- หน้าแรก
- คุณพ่อคนนี้ทะลุมิติเพื่อปั้นลูกสาวให้เป็นศิลปินก้องโลก
- บทที่ 11 - ไม่กินเนื้อจะกลายเป็นคนขี้เหร่นะ
บทที่ 11 - ไม่กินเนื้อจะกลายเป็นคนขี้เหร่นะ
บทที่ 11 - ไม่กินเนื้อจะกลายเป็นคนขี้เหร่นะ
บทที่ 11 - ไม่กินเนื้อจะกลายเป็นคนขี้เหร่นะ
"เอ่อ..."
ตากล้องเหลือบมองพุงกะทิน้อยๆ ที่ยื่นออกมาของเยว่เยว่ แล้วก็ถึงกับพูดไม่ออกไปชั่วขณะ
เมื่อสังเกตเห็นสีหน้าของเขา เยว่เยว่ก็ขมวดคิ้วมุ่น
"เป็นอะไรไปคะ? คุณอา ลำบากใจเหรอ?"
"หรือว่าหนูหน้าตาไม่สวย?"
ตากล้องรีบโบกมือปฏิเสธพัลวัน "ไม่ๆๆ เยว่เยว่ตัวน้อยน่ารักจะตายไป สวยมากๆ เลยครับ"
เมื่อได้รับคำชม เยว่เยว่ก็ยิ้มแก้มปริ เชิดคางน้อยๆ ขึ้นอย่างภูมิใจและกล่าวอย่างได้ทีว่า
"คุณอาตาถึงจริงๆ เลยนะเนี่ย ฮิฮิ"
รอยยิ้มนั้นเผยให้เห็นลักยิ้มเล็กๆ สองข้างที่ผลุบโผล่ออกมา ดูน่ารักน่าเอ็นดูยิ่งนัก
หนูน้อยถามต่อว่า "ในเมื่อเป็นแบบนั้น คุณอาก็รีบไปกินข้าวเถอะค่ะ กินอิ่มแล้วจะได้มีแรงถ่ายหนูออกมาสวยๆ ไงคะ"
ตากล้องกำลังลังเล หลินเฟิงก็เดินเข้ามาตบไหล่เขาเบาๆ
"ลูกพี่ อย่าเกรงใจไปเลยครับ พวกเรายังต้องอยู่ด้วยกันอีกนาน ขืนมัวแต่เกรงใจกันไปมาแบบนี้ ต่อไปจะอยู่กันยังไง?"
"ก็ได้ครับ ขอบคุณมากครับอาจารย์หลิน" ตากล้องพยักหน้ารับ
ในห้องไลฟ์สด ข้อความคอมเมนต์ลอยผ่านหน้าจอไม่ขาดสาย
"กดไลก์ให้หลินเฟิงกับเยว่เยว่เลย อบอุ่นหัวใจมาก"
"เหตุผลของเยว่เยว่นี่ทำเอาคนปฏิเสธไม่ลงจริงๆ"
"เยว่เยว่ตัวอ้วนกลมปุ๊กปิ๊กขนาดนี้ ยังจะให้พี่ตากล้องถ่ายออกมาให้สวยอีก นี่มันโจทย์หินชัดๆ"
"จะว่าไป แม่ทูนหัวของเยว่เยว่คือใครกันนะ? ชาวเน็ตผู้รอบรู้มีใครทราบบ้างไหม?"
"ไม่รู้สิ"
"ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน"
......
