เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 127 เงื่อนไขของการมีชีวิตรอดคือการปฏิบัติตามกฎของโรงเรียน (ฟรี) สวัสดีปีใหม่นะคะ

บทที่ 127 เงื่อนไขของการมีชีวิตรอดคือการปฏิบัติตามกฎของโรงเรียน (ฟรี) สวัสดีปีใหม่นะคะ

บทที่ 127 เงื่อนไขของการมีชีวิตรอดคือการปฏิบัติตามกฎของโรงเรียน (ฟรี) สวัสดีปีใหม่นะคะ


บนผนังเต็มไปด้วยตัวอักษรชั่วร้ายเขียนแน่นขนัด ทุกขีดทุกเส้นล้วนประกอบขึ้นจากเลือด

จงจดจำกฎของโรงเรียนทุกข้อ! นั่นคือหลักฐานที่จะทำให้คุณมีชีวิตรอด!

ในโรงเรียนแห่งนี้เต็มไปด้วยเรื่องเล่าพิสดาร พอตกกลางคืน เรื่องเล่าพิสดารจะปรากฏ ระวังให้ดี อย่าไปกระตุ้นพวกมันเด็ดขาด พวกมันสามารถเมินกฎของโรงเรียนและฆ่าคุณได้!

ฉันไม่อยากกลายเป็นอาหาร! ใครก็ได้ มาช่วยฉันที!!! 

ท่ามกลางตัวอักษรที่ดูราวกับลายขีดเขียนของผี หลินเจวี๋ยพบประโยคที่สมบูรณ์อยู่ไม่กี่ประโยค โครงสร้างชัดเจน ต่อเนื่อง ดูจากภาษาเขียนแล้ว ดูไม่เหมือนสิ่งประหลาดเป็นคนเขียน

นี่คือข้อมูลที่คนเป็นเคยทิ้งไว้ และจากข้อความแรก ทำให้เห็นได้ชัดว่ามนุษย์คนนั้นทิ้งข้อความนี้ไว้ หลังจากที่ผู้อำนวยการคนก่อนเข้ามาและตั้งกฎของโรงเรียนแล้ว

กล่าวคือ หลังจากมีการตั้งกฎของโรงเรียนขึ้นมาแล้ว ยังเคยมีมนุษย์อยู่ในโรงเรียนแห่งนี้

เรื่องนี้ทำให้หลินเจวี๋ยเกิดข้อสันนิษฐานขึ้นมา ตอนนี้ ในโรงเรียนแห่งนี้ยังมีมนุษย์หลงเหลืออยู่หรือไม่? ถ้ามี แล้วพวกเขาซ่อนตัวอยู่ที่ไหน?

และจากข้อความที่สอง พอตกกลางคืน เรื่องเล่าพิสดารจะปรากฏ ความหมายคือ นักเรียนกับครูที่ตอนกลางวันดูเหมือนปกติ พอตกกลางคืนจะกลายเป็นสิ่งประหลาดร้ายงั้นเหรอ?

เมื่อเทียบกันแล้ว ข้อความสุดท้ายกลับดูปกติมากที่สุด เพราะสำหรับสิ่งประหลาดแล้ว มนุษย์ก็คืออาหาร

เดินวนดูอยู่ครู่หนึ่ง ทั้งอาคารนี้ในแต่ละระดับชั้นก็มีแค่หนึ่งห้องเรียน จำนวนนักเรียนใกล้เคียงกับฝั่งมัธยมต้น

และที่ชั้นบนสุด ด้านในสุดของอาคาร คือ สำนักงานผู้อำนวยการโรงเรียน ประตูสำนักงานปิดสนิท หลินเจวี๋ยยืนอยู่นอกประตู คิดอยู่ว่าควรเข้าไปทักทายผู้อำนวยการหรือไม่ เพื่อทิ้งความประทับใจดี ๆ ให้กับผู้บริหารระดับสูงคนนี้

ท้ายที่สุด เขาก็ล้มเลิกความคิดนั้น และเดินกลับไปที่ลานกว้างอีกครั้ง

เดินลึกเข้าไปตามลานกว้าง สิ่งที่เชื่อมต่อกับลานคือทะเลสาบที่มนุษย์สร้างขึ้น ทั้งฝั่งมีพืชและดอกไม้ประดับอยู่ แต่ล้วนเหี่ยวเฉา ไร้ชีวิตชีวา

