เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 23 ลานจอดรถ

บทที่ 23 ลานจอดรถ

บทที่ 23 ลานจอดรถ


เวลาสองทุ่มตรง หน้าศูนย์การค้าเซ็นจูรี่มอลล์

แสงไฟสีน้ำเงินแดงจากไซเรนกะพริบไม่หยุด เสียงวิทยุจากเจ้าหน้าที่ดังเป็นระยะ รอบศูนย์การค้าถูกล้อมด้วยแนวเชือกสีเหลือง ปิดกั้นไม่ให้ผู้คนเข้าออก ลูกค้าทั้งหมดถูกอพยพออกไปจนหมด เหลือเพียงกลุ่มคนที่มองผ่าน ๆ แล้วรีบเดินหนีไปอย่างรวดเร็ว

สถานการณ์แบบนี้ มีเพียงอย่างเดียวที่พอจะอธิบายได้ เกิด “สิ่งประหลาด” ขึ้น

รถ SUV สีดำคันหนึ่งจอดตรงหัวมุมถนน ก่อนที่หลินเจวี๋ยและพรรคพวกอีกสามคนจะลงมาจากรถ

“หัวหน้าหวัง สถานการณ์เป็นยังไงบ้างครับ?” สวี่เสี่ยวชีเดินเข้าไปถาม

หัวหน้าหวังชี้ไปยังร่างชายคนหนึ่งที่นั่งตัวสั่นอยู่ข้าง ๆ สีหน้าซีดเผือดเต็มไปด้วยความหวาดกลัว “ไปถามเขาเองเถอะ”

สวี่เสี่ยวชีเพิ่งจะก้าวเข้าไปใกล้ ชายคนนั้นก็ร้องลั่นขึ้นมาทันที

“อย่าเข้ามา! อย่าเข้ามา!”

ดูท่าว่าจะถูกทำให้ตกใจอย่างหนัก การที่มีคนแปลกหน้าเข้าใกล้ยิ่งทำให้เขาหวาดกลัวจนแทบขาดสติ

“เอ่อ…” สวี่เสี่ยวชีหันไปมองหัวหน้าหวังอีกครั้ง ซึ่งอีกฝ่ายก็เพียงส่งสายตากลับมาว่า เขาเองก็จนปัญญาเหมือนกัน

ชายคนนั้นเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของลานจอดรถชั้นใต้ดิน หลังจากเกิดเหตุ เขาก็หนีขึ้นมาในสภาพนี้ นอกจากคำว่า “ในลานจอดมีสิ่งประหลาด” ก็ไม่ยอมพูดอะไรอีกเลย

ขณะนั้นเอง ฟางฮ่าวเดินเข้ามาใกล้อย่างใจเย็น ในมือถือบุหรี่หนึ่งมวน รอยยิ้มบนใบหน้าอบอุ่นเหมือนคนซื่อ ๆ

“พี่ชาย… บุหรี่สักมวนไหม?”

ยามหนุ่มนั้นลังเล มองหน้าหลินเจวี๋ยอย่างระแวดระวัง ก่อนจะยื่นมือไปรับบุหรี่ด้วยอาการสั่น ๆ

หลินเจวี๋ยรีบหยิบไฟแช็กขึ้นมาจุดให้ พร้อมพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

“ตอนนี้พี่ออกมมาจากที่นั่นแล้ว ที่นี่ปลอดภัยแน่นอน ผมรับประกัน”

เขาชี้ไปยังสวี่เสี่ยวชีและคนอื่น ๆ รอบตัว แล้วพูดต่อ

“พวกเรามาจากกรมตรวจสอบ หน่วยที่รับผิดชอบเรื่องเหนือธรรมชาติโดยตรง พี่น่าจะเคยได้ยินชื่อบ้างนะ”

“ที่เรามาที่นี่เพื่อให้แน่ใจว่าพี่ปลอดภัย แต่อยากให้พี่ช่วยเล่าให้ฟังหน่อย ว่าเกิดอะไรขึ้นในตอนนั้นบ้าง”

