- หน้าแรก
- เป็นตัวประกอบฝ่ายอธรรมมันยาก ขอลาออกไปเป็นนักดนตรีพเนจรได้ไหม
- บทที่ 6 - ตัวประกอบปะทะคารมญาติโยม พ่อพระเอกเตรียมตัวไปสู่ขิต
บทที่ 6 - ตัวประกอบปะทะคารมญาติโยม พ่อพระเอกเตรียมตัวไปสู่ขิต
บทที่ 6 - ตัวประกอบปะทะคารมญาติโยม พ่อพระเอกเตรียมตัวไปสู่ขิต
บทที่ 6 - ตัวประกอบปะทะคารมญาติโยม พ่อพระเอกเตรียมตัวไปสู่ขิต
"เจ้า... เจ้าบังอาจนัก! ไอ้เด็กไม่รู้จักผู้ใหญ่! ข้าเป็นถึงปู่ลำดับสามของเจ้าเชียวนะ!" ชายชราที่เพิ่งเอ่ยปากเมื่อครู่โกรธจัดจนหนวดเครากระดิก ดวงตาถลนโปนแทบจะหลุดจากเบ้า
"พอเสียทีเถอะท่านปู่ เมื่อครู่ยังโวยวายว่าข้าเป็นคนนอกอยู่เลยแท้ ๆ ตอนนี้กลับมาอ้างว่าเป็นปู่ข้าเสียแล้ว หากท่านเก่งกาจถึงเพียงนี้ ไฉนไม่เหาะเหินขึ้นสวรรค์ไปเลยเล่า?!" จี้อวิ๋นเจ๋อกรอกตาขึ้นอย่างเบื่อหน่าย
ก่อนหน้านี้เขาไม่กล้าโต้ตอบ เพราะเกรงว่าผู้นำตระกูลจะเข้าข้างเป่ยหมู่เฉิน แต่ตอนนี้ชัดเจนแล้วว่าท่านผู้นำตระกูลวางตัวเป็นกลางถึงเพียงนี้ เช่นนั้นแล้วเขาก็ขอเปิดฉากโต้ตอบให้สาแก่ใจเสียหน่อย
"เจ้า!" ชายชราหน้าดำหน้าแดง หายใจติดขัดแทบไม่ทันการ คนที่อยู่ข้าง ๆ จึงต้องรีบเข้ามาประคอง
"คุณชายใหญ่ ท่านโปรดเพลา ๆ ลงหน่อยเถอะขอรับ!" ชายหนุ่มคนหนึ่งรีบเข้ามาไกล่เกลี่ย
"เออ ๆ ไม่พูดก็ไม่พูดเถอะ! ท่านปู่แก่แล้ว ท่านปู่ย่อมถูกเสมอ! พอใจหรือยัง!"
ตลอดเวลาที่เกิดเรื่อง เป่ยเฮ่อจือนั่งนิ่งอยู่บนแท่นสูง เฝ้ามองทุกสิ่งด้วยรอยยิ้มจาง ๆ
"เอาล่ะ ในเมื่อเป็นเช่นนี้ การประชุมตระกูลในวันนี้ก็จบลงเพียงเท่านี้ ช่วงที่ข้าไม่อยู่ รบกวนพวกท่านช่วยดูแลลูกชายจอมดื้อทั้งสองของข้าด้วย"
เป่ยเฮ่อจือลุกขึ้น สะบัดแขนเสื้อวูบเดียวก็อันตรธานหายไปจากที่เดิม ทิ้งให้ทุกคนมองหน้ากันเลิ่กลั่กด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด
เป่ยหมู่เฉินหันหลังเตรียมจะเดินออกไป แต่พวกญาติ ๆ ยังคงจับกลุ่มซุบซิบนินทา และจ้องมองทั้งคู่ไม่วางตา
"ถ้าไม่มีธุระอันใดแล้ว ก็ขอเชิญกลับกันได้แล้วครับ!" จี้อวิ๋นเจ๋อกระแอมไอ แล้วเอ่ยไล่แขกด้วยน้ำเสียงดังฟังชัด
"หึ! ยังไม่ทันได้ขึ้นเป็นผู้นำตระกูล ก็วางก้ามใหญ่โตเสียแล้วรึ?!"
