน

มีแต่พลังเทพจึงจะสามารถไปได้ระดับนั้น

แสงศักดิ์สิทธิ์ค่อยๆจางหายไป

ร่างของอาหมันค่อยๆปรากฏต่อสายตาทุกคน

ครั้งนี้นางแตกต่างไปจากปกติบ้าง เขาบนศีรษะนางมีขนาดเล็กลงและดูสวยงามกว่าเดิมและเป็นประกายเหมือนหยกงอกพ้นผมสีดำมีรัศมีสีรุ้งกระจ่างดูศักดิ์สิทธิ์และน่าเกรงขามสง่างามจนอธิบายไม่ถูก

เกราะทองของนางแตกกระจายเป็นเสี่ยงและปรากฏเป็นร่างงดงามผุดผ่อง

ใต้เท้าเรียวงามเหยียบอยู่บนโล่แสงทอง

หมีทองเจ้าปฐพีที่เป็นเงาจิตสำนึกศักดิ์สิทธิ์กลับระมัดระวังตัวมากขึ้นมันกลายเป็นเหมือนลูกหมีน้อยคุกเข่าและคำนับเจ้านายคนใหม่  นอกจากนี้มันจะกลายเป็นอสูรพิทักษ์ของอาหมันแม้ว่าแท้จริงนั่นคือเงาปีศาจ แต่ด้วยจิตสำนึกของขุนพลเทพดินศักดิ์สิทธิ์รุ่นก่อนและเป็นการดูดซับพลังศักดิ์สิทธิ์ของอสูรพิทักษ์รุ่นปัจจุบัน  อาหมันจึงมีเอกลักษณ์ตนเองอยู่ครึ่งหนึ่งการย้ายพลังจึงทำให้มันเป็นหมีแพลตตินัมจ้าวปฐพีปากของมันเริ่มหลอมรวมกับพลังเสาห้าธาตุศักดิ์สิทธิ์ไปได้ในปริมาณน้อย แต่มันไม่เพียงแต่ไม่อ่อนแอเท่านั้นยังมีพลังเท่ากับปราณฟ้าระดับห้า ทั้งมีศักยภาพจะได้เลื่อนระดับได้อีกต่อไป

กระดิ่งทองทั้งเจ็ดที่แต่เดิมแขวนอยู่ที่คอของอาหมันก็ลอยไปประดับอยู่ที่ข้อมือซ้าย

ที่ข้อมือขวาของนางสวมห่วงทองที่ได้จากวิหารทอรัส

เข็มขัดยักษ์ที่คาดเอวนางคลายตัวออกและลอยขึ้นคลุมร่างศักดิ์สิทธิ์ของอาหมันไว้พอดี  พลังห้าธาตุในเสาห้าธาตุถูกปลดผนึกอย่างสมบูรณ์ส่องแสงเจิดจ้าจับตา

“อาหมัน!”  อี้หนานอดร้องเรียกอย่างตื่นเต้นมิได้

หลังจากร้องเรียกแล้วนางกังวลเล็กน้อยทันที

ตอนนี้อาหมันไม่ใช่อาหมันคนเก่าอีกต่อไปตอนนี้นางเป็นขุนพลเทพดินที่มีประกายศักดิ์สิทธิ์ในตัว!

อาหมันได้ยินเสียงร้องเรียกจากเดิมที่ยังหลับตา นางลืมตาทันทีพร้อมกับพลังเทพกระจายรอบตัวคลุมไปทั้งจุดพักอย่างน่าตกใจ รัศมีเทพฉายผ่านสายตามนุษย์สั่นสะท้านหัวใจและวิญญาณทั่วหล้าเหมือนกับว่าตนเองได้รับการเทิดทูนบูชาจากโลก ไม่มีใครล่วงเกินสง่าราศีเทพได้

ประการแรกกระดิ่งทองกำไลทองและเข็มขัดทองลอยขึ้นข้างหน้าทีละชิ้นๆ และสวมเข้ากับร่างศักดิ์สิทธิ์   คัมภีร์อัญเชิญชั้นแพลตตินัมปรากฏและเรียกหมีจ้าวปฐพีกลับเข้าไป

จากนั้นก้าวเดินเพียงก้าวเดียวก็ทำให้แม่น้ำและภูเขาสั่นสะเทือนได้

เย่ว์ปิงและอี้หนานตกใจทั้งคู่

จิตสำนึกของพวกนางถูกพลังเทพของอาหมันครอบงำพวกนางจับมือและสั่นพลางตะโกน “ไม่เอานะ, อาหมัน!อย่าทำอย่างนี้...”

