เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 17 ก็งั้น ๆ ธรรมดามาก

บทที่ 17 ก็งั้น ๆ ธรรมดามาก

บทที่ 17 ก็งั้น ๆ ธรรมดามาก


บทที่ 17 ก็งั้น ๆ ธรรมดามาก

ฉู่หนิงนอนเล่นในห้องพยาบาลจนหมดไปสองคาบเรียน

กว่าจะถึงตอนนั้น หนิงหยวนก็กลับไปเรียนที่ห้องแล้ว

ตอนที่เดินจากไป เธอบอกทิ้งท้ายไว้ว่าจะรอฉู่หนิงหลังเลิกเรียน

ฉู่หนิงไม่ได้ซาบซึ้งอะไรมากมายกับคำพูดนั้น แต่ก็ยังต้องแสร้งทำเป็นดีใจสักหน่อยตามบทบาท

"โฮสต์ ผมต้องขอเตือนนะ ภารกิจของคุณคือการเพิ่มค่าความดาร์กของเป้าหมายให้ถึง 95% ไม่ใช่ไปล้างบาปให้เธอ"

ฉู่หนิง: "ฉันรู้น่า"

"จากกรณีศึกษาของภารกิจที่คล้ายกันในอดีต ถ้าค่าความดาร์กลดต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด มันจะยากมากที่จะดันให้สูงขึ้นได้อีก"

ฉู่หนิงเบะปากแล้วตอบรับสั้น ๆ "อ้อ"

"อย่าทำพังซะล่ะ"

"เออ รู้แล้วน่า รู้แล้ว"

...

หลังจากออกจากห้องพยาบาล

ฉู่หนิงไม่ได้มีความคิดที่จะกลับไปเข้าเรียนแต่อย่างใด

เธอเดินทอดน่องไปเรื่อยเปื่อยชมวิวทิวทัศน์รอบโรงเรียน

โดยไม่รู้ตัว เธอเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าประตูห้องสมุด

ด้วยความที่มีเรื่องให้คิดรกสมอง เธอต้องการที่เงียบสงบเพื่อพักผ่อนหย่อนใจ

จึงตัดสินใจผลักประตูเข้าไป

บังเอิญเหลือเกิน เธอเจอเวินเซินอีกครั้ง

เวลานี้ เวินเซินกำลังสนทนาอย่างออกรสกับอาจารย์สาวท่านหนึ่ง

ฉู่หนิงหามุมสงบเงียบ ๆ นั่งลง หยิบหนังสือจากมุมโต๊ะขึ้นมาบังหน้าทำทีเป็นอ่าน

แต่ความจริงแล้ว หูผึ่งรอฟังบทสนทนา

ถ้าเวินเซินไม่ใช่พระเอก เธอคงไม่สนใจเขามากขนาดนี้

ปัญหาคือ หมอนี่ดันมีสถานะเป็นพระเอก และถูกกำหนดมาให้ทำลายชีวิตของหนิงหยวน

นั่นทำให้ฉู่หนิงอดไม่ได้ที่จะระแวดระวังเขาเป็นพิเศษ

"คุณเวิน ในนามของวิทยาลัยดนตรี ดิฉันต้องขอขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่งสำหรับการบริจาคเปียโนในครั้งนี้ค่ะ"

"ขอแค่ช่วยดูแลเปียโนหลังนั้นให้ดี ก็ถือเป็นการขอบคุณผมแล้วครับ"

"แน่นอนค่ะ เป็นเรื่องที่สมควรทำอยู่แล้ว!"

"ครับ งั้นผมก็วางใจ"

เวินเซินนั่งลงพร้อมกับหนังสือนิยายภาษาอังกฤษปกเหลืองเก่าคร่ำครึ ที่นั่งของเขาอยู่ไม่ไกลจากฉู่หนิงนัก แต่เป็นมุมอับสายตา เขาจึงมองไม่เห็นเธอ

อาจารย์สาวเดินจากไปอย่างอาลัยอาวรณ์ เหลียวหลังกลับมามองเขาอยู่หลายรอบ

คล้อยหลังเธอไปไม่นาน ก็มีนักเรียนหญิงใจกล้าอีกหลายคนค่อย ๆ เข้าไปชวนเขาคุย

เวินเซินวางตัวอย่างสุภาพและพูดคุยกับพวกเธอได้อย่างเป็นธรรมชาติ

"ในนิยายบอกว่ารัศมีพระเอกเจิดจรัส ดึงดูดสาว ๆ ให้เข้าหาเป็นพรวน ไม่ได้พูดเกินจริงเลยแฮะ"

