เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 75 มนุษย์ (จบภาค 1)

บทที่ 75 มนุษย์ (จบภาค 1)

บทที่ 75 มนุษย์ (จบภาค 1)


ฝนพรำอย่างต่อเนื่อง...หยดน้ำที่ก่อตัวอยู่ระหว่างชั้นเมฆมายาวนานถูกเทกระหน่ำลงมาในคราวเดียว

พวกมันตกกระทบทั่วทุกมุมของเมืองด้วยความเร็วและรุนแรงที่สุด  ราวกับต้องการแสดงให้เห็น ‘ความงดงามที่สุดก่อนจะสุดท้ายก่อนจะดับสูญ’ ของตนเอง

แต่ผู้คนที่เร่งรีบอยู่บนถนนกลับแทบไม่มีใครมองมันเลย สุดท้าย สายน้ำเหล่านั้นก็เพียงไหลรวมตัวลงขอบทาง ลัดเลาะเข้าสู่ท่อระบายน้ำที่ลึกมืดจนมองไม่เห็นก้นบึ้ง

[เมืองมู่ซิง – ย่านฟีนิกซ์]

ที่นี่คือย่านที่มีราคาที่ดินแพงที่สุดในเมือง พร้อมทีมรักษาความปลอดภัยระดับสูงสุด และสวนภูมิทัศน์ระดับแนวหน้า

วันนี้ ห้องจัดงานหรูหราภายในอาคารได้ทำสัญญาส่วนตัวเป็นเวลาหนึ่งวันสำหรับงานที่ค่อนข้างเป็นความลับ ชั้นล่างของสโมสรไม่มีป้ายหรือเครื่องหมายบอกใด ๆ ที่บ่งบอกว่ามีงาน แม้แต่พวงหรีดดอกไม้สีขาวก็ถูกจัดไว้อย่างเรียบง่ายบนชั้นสองเท่านั้น เสียงร้องไห้สะอื้นแผ่วเบาที่ดังขึ้นในงานศพ กลับถูกกลบด้วยเสียงหัวเราะและการพูดคุยเชิงธุรกิจที่ดังอยู่รอบข้าง

เวลาผ่านไปหนึ่งเดือนหลังการสอบเลื่อนชั้น

‘เหตุการณ์โรงเรียนมัธยมหมายเลขสี่’ ถูกจัดให้เป็นหนึ่งในเหตุการณ์ประวัติศาสตร์สำคัญของรัฐ จากรายงานการสอบสวนภายหลัง ยืนยันได้ว่า ระบบตรวจสุขภาพจิต มาตรการรักษาความปลอดภัย และการตอบสนองฉุกเฉิน ของโรงเรียนหมายเลขสี่ ‘ไม่มีความผิดพลาดใด ๆ’

สาเหตุที่เกิดโศกนาฏกรรมขึ้น เป็นเพราะ ‘พื้นที่มุมมืด’ เริ่มปรากฏง่ายขึ้นกว่าที่เคย และ ‘ลักษณะ’ ของพื้นที่เหล่านั้นก็เริ่มเปลี่ยนไป มีมนุษย์เทียมส่วนน้อยที่พิเศษเกินไป จนสามารถ ‘ปลอมตัวได้อย่างสมบูรณ์แบบ’ จึงจำเป็นต้องมีการปรับปรุงมาตรการตรวจสอบทางจิตใหม่ทั้งหมด

หน้าทางเข้าของสโมสรในย่านฟีนิกซ์ รถยนต์สีดำคันใหญ่หยุดลง ครอบครัวหนึ่งก้าวลงมาพร้อมร่มสีดำ

รูปร่างของพวกเขาสูงใหญ่ผิดมนุษย์ทั่วไป ชายหัวโล้นที่สูงเกินสองเมตร ร่างกายกำยำราวนักยกน้ำหนักในรายการทีวี ยืนอยู่ด้านหน้า ข้างหลังคือภรรยาและลูกชายลูกสาว พวกเขาคือ ครอบครัวของแอนนา

เมื่อเดินขึ้นมาถึงชั้นสอง และได้เห็นรูปถ่ายขาวดำของ ‘ลู่เหวิน’ ที่ตั้งอยู่บนแท่นบูชา แอนนาก็อดไม่ได้ที่จะร้องไห้ออกมา ยังดีที่พี่ชายอยู่ข้าง ๆ คอยประคองไว้ไม่ให้ล้ม แต่เสียงร้องไห้นั้นกลับทำให้ผู้คนในงานหันมามองด้วยสายตาเคลือบแคลง ราวกับทุกคนรู้สึกว่า ‘เรื่องนี้ไม่ควรต้องเศร้าเสียใจขนาดนั้น’

