- หน้าแรก
- ราชันย์อารยธรรมเหนือสรรพสิ่ง
- บทที่ 41 : แผนการสำหรับช่วงใหม่
บทที่ 41 : แผนการสำหรับช่วงใหม่
บทที่ 41 : แผนการสำหรับช่วงใหม่
ภายใต้การนำทางของต้าสือ จุดแรกของพวกเขาแน่นอนว่าเป็นบริเวณใกล้กับทะเลสาบแห่งนั้น
ในตอนนี้ คนในเผ่าของพวกเขากำลังพายแพไม้และเริ่มทอดแหจับปลาอยู่บนทะเลสาบแล้ว
ตอนนี้พวกเขากำลังเดินอยู่ริมทะเลสาบ
"ในฐานะที่เป็นแหล่งน้ำเพียงแห่งเดียวในบริเวณนี้ ปกติแล้วไม่มีสัตว์มาดื่มน้ำที่ทะเลสาบแห่งนี้เลยเหรอ?"
"เมื่อก่อนมีครับ"
เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ ต้าสือก็เผยรอยยิ้มขมขื่นออกมา
"แต่ว่าหัวหน้าคนก่อนคิดจะจัดการพวกมัน หลังจากพยายามหลายครั้งแต่ล้มเหลว สัตว์พวกนั้นก็ดูเหมือนจะรู้แล้วว่าที่นี่ไม่ปลอดภัย"
"ประกอบกับคนในเผ่าของเรา โดยพื้นฐานแล้วในตอนกลางวันก็จะจับปลาอยู่ที่ทะเลสาบแห่งนี้ พวกสัตว์จึงไม่เข้าใกล้โดยง่าย"
"เมื่อเวลาผ่านไปนานเข้า สัตว์ที่มาที่นี่ก็น้อยลง ต่อให้จะมาดื่มน้ำ ก็จะเลือกมาหลังจากฟ้ามืดแล้ว เพราะว่าในบริเวณใกล้เคียง นานๆ ครั้งก็จะยังคงพบร่องรอยของพวกมันอยู่บ้าง"
คำอธิบายของต้าสือครั้งนี้ เรียกได้ว่าพูดได้ชัดเจนมาก
ในยุคสมัยนี้ กลางคืนยังคงอันตรายมากสำหรับพวกเขา ภายใต้สถานการณ์ปกติ จะไม่เคลื่อนไหวหลังจากเข้าสู่ช่วงกลางคืน
"ถ้าอย่างนั้นตอนนี้พวกท่านพึ่งพาการจับปลาเพื่อหาอาหารเพียงอย่างเดียว หรือว่าได้พยายามล่าสัตว์อื่นในทุ่งหญ้าด้วย?"
"ตอนนี้พวกเราพึ่งพาการจับปลาเพื่อหาอาหารเพียงอย่างเดียวครับ"
เมื่อได้คำตอบนี้ โจวซวี่ก็ไม่รู้สึกแปลกใจเลยแม้แต่น้อย เพราะท้ายที่สุดแล้ว อาหารของเมื่อวานนี้นอกจากปลาแล้ว ก็ไม่มีอย่างอื่นเลย
และในขณะที่โจวซวี่กำลังคิดเช่นนั้น ต้าสือก็ได้อธิบายสถานการณ์นี้เพิ่มเติม
"สัตว์ในทุ่งหญ้าวิ่งเร็วเกินไป ปฏิกิริยาก็ตอบสนองรวดเร็วเกินไป พวกเราจับพวกมันไม่ได้เลยครับ"
"หัวหน้าคนก่อนของพวกท่านไม่เคยคิดที่จะทำกับดักเลยเหรอ?"
กับดัก ต้าสือเคยได้ยินคำนี้จากปากของอดีตหัวหน้ามาก่อน ดังนั้นจึงไม่รู้สึกแปลกใหม่กับมัน
"เคยลองแล้วครับ แต่ล้มเหลวทั้งหมด"
ในยุคสมัยเช่นนี้ การล่าสัตว์ต้องพึ่งพาธนู หรือไม่ก็กับดัก
ธนูไม่ต้องพูดถึง แต่ในยุคนี้ การสร้างธนูมีความยากสูงมาก ย่อมเป็นโครงการที่ต้องใช้เวลาและพลังงานไม่น้อย
และในตอนนี้พวกเขามีกำลังคนจำกัด สมาชิกในเผ่ายังคงยุ่งหัวหมุนเพื่อให้มีข้าวกินในแต่ละวัน
ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ เป็นการยากที่พวกเขาจะมีกำลังเหลือพอที่จะสละเวลา พลังงาน และกำลังคนไปศึกษาวิจัยเรื่องนี้
ในขณะเดียวกัน ที่น่าปวดหัวยิ่งกว่าก็คือ ต่อให้ท่านพยายามอย่างหนักจนวิจัยธนูออกมาได้ แต่ความแม่นยำ ระยะยิง และอานุภาพของธนูนั้นจะสามารถรับประกันได้หรือ?