ฉู่หนิงเดาะลิ้นด้วยความทึ่ง

เธอสงสัยด้วยซ้ำว่าถ้าระบบสามารถวัดค่าเสน่ห์ของเวินเซินได้ มันคงพุ่งทะลุหลอดแน่ ๆ

ในขณะเดียวกัน เธอก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า ถ้าเธอเป็นผู้หญิงแท้ร้อยเปอร์เซ็นต์ เธอจะหลงเสน่ห์เวินเซินหัวปักหัวปำเหมือนคนอื่นไหมนะ?

"โฮสต์ อย่าได้ดูถูกพลังของสัตว์ประหลาดค่าสถานะนะครับ"

ฉู่หนิงส่งเสียง "ชิ" ในลำคอ

มิน่าล่ะถึงส่งผู้ชายมาทำภารกิจนี้!

หรือจริง ๆ แล้วเพื่อให้มีภูมิคุ้มกันต่อการโจมตีด้วยเสน่ห์ระดับเทพประทานของพระเอกกันแน่?

ขณะที่ฉู่หนิงกำลังตั้งใจแอบฟังอย่างขะมักเขม้น หนุ่มแว่นท่าทางขี้อายคนหนึ่งก็เดินเข้ามาหาเธอ หน้าแดงก่ำขณะเอ่ยถาม

"เอ่อ... เพื่อนนักเรียน ส...สวัสดีครับ! ขอนั่งตรงนี้ได้ไหมครับ?"

ทันทีที่เห็นหน้า ฉู่หนิงก็รู้เลยว่าหมอนี่โดนดาเมจความสวยของเธอยิงเข้าเต็มเปา

เธอยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ ผายมือเชิญ "เชิญ"

"เพื่อนนักเรียนกำลังศึกษาควอนตัมฟิสิกส์ด้วยตัวเองเหรอครับ? สุดยอดเลย" หนุ่มแว่นตาเป็นประกายเมื่อเห็นหนังสือในมือฉู่หนิง

"อ๋อ ฮ่า ๆ เปล่าหรอก ไม่ใช่! แค่หยิบมาเปิดดูเล่น ๆ จริง ๆ อ่านไม่รู้เรื่องสักตัว" ฉู่หนิงตอบปัด ๆ

พูดจบถึงเพิ่งนึกได้ว่าลืมแอ๊บเป็นกุลสตรีอีกแล้ว

เฮ้อ หยาบคายไปหน่อย ไม่ดี ไม่ดี

เจอสายตาที่ยากจะอธิบายของหนุ่มแว่น ฉู่หนิงก็ขี้เกียจจะแก้ตัว อีกฝ่ายไม่ใช่แฟนคลับตัวน้อยของเธอ และคงไม่มาเชียร์เธอด้วย จะไปแคร์ทำไมว่าเขาจะมองเธอยังไง

เธอรีบโยนหนังสือในมือทิ้ง สุ่มหยิบเล่มใหม่จากกองหนังสือมุมโต๊ะขึ้นมา โดยไม่สนว่าเป็นหนังสืออะไร กางออกบนโต๊ะแล้วแสร้งทำเป็นอ่านต่อ

"เอ่อ... เพื่อนนักเรียนครับ อ่านหนังสือแบบนี้ในห้องสมุด มันจะ... ไม่ค่อยดีมั้งครับ?"

"ทำไมจะ... ไม่ดีล่ะ?"

ฉู่หนิงก้มลงมองหนังสือในอ้อมแขน

พอเห็นคำว่า "จินผิงเหมย" (บุปผาในกุณฑีทอง - วรรณกรรมอีโรติกจีนโบราณ) เธอก็สะดุ้งเฮือก

ดูเหมือนว่าการอ่านเล่มนี้โชว์หราในที่สาธารณะ จะไม่ค่อยงามจริง ๆ นั่นแหละ

เธอปิดหนังสือเงียบ ๆ แล้ววางคืนที่เดิม

"เพื่อนนักเรียนครับ ถ้าอยากอ่านนิยาย ผมมีอยู่นะครับ"

หนุ่มแว่นเปิดกระเป๋าเป้ หยิบนิยายปกสีสันสดใสออกมาหลายเล่ม ยื่นให้ฉู่หนิง

เมื่อเจอสายตาตั้งคำถามของฉู่หนิง เขาก็รีบอธิบาย "อย่าเข้าใจผิดนะครับ พี่สาวผมฝากซื้อน่ะ! พวกนี้เป็นเรื่องดัง ๆ ทั้งนั้น หายากมาก ผมไปต่อคิวตั้งนานกว่าจะได้มาแค่นี้..."