ขณะนั้นเอง ชายหนุ่มรูปงามคนหนึ่ง สูงราวหนึ่งเมตรเก้าสิบ ก้าวเข้ามาทักทายและยื่นมือจับกับบิดาของแอนนาหลังจากพูดคุยกันอย่างสุภาพและเป็นกันเอง เขาก็หันไปต้อนรับแขกคนถัดไปต่อ

ทางด้านแอนนาใช้เวลานานมากกว่าจะสงบลงได้เล็กน้อย เธอไม่อยากอยู่ในงานนี้อีกแม้แต่วินาทีเดียว

“พ่อ...เราไปเถอะ...”

“อืม” เซอร์เกย์ อีวานโนวิช พ่อของแอนนาเอ่ยรับสั้น ๆ เขากับพ่อของลู่เหวินเคยมีเพียงความสัมพันธ์ทางธุรกิจกันเท่านั้น ช่วงหลายปีมานี้ก็แทบจะไม่ได้ติดต่อกันอีก ยิ่งไปกว่านั้น เขาเองก็รังเกียจบรรยากาศทางการเช่นนี้เหลือเกิน

ขณะที่ครอบครัวของแอนนากำลังจะออกจากงาน ก็มีบุคคลลึกลับคนหนึ่งเดินขึ้นมาจากทางบันไดชั้นล่าง ร่างทั้งร่างถูกคลุมไว้ด้วยเสื้อกันฝนจนมิดชิด โดยปกติแล้ว แขกที่มาร่วมพิธีแบบนี้มักจะมาด้วยกันอย่างน้อยสองคนขึ้นไป คนที่มาคนเดียวแทบไม่เคยเห็น ยิ่งกว่านั้น ส่วนใหญ่จะขับรถเข้ามาจอดในชั้นใต้ดินโดยตรง ไม่มีใครต้องถือร่มหรือสวมเสื้อกันฝนแบบนี้เลย

เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ยืนประจำอยู่บริเวณนั้นก็สังเกตเห็นความผิดปกติทันที มือข้างหนึ่งกำด้ามกระบองไฟฟ้าแน่น ครอบครัวของแอนนาที่กำลังจะเดินผ่าน ก็หยุดฝีเท้าโดยไม่ได้นัดหมาย ถ้ามีใครบังอาจกล้ามาก่อเรื่องที่นี่ พวกเขาก็ไม่คิดจะอยู่เฉยอยู่แล้ว

แอนนา ผู้ที่มีรูปร่างเล็กกว่าคนอื่นในครอบครัว เงยหน้ามองร่างในเสื้อกันฝนอย่างไม่ตั้งใจ แต่ทันใดนั้น เธอกลับเห็น ‘สันจมูก’ และ ‘รูปปาก’ ที่คุ้นเคยใต้เงาหมวกคลุม

“หลัวตี้?!”

เธอผลักร่างของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยออกด้วยแรงมหาศาล พุ่งเข้าไปใกล้เพื่อให้แน่ใจ

ใช่ คือเขาแน่นอน แต่หลัวตี้ในตอนนี้กลับซูบผอมลงกว่าที่จำได้มาก ใบหน้าแห้งซีด ดูเหนื่อยล้าและอิดโรยเกินบรรยาย เสียงอึกทึกนั้นไปเข้าหูของชายวัยกลางคนผู้เป็นเจ้าภาพในพิธีศพด้วย เขาได้ยินชื่อหนึ่งที่ทำให้รู้สึกสนใจขึ้นมาทันที

เขาเร่งฝีเท้าขึ้นบันไดอย่างสง่างาม ใบหน้าแต้มรอยยิ้มของผู้ประสบความสำเร็จ เขาเหลือบมองอย่างดูถูกเหยียดหยาม แล้วผายมือให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยแยกย้ายกันไป จากนั้นเขาก็หันมองชายหนุ่มที่มาคนเดียว เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

“หลัวตี้ใช่ไหม?”