โอกาสสูงมากที่จะทำไม่ได้
ดังนั้นเมื่อพิจารณาจากสถานการณ์จริงในปัจจุบัน โครงการธนูในมุมมองของโจวซวี่ จึงเป็นโครงการที่พวกเขาจะสามารถไปศึกษาวิจัยได้ก็ต่อเมื่อมีกำลังเหลือเฟือแล้วเท่านั้น
ส่วนกับดัก ก็แบ่งออกเป็นสองประเภทใหญ่ๆ ประเภทหนึ่งคือกับดักแบบตะกร้าครอบหรือกับดักบ่วงเหมือนของโจวซวี่ ซึ่งต้องอาศัยฝีมือเชิงช่าง หากไม่มีฝีมือ ก็ยากมากที่จะสร้างมันขึ้นมาได้
ส่วนอีกประเภทหนึ่ง คือกับดักหลุมที่ต้องใช้แรงงานทางกายภาพจำนวนมาก
แต่สำหรับชนเผ่าเล็กๆ ที่มีคนสามสิบกว่าคนเช่นพวกเขาแล้ว กับดักหลุมนี้จริงๆ แล้วทำได้ไม่ง่ายเลย
กับดักหลุมหากต้องการให้ได้ผล ก็จะต้องใหญ่และลึกพอ ซึ่งต้องใช้แรงงานมาก
แต่อย่าลืมว่า เผ่าเช่นพวกเขาส่วนใหญ่ขาดแคลนกำลังคน หากต้องการให้เผ่าดำเนินไปได้อย่างราบรื่น และให้พวกเขามีชีวิตรอดไปวันๆ ก็จำเป็นต้องทุ่มเทกำลังคนอย่างสม่ำเสมอเพื่อรักษาสภาพนั้นไว้ โดยพื้นฐานแล้วไม่มีกำลังเหลือพอที่จะไปทำอย่างอื่นได้เลย
เห็นได้ชัดว่าอดีตหัวหน้าของพวกต้าสือไม่มีทักษะในการสร้างกับดักแบบตะกร้าครอบและเทคนิคในการทำกับดักบ่วง ส่วนกับดักหลุมก็ไม่ต้องพูดถึง
หลังจากลองพยายามแบบง่ายๆ ไปแล้ว เขาก็ตระหนักถึงปัญหาข้างต้นเหล่านี้ได้อย่างชัดเจน จากนั้นก็มุ่งหน้าไปยังทะเลสาบน้ำจืดใกล้กับค่ายของพวกเขา
พูดตามตรง เจ้านั่นควรจะดีใจจริงๆ ที่ใกล้กับค่ายมีทะเลสาบน้ำจืดที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรปลา ไม่อย่างนั้นในมุมมองของโจวซวี่ อีกฝ่ายคงมีชะตากรรมต้องอดตายไปแล้ว
การมีอยู่ของทะเลสาบน้ำจืดแห่งนี้ช่วยแก้ปัญหาอาหารในระยะเริ่มต้นได้เป็นอย่างมาก เรียกได้ว่าเป็นการเปิดโหมดง่ายให้กับอีกฝ่ายเลยทีเดียว
แต่ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะไม่ได้ตั้งใจใช้ประโยชน์จากข้อได้เปรียบนี้ไปพัฒาวิจัยธนูหรืออะไรทำนองนั้น แต่กลับคิดที่จะแย่งชิงทรัพยากรและขยายอาณาเขต
เรื่องหลังจากนั้น ก็ไม่จำเป็นต้องพูดอะไรมากอีก
ปัจจุบัน ที่ค่ายจันทราทมิฬ งานหลักของทีมรวบรวมของพวกเขาก็คือการเก็บหิน กิ่งไม้ และหญ้า หรือไม่ก็ตัดต้นไม้เพื่อหาไม้ โล่บานประตูขนาดใหญ่เหล่านั้นก็ทำมาจากไม้เหล่านี้
ในระหว่างกระบวนการนี้ ทุกครั้งที่โจวซวี่เดินผ่านพื้นที่หนึ่ง เขาจะเปิดใช้งาน 'เนตรแห่งการหยั่งรู้' เพื่อกวาดมองไปรอบหนึ่ง
แม้ว่าการใช้พลังแห่งสัจจวาจาบ่อยครั้งเมื่อวานนี้จะยังไม่ฟื้นฟูอย่างสมบูรณ์จนถึงตอนนี้ แต่ตราบใดที่ไม่ได้ใช้งานอย่างหนักหน่วงบ่อยๆ ก็ไม่มีปัญหา
โจวซวี่ต้องยอมรับว่าเขาใช้สิ่งนี้จนเคยชินแล้วจริงๆ ในงานสำรวจ 'เนตรแห่งการหยั่งรู้' นั้นมีประโยชน์อย่างหาที่เปรียบไม่ได้
และภายใต้การสังเกตการณ์ของ 'เนตรแห่งการหยั่งรู้' ในไม่ช้าเขาก็จับภาพร่างที่ว่องไวร่างหนึ่งได้ในพงหญ้า
อีกฝ่ายไม่รู้ว่าได้ค้นพบการมีอยู่ของพวกเขาด้วยหรือไม่ มันส่งเสียง 'ฟุ่บ' พุ่งผ่านพงหญ้า แล้วมุดเข้าไปในโพรงดินแห่งหนึ่ง
"กระต่ายป่า!"
