เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 18: ทุกคนเข้าใจทิลอส

บทที่ 18: ทุกคนเข้าใจทิลอส

บทที่ 18: ทุกคนเข้าใจทิลอส


คณะเดินทางกลับขึ้นมายังพื้นดิน นครฟอนเทนกลับมาสงบสุขราวกับว่าเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ผู้คนต่างปลอดภัย บรรดาผู้ที่เพิ่งผ่านพ้นวิกฤติน้ำท่วมมาต่างรู้สึกว่าเทพแห่งน้ำและนิววิลเล็ตคือผู้ที่กอบกู้ฟอนเทนเอาไว้

ทิลอสและพรรคพวกเดินออกมาจากโรงละครโอเปร่า พวกเขาเห็นฟูริน่ายืนอยู่อย่างโดดเดี่ยว เธอกำลังทอดสายตามองเมืองฟอนเทนอย่างเงียบงัน ในจังหวะนั้นเอง โฟคาลอร์ก็เดินเข้าไปหาเธอจากด้านหลังและกระซิบแผ่วเบา...

"ฟูริน่า ขอบคุณนะ ตลอดห้าร้อยปีที่ผ่านมาเธอเหนื่อยมากจริงๆ"

เมื่อได้ยินเสียงนั้น ฟูริน่าแทบไม่อยากเชื่อหูตัวเอง เพราะน้ำเสียงนั้นเหมือนกับเสียงของเธอไม่มีผิดเพี้ยน และมีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่จะมีเสียงเช่นนี้ได้ ฟูริน่าค่อยๆ หันกลับไปช้าๆ ด้วยความรู้สึกที่ยังไม่ปักใจเชื่อ จนกระทั่งเธอหันมาเต็มตัวและเห็นใครบางคนยืนอยู่ตรงหน้า คนที่มีรูปร่างหน้าตาเหมือนเธอราวกับแกะ ต่างกันเพียงแค่ชุดที่สวมใส่

"เธอ..." ก่อนที่ฟูริน่าจะได้เอ่ยอะไรออกมา โฟคาลอร์ก็ก้าวเข้ามาสวมกอดเธอไว้แน่น พร้อมกระซิบข้างหูอย่างอ่อนโยน

"ฟูริน่า ฉันยังอยู่นี่... ขอบคุณสำหรับความยากลำบากทั้งหมดนะ"

ฟูริน่าสะอื้นไห้ออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ ใบหน้าอาบไปด้วยน้ำตา นี่เป็นครั้งแรกในรอบห้าร้อยปีที่เธอสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นเช่นนี้ และเป็นครั้งแรกที่เธอได้ร้องไห้ออกมาต่อหน้าทุกคนอย่างแท้จริง ในวินาทีนี้ เธอไม่ใช่ใครอื่น ไม่ใช่เทพแห่งน้ำ ไม่ใช่โฟคาลอร์ เป็นเพียงฟูริน่า... เด็กสาวผู้แบกรับการกัดกร่อนทางจิตวิญญาณมาตลอดห้าร้อยปีด้วยร่างกายของมนุษย์ เด็กสาวผู้ไม่เคยย่อท้อแม้จะต้องใจสลายมานับครั้งไม่ถ้วน...

ทิลอสพบว่าตัวเองก็กำลังหลั่งน้ำตาออกมาเช่นกัน เธอเข้าใจความรู้สึกนี้อย่างลึกซึ้ง ภาพตรงหน้าทำให้เธอนึกถึงอดีตของตัวเอง ในตอนนั้นเธอมักจะอยู่ตัวคนเดียวเสมอ ไม่มีใครให้ปรับทุกข์หรือระบายความในใจ เธอโหยหาเหลือเกิน... โหยหาใครสักคนที่จะมาอยู่เคียงข้าง ตั้งแต่เด็กจนโต เธอเป็นเพียงคนที่คนส่วนใหญ่รังเกียจ...

ทิลอสดึงสติกลับมาและเดินเข้าไปหาทั้งสอง

"ฟูริน่า เธอคือบุคคลที่ทุกคนควรจดจำ..." พูดจบ เธอก็ยกมือขึ้น สายธารพลังงานค่อยๆ ไหลเข้าสู่ร่างกายของฟูริน่า เธอใช้พลังแห่ง 'กฎการสร้างสรรค์' เพื่อเปลี่ยนสภาพร่างกายของฟูริน่าตั้งแต่หัวจรดเท้าให้กลายเป็น 'กายเทพ' ที่แท้จริง

"เอ๊ะ?? เกิดอะไรขึ้นกับฉัน? ทำไมจู่ๆ ถึงรู้สึกว่ามีพลังเปี่ยมล้น..." ฟูริน่าที่เพิ่งถูกปรับเปลี่ยนร่างกายถามด้วยความงุนงง

