เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 70 รูปปั้นที่พูดได้

บทที่ 70 รูปปั้นที่พูดได้

บทที่ 70 รูปปั้นที่พูดได้


หัวของรูปปั้นนั้นสั่นระริกอย่างรุนแรง ก่อนจะส่งเสียงกรีดร้องแหลมสูงออกมาอย่างน่าสยดสยอง

“อย่าร้อง”

“ไม่ต้องห่วง แค่โดนประแจนิดเดียว อีกเดี๋ยวเดียวก็จะได้หลุดพ้นจากความวุ่นวายแล้ว”

หลินเจวี๋ยยื่นมือคว้ารูปปั้นมากอดแน่น ส่วนมืออีกข้างปิดปากของมันไว้ แต่น้ำเสียงกลับอ่อนโยนอย่างน่าประหลาด เหมือนกำลังปลอบโยนคนรักที่กำลังทรมาน

“อืม… อื้ออ…”

เสียงครางในอ้อมแขนทำให้เขาขมวดคิ้ว นี่มันพูดภาษาคนเหรอ?

“ฉันบอกว่าอย่าร้องไง!!”

หลินเจวี๋ยเหมือนถูกเสียงนั้นยั่วยุให้ขุ่นเคือง เขาตะโกนลั่นอย่างโมโห แล้วฟาดประแจลงบนหัวรูปปั้นอย่างแรง

เพล้ง!

เสียงแตกของปูนปลาสเตอร์ดังขึ้น เศษผงกระจาย หมอกดำสายหนึ่งพุ่งออกมาจากรอยแตก ก่อนจะสลายหายไปในอากาศ

นี่มันอะไรกัน?

เขามองดูรูปปั้นที่นิ่งสนิทในอ้อมแขน แล้วโยนมันไปข้าง ๆ ตั้งแต่ตอนที่ได้ยินเสียงจากห้องหมายเลขสาม เขาก็รู้ทันทีว่าต้นเสียงน่าจะมาจากพวกรูปปั้นเหล่านี้

ตอนแรกเขาคิดว่าเป็นสิ่งประหลาด แต่ตอนนี้ดูเหมือนจะไม่ใช่ เป็นเพียงรูปปั้นธรรมดา ทว่ากลับถูกบางสิ่งควบคุมอยู่ ทำให้พวก มันมีจิตรับรู้

เหมือนหุ่นเชิดที่ถูกเชือกดึง ไม่มีพลังโจมตี มีแต่ไว้หลอกให้ตกใจเท่านั้น

‘คงเป็นพลังของสิ่งประหลาดบางตัว ใช้หมอกดำควบคุมรูปปั้น… พยายามจะเล่นงานเรางั้นเหรอ? แต่ของแบบนี้เนี่ยนะ จะหลอกให้ตกใจหรือไง?’

‘หรือว่าคนที่อยู่เบื้องหลังคืออู๋ฟาง? หรืออาจเกี่ยวกับคนที่สร้างรูปปั้นพวกนี้… บางทีอาจเชื่อมโยงกับบทละครอื่นก็ได้’

หลินเจวี๋ยมองหมอกดำที่ค่อย ๆ จางหายไป แล้วหันสายตาไปยังรูปปั้นหัวอื่น ๆ ที่เรียงอยู่บนตู้

“เมื่อกี้ฉันได้ยินเสียงตั้งหลายเสียง… ทำไมถึงมีแค่หัวเดียว?”

“ไหนยังมีใครซ่อนอยู่อีก?”

รูปปั้นทั้งหมดนิ่งสนิท ราวกับหิน แต่ในใจของพวกมันกลับปั่นป่วน ทำไมคนที่น่ากลัวแบบนี้ถึงมาอาศัยอยู่ห้องข้างๆ กัน…

นี่มัน ฆาตกรโรคจิตชัด ๆ!

“อ้าว เจออีกหัวแล้วสิ” สายตาของหลินเจวี๋ยจับจ้องไปที่รูปปั้นหัวคนพลางยกประแจขึ้น

“ฉะ… ฉันยังไม่ได้ขยับเลยนะ!” รูปปั้นร้องลั่น ไม่เข้าใจว่าตัวเองเผลอหลุดพิรุธตอนไหน

หลินเจวี๋ยฉีกยิ้มขึ้น “แค่พูดเล่นเฉย ๆ ไม่นึกว่าจะหลุดออกมาจริง ๆ”

ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความตื่นเต้น ราวกับนักล่าที่เห็นเหยื่อติดกับ

เขาขยับประแจถูไปมาบนหัวรูปปั้นช้า ๆ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ยังมีอีกไหม? ถ้ามีก็ซ่อนให้ดี อย่าให้ฉันหาเจอ”

เขาเดินผ่านรูปปั้นตัวนั้นไป แล้วหยุดหน้ารูปปั้นหัวผู้หญิงที่จมูกเบี้ยว ใบหน้าเอียงผิดรูป ก้มหน้ามองใกล้ ๆ “อืม… ตรงนี้ก็ดูน่าสงสัยนะ”

รูปปั้นหญิงคนนั้นค่อย ๆ แสดงสีหน้าราวกับมีชีวิต ดวงตากลอกไปมาอย่างรนราน ก่อนจะกรีดร้องสุดเสียง แล้วกลิ้งหนีไปอย่างบ้าคลั่ง

โครม! 