น้ำในทะเลสาบก็ไม่ใช่สีเขียวหรือฟ้าตามปกติ แต่เป็นสีเหลืองขุ่นเหมือนดินโคลน

ยืนอยู่บนสะพานมองลงไป ยังพอมองเห็นเงาดำเป็นเส้น ๆ ที่ก้นทะเลสาบอย่างเลือนราง

ดูจากรูปร่างแล้ว นั่นน่าจะเป็นศพที่จมอยู่ใต้น้ำ

หลินเจวี๋ยยืนดูอยู่นาน ไม่พบความผิดปกติใด ๆ จึงเดินข้ามสะพานไปยังอีกฝั่งหนึ่ง

อาคารสีแดงเข้มสองหลังปรากฏขึ้นตรงหน้า คือหอพักชายและหญิง บนอาคารไม่ได้เขียนระบุว่าหลังไหนเป็นหอชาย หลังไหนเป็นหอหญิง

ยึดตามธรรมเนียม “ชายซ้าย หญิงขวา” หลินเจวี๋ยจึงมุ่งหน้าไปยังอาคารด้านขวาโดยไม่ลังเล

“หยุดก่อน ที่นี่คือหอพักนักเรียนหญิง ผู้ชาย จะมาทำอะไรที่นี่?”

ยังไม่ทันเข้าใกล้ประตู หญิงวัยกลางคนร่างอ้วนคนหนึ่งก็พุ่งออกมาจากชั้นหนึ่ง

สิ่งประหลาดตนนี้อ้วนมาก ประเมินคร่าว ๆ น่าจะหนักราวสามร้อยกว่ากิโล ไขมันทั่วร่างกองซ้อนกันเป็นชั้น ๆ ใบหน้าถูกเบียดอยู่ท่ามกลางเนื้อ จนแทบจะมองไม่เห็นเค้าโครง

ดูจากบทบาทแล้ว น่าจะเป็นผู้ดูแลหอพักนักเรียนหญิง

หลินเจวี๋ยแสร้งทำท่าขอโทษ เกาหัวอย่างเขิน ๆ “ขอโทษครับ ผมเป็นครูแนะแนวที่เพิ่งย้ายมาใหม่ ผมกำลังหาห้องพยาบาล แต่ไม่รู้ว่าต้องไปทางไหน”

“ครูแนะแนวที่เพิ่งย้ายมาใหม่?”

พี่ผู้ดูแลหอมองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า น้ำเสียงเต็มไปด้วยความดูแคลน “แขนขาผอมบางแบบนี้ เนื้อแทบไม่มีเลย”

คำพูดนั้น ฟังดูราวกับกำลังประเมินอาหาร

“เดินทะลุอาคารหอพักไปก็จะเป็นสนามกีฬา ห้องพยาบาลอยู่ลึกเข้าไปสุดในสนาม”

แม้น้ำเสียงจะฟังไม่ค่อยสบายใจ แต่ผู้ดูแลหอก็ยังชี้ทางให้ด้วยความตั้งใจ พูดจบ เธอก็กดเสียงให้ต่ำลง

“เห็นว่าคุณมาใหม่ ฉันจะเตือนเพิ่มให้อีกอย่างหนึ่ง”

“ถ้าอยากมีชีวิตรอดอยู่ที่นี่ ต้องปฏิบัติตามกฎของโรงเรียนผู้ชายห้ามเข้าเขตหอพักนักเรียนหญิง

ยังดีที่วันนี้คุณเจอฉัน ถ้าเป็นคนอื่น ป่านนี้คงลงมือกับคุณไปแล้ว”

“แล้วก็ ถ้าอีกฝ่ายยังไม่ฝ่าฝืนกฎ ห้ามลงมือเองเด็ดขาด นี่คือเส้นต้องห้าม ถ้าละเมิด จะเกิดเรื่องที่น่ากลัวอย่างยิ่ง”

อยากมีชีวิตรอด ต้องปฏิบัติตามกฎของโรงเรียน

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่หลินเจวี๋ยได้ยินคำพูดลักษณะนี้ ก่อนหน้านี้ เขาก็เคยเห็นข้อความทำนองเดียวกันที่ทิ้งไว้บนผนัง

ตอนนี้ดูเหมือนว่า ต่อให้เป็นสิ่งประหลาด หากฝ่าฝืนกฎของโรงเรียน ก็จะตาย และยังถูกกลืนกินอีกด้วย