หลินเฟิงยกกับข้าวมาวางบนโต๊ะรับแขก พาเยว่เยว่ไปล้างมือ แล้วทั้งสองก็เริ่มลงมือรับประทานอาหาร
กับข้าวสี่อย่างซุปหนึ่งอย่าง ดูอุดมสมบูรณ์น่าทานทีเดียว
เยว่เยว่รีบคว้าตะเกียบมาคีบมันฝรั่งเส้นผัดพริกแห้งใส่ถ้วยตัวเองอย่างกระตือรือร้น
เธอยกถ้วยขึ้น แล้วพุ้ยข้าวเข้าปากคำโต
ท่านั่งกินนี้ ช่างห่างไกลจากคำว่ากุลสตรีไปไกลโข
หลินเฟิงเหลือบมองลูกสาวอย่างระอาใจ ก่อนจะคีบเนื้อตุ๋นชิ้นหนึ่งใส่ลงในถ้วยของเยว่เยว่
เมื่อเห็นดังนั้น เยว่เยว่ก็หยุดชะงักทันที "อามิตาพุทธ การฆ่าสัตว์เป็นบาปนะค้า"
หลินเฟิงกล่าวอย่างหมั่นไส้ "รีบกินเข้าไปเถอะ ลูกไม่ได้เป็นคนฆ่าสักหน่อย!"
"อามิตาพุทธ ถึงอย่างนั้นก็กินไม่ได้อยู่ดี!"
"ทำไมจะกินไม่ได้? เนื้อก็ไม่กิน ผักก็ไม่กิน ตกลงลูกจะกินอะไรกันแน่?"
"หนูอยากกินกุ้งใหญ่กับปลา"
เยว่เยว่เป็นเด็กที่เลือกกินเอามากๆ ฝีมือการทำอาหารระดับเทพของหลินเฟิงแทบจะไร้ความหมาย แต่เด็กส่วนใหญ่ก็มักจะเลือกกินกันทั้งนั้น ช่วยไม่ได้ คงต้องหลอกล่อให้กินกันไป
เนื้อสัตว์ชนิดเดียวที่เยว่เยว่ยอมกินคือกุ้งและปลา หลินเฟิงทำให้กินบ้างประปราย แต่จะให้กินทุกวันคงไม่ได้ เพราะเด็กวัยกำลังโตต้องได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน
"ได้ วันหลังพ่อจะตุ๋นปลาให้กิน วันนี้ลูกกินแก้ขัดไปก่อนได้ไหม?"
หลินเฟิงยอมลงให้ และถามด้วยน้ำเสียงประนีประนอม
"ไม่เอา" เยว่เยว่ตอบเสียงแข็ง "หนูกินมันฝรั่งเส้นของหนูดีกว่า มันฝรั่งเส้นอร่อยที่สุดในโลกเลย"
"แต่ลูกต้องกินเนื้อบ้างนะ เนื้อวัวช่วยเสริมสร้างโปรตีน ทำให้กระดูกแข็งแรง เด็กวัยกำลังโตต้องกินเนื้อเยอะๆ ร่างกายจะได้แข็งแรง" หลินเฟิงพยายามเกลี้ยกล่อมจนปากเปียกปากแฉะ
"พ่อคิดว่าหนูเป็นเด็กสามขวบหรือไง? อย่ามาหลอกกันซะให้ยาก" เยว่เยว่ทำเสียงฮึดฮัด "คราวก่อนพ่อก็บอกว่าไม่กินผักร่างกายจะไม่โตไม่ใช่เหรอ?"
หลินเฟิงถึงกับพูดไม่ออก การใช้เหตุผลคงใช้ไม่ได้ผลเสียแล้ว
"ไม่กินใช่ไหม งั้นลูกก็รอเป็นตือโป๊ยก่ายได้เลย!"
เยว่เยว่: "???"
"ไม่กินเนื้อเกี่ยวอะไรกับเป็นตือโป๊ยก่ายด้วย"
"เกี่ยวสิ" หลินเฟิงปั้นหน้าจริงจังพลางพูดเรื่องไร้สาระ "ตือโป๊ยก่ายไม่เคยกินเนื้อ ลูกดูสิว่าเขาขี้เหร่ขนาดไหน"
ตือโป๊ยก่ายเหมือนจะไม่กินเนื้อจริงๆ ด้วยแฮะ แล้วเขาก็หน้าตาน่าเกลียดมาก หรือว่า...
