- หน้าแรก
- ห้วงลึกแห่งคนเป็น
- บทที่ 31 การปิดล้อมพื้นที่
บทที่ 31 การปิดล้อมพื้นที่
บทที่ 31 การปิดล้อมพื้นที่
หลัวตี้เปลี่ยนมาใส่เสื้อผ้าฤดูหนาว สะพายกระเป๋าแล้วเดินออกจากบ้านอีกครั้ง
หัวหน้าห้องนั่งอยู่บนบันไดฝั่งตรงข้ามประตู แล้วยื่นมือชี้ไปที่ห้องข้าง ๆ ที่เต็มไปด้วยใบโฆษณาเล็ก ๆ แปะอยู่
“ข้างห้องนายเหมือนไม่มีคนอยู่เลย? แล้วตอนฉันขึ้นมาก็เห็นว่าหลาย ๆ ห้องข้างล่างเหมือนจะไม่มีใครอยู่เหมือนกันนะ?”
“มันก็ปกติดี คนที่อยู่ที่นี่ใคร ๆ ก็อยากย้ายไปที่ที่ดีกว่า ถ้าบ้านไหนมีลูกเรียนต่อได้ดีแล้วได้เข้าทำงานบริษัทดี ๆ ก็จะย้ายออกทันที ส่วนครอบครัวที่ไม่มีลูกที่เก่งมาก ๆ พวกเขาก็จะหาทางพลิกชีวิต บางทีก็เลือกงานเสี่ยง ๆ แต่เงินดี”
“อืม ก็ฟังดูสมเหตุสมผล”
หัวหน้าห้องเดินนำลงบันไดไปอย่างเบิกบาน โดยตั้งใจเอามือทั้งสองไพล่ไว้ด้านหลัง มือหนึ่งยังทำท่าโบกไปมาด้วยแต่หลัวตี้กลับไม่เข้าใจความหมาย และไม่ได้สนใจด้วย สิ่งที่เขาใส่ใจกว่าคืออีกเรื่องหนึ่ง
“เธอรู้บ้านฉันได้ยังไง?”
“จะไปยากอะไร? ตึกนี้มีแค่ 7 ชั้น แต่ละชั้นมีอยู่สองห้อง แถมยังมีห้องว่างตั้งเยอะ ฉันแค่เคาะประตูเรียกทีละห้องก็หานายเจอแล้ว ไม่คิดเลยนะว่านายจะอยู่ชั้นบนสุด”
“เคาะทีละห้อง?”
หลัวตี้นึกไม่ออกเลยว่าจะทำแบบนั้นได้ แต่ถ้าเป็นนิสัยของหัวหน้าห้องก็คงทำได้จริง ๆ
ขณะที่ทั้งคู่กำลังจะเดินออกจากตึก และคุยกันอยู่ว่าจะไปทำการบ้านที่ร้านฟาสต์ฟู้ดเจ้าไหน
จู่ๆก็มีเชือกกั้นปิดล้อมรอบปรากฏขึ้นที่ประตูชั้นหนึ่ง ชายคนหนึ่งในชุดเสื้อคลุมกันลมสีดำปิดคอเสื้อจนเกือบคลุมทั้งใบหน้า ยืนขวางอยู่ตรงหน้า
“ในเขตพักอาศัยที่พวกคุณอยู่ตอนนี้ต้องสงสัยว่ามีกิจกรรมผิดปกติ ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว ดังนั้นเราจะทำการ ‘ปิดกั้นเขต’
ในช่วงเวลาที่ปิดกั้น ผู้อยู่อาศัยทุกคนห้ามออกจากบ้าน และจำเป็นต้องให้ความร่วมมือกับการสอบสวน รอสักครู่ผมจะขึ้นไปถามคุณทั้งสองทีหลัง”
เมื่อเห็นการแต่งกายและได้ยินคำว่า ปิดกั้นเขต หลัวตี้ก็เดาได้ทันทีว่าชายตรงหน้าเป็น ‘ผู้สอบสวนประจำเมือง’เขารีบถามทันทีว่า “กิจกรรมผิดปกติ? จะต้องปิดกั้นนานแค่ไหน?”
“คาดว่าไม่น้อยกว่าหนึ่งวัน”
“ผู้หญิงคนนี้เป็นเพื่อนร่วมชั้นของผม เธอไม่ได้อยู่ที่นี่ เพิ่งจะมาถึงเมื่อห้านาทีที่แล้ว จะให้เธอกลับออกไปได้ไหม?”