ไม่น่าแปลกใจเลยที่ก่อนหน้านี้ ผู้อำนวยการฝ่ายปกครองเจิ้งจะแสดงท่าทีราวกับหวังให้เขาฝ่าฝืนกฎ อีกฝ่ายคงคิดจะกลืนกินเขา เพื่อเพิ่มพลังให้ตัวเอง

โรงเรียนแห่งนี้ ราวกับสนามเล่นเกม นักเรียนและครูทุกคนคือผู้เล่น ทุกคนต้องกระทำการภายใต้กฎของเกม หากฝ่าฝืนกฎ ก็จะตาย

หลินเจวี๋ยพอจะเข้าใจตรรกะพื้นฐานที่ทำให้โรงเรียนแห่งนี้ดำเนินไปได้ตามปกติแล้ว เขาขอบคุณผู้ดูแลหอ ก่อนจะเดินทะลุอาคารหอพักออกไป

สนามกีฬาไม่ได้ใหญ่ มีเพียงแป้นบาสเกตบอลแบบเรียบง่ายไม่กี่อัน กับโต๊ะปิงปองสองตัว ด้านในสุดเป็นอาคารชั้นเดียวหลังเตี้ย ประตูหน้าต่างพังเสียหาย มุมกำแพงยังมีกองซากสัตว์ที่เน่าเปื่อยกองอยู่

ที่นั่นคือสถานที่ทำงานและพักผ่อนของเขา ห้องพยาบาล

และในเวลานี้ หน้าห้องพยาบาลมีนักเรียนหญิงคนหนึ่งยืนอยู่ ทั้งตัวเปื้อนคราบสกปรก ผมยาวแห้งกรอบเหมือนฟางข้าวปรกลงมาปิดใบหน้า เหลือให้เห็นเพียงดวงตาที่มืดหม่นคู่หนึ่ง มุมปากยังมีเลือดหยดลงมา

มองแวบเดียวก็รู้ว่าไม่ใช่สิ่งประหลาดที่เป็นมิตร

“คุณครูคะ ฉันเอาตารางสอนมาส่งให้ค่ะ” นักเรียนหญิงคนนั้นเห็นหลินเจวี๋ย ก็โยกตัวเดินเข้ามา

ส่งตารางสอนงั้นเหรอ? หลินเจวี๋ยรับตารางสอนมาจากมือของเธอ กระดาษสีขาวเดิมทีสะอาด ถูกมือของนักเรียนหญิงแตะจนเปื้อนสกปรกไปหมด

เขากวาดตามองตารางสอน คาบเรียนของเขาทุกคาบอยู่หลังอาหารเย็น วันหนึ่งสอนเพียงคาบเดียว สลับกันไป

“ขอบคุณ” หลินเจวี๋ยยิ้มให้เธอ แต่พออีกฝ่ายกำลังจะเดินจากไป เขาก็เรียกขึ้นมาอีกครั้ง “เดี๋ยวก่อน”

“มีอะไรเหรอคะคุณครู?” นักเรียนหญิงหันกลับมา ดวงตาที่โผล่ออกมาจากผมเผยความสงสัย

“ถ้าฉันจำไม่ผิด ตอนนี้ยังเป็นเวลาเรียนอยู่ใช่ไหม ในเมื่อเป็นนักเรียน ทำไมไม่อยู่ในห้องเรียน กลับวิ่งไปมาแบบนี้ หรือว่าเธอลืมกฎของโรงเรียนแล้ว?”

เมื่อได้ยินคำถามที่จริงจังของหลินเจวี๋ย นักเรียนหญิงถึงกับชะงักไป “คุณครู ฉันมาส่งตารางสอนให้คุณไม่ใช่เหรอคะ? เป็นผู้อำนวยการฝ่ายปกครองเจิ้งให้ฉันมา”

“ฉันไม่สนใจว่าใครสั่งมา” หลินเจวี๋ยตัดบทอย่างไม่พอใจ “ฉันรู้แค่ว่าตอนนี้เป็นเวลาเรียน

เธอไม่รู้จักมาส่งตอนพักหรือยังไง หรือว่าผู้อำนวยการฝ่ายปกครองจะใหญ่กว่ากฎของโรงเรียน?”

