เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 43 กลับบ้าน

บทที่ 43 กลับบ้าน

บทที่ 43 กลับบ้าน


บนรถประจำการพิเศษของสำนักงานสอบสวน

หลัวตี้กับลู่เหวินเพิ่งนั่งลงบนเบาะกว้างด้านหลัง ฟังก์ชันอุ่นและนวดเปิดทำงานโดยอัตโนมัติ ราวกับมีแขนอ่อนนุ่มคู่หนึ่งคอยนวดไปทั่วร่าง ความง่วงที่มีอยู่เดิมยิ่งทวีคูณจนแทบต้านไม่ไหว

เสียงของคนขับรถดังมาจากด้านหน้า

“ผมจะไปส่งพวกคุณถึงบ้าน ตามที่อยู่ในฐานข้อมูลประวัติส่วนบุคคล”

“เดี๋ยวก่อน…ขอเราปรึกษากันนิดนึง”

หัวหน้าห้องใช้นิ้วดันเปลือกตาที่เกือบจะปิดลงเต็มที หันศีรษะไปทางหลัวตี้ที่อยู่ข้าง ๆ

“ฉันไปอยู่บ้านนายต่ออีกหน่อยดีไหม? แล้วค่อยกลับบ้านทีหลัง… คราวนี้รอดจากเหตุการณ์ผิดปกติแถมยังได้รางวัลจากสำนักงานสอบสวน คุณพ่อฉันต้องดีใจแน่ ๆ การจับตามองฉันก็คงจะผ่อนลงบ้าง

วันนี้ถึงจะกลับดึก เขาก็คงคิดว่าฉันติดประชุมคุยงานกับสำนักงานสอบสวนอยู่

ที่สำคัญ…ฉันยังอยากดูหนังอยู่ แล้วเสื้อผ้าของฉันก็ยังอยู่ที่บ้านของนายด้วย”

หลัวตี้ชะงักไปเล็กน้อยทันทีที่ได้ยินคำว่า ‘หนัง’ นึกถึงบรรยากาศของการดูหนังด้วยกันแล้วก็ไม่เลว สุดท้ายเมื่อคิดว่าหัวหน้าห้องก็เคยไปบ้านเขามาแล้ว เขาจึงพยักหน้าตกลง

“คนขับๆไปส่งเราที่บ้านเขาก็พอแล้วนะ!”

เดิมทีคนขับตั้งใจจะปฏิเสธตามกฎของสำนักสอบสวน แต่พอเขามองผ่านกระจกมองหลังก็เห็นเด็กหนุ่มสาวทั้งสองเบียดกันหลับสนิทอยู่เบาะหลัง ภาพนั้นทำให้เขานึกถึงวัยหนุ่มสาวของตัวเองขึ้นมา จึงได้แต่ส่ายหัว ก่อนเหยียบคันเร่งต่ออย่างจนใจ

กว่าทั้งคู่จะลืมตาตื่น ก็ผ่านไปแล้วสี่ชั่วโมง รถประจำการจอดอยู่ที่ลานจอดรถด้านนอกชุมชนพักอาศัยหมายเลขสิบสาม

บรรยากาศในรถถูกปรับเป็นโหมดนอนหลับ ทั้งอุณหภูมิและความชื้นพอเหมาะพอดี ส่วนคนขับก็ไม่อยู่ตรงที่นั่งแล้ว เมื่อลุกออกจากรถทั้งสองก็เห็นว่าเขาไปนั่งที่เก้าอี้หินของชุมชนไม่ไกลนัก กำลังไถดูวิดีโอต่าง ๆ บนสายรัดข้อมือ ข้างกายมีถ้วยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่กินจนเกลี้ยงวางอยู่

แกร๊ก ประตูรถเปิดออก

เมื่อเห็นเด็กหนุ่มสาวลงมาจากรถ คนขับก็เดินกลับไปที่ตำแหน่งของตัวเองช้า ๆ อย่างไม่เร่งรีบ

“ขอบคุณค่ะ” หัวหน้าห้องเอ่ยขอบคุณอย่างสุภาพ

เขายกมือทำสัญลักษณ์โอเคแทนคำตอบ ก่อนขับรถออกไป

“ฮึ่ย หนาวชะมัด! รีบกลับบ้านกันเถอะ!”