ฉู่หนิงมุมปากกระตุก "ขอบคุณนะ"

การเอาหนังสือใหม่ของพี่สาวคนอื่นมาเปิดอ่านก่อนเจ้าตัว มันรู้สึกทะแม่ง ๆ ชอบกล

ขณะที่กำลังจะปฏิเสธ ตาไว ๆ ของฉู่หนิงก็เหลือบไปเห็นชื่อที่เขียนอยู่บนปกหนังสือเรียนของอีกฝ่าย

"เพื่อนนักเรียน นายชื่อเวินหมิงเหรอ?"

"อ๊ะ ใช่ครับ" หนุ่มแว่นก้มหน้าอย่างขัดเขิน "คุณรู้จักผมด้วยเหรอ?"

เห็นท่าทางเอียงอายแบบสาวน้อยของเขาแล้ว ฉู่หนิงรู้สึกซับซ้อนในใจบอกไม่ถูก

สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็นจริง ๆ

ในนิยายต้นฉบับ จุดจบของหมอนี่คือโดนพวกผู้ใหญ่ในตระกูลเวินจับหักขา เพราะแอบหนีไปแปลงเพศที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ต้องนั่งรถเข็นไปตลอดชีวิต ถูกกักบริเวณในวิลล่าที่ต่างประเทศ ออกไปไหนไม่ได้แม้แต่ก้าวเดียว

สรุปแล้ว คนที่เข้ามาจีบเธอก็คือสาวน้อยแฟนคลับคนหนึ่งสินะ... คิดได้ดังนั้น ทัศนคติที่ฉู่หนิงมีต่อเขาก็ดีขึ้นมาอย่างประหลาด

ถ้าอยากได้ยาปลุกกำหนัดนั่น เธอต้องเข้าไปในงานเลี้ยงตระกูลเวินให้ได้

และจะเข้างานเลี้ยงตระกูลเวินได้ ก็ต้องมีคนในตระกูลเวินพาเข้า

ตอนนี้เวินหมิงเปรียบเสมือนบันไดที่พาดมาให้ถึงที่ คว้าไว้รับรองว่าคุ้มยิ่งกว่าคุ้ม

ฉู่หนิงเปิดหนังสือนิยายเล่มหนึ่งในมือ

ภาพที่ปรากฏแก่สายตาคือภาพประกอบสุดวาบหวิว: สองสาวงามหยาดเยิ้มราวนางฟ้ากำลังอาบน้ำคู่กันในอ่าง!

สีหน้าของฉู่หนิงเปลี่ยนเป็นจริงจัง

"รสนิยมพี่สาวนายไม่ธรรมดาเลยนะ ชอบอ่านแนวนี้เหรอ?"

เวินหมิงกระแอมไอสองสามที ลดเสียงลงกระซิบ "เพื่อนนักเรียน รีบเปิดผ่านหน้านี้ไปเถอะครับ มัน... มันน่าอายเกินไป!"

ฉู่หนิงพลิกหน้ากระดาษ

ขณะที่เปิดผ่าน ๆ เธอก็แกล้งพูดขึ้นว่า "แค่นี้เองเหรอ? เฮ้อ ธรรมดามาก แค่ฉันไปหยิบจากคอลเลกชันโปรดของฉันมาสักเล่ม ยังเด็ดดวงกว่านี้เป็นร้อยเท่า"

ได้ยินฉู่หนิงพูดแบบนั้น ดวงตาของเวินหมิงก็เป็นประกายวาววับ

เขาเป็นเพียงลูกนอกสมรส สิ่งที่ปรารถนาที่สุดในชีวิตคือการได้เข้าไปคลุกคลีกับทายาทสายตรงของตระกูลเวิน แล้วค่อย ๆ ไต่เต้าไปสู่สายตาพวกผู้ใหญ่