หูที่ยาวเหยียดของมันทำให้โจวซวี่ยืนยันตัวตนของมันได้ในทันที
ด้วยความคิดเช่นนี้ โจวซวี่จึงพาทุกคนรีบเดินมาที่หน้าโพรงดินนั้น
โพรงกระต่ายนี้ค่อนข้างลึกมาก แค่ยื่นมือเข้าไปก็ไม่ถึงก้นโพรง ไม่ต้องพูดถึงว่าปากโพรงนี้อาจเชื่อมต่อกับทางออกอื่น ทำให้โดยพื้นฐานแล้วตัดวิธีการยื่นมือเข้าไปจับโดยตรงออกไปได้เลย
แต่โจวซวี่ไม่สนใจเลยสักนิด
เพราะตั้งแต่แรก เขาไม่ได้คิดที่จะจับมันด้วยกำลัง แต่คิดว่าจะวางกับดักเพื่อจับกระต่ายป่าเหล่านี้ได้อย่างไร!
ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม การที่มีกระต่ายป่าอาศัยอยู่ในพื้นที่แถบนี้ถือเป็นเรื่องที่ดีที่สุดแล้ว ไม่ต้องสงสัยเลยว่าพวกมันจะสามารถกลายเป็นหนึ่งในเมนูอาหารของพวกเขาได้
ยิ่งไปกว่านั้น หากมองการณ์ไกลออกไปอีก พวกเขายังสามารถพิจารณาเลี้ยงกระต่ายป่า เพื่อให้ในอนาคตมีเนื้อกระต่ายที่มั่นคงยิ่งขึ้น!
ในวินาทีนี้ แผนการต่างๆ ในหัวของโจวซวี่ก็ผุดขึ้นมาไม่หยุดหย่อน
เท่าที่ดูในตอนนี้ ทุ่งหญ้าแห่งนี้สำหรับเขาแล้ว ช่างเป็นดินแดนแห่งขุมทรัพย์อย่างแท้จริง!
จากนั้นระหว่างทางกลับ พวกเขาก็แวะไปยังสถานที่ซึ่งเคยค้นพบอักขระสัจวาจาก่อนหน้านี้ แล้วทำการค้นหาบริเวณโดยรอบอีกเล็กน้อย
หลังจากแน่ใจแล้วว่าไม่มีอะไรตกหล่นอยู่ที่นี่อีก โจวซวี่จึงเดินทางกลับค่ายพักด้วยความเสียดายเล็กน้อย
เมื่อพวกเขามาถึงค่ายพัก ก็เป็นเวลาบ่ายแล้ว และอีกไม่นานก็จะใกล้ค่ำ
และในเวลานี้เอง ทางฝั่งเผ่าทะเลสาบเกลือ พวกของหูเตี๋ยก็ได้เดินทางมาถึงค่ายจันทราทมิฬอย่างปลอดภัยแล้ว ภายใต้การคุ้มกันของนักรบเผ่าส่วนหนึ่ง!
ไม่ต้องสงสัยเลยว่า นี่เป็นคำสั่งที่โจวซวี่ส่งคนไปยังค่ายทะเลสาบเกลือเมื่อเช้านี้ก่อนที่เขาจะออกเดินทาง
หลังจากการย้ายถิ่นฐานของพวกหูเตี๋ยเป็นไปอย่างราบรื่น และหลังจากที่เขายึดครองค่ายจันทราทมิฬได้สำเร็จ แผนการในระยะต่อไปก็สามารถเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการได้อย่างไม่ต้องสงสัย!