- หน้าแรก
- ความจริงมันก็ลอยฟุ้งอยู่รอบๆตัวเราเนี่ยแหละ
- บทที่ 27 อาจารย์ช่วยผมด้วย
บทที่ 27 อาจารย์ช่วยผมด้วย
บทที่ 27 อาจารย์ช่วยผมด้วย
บทที่ 27 อาจารย์ช่วยผมด้วย
ข้อความนั้นสั้นกระชับและปราศจากการปรุงแต่ง
เครื่องหมายตกใจเพียงตัวเดียวตะโกนร้องบอกถึงความสิ้นหวังของผู้ส่ง
เห็นได้ชัดว่าข้อความนี้ถูกส่งมาโดยไม่ต้องเสียเวลาคิดไตร่ตรอง
นั่นเป็นข้อมูลเพียงพอแล้วที่เฉียวเฉียวจะสรุปได้
นี่ไม่ใช่เกมจริงหรือกล้า
เขาเหลือบมองชื่อผู้ส่ง
'อาราอิ ชินโนะสุเกะ'
ลูกค้าที่เขาเคยช่วยเหลือเมื่อสามสัปดาห์ก่อน
อาราอิ ชินโนะสุเกะเป็นมนุษย์เงินเดือนธรรมดา ทำงานที่สตูดิโอพัฒนาเกมสยองขวัญ บ้านมือสองที่เขาซื้อมามีวิญญาณอาฆาตแถมมาด้วย เป็นวิญญาณเจ้าของเก่าที่ชีวิตพังพินาศ ถูกลูกเมียทิ้ง และผูกคอตายในบ้านหลังนั้น
เฉียวเฉียวได้ส่งวิญญาณดวงนั้นไปสู่สุขคติแล้ว
จบการย้อนความ
เหตุผลที่อาราอิมีไลน์ของเฉียวเฉียวก็เพื่อบริการหลังการขาย
เคยมีกรณีที่... นักปราบมารทำพิธีพลาด วิญญาณไม่เพียงไม่หายไป แต่ยังเกรี้ยวกราดกว่าเดิม ลูกค้าเลยซวยหนักกว่าเก่า
คนธรรมดาที่ไม่มีตาทิพย์มองไม่เห็นผีและมองไม่เห็นการปราบผี
เรื่องนี้ทำให้เขานึกขึ้นได้...
ตอนที่อัดพลังวิญญาณใส่กระสุน เฉียวเฉียวเคยสงสัยว่า 'ถ้าทำแบบเดียวกันกับแว่นตาบ้างล่ะ?'
คนธรรมดาจะสามารถมองเห็นสิ่งที่ปกติมองไม่เห็นได้ไหม?
เขาค้นคว้า ทดลอง และคำตอบคือ 'ไม่'
การอัดพลังใส่แว่นตาทำได้แค่ทำให้มันหนักพอที่จะใช้ฟาดผีได้เท่านั้น
พูดง่ายๆ ก็คือ...
การอัดพลังใส่วัตถุทำได้เพียงทำให้วัตถุนั้นทำอันตรายต่อวิญญาณได้ แต่ไม่สามารถเปลี่ยนธรรมชาติของวัตถุได้
นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมจึงไม่มีใครใส่ใจวิจัยอาวุธสำหรับนักปราบมาร
นักปราบมารมืออาชีพไม่ต้องการมัน ส่วนคนธรรมดามองไม่เห็นผี อาวุธไปก็ไร้ประโยชน์
แต่เฉียวเฉียวคิดต่าง...
ถ้าแทนที่จะแค่ 'อัดพลัง' เข้าไป เขาใช้วิธีพิเศษบางอย่าง บางทีคนธรรมดาอาจรับรู้ถึงวิญญาณและใช้อาวุธเหล่านั้นได้
มนุษย์มองไม่เห็นรังสีอินฟราเรด แต่เครื่องมือกลับทำได้ งานวิจัยของเขาก็กำลังมุ่งไปในทิศทางเดียวกัน
แต่เขาเริ่มจะออกทะเลแล้ว
กลับมาที่บริการหลังการขาย...
นักปราบมารที่มีชื่อเสียงย่อมได้รับความไว้วางใจ ส่วนพวกโนเนมอย่างเฉียวเฉียวมักทำให้ลูกค้ากังวล
ดังนั้นเขาจึงให้ไลน์ไว้ หากรู้สึกผิดปกติตรงไหนหลังทำพิธี สามารถติดต่อเขาได้โดยตรง
จนถึงวันนี้...
เขาไม่เคยได้รับการติดต่อกลับเลย
อาราอิ ชินโนะสุเกะ เป็นรายแรก
เขาดูนาฬิกา... เหลือเวลาพักเที่ยงอีกสามสิบนาที
เขาพิมพ์ตอบกลับไป:
【เฉียวเฉียว】: หือ? มีอะไรเหรอครับ คุณอาราอิ?