เวินเซินนั้นเข้าถึงยากประดุจป้อมปราการเหล็ก

ส่วนน้องชายคนอื่น ๆ ของเวินเซินก็อยู่ต่างประเทศกันหมด แถมยังดูถูกเขาเสียยิ่งกว่าเวินเซิน

ดังนั้น คนเดียวที่เขาพอจะประจบประแจงได้ก็คือเวินลี่ น้องสาวคนเล็ก

เขาเริ่มแผนการโดยแกล้งไปดักรอตรงมุมที่เวินลี่เดินผ่าน แล้วทำหนังสือแบบนี้ตก 'โดยบังเอิญ' รอให้เวินลี่จับได้ จากนั้นก็ถือโอกาสสารภาพรสนิยมส่วนตัวกับเวินลี่ เพื่อหาพวก

เขาปูทางมาเดือนสองเดือนแล้ว และผลลัพธ์ก็ออกมาดีเยี่ยม

ตอนนี้เขากลายเป็นเพื่อนสาวคนสนิทของเวินลี่ เวินลี่ถึงขนาดเอาชุดเดรสที่เบื่อแล้วมาให้เขาใส่ ซึ่งทำให้เขาดีใจเนื้อเต้น

"จริงเหรอครับ เพื่อนนักเรียน! คุณมีของดีกว่านี้อีกเหรอ?" เวินหมิงถามเสียงตื่นเต้น

"แน่นอนสิ" ฉู่หนิงยิ้ม "ถ้านายอยากได้..."

เวินหมิงพยักหน้ารัว ๆ "อยากครับ อยากได้มาก ๆ! ได้โปรดแบ่งปันให้ผมด้วยเถอะครับ!"

รอยยิ้มของฉู่หนิงกว้างขึ้น

งานอดิเรกที่เปิดเผยไม่ค่อยได้แบบนี้แหละ คือทางลัดในการกระชับความสัมพันธ์ชั้นดี

ขอแค่ปีนบันไดชื่อเวินหมิงขึ้นไปได้ เธอจะเข้าถึงตัวเวินลี่ได้ภายในไม่กี่นาที

ถึงตอนนั้น นอกจากจะได้ของที่ต้องการมาฟรี ๆ แล้ว ยังได้ช่วยชีวิตเวินลี่ไว้ด้วย ทำให้เวินลี่ติดหนี้บุญคุณเธออีกต่างหาก

ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว ช่างเลิศเลอเพอร์เฟกต์อะไรอย่างนี้

"งั้นเราแอดวีแชตกันไว้ไหม?"

"ได้ครับ ได้ ๆ ขอบคุณมากครับ เพื่อนนักเรียน"

ขณะที่ทั้งสองกำลังกระซิบกระซาบกันอยู่นั้น

เวินเซินปิดหนังสือในมือ ลุกขึ้นเตรียมจะกลับ

เขาเดินอ้อมกระถางต้นพลูด่างที่บดบังสายตาออกมาที่ทางเดิน

สายตาที่กวาดมองไปโดยไม่ตั้งใจ ทำให้รูม่านตาของเขาหดเกร็งฉับพลัน

นอกหน้าต่างกระจกบานใหญ่จรดพื้นของห้องสมุด เด็กสาวในชุดเรียบง่ายกำลังจ้องมองมาทางเขาด้วยสายตาโศกเศร้าเคล้าความเคียดแค้น

แม้แต่เวินเซิน ผู้ที่มักจะควบคุมอารมณ์ได้ดีเสมอมา ยังถึงกับเสียอาการ

ใบหน้านั้นซ้อนทับกับใบหน้าในความทรงจำของเขาได้อย่างแนบสนิท

ดวงตาคู่นั้นที่เต็มไปด้วยความตัดพ้อและถวิลหา ราวกับกำลังร่ำไห้กล่าวโทษ ว่าเขาเป็นคนใจร้าย โทษที่เขาโง่เขลาจนต้องเสียเธอไป!

"นา... นาน่า?!"

เด็กสาวที่ยืนอยู่นอกหน้าต่างกระจก เห็นเวินเซินจู่ ๆ ก็รีบก้าวยาว ๆ ตรงดิ่งมาทางเธอ ก็ยิ่งขมวดคิ้วแน่น

ตาบ้านี่เป็นใคร?

มายืนบังทางที่เธอมองฉู่หนิงทำไม!

จบบทที่ บทที่ 17 ก็งั้น ๆ ธรรมดามาก

คัดลอกลิงก์แล้ว