เธอกระแทกรูปปั้นอื่นล้มตามไปด้วย ทั้งหมดหล่นจากตู้ กลิ้งไปทั่วพื้น

รูปปั้นแต่ละหัวราวกับมีชีวิตขึ้นมาพร้อมกัน ถ้าเป็นคนทั่วไปคงขวัญกระเจิงไปแล้ว แต่หลินเจวี๋ยกลับยืนอยู่ที่เดิม ดวงตาเปล่งประกายด้วยความตื่นเต้นแทน

“เจอแล้ว! มีเยอะขนาดนี้เลยเหรอ!”

เขาดูราวกับหมาป่าที่บุกเข้าไปในฝูงแกะ

สายตาโลมเลียไปตามรูปปั้นแต่ละตัว เหมือนกำลังคิดว่าจะเริ่มกัดจากตัวไหนก่อนดี

สุดท้าย เขาคว้าหัวรูปปั้นหญิงคนนั้นไว้ ประแจในมือจ่ออยู่ตรงหน้าเธอ “ฉันจะถามแค่ไม่กี่ข้อ ถ้าตอบดี ๆ ฉันจะปล่อยไป”

“ดะ...ได้! ได้เลย! ขอแค่วางประแจลงก่อน” หัวรูปปั้นหญิงพูดเสียงสั่น มองใบหน้าบิดเบี้ยวที่อยู่ใกล้เพียงคืบ

ถ้าเธอมีน้ำตาได้ คงร้องไห้ไปแล้ว

แต่หลินเจวี๋ยไม่ขยับประแจออก เขาถามเสียงเย็น “ทำไมพวกแกถึงพูดได้?”

ของพรรค์นี้ชวนให้นึกถึงหัวบินได้ แต่แปลกกว่า หัวบินได้เป็นเพียงเศษจิตของสิ่งประหลาดที่กระจายอยู่ในหัวหลายใบ แต่พวกรูปปั้นนี้กลับมีจิตสำนึกของตัวเอง ทว่ากลับไม่ใช่สิ่งประหลาด

คำถามนั้นทำให้หัวรูปปั้นหญิงนิ่งไปครู่หนึ่ง ใบหน้าบิดเบี้ยวเล็กน้อย ก่อนจะตอบเสียงสั่น “ฉัน... ก็ไม่รู้ ตั้งแต่เกิดมาก็พูดได้แล้ว...”

“เกิดมาก็พูดได้?”

นั่นย่อมไม่ใช่เรื่องธรรมดาแน่ ต้องเป็นพลังพิเศษอะไรบางอย่าง ที่สามารถมอบจิตสำนึกให้กับวัตถุไร้ชีวิตได้ และมันอาจเชื่อมโยงกับ บทละครอื่น …หรือไม่ก็เป็นความสามารถของคนที่สร้างรูปปั้นพวกนี้ขึ้นมาเอง

“อู๋ฟางกับพวกแก มีความเกี่ยวข้องกันยังไง?” หลินเจวี๋ยถามต่อ เขาต้องการยืนยันให้แน่ใจว่าเบื้องหลังทั้งหมดนี้ใช่อู๋ฟางหรือไม่

“อู๋ฟาง? อู๋ฟางคือใคร?” รูปปั้นหัวหญิงคนนั้นถามกลับด้วยน้ำเสียงงุนงง

เพล้ง!

คำถามยังไม่ทันจบ หลินเจวี๋ยก็ฟาดประแจลงบนหัวทันที เสียงปูนแตกกระจาย เศษหินปลิวว่อน รูปปั้นเงียบสนิท ไม่เปล่งเสียงอีก

“ฉันเป็นฝ่ายถาม แล้วใครให้สิทธิ์แกถามกลับ?”

เขาตบเศษปูนออกจากประแจเบา ๆ แววตาเย็นเฉียบ แสดงภาพของฆาตกรโรคจิตได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งความเยือกเย็นและความโหดเหี้ยมผสมกันได้อย่างลงตัว

รูปปั้นหัวคนที่เหลือมองภาพนั้นแล้วตัวสั่นไม่หยุด

หมอนี่มันปีศาจชัด ๆ!

ทุกถ้อยคำ ทุกอิริยาบถของเขา เหมือนค้อนที่กระแทกลงบนกำแพงจิตใจของพวกมัน จนพังทลาย

“เอาล่ะ ทีนี้เปลี่ยนหัวบ้าง”

หลินเจวี๋ยคว้ารูปปั้นอีกหัวขึ้นมาไว้ตรงหน้า ใบหน้ายังยิ้มละไมอย่างอ่อนโยน “ฉันจะถามอีกครั้ง อู๋ฟางกับพวกแก มีความเกี่ยวข้องกันไหม?”