นักเรียนหญิงทั้งตัวเหมือนจะชะงักงันไปหมด อยากโต้เถียง แต่กลับไม่รู้จะเถียงจากตรงไหน เพราะสิ่งที่อีกฝ่ายพูดก็มีเหตุผลจริง ๆ

ดวงตาของเธอเริ่มมีเลือดซึมออกมา เหมือนกำลังระแวดระวังว่าหลินเจวี๋ยจะลงมือกะทันหัน

“แต่ไหน ๆ ฉันก็เป็นครูที่ใจดี ถ้าเธอรับปากฉันสักเรื่อง ครั้งนี้ก็จะปล่อยผ่านไป” หลินเจวี๋ยเปลี่ยนจากความเข้มงวดเป็นน้ำเสียงอ่อนลงทันที

นักเรียนหญิงสีหน้าไม่ดี

“เรื่องอะไร?”

เธอรู้สึกว่าครูคนใหม่ไม่ได้มีเจตนาที่ดีเลย

“เธอรู้ใช่ไหมว่าเลือดอำมหิตเก็บไว้ที่ไหน งั้นแบบนี้ ไปขโมยมาให้ฉันสองถัง ฉันก็จะไม่เอาเรื่อง” หลินเจวี๋ยทำท่าราวกับใจกว้างเป็นพิเศษ

นักเรียนหญิงทนไม่ไหวอีกต่อไป รีบลงมือก่อนทันที

เลือดอำมหิตอยู่ภายใต้การควบคุมของผู้อำนวยการ นักเรียนอย่างเธอหมายปองของของผู้อำนวยการ ก็ไม่ต่างอะไรกับการเดินเข้าหาความตาย และจุดจบอาจเลวร้ายยิ่งกว่าคำว่าตายเสียอีก

ครูคนใหม่นี่ชัดเจนว่าไม่คิดจะเปิดทางรอดให้เธอเลย

“ทำร้ายครู นั่นเท่ากับเธอฝ่าฝืนกฎของโรงเรียนอีกข้อหนึ่งแล้ว นักเรียนหัวรั้นแบบเธอ ต้องมีปัญหาทางจิตใจร้ายแรง ในฐานะครูแนะแนว ฉันมีหน้าที่ต้องแก้ไขเธอให้ถูกทาง”

หลินเจวี๋ยถอยหลังหลบการโจมตี พร้อมวางกระเป๋าลง มืออีกข้างหยิบมีดสั้นทองสัมฤทธิ์ออกมา

เหตุผลที่เขาทำเช่นนี้ ก็เพื่อยืนยันข้อสันนิษฐานก่อนหน้านี้ และจากปฏิกิริยาของนักเรียนหญิง ก็พิสูจน์ได้ชัดเจนแล้ว

โรงเรียนแห่งนี้ ภายนอกดูสงบเรียบร้อย แต่ภายในซ่อนเจตนาฆ่าเอาไว้ ทั้งครูและนักเรียนต่างก็มีแผนการของตัวเอง

เพียงเพราะถูกกฎของโรงเรียนผูกมัด พวกเขาจึงยังไม่เข่นฆ่ากัน และตราบใดที่พบว่ามีใครฝ่าฝืนกฎ ก็สามารถลงมือได้ทันที กลืนกินอีกฝ่ายไป

ทว่าเขายังไม่ทันได้โต้กลับ นักเรียนหญิงคนนั้นก็กรีดร้องเสียงดังขึ้นมาอย่างกะทันหัน ราวกับมีมือที่มองไม่เห็นคว้าร่างของเธอไว้ แล้วบิดอย่างแรง

กระดูกของเธอเหมือนจะแตกละเอียด เหลือเพียงลมหายใจรวยริน

เมื่อเห็นภาพนั้น

หลินเจวี๋ยก็เข้าใจทันทีว่า ทำไมผู้ดูแลหอถึงบอกว่า ห้ามลงมือโดยพลการ

การทำร้ายผู้ที่ยังไม่ฝ่าฝืนกฎ จะทำให้พลังลึกลับบางอย่างลงมือ

เพียงแต่ว่า… พลังนั้นมาจากที่ใดกันแน่? เป็นพลังที่ผู้อำนวยการคนก่อนทิ้งไว้หรือไม่ หรือว่าเขายังไม่ได้จากไป แต่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืด คอยเฝ้ามองทั้งโรงเรียนแห่งนี้อยู่?

จบบทที่ บทที่ 127 เงื่อนไขของการมีชีวิตรอดคือการปฏิบัติตามกฎของโรงเรียน (ฟรี) สวัสดีปีใหม่นะคะ

คัดลอกลิงก์แล้ว