เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 26 หลักการของแพทย์

บทที่ 26 หลักการของแพทย์

บทที่ 26 หลักการของแพทย์


หลินเจวี๋ยยกชายเสื้อกาวน์ขึ้นมาเช็ดเลือดที่ติดอยู่บนคมมีด

ที่เท้าของเขา สิ่งประหลาดนอนนิ่ง ร่างเหี่ยวย่นเน่าเปื่อย ปากอ้าค้างเหมือนไม่อยากเชื่อเลยว่า ตัวเองจะถูกมีดปอกผลไม้ธรรมดา ๆ ปลิดชีวิตได้ง่ายดายขนาดนี้

ทั่วทั้งร่างมีรอยแผลเป็นทางยาวนับไม่ถ้วน เนื้อที่เปิดออกถูกไฟเผาจนไหม้เกรียม

จัดการสิ่งประหลาดไปได้หนึ่งตัวแล้ว

หลินเจวี๋ยหันไปมองหมอกดำที่ลอยวนอยู่ในอากาศ ก้าวเท้าออกไปช้า ๆ หมอกเหล่านั้นเหมือนเส้นด้ายแห่งการชี้นำ ลากเขาไปยังจุดที่มีสิ่งประหลาดซ่อนอยู่

สุดท้าย เขาหยุดที่ทางลงของบันไดหนีไฟ

ต้นตอของหมอกดำอยู่ที่ชั้นใต้ดิน (B2)

ตรงทางเข้ามีศพหนึ่งนอนคว่ำอยู่บนพื้น สวมเครื่องแบบเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย หัวของเขาหายไปเหมือนกับศพก่อนหน้า ทั้งสองแขนก็หายไปด้วย

นี่คงเป็น “เฒ่าหวัง” ที่เจ้าหน้าที่อีกคนพูดถึงก่อนหน้านั้น

“หัวก็หายอีกแล้ว... เจ้านั่น คงอาศัยจังหวะวุ่นวายมาเก็บหัวเพิ่ม…”

“แอบเพิ่มพลังของมันสินะ”

หลินเจวี๋ยหลบศพนั้น เดินตามบันไดลงไปยังชั้นล่าง

บรรยากาศทั่วทั้งลานจอดรถเงียบสนิทจนผิดปกติ เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นสะท้อนก้องไปทั่วโถงว่างเปล่า ตามขั้นบันไดมีคราบเลือดหยดเป็นทางทอดยาวลงไปถึงด้านล่าง

เมื่อก้าวสุดท้ายสัมผัสพื้น เขาก็หยุดตรงหน้าประตู

กลิ่นเน่าหนักหน่วงตีขึ้นมาในอากาศ

เขาก้มมองรอยเลือดที่ลากยาวบนพื้น เส้นทางของเลือดนั้นไปในทิศเดียวกับหมอกดำที่ลอยนำทาง

“ไม่ต้องพึ่งหมอก… แค่ตามรอยเลือดนี้ก็พอ”

“แขนของศพพวกนั้น ถูก สิ่งประหลาดตัวนั้นฉีกออกไปเองสินะ ดูท่ามันคงเอาแขนพวกนั้นลงมาที่นี่…”

“มันเอาแขนพวกนั้นลงมาทำไม?”

“หลินเจวี๋ยขมวดคิ้ว”ทำไมกัน... เพื่อเอาใจ? หรือเพื่อเลี้ยงดู? สิ่งประหลาดพวกนี้... มันช่วยเหลือกันได้ด้วยงั้นเหรอ?”

รอยเลือดลากยาวต่อเนื่อง นำทางเขาไปจนถึงห้องน้ำของชั้นใต้ดิน

ห้องน้ำนั้นมืดยิ่งกว่าลานจอดรถอีก มองจากทางเข้าแทบไม่มีแสงสักเส้น เหมือนเหวลึกที่กลืนทุกสิ่งที่จ้องมองเข้าไป

หมอกดำในนี้เข้มข้นกว่าที่ใด แต่หลินเจวี๋ยประเมินด้วยสัญชาตญาณว่า ด้วยพลังตอนนี้ เขาน่าจะรับมือได้ไม่ยาก

เขาไม่แน่ใจว่าระดับของตัวเองจัดอยู่ขั้นไหนแล้ว ทว่าแค่จัดการสิ่งประหลาดระดับ E ยังถือว่าง่ายดาย

