เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 31 การปิดล้อมพื้นที่

บทที่ 31 การปิดล้อมพื้นที่

บทที่ 31 การปิดล้อมพื้นที่


หลัวตี้เปลี่ยนมาใส่เสื้อผ้าฤดูหนาว สะพายกระเป๋าแล้วเดินออกจากบ้านอีกครั้ง

หัวหน้าห้องนั่งอยู่บนบันไดฝั่งตรงข้ามประตู แล้วยื่นมือชี้ไปที่ห้องข้าง ๆ ที่เต็มไปด้วยใบโฆษณาเล็ก ๆ แปะอยู่

“ข้างห้องนายเหมือนไม่มีคนอยู่เลย? แล้วตอนฉันขึ้นมาก็เห็นว่าหลาย ๆ ห้องข้างล่างเหมือนจะไม่มีใครอยู่เหมือนกันนะ?”

“มันก็ปกติดี คนที่อยู่ที่นี่ใคร ๆ ก็อยากย้ายไปที่ที่ดีกว่า ถ้าบ้านไหนมีลูกเรียนต่อได้ดีแล้วได้เข้าทำงานบริษัทดี ๆ ก็จะย้ายออกทันที ส่วนครอบครัวที่ไม่มีลูกที่เก่งมาก ๆ พวกเขาก็จะหาทางพลิกชีวิต บางทีก็เลือกงานเสี่ยง ๆ แต่เงินดี”

“อืม ก็ฟังดูสมเหตุสมผล”

หัวหน้าห้องเดินนำลงบันไดไปอย่างเบิกบาน โดยตั้งใจเอามือทั้งสองไพล่ไว้ด้านหลัง มือหนึ่งยังทำท่าโบกไปมาด้วยแต่หลัวตี้กลับไม่เข้าใจความหมาย และไม่ได้สนใจด้วย สิ่งที่เขาใส่ใจกว่าคืออีกเรื่องหนึ่ง

“เธอรู้บ้านฉันได้ยังไง?”

“จะไปยากอะไร? ตึกนี้มีแค่ 7 ชั้น แต่ละชั้นมีอยู่สองห้อง แถมยังมีห้องว่างตั้งเยอะ ฉันแค่เคาะประตูเรียกทีละห้องก็หานายเจอแล้ว ไม่คิดเลยนะว่านายจะอยู่ชั้นบนสุด”

“เคาะทีละห้อง?”

หลัวตี้นึกไม่ออกเลยว่าจะทำแบบนั้นได้ แต่ถ้าเป็นนิสัยของหัวหน้าห้องก็คงทำได้จริง ๆ

ขณะที่ทั้งคู่กำลังจะเดินออกจากตึก และคุยกันอยู่ว่าจะไปทำการบ้านที่ร้านฟาสต์ฟู้ดเจ้าไหน

จู่ๆก็มีเชือกกั้นปิดล้อมรอบปรากฏขึ้นที่ประตูชั้นหนึ่ง ชายคนหนึ่งในชุดเสื้อคลุมกันลมสีดำปิดคอเสื้อจนเกือบคลุมทั้งใบหน้า ยืนขวางอยู่ตรงหน้า

“ในเขตพักอาศัยที่พวกคุณอยู่ตอนนี้ต้องสงสัยว่ามีกิจกรรมผิดปกติ ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว ดังนั้นเราจะทำการ ‘ปิดกั้นเขต

ในช่วงเวลาที่ปิดกั้น ผู้อยู่อาศัยทุกคนห้ามออกจากบ้าน และจำเป็นต้องให้ความร่วมมือกับการสอบสวน รอสักครู่ผมจะขึ้นไปถามคุณทั้งสองทีหลัง”

เมื่อเห็นการแต่งกายและได้ยินคำว่า ปิดกั้นเขต หลัวตี้ก็เดาได้ทันทีว่าชายตรงหน้าเป็น ‘ผู้สอบสวนประจำเมือง’เขารีบถามทันทีว่า “กิจกรรมผิดปกติ? จะต้องปิดกั้นนานแค่ไหน?”

“คาดว่าไม่น้อยกว่าหนึ่งวัน”

“ผู้หญิงคนนี้เป็นเพื่อนร่วมชั้นของผม เธอไม่ได้อยู่ที่นี่ เพิ่งจะมาถึงเมื่อห้านาทีที่แล้ว จะให้เธอกลับออกไปได้ไหม?”