หลัวตี้ไม่ตอบอะไรเลย เพียงจ้องไปยังภาพถ่ายขาวดำตรงกลางพวงหรีดที่ตั้งอยู่ไม่ไกล แล้วเดินผ่านชายคนนั้นไปอย่างเงียบเชียบ ตอนที่ร่างของทั้งคู่เฉียดกัน น้ำฝนที่เกาะอยู่บนเสื้อกันฝนของเขาก็สาดใส่อีกฝ่าย แต่ชายวัยกลางคนกลับไม่ได้แสดงอาการไม่พอใจ เพราะที่นี่มีทั้งหุ้นส่วนและแขกผู้มีเกียรติอยู่มาก เขาเพียงหันศีรษะไปถามแอนนาเบา ๆ

“นักเรียนหลัวตี้นี่ เธอเป็นคนเชิญมางั้นเหรอ แอนนา?”

“เปล่าค่ะ คุณลุงลู่”

“แปลกจริง ฉันจำได้ว่าตัวเองไม่ได้ส่งคำเชิญไปให้เขา แต่เขากลับหาทางมาถึงที่นี่ได้... ก็ดีเหมือนกัน เพราะต้องยอมรับว่ามีเด็กหนุ่มอย่างเขานี่แหละ เหตุการณ์โรงเรียนหมายเลขสี่ถึงไม่ลุกลามไปในทิศทางที่เลวร้ายกว่านี้”

ทั่วทั้งห้องพิธีศพ สิ่งเดียวที่เหลือเกี่ยวข้องกับหัวหน้าห้อง มีเพียง ‘ภาพถ่ายขาวดำ’ ใบเดียวเท่านั้น ศพของเธอถูกสำนักวิจัยนำกลับไปตามข้อบัญญัติมุมมืด แม้แต่ญาติสายตรงก็ไม่มีสิทธิ์ครอบครองใด ๆ

หลัวตี้เดินเข้าไปถึงหน้ารูปนั้น ฉากตรงหน้าคล้ายกับเมื่อหนึ่งเดือนก่อนในห้องเรียน เขาเพียงมองภาพนั้นนิ่ง ไม่แสดงสีหน้าใด ไม่มีแม้แต่เศษเสี้ยวของอารมณ์ เขาก้มศีรษะคำนับเบา ๆ หนึ่งครั้ง จากนั้นก็หมุนตัวกลับ เตรียมจะจากไปโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย

แต่ทันใดนั้นเอง ชายวัยกลางคนเจ้าภาพงานศพก็ยืนขวางอยู่ด้านหลังแล้วยื่นมือขวาออกมา แสดงท่าทีชัดเจนว่าต้องการจับมือ

“หลัวตี้ นักเรียนที่ยอดเยี่ยมที่สุดของโรงเรียนหมายเลขสี่... หรืออาจพูดได้ว่า เป็นนักเรียนที่ดีที่สุดในรอบสิบปีเลยก็ว่าได้”

“ในเหตุการณ์ โรงเรียนมัธยมหมายเลขสี่ นั้น เธอได้แสดงศักยภาพที่เหนือกว่านักเรียนทั่วไปหลายเท่า และยังเป็นคนที่ ‘สังหารลูกสาวที่ไม่ได้เรื่องของฉัน’ ได้สำเร็จ ช่วยลดจำนวนผู้เสียชีวิตในโรงเรียนลงได้มาก

ในฐานะพ่อของลู่เหวิน ฉันขอขอบคุณเธอจากใจจริง และก็ขอโทษ เธอด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ ฉันยินดีจะมอบเงินจำนวนหนึ่งล้านหยวน เพื่อเป็นทั้งค่าชดเชยเหตุการณ์…และเงินลงทุนส่วนตัวสำหรับเธอ ที่จริงก็ต้องขอโทษด้วยนะ ที่ทำให้เธอลำบากขนาดนั้น”

คำพูดที่เต็มไปด้วยการสรรเสริญ คำขอบคุณ กระทั่ง ‘รางวัลตอบแทน’ ถูกกล่าวออกมาอย่างภาคภูมิ

กร๊อบ เสียงข้อต่อกระดูกคอขยับดังขึ้นเบา ๆ หลัวตี้ที่ดูเหมือนไม่ได้เงยหน้ามานานค่อย ๆ เงยศีรษะขึ้น สายตาจับจ้องไปยังชายหนุ่มวัยกลางคนผู้มีใบหน้างดงามคล้ายหัวหน้าห้อง แม้อายุจริงจะมากกว่าสี่สิบปี แต่ใบหน้านั้นกลับดูอ่อนเยาว์เพียงสามสิบต้น ๆ หล่อ คมเข้ม และสุขุม