"ต้องขออภัยทุกคนด้วยที่ฉันทำอะไรโดยพลการ ตอนนี้ฟูริน่ามีกายเนื้อระดับเทพเจ้าเช่นเดียวกับโฟคาลอร์แล้ว ขาดก็เพียงแต่อำนาจหน้าที่เท่านั้นที่จะทำให้เป็นเทพโดยสมบูรณ์" ทิลอสกล่าวด้วยความรู้สึกผิดเล็กน้อย ฟูริน่าเป็นตัวละครที่เธอชอบมากในชาติก่อน และเธอไม่อยากเห็นฟูริน่าต้องไร้พลังและทำได้เพียงมองดูหายนะเกิดขึ้นซ้ำอีก เธอจึงตัดสินใจเปลี่ยนฟูริน่าให้เป็นเทพเจ้าด้วยตัวเอง

โฟคาลอร์ดีใจมากที่ได้ยินเช่นนั้น แม้ว่าฟูริน่าจะมีชีวิตยืนยาวเท่ากับตัวเธอเอง แต่การได้กลายเป็นเทพเจ้าที่แท้จริงจะช่วยให้ฟูริน่าสามารถฝึกฝนเพื่อป้องกันตัวเองได้

"ขอบคุณท่านทิลอสมากค่ะ!"

"อื้ม~ ไม่เป็นไรหรอก แค่เห็นสิ่งที่เธอต้องเจอ มันทำให้ฉันนึกถึงตัวเองในอดีตน่ะ"

ในตอนนั้นเอง ฟูริน่าที่ได้ยินบทสนทนาของทั้งสองก็ตระหนักได้ว่า คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าโฟคาลอร์นั้นเป็นบุคคลที่ทรงพลังอย่างยิ่ง เป็นคนที่แม้แต่เทพแห่งน้ำเองยังต้องเรียกว่า "ท่าน" และกล่าวขอบคุณ

ผู้ที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่ด้านข้างเดินเข้ามาสมทบ

นิววิลเล็ตมองไปที่โฟคาลอร์และฟูริน่าแล้วเอ่ยขึ้น "คุณฟูริน่า คุณลำบากมาตลอดห้าร้อยปีจริงๆ... ส่วนคุณโฟคาลอร์ ผมคิดว่าผมต้องการคำอธิบายจากคุณนะ"

ฟูริน่าเพียงแค่ยิ้มและตอบว่า "ไม่เป็นไรหรอกนิววิลเล็ต ตอนนี้ฉันสามารถวางมือและไปใช้ชีวิตในแบบที่ต้องการได้แล้ว..."

โฟคาลอร์ยิ้มแห้งๆ แล้วกล่าวว่า "เอ่อ... จะเล่าให้ฟังก็ได้ ฉันได้พบท่านทิลอสโดยบังเอิญน่ะ ถ้าไม่ใช่เพราะเธอ ฉันคงตายไปจริงๆ แล้ว..."

"ในเมื่อเธอยังอยู่ งั้นฉันขอคืนโนซิส (Gnosis) ให้เธอแล้วกัน"

สเกิร์กที่ยืนอยู่ไม่ไกลพูดแทรกขึ้น "มิน่าล่ะ ฉันถึงสัมผัสได้ถึงคำสาปในตัวเธอ ที่แท้เธอก็ถือครองสิ่งที่หลงเหลือของผู้ลงมาเยือนที่สามนี่เอง ฉันแนะนำให้ทิ้งเจ้านั่นไปซะ มันเป็นสิ่งอัปมงคล"

โฟคาลอร์จึงตอบว่า "อื้ม~ งั้นปล่อยให้เป็นหน้าที่ของสเนซนาย่าเถอะ เทพน้ำแข็งกำลังรวบรวมพวกมันอยู่พอดี"

.........

ทิลอสสัมผัสได้ว่าถึงเวลาต้องกลับเข้าร่างต้นแล้ว จึงกล่าวกับทุกคน

"ได้เวลาอันสมควรแล้ว เรื่องราวที่นี่คลี่คลายแล้ว ฉันควรกลับร่างต้นเสียที"

"เอ๋~ จะกลับแล้วเหรอ? ท่านทิลอส อยู่ต่ออีกหน่อยสิคะ" โฟคาลอร์พูดเชิงหยอกล้อ

"ไม่ได้หรอก เดี๋ยวค่อยกลับมาใหม่ ร่างต้นต้องการให้ฉันกลับไปที่ดาวแห่งการทำลายล้าง... เฮ้อ... วุ่นวายจริงๆ"

"การทำลาย... ดาวแห่งการทำลายล้าง!!??" ทุกคนอุทานออกมาด้วยความตกใจ

"หื้ม? ฉันยังไม่ได้บอกพวกนายสินะว่าฉันทำอาชีพอะไร ฉันคือ 'เทพแห่งการทำลายล้าง' ประจำโลกของฉัน มีหน้าที่เชี่ยวชาญด้านการทำลายดวงดาวระดับต่ำที่ไม่มีเหตุผลให้ดำรงอยู่ และในขณะเดียวกัน ฉันก็เป็นผู้ปกครองจักรวาลของฉันด้วย"

ทุกคนประหลาดใจจนพูดไม่ออก ได้แต่อุทานในใจว่า: สุดยอดไปเลย!

"ไม่นึกเลยว่าท่านทิลอสจะแข็งแกร่งขนาดนี้..."