“โปรดปฏิบัติตามคำสั่ง รอจนกว่าการปิดกั้นจะสิ้นสุด ไม่ว่าเข้ามาในเขตนี้ด้วยเหตุผลอะไร ทุกคนไม่สามารถออกไปได้ นอกจากนี้โปรดให้เธอระวังเป็นพิเศษเพื่อความปลอดภัยของตัวเธอเอง”

หลัวตี้กำลังจะพูดอะไรต่อ แต่หัวหน้าห้องก็ดึงชายเสื้อเขาเบา ๆ ยืนเขย่งปลายเท้าแล้วกระซิบว่า

“ตาม กฎหมายแห่งมุมมืด ถ้าเกิดการปิดกั้นเขตขึ้นมา ทุกคนต้องให้ความร่วมมือกับผู้สอบสวน แม้ว่าฉันจะเพิ่งเข้ามาเมื่อหนึ่งนาทีก่อนก็ต้องปฏิบัติตามนั้นเหมือนกัน

ไม่เป็นไรหรอก ช่วงเรียนพิเศษในวันหยุดฤดูหนาวของฉันจบแล้ว ครอบครัวก็อนุญาตให้ฉันพักผ่อนได้สามวัน เดี๋ยวฉันจะส่งข่าวเรื่องการปิดกั้นเขตไปให้พ่อดู ไม่กลับบ้านคืนนี้ก็ไม่เป็นไร”

“ไม่…” หลัวตี้กำลังคิดถึงเรื่องอื่นมากกว่า

“ไม่ต้องห่วง ฉันรู้ว่ามันไม่สะดวกสำหรับครอบครัวของนาย ฉันอยู่ที่บันไดหรือดาดฟ้าคนเดียวก็ได้ รอจนกว่าการปิดกั้นจะจบ”

หลัวตี้นึกถึงงานศพครั้งก่อน และคำเตือนของผู้สอบสวนเมื่อครู่ หากปล่อยให้หัวหน้าห้องอยู่ข้างนอกคนเดียวอาจเป็นอันตราย ยิ่งอากาศข้างนอกก็หนาวจัดด้วย

เขาคิดอยู่นาน ก่อนจะถอนหายใจยาวออกมา…

“เฮ้อ… ขึ้นไปรอที่บ้านฉันเถอะ พอดีพ่อแม่ฉันพาพี่สาวไปเที่ยวกัน”

ดวงตาของหัวหน้าห้องเบิกกว้างขึ้นทันที “อ๋อ ถึงว่า ทำไมไม่ได้ยินเสียงใครที่บ้านนายเลย ที่แท้คุณลุงคุณป้าออกไปเที่ยวกันนี่เอง ไม่ต้องห่วงหรอก ฉันไม่เดินเข้าไปในห้องนอนหรอก จะนั่งรอแค่ในห้องนั่งเล่นก็พอแล้ว”

เธออยากรู้ว่า ภายใต้ท่าทีเก็บตัว ไม่สุงสิงกับใครของสุดยอดเด็กเรียนคนนี้ จะซ่อนความลับอะไรไว้กันแน่ ทั้งที่ไม่เคยได้เรียนพิเศษสักครั้ง แต่กลับคว้าอันดับหนึ่งในการทดสอบสมรรถภาพร่างกายได้อยู่บ่อย ๆ

หลัวตี้หมุนกุญแจเปิดประตูห้องบนสุดด้วยลมหายใจที่หนักหน่วง นี่เป็นครั้งแรกที่เขาพาใครสักคนเข้ามาในบ้าน แถมยังเป็นผู้หญิงที่สนิทพอสมควรอีกด้วย

ทันทีที่เข้ามาในห้อง แสงไฟด้านในก็สะท้อนออกมาเผยให้เห็นความสะอาดเรียบร้อย

“ว้าว! สะอาดมากเลย!”

หัวหน้าห้องอุทานอย่างตื่นเต้น บ้านไม่มีฝุ่นเกาะให้เห็นเลย ของใช้ก็มีไม่มากนัก ทุกอย่างถูกจัดไว้อย่างเป็นระเบียบ

“เมื่อเช้าฉันเพิ่งถูพื้นไปเอง รอเดี๋ยวนะ ฉันจะหารองเท้าแตะให้… คงใส่ได้แค่ของพี่สาวฉัน เพราะที่บ้านแทบไม่มีแขก เลยไม่มีรองเท้าแตะเหลือไว้” หลัวตี้อธิบาย

แต่หัวหน้าห้องโบกมือรีบปฏิเสธทันที

“ไม่ต้องหรอก สะอาดขนาดนี้ไม่จำเป็นต้องใส่รองเท้าแตะด้วยซ้ำ อีกอย่างการใส่รองเท้าของคนอื่นก็ไม่ดีด้วยนะ แล้วฉันก็เพิ่งเปลี่ยนถุงเท้าใหม่มาตอนเช้า รับรองไม่ทำบ้านนายเลอะหรอก”

“โอเค” หลัวตี้ตอบ

เธอถอดรองเท้าผ้าใบสีขาววางเรียงไว้อย่างเรียบร้อย จากนั้นก็เดินลงบนพื้นห้องด้วยเลกกิ้งสีขาวรัดรูป