ระบบ 'อ่านแล้ว' ของไลน์จะแสดงทันทีที่ข้อความถูกเปิดอ่าน... ฟีเจอร์ที่เฉียวเฉียวมองว่าไร้มนุษยธรรมสิ้นดี โดยเฉพาะในประเทศวะ ดินแดนแห่งโรคย้ำคิดย้ำทำหมู่
แต่ตอนนี้มันกลับมีประโยชน์ ข้อความของเขาขึ้นว่า 'อ่านแล้ว'
อย่างน้อยอาราอิก็ยังมีชีวิตอยู่
ขอบคุณสวรรค์
ขณะที่เขากำลังถอนหายใจ ข้อความตอบกลับก็เด้งขึ้นมา:
【อาราอิ ชินโนะสุเกะ】: อาจารย์ครับ เกิดเรื่องประหลาดขึ้นอีกแล้วครับ!
【เฉียวเฉียว】: วิญญาณยังไปไม่หมดแล้วกลับมาเหรอครับ?
เขาสงสัยอยู่เหมือนกัน วิญญาณตนนั้นให้ความรู้สึกแปลกๆ... อ่อนแอแต่กลับน่าขนลุกชอบกล ดูเหมือนเขาจะคิดถูก
【อาราอิ ชินโนะสุเกะ】: ไม่ครับ ไม่ใช่วิญญาณตนนั้น
"?"
เป็นครั้งแรกที่เฉียวเฉียวไปต่อไม่ถูก
อาราอิจะดวงซวยขนาดเจอผีหลอกรอบสองในเวลาไม่ถึงเดือนเลยเชียวหรือ?
【อาราอิ ชินโนะสุเกะ】: อาจารย์ครับ บริษัทของผมโดนผีสิง!
กลับมาที่บ้าน
เฉียวเฉียวถอดรองเท้าแล้วก้าวเข้าสู่ "ห้องทดลอง" ของเขา
งานปราบผีคืนนี้ราบรื่นดี... ไม่มีอะไรเซอร์ไพรส์ ไม่มีความเสียหายข้างเคียง วิญญาณมารยาทดีพอที่จะปรากฏตัวก่อนสามทุ่ม พวกเขาคุยกันอย่างเป็นมิตร ก่อนที่เฉียวเฉียวจะ (ใช้กำลัง) ส่งมันไปสู่สุคติ
จากนั้นเขาก็ขี่สกู๊ตเตอร์กลับบ้าน
ขณะที่เขากำลังเตรียมตัวทำกิจวัตรประจำวันอย่างการอัดพลังใส่กระสุน โทรศัพท์ก็สั่น
แชทกลุ่ม 'ชมรมปราบมารโตเกียว' เคลื่อนไหวอีกแล้ว เขาปิดแจ้งเตือนไปตั้งแต่บ่าย เพราะแค่เรียนคาบเดียว ตัวเลขข้อความที่ยังไม่อ่านก็พุ่งทะลุเก้าสิบเก้า
ดังนั้นข้อมูลไม่ได้มาจากแชทกลุ่มนั้น แต่มาจาก อาซาโนะ อาริสุ
【อาริสุ☆คิระ】: เซนเซย์ เซนเซย์ ถึงบ้านรึยังคะ? ทานข้าวเย็นรึยัง? งานวันนี้ราบรื่นดีมั้ยคะ?
【อาริสุ☆คิระ】: เสียดายจัง วันนี้หนูติดกิจกรรมชมรมเลยไปไม่ได้ คราวหน้าเซนเซย์ต้องเรียกหนูนะ!
【อาริสุ☆คิระ】: อ้อ ๆ น้องซายะใช้กระบะทรายเป็นแล้วนะคะ! ตอนดูน้องตั้งใจกลบทรายนี่ฮีลใจสุด ๆ อยากให้เซนเซย์เห็นจัง~
น้ำเสียงของเธอดูจริงใจสุดๆ
เฉียวเฉียวครุ่นคิดครู่หนึ่ง มิโกะอาซาโนะยังเป็นนักเรียนมัธยมต้นที่ต้องเตรียมสอบเข้า การเจียดเวลามาปราบผีคงลำบากไม่น้อย
สำหรับเหตุการณ์เล็กๆ น้อยๆ ไม่จำเป็นต้องเรียกเธอก็ได้ อย่างเช่นคืนนี้ เขาบอกมิโกะอาซาโนะไปแล้ว แต่เธอติดกิจกรรมชมรมพอดี
ถึงอย่างนั้น เขาก็อดรู้สึกผิดไม่ได้
มีสุภาษิตจีนบทหนึ่งกล่าวว่า 'อาจารย์คือผู้ถ่ายทอดวิถี สอนวิชา และไขข้อข้องใจ'
ตอนนี้เขายังห่างไกลจากคำว่า "เซนเซย์" มากนัก
ด้วยความคิดนี้ เฉียวเฉียวจึงพิมพ์ตอบกลับไป
【เฉียวเฉียว】: ผมมีงานวันเสาร์ คุณว่างไหมครับ?