หลินเจวี๋ยสูดลมหายใจเบา ๆ แล้วก้าวเข้าไปในห้องน้ำ

ภายในแบ่งเป็นห้องเล็ก ๆ หลายช่อง แต่ละบานประตูปิดสนิทหมด หมอกดำทะลักออกมาจากช่องล่างของประตูห้องสุดท้ายอย่างต่อเนื่อง

แผ่วเบาในความมืด มีเสียง “เคี้ยว” ดังขึ้นเป็นระยะ เหมือนใครบางคนกำลังแอบกินอะไรอยู่ในนั้น

หลินเจวี๋ยยืนที่หน้าห้องสุดท้าย ยกมือเคาะประตูสองที “สวัสดีครับ... มีใครอยู่ข้างในไหม?”

ไม่มีคำตอบ แต่เสียงเคี้ยวนั้นหยุดลงในทันที

“ผมได้ยินเพื่อนของคุณบอกว่าคุณป่วย... ผมเป็นหมอ มาที่นี่เพื่อช่วยนะครับ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงสงบ พยายามให้ฟังดูไม่เป็นภัย “ถ้าไม่ตอบ ผมจะเปิดประตูแล้วนะ”

สิ้นเสียง เขาก็ดึงประตูเปิดออก

ในช่องแคบอับชื้นนั้น หญิงคนหนึ่งนั่งยองอยู่หลังประตู ผมยาวรุงรังปกหน้า ชุดกระโปรงลายดอกเต็มไปด้วยคราบเลือด เธอกำลังหันหลังให้หลินเจวี๋ย

ข้างตัวของเธอมีแขนหลายข้างวางกองอยู่บนพื้น แขนพวกนั้นมองแวบเดียวก็รู้ว่ามาจากศพก่อนหน้า เนื้อหนังเต็มไปด้วยรอยกัดฉีกเหมือนถูกสัตว์ร้ายแทะกิน

หญิงคนนั้นค่อย ๆ หันหน้ามาช้า ๆ ผมดำกระเซอะกระเซิงแหวกออก เผยให้เห็นใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด

ในปากของเธอยังงับ “นิ้วมือ” เอาไว้หนึ่งนิ้ว

ริมฝีปากบนล่างของเธอเต็มไปด้วยรอยเข็ม เหมือนเคยถูกใครบางคนเย็บปิดไว้ก่อนตาย…

สิ่งที่ทำให้ขนหัวลุกยิ่งกว่าทุกอย่าง คือดวงตาของหญิงคนนั้น

ในเบ้าตาทั้งสอง ไม่มีแม้แต่เสี้ยวของตาขาว มีเพียงม่านตานับไม่ถ้วนเบียดกันอยู่เต็มไปหมด มันเคลื่อนไหวสั่นระริกเหมือนฝูงแมลงที่กำลังพลุกพล่านอยู่ภายใน

‘พลังหมอกดำของเธอเข้มกว่าเจ้าสิ่งประหลาดก่อนหน้านี้... แต่ยังอยู่ในระดับที่รับมือได้’

หลินเจวี๋ยคิดในใจ พลางสอดมือซ้ายใส่กระเป๋า เหมือนฉากตรงหน้าไม่ต่างอะไรกับคนไข้ทั่วไปในห้องตรวจ

น้ำเสียงของเขานิ่งสงบไร้แววอารมณ์

“ดูท่าจะจริงอย่างที่เพื่อนของเธอบอก... อาการของเธอคงหนักไม่เบาเลยนะ”

หญิงคนนั้นจ้องมองเขา ดวงตาที่เต็มไปด้วยม่านตานับร้อยสะท้อนแสงแปลกประหลาดแวววาวขึ้นมา

แววของความอันตราย

หลินเจวี๋ยพูดต่อน้ำเสียงของเขายังคงไม่เปลี่ยนแปลงตั้งแต่ต้นจนจบ “เพื่อนของเธอ... คนที่แขนขาดน่ะ ผมรักษาเขาแล้ว ตอนนี้เขาไม่ต้องกังวลเรื่องแขนอีกต่อไป”

เขาก้าวเข้าไปอีกนิด สีหน้าไม่เปลี่ยน “ส่วนอาการของเธอ... ดูเหมือนจะเป็น โรคกินเนื้อคน นะ”

“เนื้อดิบมีแต่เชื้อโรคกับพยาธิ ถ้าอยากกินจริง ๆ อย่างน้อยก็ควรต้มให้สุกก่อน”

พูดจบ เขาก็เอื้อมมือออกไปอย่างใจเย็น ดึง “นิ้วมือ” ที่อยู่ในปากหญิงคนนั้นออกมา

สายตาของเขาอ่อนโยนจนน่าขนลุก

“อย่าทรมานตัวเองอีกเลยนะ บอกผมเถอะ... อะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้เธอกลายเป็นแบบนี้?”

