เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 62 การคุยโทรศัพท์ครั้งแรกกับเฉินฝู

บทที่ 62 การคุยโทรศัพท์ครั้งแรกกับเฉินฝู

บทที่ 62 การคุยโทรศัพท์ครั้งแรกกับเฉินฝู


เฉินฝูกับชายสวมฮู้ดปะทะกันอีกครั้ง

แสงสีเขียวสว่างเจิดจ้าแผ่ไปทั่วทั้งจัตุรัส เงางูที่โอบร่างเขาแหงนหัวส่งเสียงขู่ก้อง พลันพ่นกลุ่มแสงสีเขียวออกมานับไม่ถ้วน พุ่งกระหน่ำเหมือนพายุคมมีดถาโถมใส่ชายสวมฮู้ดและสิ่งประหลาดตนนั้น

แกร่ก… แกร่ก… แกร่ก…

ข้อต่อของหญิงปีศาจบิดเบี้ยว เสียงในลำคอแหลมแสบหู เลือดทั่วร่างเดือดพล่านราวเพลิงแดง แฝงไว้ด้วยคำสาปและความอาฆาตที่หนาแน่นเกินมนุษย์จะทนได้

ขณะเดียวกัน เส้นเลือดรอบกายชายสวมฮู้ดก็รวมตัวกันเป็นกลีบดอกไม้สีเลือดนับไม่ถ้วน เบ่งบานอยู่กลางอากาศ งดงามเยือกเย็นแต่เปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายแห่งความตาย ราวกับดอกไม้จากนรก

สายฝนสีเขียวโหมกระหน่ำ ดอกเลือดเบ่งบาน งดงามและบ้าคลั่งในคราวเดียว

หยาดฝนที่กระทบเรือนร่างของหญิงปีศาจส่งเสียง “ฉ่า” พร้อมควันขาวลอยโขมง รูพรุนสีเลือดผุดขึ้นทั่วร่าง แต่หญิงปีศาจกลับไม่รู้สึกเจ็บเลยแม้แต่น้อย มือที่เปื้อนเลือดเหยียดออก คว้าตรงไปที่ลำคอของเฉินฝู

แรงอาฆาตและคำสาประเบิดขึ้นพร้อมกัน ฟากฟ้าในยามค่ำคืนพลันกลายเป็นหุบเหวสีเลือด แสงสีเขียวเริ่มถูกกลืนหายไปทีละน้อย

“นั่นมัน… สิ่งประหลาดระดับ C เหรอ? แข็งแกร่งกว่าตัวที่เฉียวคังควบคุมมากนัก”

หลินเจวี๋ยซ่อนตัวในเงามืดของขั้นบันได เขารู้ทันทีว่าคู่ต่อสู้ที่เฉินฝูกำลังเจอ ไม่ใช่คนธรรมดาแน่

ชายสวมฮู้ดน่าจะมีพลังระดับขั้นสามอยู่แล้ว พอรวมกับสิ่งประหลาดระดับ C แบบนี้… เฉินฝูจะไหวหรือเปล่านะ?

เขาลังเลว่าจะลงมือช่วยดีไหม บางทีอาจจะใช้ไฟของตัวเองโจมตีหญิงปีศาจจากระยะไกล แม้ไฟของเขาจะทำอะไรชายสวมฮู้ดไม่ได้ แต่กับสิ่งประหลาด มันมีพลังข่มขวัญชัดเจน

ถึงจะฆ่าไม่ได้ แต่ก็คงพอเปิดช่องทำลายหุบเหวสีเลือดนั้นได้บ้าง

แต่ในจังหวะที่เขายังคิดไม่ตก เฉินฝูที่ดูเหมือนเป็นฝ่ายเพลี่ยงพลันยิ้มเยาะ เขายกมือขวาขึ้น สองนิ้วชี้กับกลางแนบเข้าหากัน แล้วค่อย ๆ ชี้ขึ้นฟ้า

หยาดฝนที่เคยร่วงลงพื้นพลันหมุนกลับ ราวกับเวลาไหลย้อน มันพุ่งกลับขึ้นสู่ท้องฟ้าอีกครั้ง เจาะทะลุหุบเหวสีเลือดเป็นรูพรุนทั่วผืนฟ้า

หญิงปีศาจกรีดร้องโหยหวนอย่างน่าสยดสยอง รูเลือดบนร่างเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เลือดดำไหลรินไม่หยุด สีแดงทั่วร่างค่อย ๆ มืดหม่นลง

ชายสวมฮู้ดครางเสียงต่ำ อาการบาดเจ็บของหญิงปีศาจสะท้อนกลับมาที่เขาทันที เส้นเลือดทั่วอากาศพุ่งกลับมาห้อมรัดร่างหญิงปีศาจ แล้วดึงกลับเข้าสู่ท้องของเขาอีกครั้ง

“ฮ่า ๆ ๆ น่าสนใจมาก เฉินฝู! เฉินฝู!”