น้ำเสียงของหลินเจวี๋ยสงบแต่มั่นคง ราวกับมีพลังบางอย่างที่ทำให้คนฟังใจเย็นลงโดยไม่รู้ตัว

ยามคนนั้นสูดควันบุหรี่เข้าปอดลึก ๆ ก่อนจะพูดออกมาเสียงสั่น

“ในลานจอด… มีสิ่งประหลาด”

“คืนนี้ผมกับเฒ่าหวังทำงานกะดึก คุณก็คงรู้ ว่าในยุคที่มีสิ่งประหลาดแบบนี้ ห้างสรรพสินค้าจะปิดตอนหกโมงเย็น”

“หลังจากเราตรวจตราทั่วห้างเสร็จ ก็กลับมาที่ป้อมยามหน้าทางเข้าลานจอด ตั้งใจจะพักสักหน่อย…”

“แต่แล้ว… มีโทรศัพท์โทรเข้ามาที่เครื่องในป้อม เป็นเสียงของผู้ชาย เขาพูดว่า… เขาพูดว่า…”

พูดถึงตรงนี้ ดวงตาของยามคนนั้นก็เบิกกว้าง ความหวาดกลัวกลับมาแผ่ซ่านทั่วทั้งร่างอีกครั้ง

“ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร ที่นี่ปลอดภัยแน่นอน ไม่มีสิ่งประหลาดตัวไหนทำร้ายคุณได้แล้ว” หลินเจวี๋ยยังคงปลอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

ยามคนนั้นสูบบุหรี่เฮือกหนึ่งก่อนพูดเสียงสั่น

“เขาบอกว่า… มีของตกอยู่ในลานจอด ขอให้พวกเราช่วยลงไปหาหน่อย”

“ตอนนั้นผมก็แค่แปลกใจเล็กน้อย แต่ไม่ได้คิดอะไรมาก ก็เลยชวนเฒ่าหวังลงไปที่ชั้นใต้ดิน B1”

“แต่พอเดินไปได้ไม่กี่ก้าว ผมก็เริ่มรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล… แสงในลานจอดดูมืดกว่าปกติ แล้วในอากาศก็อบอวลด้วยกลิ่นเน่าผิดธรรมชาติ เหมือนกลิ่นของซากอะไรบางอย่างที่ตายมานานแล้ว”

“ผมเป็นคนบ้านนอกมาก่อน ตอนนั้นหมู่บ้านผมเคยรื้อสุสานเพื่อย้ายที่ พอเปิดโลงออกมาก็เป็นกลิ่นเดียวกันเป๊ะเลย…”

“ตอนนั้นผมเริ่มรู้สึกไม่ดี เลยหันไปจะเรียกเฒ่าหวัง แต่พอผมหันกลับไป”

บุหรี่ในมือเขามอดหมดพอดี หลินเจวี๋ยจึงรีบจุดมวนใหม่ให้โดยไม่ลังเล

“ผมหันกลับไป แล้วก็พบว่า… เฒ่าหวังหายไปแล้ว!”

“ตอนนั้นผมกลัวมาก… ผมตะโกนเรียกชื่อเขาซ้ำไปซ้ำมา แต่ไม่มีเสียงตอบกลับเลย มีเพียงเสียงสะท้อนจากผนังลานจอดที่ก้องกลับมาเท่านั้น”

“ตอนแรกมันยังเป็นเสียงของผม… แต่หลัง ๆ มันเริ่มเปลี่ยนไป เหมือนมีบางอย่างแอบเลียนเสียงผมอยู่ในความมืด”

“ผมเริ่มรู้ทันทีว่ามันไม่ปกติแน่ ๆ ต้องมีสิ่งประหลาดอยู่ที่นั่น ผมเลยรีบวิ่งหนีไปทางทางออก แต่ไม่รู้ทำไม… เส้นทางในลานจอดมันเหมือนเปลี่ยนไป ผมหาทางออกไม่เจอเลย!”