‘โอ๊ย นี่ใครอีกวะเนี่ย?’
จี้อวิ๋นเจ๋อหันไปมองอย่างเอือมระอา ก็เห็นชายหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกับตนยืนกางขาขวางทางเป่ยหมู่เฉินอยู่ ใบหน้าของเขาดูเจ้าเล่ห์เพทุบาย ไม่ต่างจากหนูที่รอจ้องฉกฉวยโอกาส
‘อ้อ ตัวประกอบอีกตัวสินะ’
แม้ว่าเป่ยหมู่เฉินจะเป็นคนที่มีความอดทนสูง ทว่าตัวเขาคือพระเอกผู้เหี้ยมโหดอำมหิต เขาเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายด้วยสายตาที่เรียบเฉย แต่กลับมีอานุภาพทำลายล้างสูงจนใบหน้าของคนผู้นั้นบิดเบี้ยวผิดรูปไปหมด
“มองอะไร?! กล้าจ้องหน้าข้าอย่างนั้นรึ?!” ชายผู้นั้นโกรธจนตัวสั่นเทา ง้างหมัดเตรียมจะปล่อยหมัดออกไป จนคนรอบข้างต้องรีบเข้ามาห้าม
“พอได้แล้วน่า เจ้าก็พูดให้น้อยลงหน่อย” ชายหนุ่มนักไกล่เกลี่ยคนเดิมรีบเข้ามาขวางกั้น
“ฮึ! แกถอยไปเลย ที่นี่ไม่มีที่ให้แกพูด!”
เมื่อเห็นดังนั้น จี้อวิ๋นเจ๋อก็แอบรู้สึกผิดหวัง
หากหมัดนั้นต่อยลงไปจริง ๆ รับรองได้เลยว่าพระเอกในอนาคตจะต้องตามไปคิดบัญชีทบต้นทบดอกอย่างแน่นอน ขนาดตัวเขาที่มีสูตรโกงยังเคยถูกพระเอกฆ่าไปถึงสองรอบ แล้วนับประสาอะไรกับไอ้หนอนนี่
‘หมู่บ้านมือใหม่ก็เป็นแบบนี้แหละ ตระกูลวุ่นวายเละเทะ น่าเบื่อชะมัดเลย’
จี้อวิ๋นเจ๋อถอนหายใจ หากเขาได้เป็นผู้นำตระกูลจริง ๆ เขาจะใช้มาตรการที่แข็งกร้าวจัดการพวกญาติกาฝากเหล่านี้ให้หลาบจำเสียให้เข็ด แต่สุดท้าย ตำแหน่งนี้ก็จะต้องเป็นของเป่ยหมู่เฉินอยู่ดีนั่นแหละ
“ที่คุณชายใหญ่พูดก็ถูกแล้ว เช่นนั้นผู้น้อยขอตัวลา” ชายหนุ่มนักไกล่เกลี่ยประสานมือคารวะ แล้วเดินออกจากหอไป
คนอื่น ๆ เมื่อเห็นท่าไม่ดีก็ทยอยเดินตามออกไปเช่นกัน
เป่ยหมู่เฉินที่ยืนอยู่ด้านล่างเหลือบมองจี้อวิ๋นเจ๋อแวบหนึ่ง อีกฝ่ายก็ยิ้มแฉ่ง เดินเข้ามาโอบไหล่เขาอย่างสนิทสนม
“น้องรัก พวกเราก็ไปกันเถอะ!” จี้อวิ๋นเจ๋อยิ้มกว้าง
แม้ภายนอกจี้อวิ๋นเจ๋อจะดูเหมือนไม่คิดอะไร แต่เขาก็พอจะจับสังเกตความผิดปกติของเป่ยเฮ่อจือได้
นี่มันนิยายแฟนตาซีนะ! เรื่องสายเลือดเป็นเรื่องสำคัญมากเลยนะ!