เสียงหัวเราะคลั่งก้องกังวาน ชายสวมฮู้ดไม่โจมตีต่อ แต่กลับหันหลัง วิ่งหนีหายเข้าไปในความมืดพร้อมเส้นเลือดที่สะบัดไหวตาม

มัน… หนีไปแล้ว

หลินเจวี๋ยตกตะลึง เขาคิดว่าชายสวมฮู้ดคงจะสู้จนตัวตายไม่ยอมถอยเสียอีก แต่คราวนี้กลับเป็นฝ่ายหวาดกลัวและหลบหนีไปเอง

เฉินฝูย่อมไม่ยอมปล่อยให้หนีง่าย ๆ เขาตะโกนสบถเสียงดัง แล้วพุ่งตามไปทันที

จัตุรัสวันแรงงานกลับมาเงียบงันอีกครั้ง

คนที่ซ่อนตัวอยู่ตามมุมมืดเริ่มโผล่หน้าออกมาอย่างหวาดกลัว มองไปยังทิศทางที่ทั้งสองหายไปด้วยความกลัวเกรง

คืนนี้… สำหรับพวกเขาคงเป็นคืนที่ไม่มีใครหลับลงได้

หลินเจวี๋ยยังคงซ่อนตัวอยู่อีกพักใหญ่ จนแน่ใจว่าทั้งคู่ไม่กลับมาแล้วถึงค่อยออกมา

ระหว่างทางกลับ เขาเปลี่ยนรูปลักษณ์เป็น “หวังเทียนซู” เผื่อว่าชายสวมฮู้ดจะซุ่มดักอยู่ เขาต้องใช้ใบหน้าที่อีกฝ่ายไม่รู้จักไว้ก่อน

เมื่อมาถึงหน้าตึกของชุมชน เขาไม่รีบเข้าไป แต่ยืนสังเกตอยู่ครู่หนึ่ง พอแน่ใจว่าไม่มีสิ่งผิดปกติจึงค่อยเดินขึ้นไป

ประตูบ้านข้าง ๆ เปิดอ้าอยู่ ชายวัยกลางคนนอนแน่นิ่งอยู่ในแอ่งเลือด เสียชีวิตไปแล้ว

หลินเจวี๋ยเพียงเหลือบตามอง แล้วละสายตากลับ เก็บของใช้จำเป็นใส่กระเป๋าอย่างรวดเร็ว

ชุมชนซินฝูหยวนอยู่ต่อไม่ได้แล้ว ชายสวมฮู้ดไม่น่าจะถูกจับได้ง่าย ๆ ถ้ามันฟื้นตัวเมื่อไร มีโอกาสสูงที่จะย้อนกลับมาฆ่าเขาอีกครั้ง

เขาต้องหาที่อยู่ใหม่ให้เร็วที่สุด

หลังจัดของเสร็จ เขาหยิบโทรศัพท์ของฟางฮ่าวขึ้นมา เปิดเครื่องใหม่

บนหน้าจอมีข้อความที่ยังไม่ได้อ่านหนึ่งข้อความ ส่งมาจากเฉินฝูเมื่อห้านาทีก่อน

นายติดหนี้ฉันหนึ่งครั้ง

จบเรื่องแล้วสินะ…? หลินเจวี๋ยขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนพิมพ์ตอบกลับไป

ไว้มีโอกาส ฉันจะคืนให้

ข้อความเพิ่งถูกส่งออกไปไม่ถึงนาที โทรศัพท์ก็สั่นขึ้นทันที เฉินฝูโทรมา

เสียงเรียกดังต่อเนื่องจนเกือบจะตัดสาย หลินเจวี๋ยถึงค่อยกดรับ

เขาไม่พูดอะไร เฉินฝูก็เงียบเช่นกัน มีเพียงเสียงไฟแช็กจุดติด และเสียงควันจางที่ถูกสูบเข้าออกในความเงียบ…

ผ่านไปพักใหญ่ เสียงทุ้มเรียบที่ฟังไม่ออกว่าแฝงอารมณ์ใดจึงดังขึ้นจากปลายสาย

“ฉันควรเรียกนายว่าอะไรดี? หมอจากคลินิกโจวเยว่? นักศึกษาหวังเทียนซู? หรือสมาชิกทีมของฉัน ฟางฮ่าว?”