ทว่าในสายตาของหลัวตี้ ใบหน้านั้นกลับเริ่ม ‘บิดเบี้ยว’ พร้อมกับทุกคำที่อีกฝ่ายเอ่ยออกมา รอยยิ้มที่ควรจะสุภาพกลับค่อย ๆ กลายเป็น ‘รอยยิ้มที่น่าขยะแขยง’ ราวกับใต้หน้ากากอันงดงามนั้น แอบซ่อนใบหน้าที่เน่าเปื่อย มีหนองไหล และส่งกลิ่นเหม็นคลุ้งออกมา รสขมพุ่งขึ้นมาที่โคนลิ้น

เป็นครั้งแรกที่หลัวตี้ได้ ‘ลิ้มรสของความชั่วร้าย’ ความชั่วร้ายในรูปแบบที่แม้แต่มนุษย์เทียมที่เขาเคยพบมาก่อน ก็ยังไม่เคยมี ‘รสชาติ’ ที่รุนแรงเท่านี้

ชายคนนั้นยังพูดต่อไปเรื่อย ๆ พรั่งพรูคำชม คำขอโทษ คำขอบคุณออกมาไม่หยุด

เหมือนพยายามลบล้างทุกความเกี่ยวข้องระหว่างเขากับลู่เหวินให้หมดสิ้น มือยังตบไหล่ของหลัวตี้เบา ๆ อย่างสนิทสนมแขกที่มาร่วมพิธีศพรอบข้างก็เริ่มหันมามอง ทั้งยิ้ม ทั้งพยักหน้า มอง ‘ฮีโร่หนุ่มจากโรงเรียนหมายเลขสี่’ ด้วยสายตาชื่นชม

จนกระทั่ง… ปัง!

เสียงดังที่ไม่มีใครได้ยินนอกจากหลัวตี้เอง เหมือน ‘โซ่ตรวน’ ที่มองไม่เห็นถูกกระชากจนขาดในเวลาเพียงเสี้ยววินาที ความรู้สึกรุนแรงที่ไม่อาจบรรยายได้ก็ผุดขึ้นมาในหัวของเขา อารมณ์ที่ผุดขึ้นมานั้นพลุ่งพล่านออกมาจากส่วนลึกภายในร่างของหลัวตี้ พลุ่งพล่านออกมาจากห้องขังที่ถูกโซ่ตรวนล็อคไว้อย่างบ้าคลั่ง ราวกับว่าอารมณ์นี้ถูกกักขังมานานหลายปี และถูกขังไว้อย่างแน่นหนาเช่นนี้

เขาไม่รู้ว่าทำไม ทั้งที่แค่มางานศพที่ ‘ไม่สำคัญอะไรเลย’ แต่เขากลับทำลายโซ่ตรวนทั้งหมดลงอย่างไร้ร่องรอย สัญชาตญาณกระตุ้นให้เขาเหยียดแขนออกไปทันที แล้วคว้าคอของชายคนนั้นไว้แน่น!

เสียงเหล่านั้นเงียบลงทันที วินาทีถัดมา โลกของชายวัยกลางคนพลันหมุนคว้าง ร่างเขาถูกเหวี่ยงกระแทกลงกับพื้นอย่างแรง ยังไม่ทันได้อ้าปากพูด กำปั้นก็พุ่งเข้าหาใบหน้าเขาอย่างจัง!

เสียงกระดูกกรามหักดังสนั่น แรงของหมัดแม้เป็นเพียงแรงมนุษย์ธรรมดา แต่ก็เพียงพอที่จะกระแทกจนฟันหน้าหลุดออกทั้งแถบ แขกในงานที่ยังแสร้งยิ้มอยู่เมื่อครู่ต่างตกตะลึง ไม่มีใครเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นตรงหน้า

หมัดต่อไปกระแทกซ้ำ ฟันกรามหลังเริ่มแตกร้าว เสียงหมัดเหล่านั้นยังดังต่อเนื่องอย่างสม่ำเสมอ แขกทุกคนได้แต่มองนิ่ง ไม่มีใครกล้าเข้าไปห้าม เพราะ ‘เจตนาฆ่า’ อันแรงกล้า ที่แผ่ออกมาจากตัวหลัวตี้

ครอบครัวของแอนนาที่ยืนอยู่ตรงทางขึ้นบันไดก็ตกตะลึงเช่นกัน แต่ดูเหมือนทุกคนในครอบครัวนั้น…จะเข้าใจได้ว่าทำไม หลัวตี้ถึงทำแบบนี้