“พพ… พพี่ พี่ใหญ่! ผ.. ผมไม่รู้จริง ๆ ว่าอู๋ฟางเป็นใคร!” รูปปั้นร้องเสียงหลง ดิ้นสุดแรง แต่ไม่อาจหลุดจากมือของหลินเจวี๋ยได้เลย

ดูจากสีหน้าและน้ำเสียง มันไม่ได้โกหก

ทำไมกัน?

ถ้ารูปปั้นพวกนี้ไม่รู้จักอู๋ฟาง แล้วใครกันแน่ที่นำพวกมันมาไว้ที่นี่?

“ก็ได้ ฉันจะเชื่อพวกแก” หลินเจวี๋ยพูดเสียงนุ่ม มืออีกข้างลูบหัวรูปปั้นเบา ๆ เหมือนกำลังปลอบแมวที่ขนชี้ฟู

รูปปั้นถอนหายใจอย่างโล่งอก ดูเหมือนมนุษย์คนนี้จะยังพอมีเหตุผลอยู่บ้าง

เพล้ง!

ประแจเหล็กฟาดลงบนหัวอีกครั้งอย่างไม่ทันตั้งตัว

“ไอ้บ้าเอ๊ย!!” รูปปั้นสบถได้เพียงคำเดียว ก่อนจะแตกกระจายเป็นชิ้น ๆ

หลินเจวี๋ยใช้ประแจปัดเศษปูนออกไปข้าง ๆ เงยหน้าขึ้นมองพวกรูปปั้นที่เหลือ แล้วยิ้ม “งั้นเรามาเปลี่ยนคำถามใหม่ดีกว่า”

“ใครตอบได้ก่อน… ฉันจะปล่อยไป”

“เข้าใจไหม?”

รูปปั้นทุกตัวสบตากันเงียบงัน เมื่อครู่พวกมันยังวางแผนจะรุมฆ่าไอ้ตัวประหลาดน่าเกลียดคนนี้อยู่เลย แต่ตอนนี้สถานการณ์กลับตาลปัตร พวกมันกลายเป็นฝูงลูกแกะที่รอถูกเชือด ชีวิตของพวกกำลังแขวนอนู่บนเส้นด้าย

“ใครเป็นคนสั่งให้พวกแกมาเล่นงานฉัน?”

หลินเจวี๋ยยืดตัวขึ้น หมุนประแจในมืออย่างสบายใจ

ตั้งแต่ต้น เขารู้ดีว่าเสียงพูดคุยพวกนั้นในห้องข้าง ๆ มุ่งเป้ามาที่เขา บทสนทนาทั้งหมดก็เพื่อยั่วเขาโดยเฉพาะ

เขามั่นใจว่าคนควบคุมรูปปั้นพวกนี้ คือหนึ่งในผู้เช่าในตึก และต้องเป็นคนเดียวกับที่แอบเข้ามาในห้องของเขาก่อนหน้านี้แน่นอน

“มีคนหนึ่ง…” รูปปั้นตัวหนึ่งพูดเสียงสั่น “เขาเพิ่งเข้ามาในห้องนี้เมื่อกี้เอง… เขาเป็นคนปลุกพวกเราขึ้นมา แล้วสั่งให้พวกเราทำให้คุณกลัวจนต้องหนีไป”

มันรีบพูดต่อรัว ๆ ราวกับกลัวว่าจะถูกทุบอีก “ผมไม่เห็นหน้ามันนะ รู้แค่ว่ามันใส่เสื้อผ้าที่แปลกมาก…”

“แปลก?”

“ใช่… แล้วก็…” หลินเจวี๋ยก้มตัวเข้าไปใกล้ เสียงรูปปั้นเริ่มสั่นหนัก “มะ...ไม่มีแล้ว ผมไม่รู้อะไรอีกแล้ว!”

เพล้ง!

อีกหนึ่งเสียงดังขึ้น ประแจในมือหลินเจวี๋ยฟาดลงโดยไม่ลังเล

“พวกเราสู้มันเลย!” หัวหนึ่งตะโกนขึ้น “มันไม่มีทางปล่อยพวกเราแน่!”

“ฆ่ามัน!!”

พวกรูปปั้นที่เหลือในห้องเข้าใจแล้ว ชายคนนี้ไม่คิดจะไว้ชีวิตใครเลยตั้งแต่ต้น สิ่งที่เขาต้องการมีเพียงข้อมูลเท่านั้น และเมื่อหมดประโยชน์…

ก็ถึงเวลาถูกทุบให้แตกเหมือนพวกก่อนหน้า

จบบทที่ บทที่ 70 รูปปั้นที่พูดได้

คัดลอกลิงก์แล้ว