“หัวหน้าทีมครับ คุณไม่คิดเหรอว่าผมน่าจะเป็นคนขององค์กร?” หลินเจวี๋ยปรับเสียงให้เหมือนตอนสวมบทเป็นฟางฮ่าว ตอบกลับอย่างยิ้ม ๆ

“ไม่ต้องมาเล่นละครกับฉันต่อแล้ว” เฉินฝูเอ่ยเสียงแข็ง “ตั้งแต่นายรับสาย ฉันก็สามารถตามสัญญาณโทรศัพท์ เพื่อล็อกพิกัดของนายได้ทันที”

น้ำเสียงของเขาเริ่มมีแววไม่พอใจอยู่เล็กน้อย

แน่นอน หลินเจวี๋ยเข้าใจเรื่องนั้นดีอยู่แล้ว แต่ในเมื่อเขากดรับสาย เขาย่อมมีเหตุผลของตัวเองเช่นกัน

เหตุผลหนึ่งคือ ไม่จำเป็นต้องหลบกรมตรวจสอบอีกต่อไป เหตุผลที่สองคือ… เขายังต้องการ “มีด” อย่างเฉินฝู

หลังเหตุการณ์กับชายสวมฮู้ด หลินเจวี๋ยตระหนักว่าตัวเองยังต้องเผชิญหน้ากับ “องค์กรโลกใหม่” อีกแน่ สำหรับองค์กรบ้าคลั่งเช่นนั้น คนที่ข้องเกี่ยวกับพวกมันมีอยู่สองประเภทเท่านั้น

หนึ่ง คือพวกที่อยากเข้าร่วม อย่างชายวัยกลางคนข้างห้อง

สอง คือศัตรู อย่างกรมตรวจสอบ

หลินเจวี๋ยย่อมไม่ใช่พวกแรก แม้จะไม่ถึงขั้นเป็นศัตรูโดยตรง แต่ตอนนี้เขาถูกชายสวมฮู้ดหมายหัวแล้ว ครั้งหน้าเจอกันอาจเป็นการห้ำหั่นจนกันจนตายไปข้าง

ถ้าชายสวมฮู้ดตายไป องค์กรโลกใหม่จะไม่ปล่อยเขาไว้แน่ คนพวกนั้นเต็มไปด้วยความวิปลาส และจะทำทุกวิถีทางเพื่อฆ่าเขาให้ได้

เมื่อศัตรูคือองค์กรที่ไม่รู้ว่ามี “ผู้แข็งแกร่ง” อยู่มากเท่าไร เขาก็ต้องมี “คมมีด” ให้มากพอเพื่อหั่นมันให้แหลก

หลินเจวี๋ยเรียบเรียงคำพูดอย่างระมัดระวัง ก่อนจะพูดขึ้นช้า ๆ “หัวหน้าครับ ผมก็ไม่ได้ทำเรื่องผิดอะไรนะ อีกอย่าง ผมช่วยจัดการเรื่องสิ่งประหลาดไปตั้งเท่าไหร่แล้ว จะว่าไปก็ถือเป็นเจ้าหน้าที่นอกระบบของกรมตรวจสอบได้ไหม?”

“เจ้าหน้าที่นอกระบบบ้านนายสิ!”

เฉินฝูสบถกลับทันทีตามนิสัยเดิม แต่พูดจบก็เงียบไปครู่หนึ่ง เพราะอย่างที่ “รหัส X” เคยบอกไว้ ชายคนนี้ไม่เคยทำเรื่องเลวร้ายอะไร แถมยังช่วยพวกเขาไว้หลายครั้งด้วยซ้ำ

แต่สิ่งที่ทำให้เฉินฝูหงุดหงิด คือการที่หลินเจวี๋ยเคยแฝงตัวเข้าไปในกรมตรวจสอบจนทำให้เขารู้สึกเหมือนถูกปั่นหัว และล่าสุดก็ยังใช้เขาเป็น “มีด” อีก

