- หน้าแรก
- สตรีมเมอร์นิรนามกับผลไม้ที่ไม่มีในตำราจักรวาล
- บทที่ 26 ความอำมหิตของกู้หยวน
บทที่ 26 ความอำมหิตของกู้หยวน
บทที่ 26 ความอำมหิตของกู้หยวน
พอพูดถึงเรื่องนี้ ความหงุดหงิดก็พุ่งพล่านขึ้นในใจกู้หยวนทันที "ไม่รู้ว่านังนั่นไปกินยาผิดสำแดงมาจากไหน หายหัวไปตั้งสามปี จู่ๆ ก็โผล่มาพร้อมกับพวกพืชสีเขียวแล้วก็ของแปลกๆ พวกนั้น"
นับตั้งแต่กู้หมิงเยว่ปรากฏตัวขึ้นเมื่อครึ่งปีก่อน เธอก็สัมผัสได้ถึงสัญญาณอันตราย โดยเฉพาะความสามารถรอบด้านของอีกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นการวาดภาพ งานปักผ้า เล่นเปียโน หรือตีกลอง ยิ่งไปกว่านั้น มันยังสามารถเพาะปลูกพืชพรรณที่สูญพันธุ์ไปนับพันปีให้งอกงามได้อย่างงดงามน่าทึ่ง
ทว่าหลังจากร่วมงานกับฉู่กรุ๊ปได้ไม่กี่งาน กู้หมิงเยว่ก็หายเข้ากลีบเมฆไปอีกครั้ง จะมีก็เพียงการไลฟ์สดบนเครือข่ายดวงดาวเป็นครั้งคราว ท่าทีที่ดูเหมือนไม่ยึดติดกับวงการบันเทิงทำให้กู้หยวนเผลอลืมเลือนความน่ากลัวนั้นไป แต่ในวันนี้ เมื่อกู้หมิงเยว่หวนกลับมาช่วงชิงงานพรีเซนเตอร์ที่เธอปรารถนาไปครอง เธอก็ได้ตระหนักว่าคำประกาศสงครามของกู้หมิงเยว่ในตอนนั้น... เป็นเรื่องจริง
ไม่ได้การ... เมื่อสามปีก่อน กว่าเธอจะเหยียบกู้หมิงเยว่ที่ไร้เงินทองและอำนาจให้จมดินได้ต้องใช้ความพยายามแทบตาย แล้วเธอจะยอมปล่อยให้อีกฝ่ายฟื้นคืนชีพกลับมาผงาดได้อีกครั้งได้อย่างไร
"เดี๋ยวแม่จะส่งคนไปสืบเรื่องนี้ดู โชคดีที่พ่อของลูกยังไม่รู้เรื่อง ไม่อย่างนั้นเขาต้องสั่งให้เรียกตัวกู้หมิงเยว่กลับมาแน่ ถึงตอนนั้นลูกจะทำยังไง" นายหญิงกู้เอ่ยด้วยน้ำเสียงเจือความรำคาญ
ลูกสาวของเธอช่างวู่วามเกินไป ความสำเร็จเมื่อสามปีก่อนเกิดขึ้นได้ก็เพราะกู้หมิงเยว่ขี้เกียจจะลดตัวลงมาต่อความยาวสาวความยืด ด้วยสติปัญญาของเด็กนั่น หากคิดจะแก้ต่างข้อครหา การจัดการเรื่องพวกนี้ก็ง่ายดายราวกับพลิกฝ่ามือ
แต่กู้หมิงเยว่กลับนิ่งเฉยไม่ตอบโต้ ซึ่งนั่นทำให้เธอประหลาดใจมาก หรือว่าเรื่องพรรค์นี้จะไร้ค่าในสายตาของเด็กนั่น?