แอนนาเห็นอย่างชัดเจน ใต้แก้มของหลัวตี้ที่ยังคงเหวี่ยงหมัดอยู่นั้น มีของเหลวใส ๆ ไหลรินลงมาไม่หยุด

“ไม่นะ…”

เธอรีบพุ่งเข้าไปด้วยความเร็วสูงสุด ไม่ใช่เพราะอยากจะช่วยใคร แต่เพราะเธอรู้ดีว่าถ้าหลัวตี้ฆ่าชายคนนั้นตายจริง ๆ อนาคตของเขาจะถูกทำลายจนหมดสิ้น แต่ยังไม่ทันที่จะถึงตัว พ่อและพี่ชายของเธอก็เข้ามาถึงก่อนแล้ว พวกเขาจับแขนหลัวตี้ไว้คนละข้าง ใช้พลังมหาศาลดึงร่างเขาออก

ทั้งสองต่างรู้สึกได้ทันทีถึง พลังอันร้อนระอุที่พุ่งพล่านอยู่ภายในร่างของหลัวตี้ อุณหภูมิร่างกายสูงจนผิดธรรมชาติ พลังที่ส่งผ่านมาจากกล้ามเนื้อนั้น ต่างจากพลังของเด็กมัธยมปลายอย่างสิ้นเชิง

คุณลู่ที่อยู่บนพื้นนั้น สภาพแทบมองไม่ออก เขาไม่เหลือฟันแม้แต่ซี่เดียว จมูกหัก มองไม่เห็นแม้แต่ลูกตา ไม่อาจบอกได้ว่าเขายังมีชีวิตอยู่หรือไม่ แต่ด้วยฐานะของเขา เจ้าของห้องหรูในย่านฟีนิกซ์ และผู้บริหารระดับสูงของบริษัทใหญ่ หน่วยแพทย์ฉุกเฉินจะต้องมาถึงในไม่ช้า พร้อมกับหน่วยสืบสวนพิเศษที่จะตามมาทันทีที่เกิด ‘เหตุทำร้ายรุนแรง’

แต่หลัวตี้ไม่ได้หนีไปไหน เขาเพียงยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น อารมณ์ที่ปะทุขึ้นอย่างไม่เคยมีมาก่อนทำให้การหายใจของเขาเร็วขึ้นอย่างน่าเหลือเชื่อ มือขวาที่เปื้อนเลือดสั่นไม่หยุด น้ำตาเอ่อรินออกมาจากต่อมน้ำตาอย่างควบคุมไม่ได้ เหมือนภาพซ้ำของหัวหน้าห้องในชั้นเรียนเมื่อเดือนก่อน

เขาไม่ได้ยินเสียงร้องเพื่อขอความช่วยเหลือ กล่าวหา หรือพูดคุยสนทนากับผู้คนในที่เกิดเหตุ

เขาไม่ได้ยินเสียงสะอื้นของแอนนา

จังหวะหัวใจค่อย ๆ ช้าลง หลัวตี้ค่อย ๆ หันกลับไปมองรูปถ่ายขาวดำของหัวหน้าห้องที่ตั้งอยู่บนแท่นบูชา ไม่รู้ว่าเพราะความสั่นไหวในอารมณ์ หรือเพราะสิ่งอื่นที่เหนือกว่านั้น

เขา ‘ได้ยินเสียง’ ที่ไม่ควรได้ยินในที่แห่งนี้

เสียงนั้น… อ่อนโยนและคุ้นเคยเหลือเกิน

เหมือนทุกอย่างย้อนกลับไปยังวันหนึ่งในฤดูหนาว

กลับไปยังบันไดทางเดินของอาคารเรียน

วันที่หัวหน้าห้องยืนอยู่ตรงนั้น เอามือทั้งสองไขว้ไว้ด้านหลัง เมื่อไม่ได้รับคำตอบจากเขา เธอก็เป็นฝ่ายยื่นมือออกมาก่อน สัมผัสนั้น อ่อนนุ่ม ละเอียด และอบอุ่น มันคือ ‘สัมผัสของสิ่งที่เรียกว่า มนุษย์’

“หลัวตี้… ขอบใจนะ”

น้ำตาเอ่อรินอีกครั้ง  แต่กล้ามเนื้อบนใบหน้ากลับขยับ มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม เหมือนกำลัง ‘ตอบรับ’ อะไรบางอย่าง

จบบทที่ บทที่ 75 มนุษย์ (จบภาค 1)

คัดลอกลิงก์แล้ว