ตระกูลเป่ยยิ่งใหญ่ได้ขนาดนี้ก็เพราะจิตภูตที่แข็งแกร่งและมีเอกลักษณ์อย่าง “มังกรเหมันต์ขั้ววิญญาณ” ซึ่งในต้นฉบับบรรยายไว้ว่าเป็นมังกรแบบตะวันตก
ปัญหาคือ เป่ยหมู่เฉิน ซึ่งเป็นพระเอกสายอ่อนแอ ยังไม่สามารถตื่นรู้พลังวิญญาณได้ จึงถูกประณามว่าเป็นเพียงขยะที่ไร้จิตภูต ยิ่งไปกว่านั้น เป่ยเฮ่อจือก็มีบุตรชายเพียงคนเดียว (เนื่องจากตามบทไม่ได้มีการสร้างตัวละครเพิ่ม) ทำให้สายเลือดหลักดูเบาบางผิดปกติ
แต่การที่สายเลือดหลักไม่มี ก็ไม่ได้หมายความว่าสายรองจะไม่มีเสียหน่อยนี่นา!
จากความทรงจำของ ฮั่วชี พบว่ามีลูกหลานในสายรองหนึ่งหรือสองคนที่ผ่าเหล่า และมีจิตภูต 《มังกรเหมันต์ขั้ววิญญาณ》 เช่นเดียวกัน ชายหนุ่มที่เพิ่งหาเรื่อง เป่ยหมู่เฉิน ไปเมื่อครู่ก็เป็นหนึ่งในนั้น
คำถามคือ เหตุใดท่านผู้นำจึงเมินเฉยต่อเด็กเหล่านั้น แล้วกลับยกตำแหน่งให้แก่เขาที่มีจิตภูต 《แมงป่องพิษวิญญาณภูต》 แทนกันเล่า?
หวังจะให้เขาผลิตลูกหลานแมงป่องเต็มบ้านเต็มเมืองเช่นนั้นหรือ?! ช่างน่าขันสิ้นดี!
แต่ตอนนี้คงยังหาคำตอบไม่ได้ เพราะอีกสองสัปดาห์ เป่ยเฮ่อจือ จะต้องติดตามกองทัพจักรพรรดิไปออกรบ ซึ่งตามเนื้อเรื่องแล้ว เขาจะจากไปโดยไม่หวนกลับ เมื่อไปถึงก็ตายทันที
อย่างไรเสียก็ต้องระมัดระวังตัวไว้บ้าง
ด้านหน้าหอบรรพชน ชายชราผู้เป็นต้นเหตุของเรื่องเมื่อครู่กำลังเดินลงบันได โดยมีหลานชายประคองอยู่ พร้อมด้วยลูกหลานอีกสองสามคนติดตามมา
"ข้าจะบอกอะไรให้นะ... พวกเจ้าอย่าเพิ่งใจร้อน ต่อให้ท่านผู้นำยกตำแหน่งให้ จี้อวิ๋นเจ๋อ แล้วอย่างไร? มันก็เป็นแค่คนนอก ถึงแม้พวกเราไม่จัดการมัน ก็ยังมีคนอื่นจ้องเล่นงานมันอยู่ดี..."
"ท่านพ่อพูดถูกแล้วครับ ข้าแค่คิดไม่ตกไปชั่วขณะ..."