แม้ว่าตอนนี้อาหมันจะกลายเป็นขุนพลเทพดินที่มีประกายเทพและมีศักดิ์ราศีระดับสูง แต่พวกนางยังหวังว่าอาหมันจะสามารถอยู่ร่วมกันได้กับพวกนางเหมือนแต่ก่อนไม่ใช่น่ากลัวอย่างตอนนี้

อาหมันสามารถเดินตรงเข้ามาหาและจ้องมองเย่ว์หยาง

นางจะไปจากพี่ชายหรือ?

หลังจากเลื่อนระดับเป็นขุนพลเทพนางจะทรยศพี่ชายและพ้นจากสภาพอสูรพิทักษ์หรือเปล่า?

เย่ว์ปิงคิดเช่นนี้ก็ยิ่งตื่นตระหนกในใจนางขวางอยู่ข้างหน้าเย่ว์หยางพลางตวาดลั่น “อาหมัน, ไม่นะ, ขุนพลเทพดิน เจ้าสามารถไปได้แต่เจ้าจะทำร้ายพี่ชายไม่ได้ เจ้าไม่อาจทำเช่นนั้น  แม้ว่าเจ้าจะเป็นอสูรพิทักษ์ของพี่ชาย  ตอนนี้เจ้าได้ประกายเทพไปแล้วถ้าเจ้าต้องการอิสระ เจ้าก็ไปได้เลย แต่ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าทำร้ายพี่ชาย!”

ไม่ว่าอาหมันจะทรงพลังมากแค่ไหน  ตราบใดที่นางจะเข้าไปหาพี่ชายนาง เย่ว์ปิงตั้งใจแน่วแน่ว่าจะสู้กับนางจนถึงที่สุดแม้ว่าจะเผชิญกับความตายอยู่ข้างหน้า นางจะไม่ยอมให้อาหมันผ่านนางไปได้

อาหมันเหยียดมือแผ่แสงศักดิ์สิทธิ์

เย่ว์ปิงลอยไปอยู่ด้านข้างอย่างช่วยไม่ได้  นางไม่ใช่คู่มือ

เมื่อนางเม้มปากด้วยความโกรธนางทุ่มเทท่าร่างกลับพุ่งกลับหาอาหมัน และพบว่าอาหมันคุกเข่าอยู่ต่อหน้าพี่ชายนางแต่หมัดของนางกำลังจะต่อยใส่อาหมันอย่างควบคุมไม่ได้ ยังดีที่เย่ว์หยางสกัดหมัดนางไว้ได้

“นายท่าน”อาหมันเงยหน้าและทุกคนเห็นว่าใบหน้านางเต็มไปด้วยน้ำตา “อาหมันเป็นอสูรเทพได้แล้วอาหมันเปลี่ยนเป็นมนุษย์ได้แล้ว!”

“เจ้าพยายามอย่างหนักเหลือเกิน!” เย่ว์หยางยื่นมือเช็ดน้ำตาอาหมันซ้ำๆ อย่างอดทนแต่อาหมันยิ้มเหมือนกับเด็กที่หลงทางอยู่ในโลกมืดบอดและได้พบเห็นพ่อแม่นางร้องไห้เหมือนเด็กเป็นเสียงร้องที่ออกมาจากหัวใจและวิญญาณที่บริสุทธิ์เสียงดังก้องไปทั้งโลกบันไดสวรรค์