“โปรดปฏิบัติตามคำสั่ง รอจนกว่าการปิดกั้นจะสิ้นสุด ไม่ว่าเข้ามาในเขตนี้ด้วยเหตุผลอะไร ทุกคนไม่สามารถออกไปได้ นอกจากนี้โปรดให้เธอระวังเป็นพิเศษเพื่อความปลอดภัยของตัวเธอเอง”
หลัวตี้กำลังจะพูดอะไรต่อ แต่หัวหน้าห้องก็ดึงชายเสื้อเขาเบา ๆ ยืนเขย่งปลายเท้าแล้วกระซิบว่า
“ตาม กฎหมายแห่งมุมมืด ถ้าเกิดการปิดกั้นเขตขึ้นมา ทุกคนต้องให้ความร่วมมือกับผู้สอบสวน แม้ว่าฉันจะเพิ่งเข้ามาเมื่อหนึ่งนาทีก่อนก็ต้องปฏิบัติตามนั้นเหมือนกัน
ไม่เป็นไรหรอก ช่วงเรียนพิเศษในวันหยุดฤดูหนาวของฉันจบแล้ว ครอบครัวก็อนุญาตให้ฉันพักผ่อนได้สามวัน เดี๋ยวฉันจะส่งข่าวเรื่องการปิดกั้นเขตไปให้พ่อดู ไม่กลับบ้านคืนนี้ก็ไม่เป็นไร”
“ไม่…” หลัวตี้กำลังคิดถึงเรื่องอื่นมากกว่า
“ไม่ต้องห่วง ฉันรู้ว่ามันไม่สะดวกสำหรับครอบครัวของนาย ฉันอยู่ที่บันไดหรือดาดฟ้าคนเดียวก็ได้ รอจนกว่าการปิดกั้นจะจบ”
หลัวตี้นึกถึงงานศพครั้งก่อน และคำเตือนของผู้สอบสวนเมื่อครู่ หากปล่อยให้หัวหน้าห้องอยู่ข้างนอกคนเดียวอาจเป็นอันตราย ยิ่งอากาศข้างนอกก็หนาวจัดด้วย
เขาคิดอยู่นาน ก่อนจะถอนหายใจยาวออกมา…
“เฮ้อ… ขึ้นไปรอที่บ้านฉันเถอะ พอดีพ่อแม่ฉันพาพี่สาวไปเที่ยวกัน”
ดวงตาของหัวหน้าห้องเบิกกว้างขึ้นทันที “อ๋อ ถึงว่า ทำไมไม่ได้ยินเสียงใครที่บ้านนายเลย ที่แท้คุณลุงคุณป้าออกไปเที่ยวกันนี่เอง ไม่ต้องห่วงหรอก ฉันไม่เดินเข้าไปในห้องนอนหรอก จะนั่งรอแค่ในห้องนั่งเล่นก็พอแล้ว”
เธออยากรู้ว่า ภายใต้ท่าทีเก็บตัว ไม่สุงสิงกับใครของสุดยอดเด็กเรียนคนนี้ จะซ่อนความลับอะไรไว้กันแน่ ทั้งที่ไม่เคยได้เรียนพิเศษสักครั้ง แต่กลับคว้าอันดับหนึ่งในการทดสอบสมรรถภาพร่างกายได้อยู่บ่อย ๆ
หลัวตี้หมุนกุญแจเปิดประตูห้องบนสุดด้วยลมหายใจที่หนักหน่วง นี่เป็นครั้งแรกที่เขาพาใครสักคนเข้ามาในบ้าน แถมยังเป็นผู้หญิงที่สนิทพอสมควรอีกด้วย
ทันทีที่เข้ามาในห้อง แสงไฟด้านในก็สะท้อนออกมาเผยให้เห็นความสะอาดเรียบร้อย
“ว้าว! สะอาดมากเลย!”