หัวหน้าห้องยังคงสวมเสื้อยืดแขนสั้นกับกางเกงขาสั้นที่หลัวตี้ให้ยืมตั้งแต่เมื่อคืน ก่อนหน้านี้เธอไม่รู้สึกหนาวเพราะอยู่แต่ในสำนักงานสอบสวนหรือในรถ แต่ตอนนี้ลมหนาวพัดมาก็สั่นสะท้านทันที

ชุมชนถูกยกเลิกกาปิดล้อมพื้นที่แล้ว

ระหว่างที่ทั้งคู่รีบวิ่งกลับไปยังตึกที่อยู่ลึกที่สุด ก็ได้เห็นผู้คนมากมายระหว่างทาง

ทุกคนต่างเดินอย่างเร่งรีบ แบกหามสัมภาระเต็มมือ เหล่าผู้อยู่อาศัยที่เคยลังเลไม่ยอมย้ายออก คราวนี้หลังจากผ่านเหตุเมื่อคืน ก็ตัดสินใจแน่วแน่เลือกที่จะย้ายออกทันที

หลัวตี้ไม่ได้ใส่ใจกับภาพตรงหน้าสักเท่าไร สิ่งเดียวที่เขาคิดคือรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด

ก้าวขึ้นบันไดอาคารที่คุ้นเคยอีกครั้ง มองป้ายตัวเลข ‘สาม’ บนผนังที่ลอกล่อน ตอนนี้ถูกแปะด้วยแถบปิดล้อมของสำนักสอบสวนเต็มไปหมด เจ้าหน้าที่ฝ่ายเก็บกวาดกำลังทำงานอยู่ภายใน เก็บร่องรอยสารตกค้างของมนุษย์เทียม

ทั้งสองเดินต่อขึ้นไปจนถึงหน้าประตูห้องชั้นดาดฟ้า

แต่ยังไม่ทันที่หลัวตี้จะควักกุญแจออกมา ประตูกลับถูกเปิดจากด้านในเสียก่อน

เจ้าหน้าที่สามคนในชุดป้องกันกำลังทำงานเก็บร่องรอยของมนุษย์เทียมอยู่ในบ้านหลัวตี้ แถมยังช่วยจัดเก็บและทำความสะอาดจนเกือบเรียบร้อยพอดี

หลังจากตรวจสอบยืนยันตัวตนกันเสร็จ หลัวตี้กับหัวหน้าห้องก็ได้กลับเข้ามาในห้องอันอบอุ่นซึ่งเปิดฮีตเตอร์ไว้ ทุกอย่างยังคงปกติ เฟอร์นิเจอร์ไม่มีอะไรเสียหาย

เมื่อเห็นสภาพบ้านไม่ได้ต่างไปจากเดิม หลัวตี้ก็ถอนหายใจยาวโล่งอก

ครึ่งชั่วโมงต่อมา

หัวหน้าห้องเดินออกมาจากห้องน้ำ ยังสวมเสื้อแขนสั้นของหลัวตี้อยู่เหมือนเดิม

ในบ้านอบอวลด้วยกลิ่นหอมของอาหารที่เพิ่งทำเสร็จ กลิ่นนั้นเรียกความรู้สึกอยากอาหารของหัวหน้าห้องขึ้นมาทันที

หลัวตี้ชี้ไปที่โต๊ะอาหารที่มีบะหมี่ผัดใส่ไข่ดาวร้อน ๆ วางอยู่ “มื้อนี้เอาแบบง่าย ๆ ไปก่อนก็แล้วกัน เธอคงไม่ได้อยากออกไปกินข้างนอกหรอกนะ”

“เยี่ยมเลย! ได้กินไปดูหนังไปอีกแล้ว! ฉลองที่เรายังมีชีวิตอยู่ ชนแก้ว!”