"พ่อคะ ไม่กินเนื้อจะกลายเป็นคนขี้เหร่จริงๆ เหรอ?"
เยว่เยว่ฟังจบก็เริ่มใจคอไม่ดี เธอค่อนข้างให้ความสำคัญกับหน้าตาของตัวเองมากทีเดียว
มุมปากของหลินเฟิงยกขึ้นเล็กน้อย "ก็ใช่น่ะสิ เยว่เยว่อยากกลายเป็นยัยขี้เหร่ไหมล่ะ?"
"ไม่อยาก!"
"งั้นเยว่เยว่ก็ต้องกินเนื้อเยอะๆ การกินเนื้อวัวยังช่วยลดความอ้วนได้ด้วยนะ!"
"จริงเหรอคะ?"
"อื้ม พ่อไม่เคยหลอกเยว่เยว่อยู่แล้ว"
"ก็ได้!"
เยว่เยว่จำใจคีบเนื้อชิ้นหนึ่งขึ้นมา ยัดเข้าปากอย่างรวดเร็ว เคี้ยวตุ้ยๆ สองสามทีแล้วกลืนลงคอไปราวกับกำลังกินยาขม สีหน้าทนทุกข์ทรมานนั้นดูน่ารักน่าชังเหลือเกิน
ในห้องไลฟ์สด เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ
"สีหน้าเยว่เยว่นี่สุดยอดไปเลย!"
"แคปหน้าจอเรียบร้อย!"
"เพื่อหลอกล่อให้เยว่เยว่กินเนื้อ หลินเฟิงทุ่มสุดตัวจริงๆ"
"สมกับเป็นนักแสดง หลินเฟิงแสดงได้เนียนกริบ"
"ดูเนื้อตุ๋นมะเขือเทศนั่นหน้าตาดีจะตาย ทำไมเยว่เยว่ถึงไม่ชอบกินนะ?"
"หน้าตาดีไม่ได้แปลว่าจะอร่อยเสมอไป ดูจากท่าทางทรมานของเยว่เยว่แล้ว สงสัยรสชาติคงไม่ได้เรื่องแน่ๆ"
......
อีกด้านหนึ่ง ตากล้องที่แบกกล้องอยู่ก็เดินเข้าไปในครัว หันเลนส์กล้องไปจับภาพทีมงานรายการที่กำลังนั่งกินข้าวกันอยู่
พวกเขากินอาหารฝีมือหลินเฟิงไปพลาง เอ่ยปากชมไม่ขาดปาก
"เนื้อตุ๋นมะเขือเทศนี่มันรสชาติสวรรค์ชัดๆ อร่อยมาก!"
"ใช่ๆ อาจารย์หลินไม่ไปเป็นเชฟนี่น่าเสียดายแย่"
"โตมาป่านนี้ นี่เป็นกะหล่ำปลีผัดน้ำปลาที่อร่อยที่สุดที่ฉันเคยกินมาเลย"
ผู้ชมในไลฟ์สดบางส่วนที่เคยสงสัยในฝีมือปลายจวักของหลินเฟิงเมื่อครู่ ถึงกับหน้าชาไปตามๆ กัน
ในขณะเดียวกัน หลิวอี้เฟยที่กำลังถ่ายละครอยู่ที่เหิงเตี้ยนก็ถือโอกาสพักกอง หยิบมือถือขึ้นมาเปิดดูไลฟ์สดของหลินเฟิง
เมื่อมองเห็นใบหน้าอ้วนกลมของเยว่เยว่ แววตาของเธอก็ฉายแววรักใคร่เอ็นดู
และเธอนี่แหละ คือแม่ทูนหัวที่เยว่เยว่พูดถึง
เพิ่งจะแยกจากเจ้าตัวเล็กมาไม่นาน หลิวอี้เฟยก็คิดถึงจะแย่อยู่แล้ว
เรื่องที่เยว่เยว่จะไปออกรายการ เธอเคยได้ยินเจ้าตัวพูดถึงมาก่อนหน้านี้แล้ว
เจ้าตัวเล็กยังบอกอีกว่าถ้าถ่ายรายการได้เงินแล้ว จะซื้อเสื้อผ้าใหม่กับเครื่องสำอางมาให้เธอ