“ผมจะหาทางรักษาให้ตรงจุดเอง”

ริมฝีปากของสิ่งประหลาดขยับเล็กน้อย

เธอไม่คิดเลยว่าชายแต่งชุดหมอคนหนึ่งจะปรากฏตัวขึ้นตรงหน้า แล้วพูดว่าจะ “ช่วยเธอ

ยิ่งไปกว่านั้น เขายังบอกด้วยน้ำเสียงที่สงบนิ่งว่าได้ “รักษาเพื่อนของเธอ” แล้ว

แม้จะรู้สึกแปลก… แต่เธอก็พูดไม่ออกว่ามันแปลกตรงไหน

สิ่งประหลาดมองหมอหนุ่มตรงหน้า เขามีท่าทางสุภาพ เรียบร้อย แววตานิ่งสงบ ไม่มีความหวาดกลัวหรือรังเกียจในดวงตาแม้แต่น้อย

ไม่เหมือนมนุษย์ทั่วไปที่เห็นสิ่งประหลาดแล้วตื่นตระหนกสุดขีด สายตานั้นเหมือนจริงแท้ เหมือนเขามองเธอเป็นเพียง “ผู้ป่วย” คนหนึ่งเท่านั้น

หัวใจที่ตายไปนานแล้วของเธอ… เหมือนกำลังขยับเต้นขึ้นมาอีกครั้ง

เธอค่อย ๆ ดึงนิ้วจากแขนขาดข้างหนึ่งขึ้นมา ใช้มันแทนปากกา เขียนบนผนังห้องน้ำด้วยเลือดสด

อักษรสีแดงเรียงกันช้า ๆ

คุณไม่กลัวฉันหรอ?

พูดไม่ได้สินะ…

แล้วทำไมสิ่งประหลาดพวกนี้ถึงชอบถามคำนี้กันนัก?

เขาเงยหน้ามองหญิงคนนั้น ก่อนยิ้มบาง ๆ

“ผมเป็นหมอครับ”

“ไม่ว่าจะหน้าตาเป็นยังไง ในสายตาผม ทุกคนเท่าเทียมกัน ถ้าเจ็บป่วย... ก็ถือเป็นคนไข้ของผม”

หลินเจวี๋ยค่อย ๆ ย่อตัวลง เสียงของเขานุ่มนวลและอบอุ่นจนแทบจะขัดกับบรรยากาศรอบตัว

“หลักการของผม มีแค่สองประโยคเท่านั้น”

เขาพูดชัดถ้อยชัดคำ

“คนไข้ต้องมาก่อน หัวใจของแพทย์คือความเมตตา

“หน้าที่ของผม คือรักษาให้คุณหาย”

คำพูดนั้นทำให้แสงในดวงตาของสิ่งประหลาดเป็นประกาย เธอ... ไม่เคยเจอใครพูดกับเธอแบบนี้เลยตอนยังมีชีวิตอยู่

ไม่คิดเลยว่าหลังกลายเป็นสิ่งประหลาด กลับได้เจอ “ความอบอุ่น” ที่ควรได้รับในตอนเป็นคน

เธอหยิบนิ้วขาดขึ้นมาอีกครั้ง เขียนต่อบนผนังด้วยเลือดที่หยดเป็นทาง

อักษรแต่ละตัวค่อย ๆ ปรากฏขึ้นอย่างยากลำบาก

คืนฝนตก... เสื้อกันฝน... ผู้ชายคนนั้น... เขาเย็บปากของฉัน

ภาพหนึ่งผุดขึ้นในหัวของหลินเจวี๋ยทันที

ค่ำคืนฝนตกหนัก หญิงสาวคนนี้ถูกชายคนหนึ่งในเสื้อกันฝนสะกดรอย เขาตามเธอไปถึงบ้าน มัดเธอไว้ เย็บปากเธอด้วยเข็ม แล้วฆ่าเธออย่างโหดเหี้ยม

“คืนฝนตก... อีกแล้วสินะ” หลินเจวี๋ยพึมพำกับตัวเองเบา ๆ สายตาเยือกเย็น

อีกหนึ่งคดี... ในค่ำคืนที่ฝนพรำ

สิ่งประหลาดก่อนหน้านั้นก็ตายตอนคืนฝนตก…

หญิงคนนี้ก็ตายตอนคืนฝนตก... จะบังเอิญขนาดนั้นเลยเหรอ?