หัวหน้าห้องยกชามบะหมี่ขึ้นมาชนกับของหลัวตี้อย่างร่าเริง เธอไม่แสดงอาการไม่สบายใจจากการถูกสิง หรือความกดดันจากการรอดชีวิตเมื่อคืนเลยแม้แต่น้อย ใบหน้ามีเพียงความสุขเหมือนเช่นเคย

ในสายตาของเธอ เห็นได้ชัดว่า ‘การกินไปดูหนังไป’ คือความสุขที่สุดในโลก

หลัวตี้เดิมทีก็อยากจะชวนพูดถึงเรื่องเมื่อคืน แต่พอเห็นท่าทีที่กระตือรือร้นของเธอ เขาก็เปลี่ยนใจ ไว้ดูหนังจบก่อน ค่อยคุยกันก็ได้

การได้ดูหนังไปพร้อมกับใครอีกคน…ก็ให้ความรู้สึกไม่เลวเลย บางครั้งยังสนุกกว่าการดูคนเดียวเสียอีก

หนึ่งเรื่องผ่านไปอย่างรวดเร็ว

หัวหน้าห้องก็เหมือนนักเรียนดีเด่นที่เพิ่งเลิกคาบ รีบจี้ถามรายละเอียดของหนังทันที การโต้ตอบเช่นนี้ทำให้หลัวตี้ได้สัมผัสกับความสุขที่เรียกว่า ‘การแบ่งปัน’

แต่เมื่อการแบ่งปันจบลง บทสนทนาก็ค่อย ๆ เบี่ยงไป

“หัวหน้าห้อง…เมื่อคืนทำไมเธอถึงตื่นขึ้นมาได้ทันเวลาพอดี?”

“จะไม่ตื่นได้ยังไงล่ะ? ตอนกลางวันฉันดันเจอหน้าผู้ต้องสงสัยที่ชั้นสามพอดี แถมฉันเองก็ดันไปตรงกับเงื่อนไขของเหยื่ออีกด้วย

อีกอย่างนะ…อยู่ดี ๆ นายก็ดันเปลี่ยนใจ ไม่ยอมให้นอนโซฟา แต่กลับบอกให้ฉันนอนห้องนอนแทน แบบนี้ฉันจะไม่รู้สึกถึงอันตรายได้ยังไง?

หลายอย่างประกอบกันแบบนั้น ฉันจะยังนอนหลับสบายได้เหรอ? ที่สำคัญ ฉันเองก็ผ่านการฝึกตื่นระหว่างนอนมาแล้ว แค่มีอะไรรบกวนเพียงเล็กน้อยฉันก็จะตื่นทันที ฉันตื่นตั้งแต่ตอนที่นายลุกออกจากเตียงแล้ว

กลับเป็นนายเสียอีก ที่บังเอิญลุกไปเข้าห้องน้ำพอดี…เรื่องมันยังไงกันแน่ หลัวตี้?”

เมื่อถูกถาม หลัวตี้ก็ไม่ได้คิดจะปิดบัง เขาเล่าฝันร้ายจาก ‘ลิ้นนรก’ ที่เคยพบในการฝึกภาคสนามให้ฟัง

“ที่แท้เป็นลิ้นนั่นเอง? แต่แปลกนะ การถูก ‘ปีศาจสิง’ ในร่างนายถูกถอนออกไปหมดแล้วแท้ ๆ ยังจะเตือนภัยได้อีกเหรอ? นายต้องระวังหน่อยนะ การรุกรานจาก ‘มุมมืด’ มันอยู่ทุกหนทุกแห่ง ถ้ารู้สึกไม่ชอบมาพากล ต้องรีบติดต่อสถาบันวิจัยทันที”