“วงกต…”

สวี่เสี่ยวชีเหลือบตามองเพื่อนร่วมทีม คนอื่นก็มีสีหน้าเคร่งเครียดพอกัน

พวกเขารู้แล้วว่า สิ่งที่ซ่อนอยู่ในลานจอดรถต้องเป็นสิ่งประหลาดที่มีพลังโจมตีจิตใจโดยตรง ส่งผลกระทบต่อการรับรู้ทิศทาง

ขี้บุหรี่ที่ปลายมวนของยามคนนั้นยาวจนแทบจะหล่นอยู่แล้ว เขาพ่นควันสุดท้ายออกมายาวเหยียด ก่อนจะพูดเสียงสั่นเครือ

“แล้วผมก็ได้ยินเสียง… เหมือนมีใครเรียกผมอยู่ข้างใน มันพูดว่า ‘ตรงนี้… อยู่ตรงนี้…’”

“เป็นเสียงเดียวกับในโทรศัพท์นั่นแหละ ตอนนั้นผมถึงได้รู้ ว่าคนที่โทรมาคือสิ่งประหลาด! มันโทรมาเพื่อล่อพวกเราให้ลงไปลานจอด แล้วฆ่าเรา!”

“ผมเลยวิ่งหนีไปทางตรงข้าม แต่ไม่ว่าจะวิ่งไปทางไหน ก็ผิดทางไปหมด… ยิ่งวิ่ง ผมกลับยิ่งเข้าใกล้เสียงนั้นมากขึ้นเรื่อย ๆ!”

“ผมเห็นมันแล้ว! ใบหน้าของมันแตกเป็นชิ้น ๆ เหมือนถูกมีดกรีดทั่วทั้งหน้า เลือดเต็มตัวไปหมด!”

“มันพูดว่า… ‘รีบมาสิ ของฉันตกอยู่ตรงนี้ช่วยเก็บให้หน่อย…’”

“แล้วผมก็เห็นมือของมัน ข้างหนึ่งวางอยู่ตรวนั้น!”

“ตอนนั้นผมรู้เลย… ผมหนีไม่รอดแน่ ๆ!”

“แล้วคุณออกมาได้ยังไง?” สวี่เสี่ยวชีถามอย่างไม่เข้าใจ

ยามคนนั้นทรุดตัวลงไปนั่งกับพื้น มือสองข้างกุมหัวแน่น เสียงสั่นสะท้าน “เป็นเฒ่าหวัง! เฒ่าหวังโผล่ออกมาจากอีกฝั่ง เขาลากผมวิ่งไปทางทางหนีไฟ!”

“สิ่งประหลาดนั่นมันไล่ตามมา เฒ่าหวังผลักผมขึ้นบันได แล้วเขา… เขาถูกมันลากกลับไป!”

“เหลือแค่ผมคนเดียวที่หนีรอดมาได้…”

“เฒ่าหวัง… เขา…” เสียงของเขาแผ่วลงไปในลำคอ

หลินเจวี๋ยถอนหายใจเบา ๆ ก่อนตบไหล่ปลอบ

“เอาเถอะ อย่างน้อยนายก็รอดมาได้ เฒ่าหวังเขาเป็นคนดี คนดีต้องมีทางรอดแน่นอน”

คำพูดของชายคนนี้มีบางอย่างไม่ชอบมาพากล และท่าทีตอนท้ายที่ “แสร้ง” สติแตกก็ดูเกินจริงเกินไป

แต่ในสายตาของหลินเจวี๋ยผ่าน ดวงตาแห่งความจริง กลับไม่เห็น “หมอกสีดำ” ใด ๆ ปรากฏอยู่รอบตัวอีกฝ่าย

นั่นหมายความว่า ชายคนนี้ ไม่ใช่สิ่งประหลาดที่ปลอมตัวเป็นมนุษย์

สิ่งที่น่าสงสัย คือประโยคสุดท้ายนั่นต่างหาก…

ความจริงอาจจะไม่ใช่ “เฒ่าหวังที่ช่วยเขาไว้” แต่เป็นชายคนนี้ที่ผลักเฒ่าหวังเข้าไปให้สิ่งประหลาดจับ เพื่อใช้เป็นเหยื่อล่อให้ตัวเองหนีออกมา

ในยุคของสิ่งประหลาดเช่นนี้ สิ่งที่มนุษย์จะเลือกจะทำ ไม่มีใครสามารถตัดสินได้ว่า ถูกหรือผิด อีกต่อไป