หลินเจวี๋ยขมวดคิ้ว ในใจเริ่มประติดประต่อ รายหนึ่งถูก “ตัดแขนทั้งสองข้าง” “กรีดใบหน้า”

อีกรายถูก “เย็บปากจนพูดไม่ได้” ถ้าคนร้ายเป็นคนเดียวกัน... การกระทำแบบนั้น มันต้องมีความหมายบางอย่างแน่

“อืม...” เขาพึมพำเบา ๆ เหมือนกำลังคิดอะไร “เพราะถูกเย็บปาก จนกลายเป็นโรคกินเนื้อคนสินะ... ถ้าใช้วิธีรักษาด้วยยาอย่างเดียว คงไม่ง่าย”

หญิงสิ่งประหลาดจ้องมองเขาอีกครั้ง แววในดวงตาค่อย ๆ เย็นลง ความรู้สึกคล้ายมนุษย์เมื่อครู่หายไปหมด เลือดสีดำเริ่มหยดลงจากปลายนิ้วของเธอ

แต่หลินเจวี๋ยยังคงพูดต่อเหมือนทุกอย่างปกติ

“ยา... คงช่วยอะไรคุณไม่ได้มากนัก”

“คำแนะนำของผมคือ…”

“ผ่าตัด

สิ้นคำ มือซ้ายที่ซ่อนอยู่ในกระเป๋าถูกชักออกมาทันที มีดปอกผลไม้ในมือส่องประกายไฟก่อนจะฟันลงอย่างรวดเร็ว

เฉือน “แขน” ที่พุ่งมาจากเงามืดของสิ่งประหลาดจนขาดกระเด็น

เขาไม่เคยเชื่อว่าแค่พูดดี ๆ จะเปลี่ยนสิ่งประหลาดให้กลับเป็นมนุษย์ได เธอรอจังหวะจะโจมตีเขา แต่เขาเองก็รอจังหวะเช่นเดียวกัน

“อ๊ากกกกก!!!”

เสียงกรีดร้องแหลมดังสะเทือน ห้องน้ำสั่นสะท้าน ดวงตาของหญิงสิ่งประหลาดเบิกกว้าง ม่านตานับร้อยสั่นระริกเหมือนฝูงแมลงพิโรธ หลินเจวี๋ยรู้สึกเหมือนสมองถูกค้อนเหล็กทุบเข้าอย่างจัง ภาพรอบข้างพร่ามัว

การโจมตีทางจิต!

แต่หลังจากเคยเจอ “วงกตผี” มาก่อน เขาก็เตรียมใจไว้แล้ว ในเสี้ยววินาทีนั้น เขากัดลิ้นตัวเองอย่างแรงจนเลือดกระเซ็น

ความเจ็บแปลบเฉียบพลันทำให้สติกลับมา เขาพุ่งตัวเข้าหาอีกฝ่าย มือขวาคว้าคอสิ่งประหลาด ผลักมันชนผนังอย่างแรง

มือซ้ายยกมีด แทงซ้ำ! แทงซ้ำอีกครั้ง!

เลือดสีดำพุ่งกระเซ็นเปรอะเสื้อกาวน์ขาวจนกลายเป็นสีหมึก

หญิงสิ่งประหลาดอ้าปากพยายามกรีดร้อง แต่แรงบีบที่คอแน่นราวคีมเหล็ก แม้สิ่งประหลาดไม่ต้องหายใจ เธอกลับรู้สึก “ขาดอากาศ” อย่างประหลาด

เสียงถูกกลืนหายไปในลำคอ

คมมีดสุดท้ายปักลงตรงหัวใจ

ร่างเธอเกร็งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะทรุดนิ่ง... ไม่มีการเคลื่อนไหวอีก

หลินเจวี๋ยปล่อยมือ ถอนหายใจเบา ๆ เขาเหวี่ยงมีดไล่เลือดออก ถอดแว่นที่เปื้อนคราบดำออกเช็ด แล้วมองร่างตรงหน้าด้วยสีหน้าไร้อารมณ์

จัดการไปอีกหนึ่งตัว

จบบทที่ บทที่ 26 หลักการของแพทย์

คัดลอกลิงก์แล้ว