- หน้าแรก
- ฉันทำให้ที่ปรึกษาของฉันท้องในฝัน และเธอก็อยากทำแบบนั้นในชีวิตจริงด้วย
- บทที่ 4 พาหลัวกลับบ้านไปดูใจยาย
บทที่ 4 พาหลัวกลับบ้านไปดูใจยาย
บทที่ 4 พาหลัวกลับบ้านไปดูใจยาย
บทที่ 4 พาหลัวกลับบ้านไปดูใจยาย
กลับขึ้นมาบนรถ ทันทีที่ซูหว่านคาดเข็มขัดนิรภัยเสร็จ โทรศัพท์มือถือของเธอก็แผดเสียงดังขึ้น
ซูหว่านรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู เห็นว่าเป็นแม่ของเธอ เซินฮุ่ยซวน โทรมา
เธอรีบกดรับสาย ยังไม่ทันได้เอ่ยปาก เสียงสะอึกสะอื้นของเซินฮุ่ยซวนก็ดังลอดออกมา
"หว่านหว่าน ยายแกกำลังจะไปแล้ว รีบกลับมาเร็วลูก!"
มือของซูหว่านกำเสื้อแน่น "จะเป็นไปได้ยังไงคะ? เมื่อวานซืนวิดีโอคอลคุยกันยายยังดีๆ อยู่เลยไม่ใช่เหรอ?"
เซินฮุ่ยซวนร้องไห้โฮ "เมื่อคืนจู่ๆ ยายก็เป็นลม พอส่งโรงพยาบาล หมอบอกว่าอาการแย่มาก... ลูกรีบกลับมาเถอะ ยายแกเอาแต่บ่นอยากเห็นหน้าลูกเป็นครั้งสุดท้าย"
หัวใจของซูหว่านบีบตัวแน่นเป็นปม เธอรีบตอบกลับ "ได้ค่ะ หนูจะรีบนั่งรถไฟความเร็วสูงกลับไปเดี๋ยวนี้!"
เซินฮุ่ยซวน "อ้อ แล้วก็พาแฟนลูกกลับมาด้วยนะ ยายบอกว่าทั้งชีวิตนี้หวังแค่อยากเห็นลูกเป็นฝั่งเป็นฝา พาแฟนมาให้ยายเห็นหน้า ยายจะได้นอนตายตาหลับ..."
ซูหว่านเหลือบมองหลินโม่ เลียริมฝีปากแล้วพูดว่า "แม่คะ คือว่า... หนูเพิ่งไปจดทะเบียนสมรสมา หนู... หนูแต่งงานแล้วค่ะ!"
เซินฮุ่ยซวนตกใจสุดขีด "อะไรนะ? เรื่องใหญ่ขนาดนี้ทำไมไม่บอกพ่อกับแม่เลย?!"
ซูหว่านลูบท้องตัวเอง "หนู... หนูท้องด้วยค่ะ... ก็เลย..."
"ยัยเด็กโง่..." เซินฮุ่ยซวนถอนหายใจ แต่น้ำเสียงเริ่มอ่อนลง "เดินทางระวังด้วยล่ะ"
ซูหว่านพยักหน้า "ค่ะ เขาเป็นคนดีพึ่งพาได้ ไว้พาไปให้แม่เจอ แม่ก็จะรู้เองค่ะ"
หลังจากวางสาย ซูหว่านรีบกดโทรหาหวังเสี่ยวเหม่ยทันที
เสียงผู้หญิงงัวเงียดดังมาจากปลายสาย "ฮัลโหล~"
"เสี่ยวเหม่ย ฉันต้องไปสถานีรถไฟเดี๋ยวนี้ รถจอดอยู่หน้าสำนักงานเขต" ซูหว่านพูดรัวเร็ว "เดี๋ยวเธอช่วยมาขับกลับไปทีนะ"
หวังเสี่ยวเหม่ยเป็นผู้ช่วยสอนภาควิชาประวัติศาสตร์และเป็นเพื่อนเก่าสมัยเรียนของซูหว่าน ทั้งสองคนหุ้นกันซื้อรถฟิตคันนี้มาใช้เดินทาง
"เดี๋ยวสิ แล้วทำไมเธอขับรถไปจอดที่สำนักงานเขต? อย่าบอกนะว่าแอบไปจดทะเบียนสมรส?!" หวังเสี่ยวเหม่ยอุทานลั่น
ซูหว่านตัดสินใจปิดเรื่องนี้เป็นความลับไปก่อน ไว้ท้องโย้เมื่อไหร่ค่อยบอก
"เพื่อนฉันหย่ากับผัววันนี้ ฉันเลยมาเป็นเพื่อนนาง!"