ถึงแม้ที่นี่จะเป็นแค่แฟลตในเขตพักอาศัย แต่ด้วยเทคโนโลยีจัดการพลังงานในยุคปัจจุบันเครื่องทำความร้อนภายในห้องพักถูกเปิดทำงานตลอดเวลา อุณหภูมิภายในจะคงที่ราว 20 องศาเซลเซียส ทำให้เดินเท้าเปล่าได้โดยไม่รู้สึกหนาวเลย

หัวหน้าห้องเดินชมไปรอบ ๆ โดยไม่แตะต้องห้องนอน เธอยังอาสาช่วยหลัวตี้ให้อาหารนกแก้วบนขอบหน้าต่างอีกด้วย

“บ้านนายนี่กว้างกว่าที่คิดนะ ตอนแรกฉันคิดว่าห้องแบบนี้น่าจะเล็กเท่าห้องนอนฉันซะอีก แต่ดูแล้วเท่ากับสองห้องนอนเลยนะ ไม่ได้อะไรหรอกนะ แค่รู้สึกว่าการได้อยู่ในห้องเล็ก ๆ แบบนี้ก็รู้สึกดีเหมือนกัน”

ขณะที่เธอกำลังสำรวจ หลัวตี้ก็เดินเข้าไปในครัว หยิบถุงชาออกมาตามที่แม่เคยสอนเรื่องมารยาทการรับแขก จากนั้นเขาจัดการชงน้ำชา รินใส่แก้วร้อน ๆ ไปให้หัวหน้าห้อง

ทันทีที่เขาถือถ้วยชาร้อนเดินไปยังห้องนั่งเล่น เท้าก็ชะงักเล็กน้อย

เพราะภายในบ้านอุ่นสบายจากเครื่องทำความร้อน หัวหน้าห้องจึงถอดเสื้อกันหนาวหนา ๆ กับผ้าพันคอออก พับวางไว้ที่มุมโซฟาอย่างเรียบร้อย

ข้างในเป็นเสื้อคอเต่ารัดรูปสีดำ จับคู่กับกระโปรงลายสก็อตสีน้ำตาลด้านล่าง ถุงน่องสีขาว ๆ โผล่พ้นชายกระโปรงออกมา หุ้มขาเรียวยาวที่มักใช้วิ่งอย่างคล่องแคล่วของเธอ

ที่ผ่านมา หัวหน้าห้องไม่เคยแต่งตัวแบบนี้ให้เขาเห็นเลย นอกจากชุดนักเรียนกับชุดกีฬา หลัวตี้หยุดนิ่งไปชั่วขณะ ก่อนตั้งสติกลับมาได้ แล้วยื่นในมือให้เธอ

“หลัวตี้ นายดูเหมือนจะร้อนนะ ทำไมไม่ถอดเสื้อนอกออกบ้างล่ะ?”

“อืม”

หน้าผากของหลัวตี้เต็มไปด้วยเหงื่อ แต่เจ้าตัวกลับไม่ทันรู้สึก

หัวหน้าห้องเลิกคิ้ว มองเขาอย่างสงสัย “ทำไมนายดูแปลก ๆ นะ? หรือว่าข้างในห้องนอนมีอะไรที่ไม่อยากให้ฉันเห็น? หรือว่านายซ่อน ‘เคล็ดลับการฝึกพิเศษ’ อะไรไว้ แล้วกลัวว่าฉันจะไปเจอเข้า?”

“ไม่มีหรอก แค่ไม่ค่อยชินกับการที่มีคนมาที่บ้านเท่านั้นเอง”

“ถ้าไม่มีอะไร ฉันเข้าไปดูในห้องนอนได้ไหม?” เธอยกมือขวาขึ้นเหมือนตอนขอตอบคำถามในห้องเรียน “ฉันสาบานว่าจะไม่แตะต้องอะไรแน่นอน แค่อยากดูเฉย ๆ”

“นั่งดูทีวีตรงนี้ หรือไปนั่งทำการบ้านโต๊ะกินข้าวก็ได้”

“อ้อ”

เมื่อไม่ได้รับอนุญาต ทั้งคู่จึงหันไปหยิบการบ้านช่วงปิดเทอมมาทำแทน แต่เพิ่งเขียนได้ไม่กี่บรรทัด เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น ผู้สอบสวนที่เพิ่งทำการปิดกั้นพื้นที่ด้านล่างก็ขึ้นมาถึง

“สวัสดีครับ รบกวนให้ความร่วมมือในสอบถามข้อมูลเล็กน้อย นี่คือบัตรประจำตัวของผม สามารถตรวจสอบความถูกต้องได้ผ่านสายรัดข้อมือของคุณ”

ชายคนนั้นติดแผ่นกันฝุ่นที่รองเท้า ก่อนก้าวเข้ามาในห้องอย่างรวดเร็ว

จบบทที่ บทที่ 31 การปิดล้อมพื้นที่

คัดลอกลิงก์แล้ว