พวกเขาเคยคิดว่า หาก เป่ยเฮ่อจือ ไม่ยอมยกตำแหน่งให้ญาติพี่น้อง แต่กลับดันทุรังส่งต่อให้ เป่ยหมู่เฉิน ที่เป็นขยะ พวกเขาก็แค่รอจังหวะยึดอำนาจอย่างเงียบ ๆ เท่านั้น
แต่ใครจะไปคาดคิดว่า เป่ยเฮ่อจือ จะยกให้บุตรบุญธรรมที่เป็นคนนอก! การกระทำเช่นนี้เป็นการหยามหน้ากันอย่างชัดเจน
"เสี่ยวหลิน และเจ้าด้วย หัดเก็บอาการให้มากกว่านี้ อย่าใช้อารมณ์ชั่ววูบอยู่ร่ำไป อย่างไรเสีย พวกเขาก็เป็นคุณชายใหญ่และคุณชายรอง โดยในนาม อย่าทำตัวเสียมารยาทแบบวันนี้อีก"
ชายชราหันไปสั่งสอนหลานชายของเขา ซึ่งก็คือ เป่ยเสี่ยวหลิน ชายหนุ่มที่ทำท่าจะชกต่อย เป่ยหมู่เฉิน เมื่อครู่นั่นเอง
"รู้แล้วน่าท่านปู่ ข้าก็แค่หมั่นไส้ที่พวกมันทำตัวโอหังวางโตเท่านั้นเอง" เป่ยเสี่ยวหลินเกาศีรษะ สีหน้ายังคงฉายแววดูถูกเหยียดหยามไม่เสื่อมคลาย
ขณะเดียวกัน เป่ยหมู่เฉินได้ปัดแขนของจี้อวิ๋นเจ๋อที่พาดไหล่ออกไปอย่างหงุดหงิดรำคาญ
"ท่านคิดจะทำอะไร?"
"หือ ถามพี่รึ? พี่ยังอยากจะถามเจ้ามากกว่าว่าคืนนี้จะไปไล่ฟันใครอีกหรือไม่กันแน่..."
เป่ยหมู่เฉินชะงักงัน ไม่คิดว่าจี้อวิ๋นเจ๋อจะพูดในทำนองนี้
"ช่างเถอะน่า ไม่แกล้งแล้ว พ่อของเราใกล้จะไปออกรบแล้ว ช่วงนี้เจ้าก็ไปดูแลท่านให้ดี ๆ หน่อย เผื่อว่ามันจะ... เอ่อม..."
จี้อวิ๋นเจ๋อยังพูดไม่ทันจบประโยค ก็ถูกเป่ยหมู่เฉินผลักกระแทกติดเสาอย่างรุนแรงจนแทบหายใจไม่สะดวก
"ท่านคิดจะวางแผนอะไรอีก?!"
"โถ่เอ๊ย... อุตส่าห์หวังดีเตือนให้รีบแสดงความกตัญญู ทำไมต้องใช้ความรุนแรงด้วยเล่า... ปล่อยพี่สิ"
เมื่อสบตากันครู่หนึ่ง เป่ยหมู่เฉินก็ค่อย ๆ คลายมือออก
"หึ วันหลังหัดพูดจาให้มันเป็นมงคลเสียบ้าง" เป่ยหมู่เฉินพูดพลางจัดเสื้อผ้าของตนเอง
"เจ้าเห็นพี่ชายคนนี้เป็นคนแบบไหนกัน? พ่อดีกับพี่ขนาดนี้ พี่จะไปทำร้ายท่านได้อย่างไรกัน?! พี่แค่จะบอกว่าโบราณว่าไว้ การไปสนามรบนั้นคือเก้าตายหนึ่งรอดต่างหาก..."
"พอเสียที ขอบคุณที่ช่วยพูดแก้ต่างให้เมื่อครู่ ข้าจะจำไว้ ขอตัวลา"
เมื่อกล่าวจบ เป่ยหมู่เฉินก็เดินจากไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งห่างออกไปเรื่อย ๆ
"เฮ้อ ถึงเวลาอย่ามาโทษว่าพี่ไม่เตือนก็แล้วกัน..." จี้อวิ๋นเจ๋อมองตามหลังพลางพึมพำ
ระบบแจ้งเตือน: เนื้อเรื่องกลับสู่เส้นทางหลัก โปรดเร่งทำภารกิจ "สังหารหลิวเชียนหลี" ให้สำเร็จโดยเร็ว
"ชิ... ช่วยไม่ได้นะพ่อน้องชายตัวเอก... ใครใช้ให้พี่เป็นตัวร้ายกันเล่า? พี่ก็ไม่อยากตายเหมือนกัน เพราะฉะนั้นก็ต้องขอโทษด้วยแล้วกัน"
จี้อวิ๋นเจ๋อหัวเราะแห้ง ๆ ก่อนจะเดินอาด ๆ จากไป
(จบแล้ว)