"แต่ฉันเพิ่งได้รับแจ้งว่ายายป่วยหนัก เลยต้องรีบนั่งรถไฟกลับด่วน!"
หวังเสี่ยวเหม่ยตกใจ เรื่องความเป็นความตายสำคัญที่สุด "โอเค งั้นเธอรีบไปสถานีรถไฟเลย!"
"อื้อ ขอบใจนะ"
วางสายแล้ว ทั้งสองก็ลงจากรถ หลังจากซูหว่านล็อกรถเสร็จ ก็โบกเรียกแท็กซี่
พอขึ้นรถเรียบร้อย เธอขอบัตรประชาชนของหลินโม่มา แล้วรีบกดจองตั๋วในแอปมือถืออย่างคล่องแคล่ว
หลินโม่นึกขึ้นได้ จึงหันไปถาม
"อ้อ จริงสิ เราต้องเตรียมคำตอบให้ตรงกันก่อน--"
"ตัวตนของผมเป็นใคร? เรารู้จักกันได้ยังไง? คบกันมานานแค่ไหนแล้ว? มีความทรงจำพิเศษอะไรไหม? แล้วถ้าที่บ้านถาม...?"
ซูหว่านชะงักไปเล็กน้อย นิ้วมือเผลอลูบขอบโทรศัพท์เล่น
นอกหน้าต่างรถ เงาต้นไม้ริมทางพาดผ่านใบหน้าเธออย่างรวดเร็ว
"เธอเป็น... พนักงานออฟฟิศ" เธอกัดริมฝีปากล่างเบาๆ "เราเจอกันที่ร้านกาแฟหน้ามหาลัย วันนั้นโน้ตบุ๊กฉันจอฟ้า ฉันร้อนใจจนร้องไห้"
"เธอนั่งโต๊ะข้างๆ พอดี เลยเข้ามาช่วยซ่อมให้โดยไม่พูดพร่ำทำเพลง"
"เพื่อเป็นการขอบคุณ ฉันเลยเลี้ยงลาเต้เธอแก้วหนึ่ง..."
"ต่อมา ฝนตกลงมากะทันหัน เธอเลยขับรถมาส่งฉันที่หอพักอาจารย์"
"เราคบกันมาครึ่งปีกว่าแล้ว เธอเป็นคนอ่อนโยน ทำงานจริงจัง..."
ซูหว่านหยุดพูด สายตาเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง
"เดือนที่แล้วฉันเป็นไข้ เธอโดดงานมาดูแลฉันทั้งคืน แถมยังต้มโจ๊กไหม้ๆ มาให้ฉันกินอย่างทุลักทุเลอีก"
พูดจบ เธอก็อึ้งไปเอง--
ทำไมรายละเอียดพวกนี้ถึงฟังดูเป็นธรรมชาติขนาดนี้?
ราวกับว่า... มันเคยเกิดขึ้นจริงๆ
หลินโม่พยักหน้าอย่างจริงจัง "จำได้หมดแล้วครับ มีอะไรต้องระวังอีกไหม?"
ซูหว่านสูดหายใจเข้าลึกๆ นิ้วเรียวยาววางบนท่อนแขนเขาเบาๆ
"ต่อจากนี้ไป~" เธอโน้มตัวเข้ามาใกล้ "เราต้องชินกับการแตะเนื้อต้องตัวกันแบบนี้นะ"
ปลายนิ้วของเธอสัมผัสได้ชัดเจนว่ากล้ามเนื้อแขนของเขาเกร็งขึ้นทันที
"แม่ฉันตาไวมากนะ"
ร่างกายของหลินโม่แข็งทื่อไปชั่วขณะ ลูกกระเดือกขยับขึ้นลง แต่เขาก็รีบผ่อนคลายลง แม้กระทั่งงอแขนเล็กน้อยเพื่อให้เธอจับได้ถนัดขึ้น "เข้าใจแล้วครับ"
...
แท็กซี่จอดสนิทหน้าสถานีรถไฟความเร็วสูง
หลังจากทั้งสองผ่านจุดตรวจความปลอดภัย ซูหว่านเดินนำหน้า ก้มดูโทรศัพท์เช็คตารางรถไฟ หลินโม่เดินตามหลังครึ่งก้าว สายตาเผลอมองตามแผ่นหลังของเธอโดยไม่รู้ตัว
ทันใดนั้น ชายร่างบึกบึนสะพายเป้เดินป่าใบยักษ์ก็วิ่งพุ่งชนไหล่ซูหว่านอย่างจังจากด้านหลัง
"ระวัง!"