หัวหน้าห้องอุทานอย่างตื่นเต้น บ้านไม่มีฝุ่นเกาะให้เห็นเลย ของใช้ก็มีไม่มากนัก ทุกอย่างถูกจัดไว้อย่างเป็นระเบียบ
“เมื่อเช้าฉันเพิ่งถูพื้นไปเอง รอเดี๋ยวนะ ฉันจะหารองเท้าแตะให้… คงใส่ได้แค่ของพี่สาวฉัน เพราะที่บ้านแทบไม่มีแขก เลยไม่มีรองเท้าแตะเหลือไว้” หลัวตี้อธิบาย
แต่หัวหน้าห้องโบกมือรีบปฏิเสธทันที
“ไม่ต้องหรอก สะอาดขนาดนี้ไม่จำเป็นต้องใส่รองเท้าแตะด้วยซ้ำ อีกอย่างการใส่รองเท้าของคนอื่นก็ไม่ดีด้วยนะ แล้วฉันก็เพิ่งเปลี่ยนถุงเท้าใหม่มาตอนเช้า รับรองไม่ทำบ้านนายเลอะหรอก”
“โอเค” หลัวตี้ตอบ
เธอถอดรองเท้าผ้าใบสีขาววางเรียงไว้อย่างเรียบร้อย จากนั้นก็เดินลงบนพื้นห้องด้วยเลกกิ้งสีขาวรัดรูป
ถึงแม้ที่นี่จะเป็นแค่แฟลตในเขตพักอาศัย แต่ด้วยเทคโนโลยีจัดการพลังงานในยุคปัจจุบันเครื่องทำความร้อนภายในห้องพักถูกเปิดทำงานตลอดเวลา อุณหภูมิภายในจะคงที่ราว 20 องศาเซลเซียส ทำให้เดินเท้าเปล่าได้โดยไม่รู้สึกหนาวเลย
หัวหน้าห้องเดินชมไปรอบ ๆ โดยไม่แตะต้องห้องนอน เธอยังอาสาช่วยหลัวตี้ให้อาหารนกแก้วบนขอบหน้าต่างอีกด้วย
“บ้านนายนี่กว้างกว่าที่คิดนะ ตอนแรกฉันคิดว่าห้องแบบนี้น่าจะเล็กเท่าห้องนอนฉันซะอีก แต่ดูแล้วเท่ากับสองห้องนอนเลยนะ ไม่ได้อะไรหรอกนะ แค่รู้สึกว่าการได้อยู่ในห้องเล็ก ๆ แบบนี้ก็รู้สึกดีเหมือนกัน”
ขณะที่เธอกำลังสำรวจ หลัวตี้ก็เดินเข้าไปในครัว หยิบถุงชาออกมาตามที่แม่เคยสอนเรื่องมารยาทการรับแขก จากนั้นเขาจัดการชงน้ำชา รินใส่แก้วร้อน ๆ ไปให้หัวหน้าห้อง
ทันทีที่เขาถือถ้วยชาร้อนเดินไปยังห้องนั่งเล่น เท้าก็ชะงักเล็กน้อย
เพราะภายในบ้านอุ่นสบายจากเครื่องทำความร้อน หัวหน้าห้องจึงถอดเสื้อกันหนาวหนา ๆ กับผ้าพันคอออก พับวางไว้ที่มุมโซฟาอย่างเรียบร้อย
ข้างในเป็นเสื้อคอเต่ารัดรูปสีดำ จับคู่กับกระโปรงลายสก็อตสีน้ำตาลด้านล่าง ถุงน่องสีขาว ๆ โผล่พ้นชายกระโปรงออกมา หุ้มขาเรียวยาวที่มักใช้วิ่งอย่างคล่องแคล่วของเธอ
ที่ผ่านมา หัวหน้าห้องไม่เคยแต่งตัวแบบนี้ให้เขาเห็นเลย นอกจากชุดนักเรียนกับชุดกีฬา หลัวตี้หยุดนิ่งไปชั่วขณะ ก่อนตั้งสติกลับมาได้ แล้วยื่นในมือให้เธอ
“หลัวตี้ นายดูเหมือนจะร้อนนะ ทำไมไม่ถอดเสื้อนอกออกบ้างล่ะ?”
“อืม”
หน้าผากของหลัวตี้เต็มไปด้วยเหงื่อ แต่เจ้าตัวกลับไม่ทันรู้สึก
หัวหน้าห้องเลิกคิ้ว มองเขาอย่างสงสัย “ทำไมนายดูแปลก ๆ นะ? หรือว่าข้างในห้องนอนมีอะไรที่ไม่อยากให้ฉันเห็น? หรือว่านายซ่อน ‘เคล็ดลับการฝึกพิเศษ’ อะไรไว้ แล้วกลัวว่าฉันจะไปเจอเข้า?”
“ไม่มีหรอก แค่ไม่ค่อยชินกับการที่มีคนมาที่บ้านเท่านั้นเอง”
“ถ้าไม่มีอะไร ฉันเข้าไปดูในห้องนอนได้ไหม?” เธอยกมือขวาขึ้นเหมือนตอนขอตอบคำถามในห้องเรียน “ฉันสาบานว่าจะไม่แตะต้องอะไรแน่นอน แค่อยากดูเฉย ๆ”
“นั่งดูทีวีตรงนี้ หรือไปนั่งทำการบ้านโต๊ะกินข้าวก็ได้”
“อ้อ”
เมื่อไม่ได้รับอนุญาต ทั้งคู่จึงหันไปหยิบการบ้านช่วงปิดเทอมมาทำแทน แต่เพิ่งเขียนได้ไม่กี่บรรทัด เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น ผู้สอบสวนที่เพิ่งทำการปิดกั้นพื้นที่ด้านล่างก็ขึ้นมาถึง
“สวัสดีครับ รบกวนให้ความร่วมมือในสอบถามข้อมูลเล็กน้อย นี่คือบัตรประจำตัวของผม สามารถตรวจสอบความถูกต้องได้ผ่านสายรัดข้อมือของคุณ”
ชายคนนั้นติดแผ่นกันฝุ่นที่รองเท้า ก่อนก้าวเข้ามาในห้องอย่างรวดเร็ว