“อืม” หลัวตี้พยักหน้ารับ แต่ท่าทีดูไม่ค่อยใส่ใจนัก

หัวหน้าห้องเลิกคิ้วขึ้น จากนั้นก็คลายลง “บางทีคงไม่ใช่เรื่องใหญ่หรอก ครึ่งปีแล้วนี่ อีกทั้งนายก็ไปตรวจร่างกายที่สถาบันวิจัยทุกเดือนอยู่แล้ว แถมตัวนายเองก็ไม่ได้รับผลกระทบอะไร อาจจะเป็นเพียงสัญชาตญาณในการรับรู้ภัยล่วงหน้าของนายเองก็ได้

เฮ้อ รอบนี้รอดมาได้ก็ถือว่าโชคดีมากแล้ว ผลลัพธ์ที่ได้ก็นับว่าคุ้มค่า ได้เจอกับมนุษย์เทียมจริง ๆ แถมเป็นมนุษญ์เทียมที่พัฒนามาเกินหนึ่งปี แบบนี้ประวัติของเราจะช่วยเรื่องการสอบเข้าได้เยอะเลย

ที่สำคัญไปกว่านั้น…สำนักงานสอบสวนยังยอมมอบชุดต่อสู้ให้ฉันด้วย แค่นึกก็ใจเต้นแล้ว”

“ชุดนั้นมันมีอะไรพิเศษเหรอ?” หลัวตี้ถาม เขาไม่เคยรู้มาก่อนนอกเหนือจากในตำรา

“ฉันก็ได้ยินจากครูพิเศษเหมือนกัน เขาบอกว่าชุดของนักสอบสวนใช้เทคโนโลยีเฉพาะ ซึ่งไม่ใช่แค่วิทยาศาสตร์ของมนุษย์ แต่ยังอาจเกี่ยวพันกับเทคโนโลยีจาก ‘มุมมืด’ ด้วย ถึงจะเป็นแค่รุ่นธรรมดาแต่ฟังก์ชันพื้นฐานก็ยังคงอยู่

งั้นเอาแบบนี้ พอฉันได้รับชุดแล้ว จะไปที่สถาบันวิจัยพร้อมกับนายเลย อยากเห็นเหมือนกันว่าถ้ามีดของนายดูดซับเลือดจากสมองของ ‘แมงมุมหญิง’ แล้ว มันจะเปลี่ยนไปยังไง”

“ไว้ค่อยติดต่อกัน”

หัวหน้าห้องกอดหมอนใบหนึ่ง มืออีกข้างชูสูงขึ้น “เวลามีน้อย รีบดูหนังต่อกันดีกว่า!”

เย็นวันนั้น

หลัวตี้จะออกไปวิ่งกลางคืนตามปกติ จึงถือโอกาสไปส่งหัวหน้าห้องลงตึกด้วย

หลอดไฟตรงหัวมุมที่เธอถอดออกเมื่อคืน ถูกเปลี่ยนใหม่แล้ว

ตามราวบันได ขั้นบันได และเพดาน ยังพอมองเห็นรอยเล็บอยู่บ้าง

เมื่อใกล้ถึงชั้นสาม ลู่เหวินเดินนำหน้า มือไขว้หลังแล้วแกว่งเบา ๆ คราวนี้แกว่งชัดเจนกว่าคืนก่อน

แต่จนเดินผ่านชั้นสามไป ก็ยังไม่มีอะไรปรากฏขึ้นมา มือเธอก็เพียงแต่โบกไปมาในอากาศเท่านั้น

“เชอะ…” หัวหน้าห้องกระแทกริมฝีปากแล้วหยุดก้าว

พอหลัวตี้ก้าวมาถึงระดับเดียวกัน เธอก็ทำเหมือนเมื่อคืน ยื่นมือไปสอดเข้ากับมือหยาบกร้านที่ไม่เหมือนเด็กนักเรียนมัธยมของเขา แล้วบีบเบา ๆ

แม้จะอยากบ่นออกไป แต่สุดท้ายก็ทำได้แค่กัดฟันแล้วพูดออกมาเพียงสองคำ

“ขอบใจ…”

จบบทที่ บทที่ 43 กลับบ้าน

คัดลอกลิงก์แล้ว