หลินโม่ก้าวเท้าไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว มือขวาคว้าข้อมือซูหว่าน มือซ้ายโอบรอบเอวบางของเธอ แล้วดึงเธอกลับมาข้างหลังอย่างแรง
ซูหว่านเซถลาถอยหลังตามแรงดึง แผ่นหลังแนบชิดกับอกกว้างของหลินโม่
"อ๊ะ~" หน้าผากของเธอกระแทกเข้ากับไหปลาร้าของหลินโม่
กลิ่นสบู่หอมสดชื่นจากตัวหลินโม่ลอยแตะจมูก
ไออุ่นจากฝ่ามือที่โอบรอบเอวซึมผ่านเนื้อผ้าบางเบา ทำให้ใบหูของเธอร้อนผ่าวขึ้นมาทันที
"เป็นอะไรไหมครับ?" เสียงของหลินโม่ดังขึ้นข้างหู ลมหายใจอุ่นๆ รดรินเส้นผมของเธอ
ตอนนั้นเองเขาถึงรู้ตัวว่ายังอยู่ในท่าทางล่อแหลม จึงรีบปล่อยมือออก
...
ทั้งสองเดินเข้าสู่ตู้โดยสาร ทันทีที่เก็บสัมภาระและนั่งลง รถไฟความเร็วสูงก็ค่อยๆ เคลื่อนตัว ทิวทัศน์นอกหน้าต่างเริ่มไหลย้อนกลับ
ไม่นานนัก ซูหว่านก็ลุกไปเข้าห้องน้ำ ทิ้งให้หลินโม่นั่งอยู่คนเดียว
ทันทีที่เธอเดินจากไป โทรศัพท์ของหลินโม่ก็ดังขึ้น
เหออวี่เฉิน รูมเมทของเขาวิดีโอคอลมา
กะว่าซูหว่านคงยังไม่ออกมาจากห้องน้ำเร็วๆ นี้ หลินโม่จึงกดรับสาย
"ไอ้โม่ จองที่ในห้องสมุดให้กูด้วย..."
เสียงของเหออวี่เฉินขาดหายไปดื้อๆ ดวงตาหรี่ลงทันที
"เชรดดด มึงอยู่บน... รถไฟความเร็วสูงเหรอ?"
หลินโม่ทำหน้านิ่ง "อือ กูจะกลับบ้านแป๊บนึง มีธุระ"
"กะทันหันจังวะ?" เหออวี่เฉินถามอย่างสงสัย "วันนี้นัดกันไปทำงานที่ห้องสมุดไม่ใช่เหรอ?"
"อ้อ กูลางานกับอาจารย์หวังแล้ว" หลินโม่ตอบส่งๆ
ขณะที่คุยอยู่ ซูหว่านก็เดินกลับมาจากห้องน้ำ ค่อยๆ เดินมาตามทางเดิน
จังหวะที่เธอเดินผ่านด้านหลังหลินโม่ไปประมาณหนึ่งเมตร สายตาเธอก็เหลือบไปเห็นหน้าจอโทรศัพท์ของเขา
ใบหน้าคุ้นเคยของเหออวี่เฉินปรากฏหราอยู่บนนั้น
รูม่านตาของซูหว่านหดเล็กลง ฝีเท้าชะงักไปนิดหนึ่ง แล้วเธอก็แสร้งทำเป็นเมินหน้าหนี รีบเดินจ้ำอ้าวไปทางอื่น
เหออวี่เฉินเบิกตากว้างชี้มาที่หน้าจอ ตะโกนลั่น "เชรดดด! เมื่อกี้ใช่อาจารย์ซูเดินผ่านไปหรือเปล่าวะ?!"
หลินโม่แกล้งทำหน้างงหันกลับไปมอง "ไหน? ตาฝาดป่าว?"
"ใช่ชัวร์! กูไม่ได้โม้ ต่อให้อาจารย์ซูใส่หน้ากากใส่แว่นกันแดด กูก็มองปราดเดียวรู้..."
"ฮัลโหล? ฮัลโหล? แปลกจัง ทำไมสัญญาณจู่ๆ ก็..." หลินโม่แกล้งทำเป็นค้าง แต่นิ้วโป้งซ้ายกดวางสายไปเรียบร้อยแล้ว
หลินโม่พ่นลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก ลุกขึ้นยืนแล้วโบกมือเรียกซูหว่านที่ยืนอยู่สุดทางเดิน...