【อาริสุ☆คิระ】: ว่างค่ะ ว่างค่ะ วันหยุดหนูว่างตลอด ใช้งานหนูได้ตามสบายเลยค่ะ เซนเซย์!
...หืม?
รู้สึกทะแม่งๆ ชอบกล
เฉียวเฉียวสลัดความคิดฟุ้งซ่านทิ้งไป แล้วเล่าเรื่องที่เขาได้ยินเมื่อตอนเที่ยงให้อาริสุฟัง
【อาริสุ☆คิระ】: ได้ค่ะ ได้ค่ะ หนูทำได้!
เมื่อได้รับคำตอบ เฉียวเฉียวจึงนัดเวลาและสถานที่
เขาวางโทรศัพท์ลง แล้วหยิบแฟ้มเอกสารออกมาจากกระเป๋านักเรียน
มันคือข้อมูลที่อาราอิ ชินโนะสุเกะ ยื่นเรื่องต่อสมาคมนักปราบมารสาขาชินจูกุเมื่อช่วงบ่าย หลังจากอาราอิร้องขอความช่วยเหลือตอนเที่ยง เฉียวเฉียวแนะนำให้เขาไปแจ้งเรื่องกับสมาคมก่อน
ตอนเย็นเฉียวเฉียวจึงแวะไปที่สาขาเพื่อรับแฟ้มเอกสาร
แต่ด้วยเหตุผลบางอย่าง...
สายตาของพนักงานต้อนรับที่มองมาดูแปลกชอบกล
คล้ายกับสายตาที่ใช้มอง... พวกผู้ชายที่ชอบเด็กสาวอายุน้อยกว่าหลายปีและตัวเล็กกว่ามาก
เฉียวเฉียวไม่เข้าใจผู้คน
เขาหันมาสนใจเอกสาร คุณอาราอิ ชินโนะสุเกะ ทำงานที่บริษัทเกมชื่อ 'เกรย์แฮทซอฟต์แวร์' สตูดิโอนี้เคยปล่อยเกมสยองขวัญสเกลเล็กมาแล้วหลายเกม ครั้งนี้ก็เป็นโปรเจกต์แอ็กชัน-สยองขวัญอีกเช่นเคย
ตอนแรกเฉียวเฉียวคิดว่าออฟฟิศโดนผีสิง แต่พออ่านแฟ้มดูดีๆ เขาก็ต้องขมวดคิ้ว ความจริงมันประหลาดกว่านั้น
สิ่งที่โดนสิง... คือตัวเกมเอง
โปรเจกต์ปัจจุบันของเกรย์แฮทคือ "ฮอร์เรอร์แลนด์" เกมแอ็กชัน RPG ที่มีองค์ประกอบสยองขวัญ ผู้เล่นจะได้รับบทเป็นคนธรรมดาที่ติดอยู่ในสวนสนุกร้าง ต้องหนีการไล่ล่าจากเครื่องเล่นผีสิง
แน่นอนว่าต้องมีการต่อสู้และอัปเกรดค่าสถานะ หลังจากสำรวจไประดับหนึ่งก็จะเจอบอสไฟต์
และปัญหาก็อยู่ตรงนี้แหละ
บอสตัวสุดท้ายคือตัวตลก
เฉียวเฉียวดูภาพสกรีนช็อต รอยยิ้มกว้าง แต่งหน้าฉูดฉาด เดี๋ยวโผล่เดี๋ยวหาย... น่าขนลุก เหมาะกับเกมสยองขวัญดี
แต่เมื่อสองวันก่อน เทสเตอร์คนหนึ่งที่กำลังเล่นทดสอบตามปกติ จู่ๆ ก็พบว่า...
เขาเอาชนะตัวตลกไม่ได้
ไม่ใช่เพราะฝีมือไม่ถึง ในฐานะทีมทดสอบ เขาเคยฆ่าบอสตัวนี้มานับครั้งไม่ถ้วน หลับตาเล่น 108 ท่ายังชนะได้สบาย
แต่วันนั้นเขาลองไปยี่สิบรอบ... และแพ้ทุกรอบ
ที่แย่กว่านั้นคือ ตัวตลกงัดท่าไม้ตายที่ไม่เคยถูกเขียนไว้ในโปรแกรมออกมาใช้... แยกร่างเป็นสองตัวเต้นรำไปโจมตีไปบ้าง... เรียกม้าหมุนออกมาขี่ไล่ชนด้วยความเร็วสูงบ้าง... ปามีดบินสิบเจ็ดเล่มใส่ผู้เล่นทีเดียวตายบ้าง
ขี้โกงชัดๆ
หลังจากปาจอยพังไปสามอัน เทสเตอร์คนนั้นก็ยอมแพ้
ไม่ใช่เพราะรู้ความจริง แต่เพราะหมดกะของเขาพอดี เขาคิดว่าเป็นบั๊กและตั้งใจจะแจ้งในวันรุ่งขึ้น
แต่วันรุ่งขึ้น เขาไม่ได้มาทำงาน
เขาฆ่าตัวตายไปแล้ว