“ไปกันเถอะ เข้าไปดูข้างในกัน”

สวี่เสี่ยวชีพูดพลางแหวกแนวเชือกกั้นออก แล้วก้าวนำเข้าไปก่อน

หลินเจวี๋ยกับคนอื่น ๆ ตามหลังเข้าไปทีละก้าว

ทางเข้าออกของลานจอดรถมีเพียงทางเดียว เป็นทางลาดยาวทอดลงสู่ความมืดเบื้องล่าง แสงสลัวเพียงแหล่งเดียวมาจากป้อมยามตรงปากทางที่กระพริบอย่างอ่อนแรง

ทางลาดนั้นดูคล้ายประตูสู่ขุมนรกที่อ้าปากรออยู่เบื้องหน้า

พวกเขาหยุดอยู่ตรงปากทาง หลินเจวี๋ยจุดบุหรี่ขึ้นมามวนหนึ่ง ขาทั้งสองข้างสั่นระริกเหมือนพื้นกำลังสั่นสะเทือน

“ขี้ขลาดเอ๊ย…”

หวงหยงสบถพึมพำเบา ๆ แต่ในใจของเขาเองก็ไม่ต่างกัน กลัวจนอกสั่น เขาเพิ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตรวจสอบได้ไม่กี่เดือน เคยเจอเหตุสิ่งประหลาดจริง ๆ แค่สองสามครั้ง ยังไม่อาจทำใจให้สงบได้

“พี่ฟาง ตอนปลอบใจคนอื่นนี่โคตรมืออาชีพเลยนะ แล้วพอถึงคิวตัวเองทำไมมือสั่นเป็นเจ้าเข้าแบบนี้?” สวี่เสี่ยวชีแหย่ยิ้ม ๆ พยายามคลายบรรยากาศตึงเครียด

หลินเจวี๋ยสูบบุหรี่ เถ้าบุหรี่ร่วงไม่หยุด เขายิ้มแห้ง ๆ

“ปลอบใจคนอื่น มันก็แค่ทักษะตอนขับแท็กซี่น่ะ สมัยก่อนเจอลูกค้าที่อกหัก หรือเจอชีวิตพัง ๆ บ่อย พูดจนชินแล้ว”

เขาสูดควันเข้าไป “แต่พอเจอของจริงแบบนี้… จะไม่กลัวก็คงโกหกตัวเองแล้วล่ะ”

“ไม่เป็นไร ทุกคนต้องเคยผ่านเรื่องนี้มาทั้งนั้น” สวี่เสี่ยวชีปลอบ “ตอนฉันเจอครั้งแรกผมก็เกือบเป็นลมคาที่เกิดเหตุเลยนะ”

หลินเจวี๋ยดับบุหรี่ลง ยิ้มจาง ๆ “ตอนหัวหน้าทีมถามว่าทำไมถึงอยากเข้ากรมตรวจสอบ ฉันตอบไปแค่ว่า… เพราะอยาก ‘ปกป้องคนธรรมดา’”

“ถึงจะกลัว… แต่ก็ต้องเดินหน้าต่อ”

พูดจบ เขาก็ขยับไปอยู่หัวแถว ก้าวเท้าเป็นคนแรก เดินลงไปในความมืดของลานจอดรถ

ทุกคนยืนนิ่ง มองแผ่นหลังของเขาที่ค่อย ๆ จมหายไปในทางลาดนั้น ร่างของชายที่แม้จะกลัว แต่ก็ยังเลือกจะก้าวไปข้างหน้า

ในยุคที่เต็มไปด้วยสิ่งประหลาดแบบนี้… คนที่ยังมี “ความกล้า” แบบนั้น เหลือน้อยเต็มที

【เนื่องจากบทละครนี้มีปัจจัยไม่ทราบที่มา นักแสดงสามารถ “แสดงอิสระ” ภายในพื้นที่ลานจอดรถได้โดยไม่กระทบต่อผลคะแนนรวม】

จบบทที่ บทที่ 23 ลานจอดรถ

คัดลอกลิงก์แล้ว