"ไม่ได้นะคะคุณแม่! คุณหนูตระกูลกู้ต้องมีแค่คนเดียวเท่านั้น ถ้ามันกลับมา... หนูก็จะกลายเป็นแค่อากาศธาตุ" ใบหน้าของกู้หยวนบิดเบี้ยวด้วยความริษยา
ก่อนที่จะถูกขับไล่ออกจากตระกูล กู้หมิงเยว่คือเพชรเม็ดงามที่เจิดจรัสที่สุดในบ้าน เรียนรู้อะไรก็ได้รวดเร็วและแตกฉานไปเสียทุกเรื่อง ติดอยู่เพียงนิสัยที่ดูเย็นชาและถือตัวเท่านั้นที่ทำให้ไม่เป็นที่รักใคร่
หากตอนนั้นเธอกับแม่ไม่ร่วมมือกันหาทางกำจัดอีกฝ่ายออกไป ก็คงไม่มีวันที่เธอจะได้มีที่ยืนอย่างทุกวันนี้
"หนูรู้ค่ะ"
"แม่คะ ครั้งนี้เราจะปล่อยให้มันมีโอกาสฟื้นตัวไม่ได้อีก ทางที่ดี... ให้มันหายสาบสูญไปในห้วงอวกาศเลยน่าจะดีที่สุด" ในจักรวาลยุคนี้ การฆ่าใครสักคนไม่ใช่เรื่องยาก ทั้งโจรสลัดอวกาศ รูหนอน หรือรอยแยกมิติ ล้วนแต่เป็นมฤตยูที่พรากชีวิตผู้คนได้ทั้งสิ้น
แววตาของนายหญิงกู้พลันเย็นเยียบ นางจ้องมองบุตรสาวเขม็ง "หุบปากเดี๋ยวนี้! อย่าให้แม่ได้ยินลูกพูดจาแบบนี้อีกเด็ดขาด ถ้าพ่อของลูกรู้เข้า เขาไม่ปล่อยลูกไว้แน่"
ถึงแม้กู้หมิงเยว่จะถูกขับไล่ออกไปแล้ว แต่ในร่างของเด็กนั่นก็ยังไหลเวียนด้วยสายเลือดของตระกูลกู้ กฎเหล็กของบ้านนี้คืออนุญาตให้พี่น้องแก่งแย่งชิงดีกันได้ แต่ห้ามเข่นฆ่ากันเองถึงแก่ชีวิต หากใครฝ่าฝืน จะต้องถูกลงโทษด้วยการขับออกจากตระกูลสถานเดียว
อีกอย่าง... กู้หมิงเยว่คือลูกสาวของผู้หญิงคนนั้น ผู้หญิงที่เป็นรักฝังใจของสามีเธอ ตลอดหลายปีมานี้ เธอรู้ดีว่าเขายังคงคอยจับตาดูความเป็นไปของกู้หมิงเยว่อยู่เสมอ หากเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้นกับเด็กนั่น เขาคงไม่ยอมเลิกราง่ายๆ แน่
"แต่ว่า..."
"ไม่มีแต่! ลูกจะใช้วิธีไหนกดดันหรือกลั่นแกล้งกู้หมิงเยว่ แม่ไม่ว่า แต่ห้ามแตะต้องถึงชีวิตเด็ดขาด ไม่างั้นต่อให้เป็นแม่ ก็คงปกป้องลูกไม่ได้" นายหญิงกู้ยื่นคำขาดเสียงแข็ง
เธอกลัวเหลือเกินว่าความใจร้อนของกู้หยวนจะนำพาหายนะมาสู่ตนเอง ถึงตอนนั้นก็คงสายเกินแก้
"ถ้าอย่างนั้น... หนูจะทำให้มันชื่อเสียงป่นปี้ สูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างที่มีไปซะ" กู้หยวนเห็นท่าทีจริงจังของมารดาจึงจำต้องลดระดับความรุนแรงลง พลางกัดฟันเอ่ยด้วยความเคียดแค้น
นายหญิงกู้ส่งเสียงรับในลำคอ "เรื่องนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่แม่เอง ลูกก็อยู่เฉยๆ ทำตัวให้เรียบร้อย อย่าเพิ่งไปหาเรื่องมันตอนนี้"
"แล้วเรื่องบนเครือข่ายดวงดาวล่ะคะ?"