เขาเอาขาพาดบนโต๊ะทำงาน ถอนหายใจเบา ๆ “หมอนั่นหนีไปได้ ฉันจับไม่ทัน แต่ก็บาดเจ็บหนัก เร็ว ๆ นี้คงไม่โผล่มาอีก”

หลินเจวี๋ยยิ้มบาง ๆ พอได้ยินประโยคนั้น เขารู้ทันทีว่านี่คือการ “แสดงเจตนาดี” เฉินฝูไม่ใช่คนเสแสร้ง ถ้าเขายอมพูดแบบนี้ แสดงว่าไม่คิดจะเอาเรื่องเก่าแล้ว

ที่ชายสวมฮู้ดหนีไปได้ เขาก็รู้อยู่ก่อนแล้ว จึงไม่ได้ผิดหวังอะไรนัก เขาเพียงหัวเราะเบา ๆ แล้วเอ่ยว่า

“ขอบคุณหัวหน้าที่อุตส่าห์ช่วยออกโรงครับ”

“ไปไกล ๆ เลย ห้ามเรียกฉันว่าหัวหน้าอีก” เฉินฝูด่าออกมาอย่างเคย ก่อนพูดต่อด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้น “ฉันจะไม่ไปหานายเองก็จริง แต่ต้องให้มาที่กรมตรวจสอบเพื่อลงทะเบียนไว้ พวกเราจำเป็นต้องมีแฟ้มข้อมูลของพวกที่อยู่นอกหน่วยแต่มีพลังพิเศษ เพื่อความปลอดภัยและการควบคุม”

“ไม่ใช่มีแฟ้มของผมอยู่แล้วเหรอ?” หลินเจวี๋ยถาม

“นั่นน่ะเหรอเรียกว่าแฟ้ม? มีแต่เครื่องหมายคำถามเต็มไปหมดน่ะสิ!” เฉินฝูขึ้นเสียงนิด ๆ

“ไว้วันหลังแล้วกันครับ ช่วงนี้ผมยุ่งนิดหน่อย” หลินเจวี๋ยตอบเลี่ยง ๆ

“รีบ ๆ มาซะ อย่าบังคับให้ฉันต้องไปหานายเอง” เฉินฝูพูดเสียงเย็น ก่อนจะเหมือนนึกอะไรขึ้นได้ “อีกอย่าง ตอนมา เอามีดสั้นทองสัมฤทธิ์กับเงินรางวัลสองหมื่นคืนมาด้วย นายไม่ได้เป็นคนของกรมตรวจสอบ ยังกล้าเอาไปหน้าตาเฉยอีก?”

“ตู๊ด…ตู๊ด…”

เสียงสัญญาณตัดสายดังขึ้นกลางประโยคนั้น

เฉินฝูหน้าดำทันที กดโทรกลับแทบจะทันที แต่ระบบแจ้งกลับมาว่าอีกฝ่าย “ปิดเครื่องแล้ว

“ไอ้เวรเอ๊ย!”

….

“กรมตรวจสอบนี่ ขี้งกชะมัด…”

หลินเจวี๋ยบ่นพึมพำขณะกดปิดโทรศัพท์ มีดนั่นไม่ต้องพูดถึงว่าจะคืนไหม ไม่มีทาง ส่วนเงินรางวัลสองหมื่น? ยิ่งไม่มีวัน

อยู่ช่วยงานตั้งหลายวัน แถมยังจัดการสิ่งประหลาดให้ด้วย จะขอค่าจ้างตอบแทนบ้างจะเป็นไรไป

เขาเก็บโทรศัพท์ลงในกระเป๋า มองสำรวจห้องเป็นครั้งสุดท้าย เมื่อแน่ใจว่าไม่มีอะไรต้องเอาเพิ่ม ก็สะพายกระเป๋าออกจากห้องไป

ชายสวมฮู้ดบาดเจ็บหนัก คงไม่กลับมาที่ชุมชนซินฝูหยวนในเร็ว ๆ นี้ แต่เพื่อความปลอดภัย หลินเจวี๋ยจึงตัดสินใจไปพักที่โรงแรมชั่วคราวก่อน แล้วค่อยหาบ้านใหม่ภายหลัง

จบบทที่ บทที่ 62 การคุยโทรศัพท์ครั้งแรกกับเฉินฝู

คัดลอกลิงก์แล้ว