"คุณทิลอส พอจะบอกรายละเอียดเกี่ยวกับโลกของคุณได้ไหมครับ?"

"นั่นสินะ ความห่างชั้นระหว่างพวกเรามันมหาศาลจริงๆ"

"ทำไมถึงพูดเรื่องทำลายดวงดาวได้หน้าตาเฉยแบบนั้นล่ะ? นี่ไม่สนใจชีวิตคนอื่นเลยหรือไง?"

.........

"อ่า~ ทีละเรื่องนะ อย่างแรก คนในโลกของฉันจำนวนมากมีพลังต่อสู้ระดับทำลายดวงดาวได้; อย่างที่สอง ระดับของกฎในโลกฉันสูงกว่าของพวกนาย เดิมทีโลกของฉันมีแค่สิบสองจักรวาล จนกระทั่งจักรวาลที่ 13 ปรากฏขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ และฉันก็เพิ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นเทพแห่งการทำลายล้างประจำจักรวาลที่ 13 ส่วนจักรวาลที่ 13 นั้นเป็นจักรวาลที่ฉันดูแลและมีความเชื่อมโยงบางอย่างกับฉัน คนที่ควบคุมสิบสองจักรวาลแรกเรียกว่า 'เซ็นโอ' แต่ฉันเป็นข้อยกเว้น มีแค่ฉันที่ควบคุมจักรวาลที่ 13 ได้ ดังนั้นเซ็นโอเป็นเพียงแค่ชื่อตำแหน่ง ในความเป็นจริงฉันคือผู้คุมอำนาจ...; อย่างที่สาม อย่างที่บอกไป ฉันทำลายเฉพาะดวงดาวที่ไม่จำเป็นต้องมีอยู่ เพื่อป้องกันการกำเนิดของคนชั่ว ส่วนที่บอกว่าฉันไม่สนชีวิตคนอื่นนั่นไร้สาระ คนที่ไม่จำเป็นต้องมีอยู่ก็ไม่จำเป็นต้องมีชีวิต นี่ก็เพื่อสมดุลของจักรวาล อ้อ อีกอย่าง เทพแห่งการทำลายล้างแต่ละองค์จะมี 'ไคโอชิน (เทพผู้สร้าง)' คู่กัน พวกเขารับผิดชอบด้านการสร้างสรรค์ เพื่อเพิ่มความเป็นไปได้ในจักรวาลและรักษาสมดุล แต่ฉันเป็นข้อยกเว้น ฉันเป็นทั้งสองอย่าง ฉันสามารถทั้งทำลายและสร้าง..."

หลังจากสาธยายเรื่องตัวเองตั้งนาน ปากฉันเริ่มจะเมื่อยแล้วสิ...

ในขณะเดียวกัน คนอื่นๆ กำลังประมวลข้อมูลที่ทิลอสเล่า พวกเขารู้สึกทึ่งกับโลกอีกใบ แต่ที่น่าตระหนกยิ่งกว่าคือตัวทิลอสเอง เพราะเธอกลายเป็นตัวตนที่พิเศษเพียงหนึ่งเดียวในโลกของเธอ...

"ฟู่ว~ เอาล่ะ พวกนายค่อยๆ ทำความเข้าใจไปนะ ฉันต้องไปแล้ว อ้อ จริงสิ สเกิร์ก โชคดีนะ! ฟูริน่า ตอนนี้เธอเป็นอิสระแล้ว ใช้ชีวิตให้สนุกนะ!... แล้วเจอกันใหม่ โฟคาลอร์"

พูดจบ ทิลอสก็เปิดประตูมิติและเดินเข้าไปต่อหน้าทุกคน จนกระทั่งประตูมิตอปิดลง ทุกคนถึงเพิ่งได้สติ

"ฮู้ว~ เธอ... เป็นคนที่ลึกลับจริงๆ ไม่สิ เป็นเทพเจ้าสินะ" ไพมอนอุทานออกมาเบาๆ

นิววิลเล็ต: "อื้ม~ นั่นสิครับ ผมสัมผัสได้ว่าเธอเป็นเทพธิดาที่ใจดีมาก..."

"เดี๋ยวเธอก็มาอีก... ตอนนี้เรามาจัดการปัญหาที่คำทำนายทิ้งไว้กันก่อนเถอะ" โฟคาลอร์กล่าวกับทุกคน

สเกิร์ก: "โทษที ฉันต้องกลับแล้วเหมือนกัน ฉันต้องไปจัดการสิ่งที่สัตว์เลี้ยงของอาจารย์ทิ้งไว้ ลาก่อนทุกคน"

ว่าแล้วสเกิร์กก็เปิดประตูมิติและหายเข้าไปข้างใน...

ในขณะนั้น โฟคาลอร์มองไปยังนครฟอนเทนและพึมพำกับตัวเอง "คำทำนาย... จบลงแล้ว อนาคตจะต้องดีขึ้นกว่าเดิม..."

จบบทที่ บทที่ 18: ทุกคนเข้าใจทิลอส

คัดลอกลิงก์แล้ว