เย่ว์ปิงรู้สึกละอายใจเล็กน้อยยื่นมือกอดและขอโทษนาง ทุกคนรายล้อมอาหมันพร้อมกับกล่าวขอโทษนาง

จนถึงตอนนี้นางโล่งใจไปโดยปริยาย

อาหมันจะไม่มีทางทรยศและไปจากพี่ชายนางนางคืออสูรพิทักษ์ของพี่ชาย ไม่ว่านางจะกลายเป็นขุนพลเทพหรืออะไรอย่างอื่นเรื่องนี้จะไม่มีทางเปลี่ยน

แน่นอนว่านางมีบางอย่างที่นางไม่เข้าใจตัวอย่างเช่นอาหมันกลายเป็นอสูรเทพ ด้วยประกายเทพอย่างนี้นางร้องไห้เศร้าโศกขนาดนั้นได้อย่างไร นางควรจะมีความสุขไม่ใช่หรือ? เย่ว์ปิงไม่เคยมีความรู้สึกเหมือนอาหมัน นางไม่มีทางเข้าใจโคเงาเถื่อนที่อัปลักษณ์มีการเปลี่ยนแปลงเป็นมนุษย์และฝึกฝนหนักหน่วงอย่างต่อเนื่องอาหมันไม่เคยเข้าใจมาก่อน แต่นางไม่มีภาวะอารมณ์อย่างเพียงพอและนางไม่แสดงออกมาทางสีหน้า

การเปลี่ยนไปเป็นร่างมนุษย์ของอาหมันต่างจากตั่วตั่วตั่วตั่วเปลี่ยนไปเป็นร่างมนุษย์ได้อย่างรวดเร็วและสมบูรณ์แบบ

เทียบกันแล้วการเปลี่ยนไปเป็นร่างมนุษย์ของอาหมันนับว่าเร็วมากแน่นอน

อย่างไรก็ตามในบรรดาอสูรพิทักษ์ของเย่ว์หยางนางไม่อาจเทียบได้กับตั่วตั่ว อาหง ยิ่งเทียบไม่ได้กับเสี่ยวเหวินหลีในทุกด้าน

นางเป็นโคเงาผู้อัปลักษณ์และมองว่าระดับอสูรเทพนั้นยากเย็นแสนเข็น

นางมีวันนี้ได้ด้วยความพยายามและการสนับสนุนจากเจ้านายเมื่อระลึกถึงความเป็นไปได้ในทุกวิถีทางนางรู้สึกเศร้า เจ็บปวดแต่ก็มีความสุขแล้วจะไม่ให้นางร้องออกมาดังๆ ได้อย่างไร? นอกจากนี้หลังจากร้องไห้ครั้งนี้แล้วอาหมันจะไม่มีทางร้องไห้อีก เพราะต้องกลายเป็นขุนพลเทพธาตุดิน ผู้ช่วยคนสำคัญที่สุดที่ขยันขันแข็งที่สุดของเจ้านายก็คืออาหมัน..” เมื่อได้ยินเสียงอาหมันร้องไห้ระบายความอัดอั้นตันใจ ทุกคนรู้สึกตื้นตันใจ

อี้หนานและเย่ว์ปิงต่างกอดกันและอดลอบเช็ดน้ำมิได้

เย่ว์หวี่และอู๋เหินทำตาแดงพวกนางอดปลอบใจอาหมันไม่ได้ ราชันย์ปีศาจใต้ลอบกำหมัดและสาบานว่านางจะพยายามให้มากขึ้น! ที่อยู่ข้างเคียงเขาไม่ใช่แค่สตรีที่ยอดเยี่ยมเท่านั้น แม้แต่อสูรของเขาก็ยังยอดเยี่ยมพากเพียรมิย่อหย่อนนางเกรงว่าถ้านางไม่เพิ่มความพยายาม คงจะถูกทิ้งท้ายไว้ห่างไกล!

จบบทที่ ตอนที่ 793 ขุนพลดินศักดิ์สิทธิ์ น้ำตาอาหมัน

คัดลอกลิงก์แล้ว