เมื่อนึกถึงท่าทางจริงจังขึงขังของเยว่เยว่ในตอนนั้น หลิวอี้เฟยก็อดอมยิ้มไม่ได้
แม่หนูน้อยคนนี้ช่างรู้คุณคนจริงๆ ไม่เสียแรงที่เธอรักและเอ็นดูมาตลอดหลายปี
เมื่อมองภาพหลินเฟิงที่กำลังหยอกล้อกับเยว่เยว่ในหน้าจอมือถือ ริมฝีปากแดงระเรื่อของหลลิวอี้เฟยก็ยกขึ้นเล็กน้อย ราวกับนึกอะไรขึ้นได้
หลินเฟิงอำลาวงการบันเทิงไปหลายปีแล้ว จนถึงวันนี้ เขายังคงแสดงออกหน้ากล้องได้อย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ธรรมดาจริงๆ
หมอนี่เกิดมาเพื่อเป็นนักแสดงโดยแท้ มีพื้นฐานวรยุทธ์ที่แน่นปึก ทักษะการแสดงก็ไร้ที่ติ แถมมนุษยสัมพันธ์ยังดีเยี่ยม เขาจริงใจกับคนรอบข้างเสมอ
ผู้ชายที่ยอดเยี่ยมขนาดนี้ต้องมาจบเส้นทางบันเทิงไป นับเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ของวงการจริงๆ
พอมองย้อนกลับมาที่ปัจจุบัน วงการบันเทิงที่ฟอนเฟะเต็มไปด้วยพวกปลาเน่าปลาเปื่อย
ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่น ดาราที่มีชื่อเสียงหน่อยในตอนนี้ มีใครบ้างที่ยอมสงบจิตสงบใจ ตั้งใจขัดเกลาฝีมือการแสดงอย่างจริงจัง
ในด้านการแสดง ขอแค่พวกเขามีฝีมือสักครึ่งหนึ่งของหลินเฟิง ก็หากินในวงการได้สบายแล้ว
คิดมาถึงตรงนี้ หลิวอี้เฟยก็ถอนหายใจยาว
หวังว่าการกลับมาของหลินเฟิงในครั้งนี้ จะช่วยนำพลังบวกมาสู่วงการบันเทิงได้บ้างนะ
ในขณะเดียวกัน สองพ่อลูกหลินเฟิงก็ทานมื้อเที่ยงเสร็จเรียบร้อย
ภายใต้การข่มขู่แกมล่อลวงของหลินเฟิง ในที่สุดเยว่เยว่ก็จัดการข้าวสวยไปชามโต ผักและเนื้อตุ๋นก็กินไปไม่น้อย
เยว่เยว่นั่งเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ตัวเล็กอย่างเกียจคร้าน ลูบพุงกลมป่องพลางเรอออกมาดังเอิ๊ก
"อิ่มแปล้เลย หนูต้องช่วยพ่อทำงานหน่อยแล้ว จะได้ย่อยอาหาร"
หลินเฟิงยิ้มแล้วเสนอว่า "เยว่เยว่จะช่วยพ่อล้างจานไหม?"
ล้างจานเหรอ? น่าจะมีอะไรสนุกๆ ให้เล่นนะ เล่นฟองสบู่ได้ด้วยนี่นา
"อื้ม หนูจะล้างจาน!" เจ้าตัวเล็กรับคำอย่างกระตือรือร้น
เห็นเจ้าตัวเล็กดูสนใจขนาดนั้น หลินเฟิงก็ไม่ปฏิเสธ "ได้สิ เยว่เยว่เป็นเด็กดีจริงๆ รู้จักช่วยพ่อทำงานบ้านด้วย"
(จบแล้ว)